เช้าวันถัดมาเราออกเดินทางแต่เช้าเพื่อที่จะมุ่งหน้าลงไปภูเก็ต ที่ที่เบสเรียกมันว่า “ไฮไลต์ของทริป”การขับรถยาว 12 ชั่วโมงไม่น่าเบื่อเลยสักนิดเพราะเบสทำหน้าที่ดีเจอย่างไม่รู้จักคำว่าเหนื่อย สลับเพลงั้แ่เพลงอินดี้ร็อก เพลงเต้น ไปจนถึงเพลงป๊อปยุคเก่าที่ทำให้ร้องตามไปสุดทาง
พวกเขาหยุดพักบ่อยๆ เพื่อดื่มกาแฟและขนม และเปลี่ยนคนขับเป็ระยะ ๆ เมื่อถึงโรงแรมเล็ก ๆ ใกล้ชายหาดความเหนื่อยล้าจากการเดินทางทั้งหมดก็ละลายหายไปทันทีเมื่อทุกคนได้ััสายลมของทะเลทุกคนรีบเปลี่ยนชุดว่ายน้ำทันทีและพุ่งตรงไปยังทะเล
ตามแผนการที่อันนาวางไว้อีกวันถัดมา พวกเขาไปที่สวนน้ำ ขณะที่พีทรออันนาและน้ำเปลี่ยนชุดว่ายน้ำความรู้สึกคิดถึงอดีตก็แทรกเข้ามา ครั้งสุดท้ายที่พีทมาสวนน้ำคือเขามาพร้อมกับมีนาและอันนาตอนสมัยมัธยมปลาย
“ยังคาดหวังว่าจะได้เห็นบิกินี่อยู่เหรอ?” อันนาพูดแซวในขณะที่เดินออกมาจากห้องแต่งตัว
พีทหัวเราะ สลัดความทรงจำออกจากหัว “ใครคิดงั้นไม่มีนะ”
ตามธรรมเนียม ทั้งอันนาและน้ำปรากฏตัวในชุดว่ายน้ำแบบเต็มตัวเหมือนเดิมไม่มีอะไรให้จินตนาการต่อ แต่เบสก็ยังคงตื่นเต้นกับน้ำไม่เปลี่ยน
วันนั้นผ่านไปด้วยความสนุกสนานพอตกเย็นพวกเขากลับมาที่ชายหาดเดิมนั่งอยู่บนผืนทรายพร้อมเครื่องดื่มและกีตาร์ของเบส เขาเล่นกีตาร์ให้ฟังในเวลาแบบนี้เบสดูเท่แปลกตาไปกว่าปกติมาก
เมื่อถึงจุดหนึ่งน้ำเสนอให้เรากลับโรงแรม เบสซึ่งไม่เคยพลาดโอกาส รีบอาสาช่วยถือของให้น้ำทันทีทำให้อันนากลอกตาอย่างเหนื่อยใจ พวกเขาสามคนลุกขึ้น แต่พีทบอกทุกคนว่าเขาอยากนั่งต่ออยู่อีกสักพักเขาเพียงอยากนั่งฟังเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งอีกสักหน่อย
“นายทำหน้าแบบนั้นอีกแล้วนะ”เสียงของอันนาดังขึ้นจากข้างหลัง
“หน้าอะไรอีก?”พีทชินกับการที่อันนาโผล่มาด้านหลังแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงแล้วเขาเลยไม่สะดุ้งเวลาได้ยินเสียงอันนา
“หน้าที่นายทำเวลาอยู่ในโลกของตัวเองไง”เธอนั่งลงข้าง ๆ ใส่ชุดนอนที่ดูสบาย ๆ พร้อมมัดผมแบบหลวม ๆ
“นายนี่ชอบทะเลจริง ๆ นะ” เธอพูด
“ใช่” เขายอมรับ “มันให้ความรู้สึกอบอุ่นบอกไม่ถูกไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าไหร่ คลื่นก็ยังเหมือนเดิม”
พีทเล่าเื่เด็กผู้หญิงในวัยเด็กของเขาให้เธอฟังคนที่เคยดึงเขาออกจากความเหงาที่ชายหาด มันไม่ใช่เื่ที่เขาพูดถึงบ่อยนักแต่กับอันนา มันรู้สึกง่าย แต่ในระหว่างที่เล่า พีทสังเกตว่าเธอเอนหัวลงมาซบบนไหล่ของเขาเธอหลับไปแล้ว ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไร ลมหายใจของเธอเบาและสม่ำเสมอ พีทได้แต่ยิ้มกับตัวเองมองดูคลื่นไปอีกสักพักก่อนจะอุ้มเธอกลับไปที่ห้อง
เช้าวันถัดมา ทุกคนเก็บกระเป๋าและออกเดินทางไปจุดหมายสุดท้ายของทริปเบสพูดถึงจุดนี้มาตลอดหลายสัปดาห์ว่าเป็ “พระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดที่นายจะเคยเห็น”
เมืองเก่าภูเก็ตสวยมากเมืองนั้นเหมือนหลุดออกมาจากหนังสือนิทาน ตึกสีพาสเทล สถาปัตยกรรมอันละเอียดอ่อนและเสน่ห์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้
อันนาทำตาเป็ประกายขณะสำรวจถนนเธอใช้กล้องถ่ายรูปเก็บรายละเอียดทุกอย่าง
“เธอน่าจะเกิดในยุคอื่นนะ” พีทพูดแซวขณะที่เธอปรับตั้งค่ากล้องเป็ครั้งที่ร้อย
“หรือบางทีฉันแค่เห็นความสวยงามที่นายมองไม่เห็นก็ได้”เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม “อีกอย่างถ้าฉันเกิดในยุคอื่น นายคงเหงาแย่”
พวกเขาใช้เวลาหลายชั่วโมงเดินสำรวจถนนน้ำใช้เมาโมรีในกล้องหมดเร็วมากจนต้องซื้อเมมโมรีการ์ดใหม่ เมื่อบ่ายเริ่มคล้อยเบสเริ่มกระวนกระวาย “ถ้าเราไม่ไปตอนนี้ เราจะพลาดแน่!” เขาบ่น ก่อนลากทุกคนกลับไปที่รถ
หลังจากขับรถอีก45 นาทีเราก็มาถึงปลายสุดทางใต้ของภูเก็ต จากตรงนั้น เราต้องเดินต่ออีกสั้น ๆไปยังอ่าวที่ติดหน้าผา ภาพที่เห็นนั้นทำให้ทุกคนแทบพูดไม่ออกพระอาทิตย์ลอยต่ำใกล้ขอบฟ้า ส่องแสงสีทองทั่วผืนน้ำโลกทั้งใบดูเหมือนจะเปล่งประกายด้วยเฉดสีส้มและสีแดง
พีทกับอันนายืนข้างกันจ้องมองภาพที่เห็นอย่างหลงใหล
“โอเค เบส” พีทพูดทั้งที่ยังจ้องมองวิว“นายพูดถูก นี่มันสุดยอดจริง ๆ”
แต่เมื่อเขาหันไปหาเขาเพื่อขอบคุณพีทแทบหยุดหายใจ
“อะไรเนี่ย?!” พีทร้องออกมาเสียงดัง
“เห้ย!” อันนากรี๊ดข้าง ๆ พีทเช่นเดียวกัน
ที่นั่นท่ามกลางกรอบพระอาทิตย์ตก ภาพที่ทั้งคู่เห็นคือ เบสกำลังจูบน้ำ
“อะไร?! เมื่อไหร่?! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?!” อันนาถาม น้ำเสียงใ
เบสกับน้ำแยกออกจากกันใบหน้าของทั้งคู่ดูเขินอายแต่มีความสุข พวกเขาจับมือกัน นิ้วสอดประสาน
“เราอยากให้พวกเธอรู้เป็คนแรก”เบสยอมรับ พลางเกาหลังคอแก้เขิน
“มันั้แ่เมื่อไร?” พีทเอ่ยปากถามในที่สุด
“ประมาณสามเดือนที่แล้ว” น้ำพูดใบหน้าแต่งแต้มด้วยสีแดงจาง ๆ ที่หาได้ยาก “เรายังไม่รู้จะบอกยังไง”
“สามเดือน?!” อันนาอุทาน “ทำไมฉันถึงไม่รู้เื่นี้เลย?”
น้ำยักไหล่ “เธอไม่ได้ช่างสังเกตเท่าที่เธอคิดนะ”
การซักถามดำเนินต่อไปตลอดทางกลับโรงแรมอันนายิงคำถามใส่พวกเขาอย่างรวดเร็ว และเบสกับน้ำ ซึ่งดูมีความสุขกว่าเดิมตอบทุกคำถาม
ที่บาร์คืนนั้นอันนาถามคำถามที่ตรงที่สุดของเธอ “พวกนายเคย…แล้วใช่ไหม?”
วิธีที่ทั้งสองคนสำลักเครื่องดื่มคือคำตอบที่ชัดเจนกว่าคำพูดใดๆ
ขณะที่เบสกับน้ำเดินเล่นริมชายหาดอันนากับพีทเดินกลับโรงแรมด้วยกัน
“เธอโกรธพวกเขาเหรอ?” พีทถาม
“ไม่” เธอตอบหลังจากหยุดคิด “แค่…ใเฉยๆ” เธอหยุดอีกครั้ง “แล้วก็อาจจะกังวลนิดหน่อย ถ้ามันไม่เวิร์คขึ้นมา มันจะทำให้กลุ่มเราเปลี่ยนไปมั้ย”
พีทพยักหน้าเข้าใจความกลัวของเธอ ถ้ามันจบลงไม่ดี มันอาจกระทบกับสมดุลของกลุ่มเราได้
“พวกเขาดูมีความสุขดีนะ” พีทพูด “ฉันว่ามันคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้นะ”
อันนาถอนหายใจ สีหน้าอ่อนลง “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะรับมือมันด้วยกันใช่มั้ย?”
“ใช่” พีทพูดอย่างเต็มปาก คำพูดของเธอทำให้พีทรู้สึกอุ่นใจอยู่เสมอ
วันสุดท้ายในภูเก็ตเต็มไปด้วยความรักที่เพิ่งเบ่งบานของเบสและน้ำแต่ก็แปลกที่มันไม่ได้ทำให้อันนาและพีทรู้สึกอึดอัดเลย พวกเขายังคงเป็คนเดิมที่ทั้งสองรู้จักเพียงแต่มีการจับมือและมองตากันมากขึ้น
ระหว่างทางกลับเชียงใหม่พวกเราสลับกันขับรถและพูดคุยกันตลอดทาง พีทครุ่นคิดถึงทริปนี้มันเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เสียงหัวเราะ และ่เวลาที่ลืมไม่ลง
แต่ขณะที่พีทเอนตัวหลับไปพร้อมเสียงกรนของเบสดังในรถภาพหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจ เด็กผู้หญิงที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์ตกสีทองตรงหน้าของเขา