ซูหว่านนอนหนุนแขนอาจารย์หนุ่ม แล้วหลับตาลงนางรู้สึกอบอุ่นทั้งกายและใจ ราวกับได้พบที่พึ่งพิงอันยิ่งใหญ่ นางไม่เคยรู้สึกผ่อนคลายแบบนี้มาก่อนเลยนับั้แ่บ้านถูกทำลาย พ่อแม่ และน้องถูกพรากชีวิตไปอย่างโหดร้าย
คืนนั้นหลี่เฟย แทบจะไม่ได้หลับเลย ร่างนุ่มนิ่ม เรียบลื่นและหอมกรุ่นที่แนบชิดอยู่ตลอดเวลา กระตุ้นไฟราคะของเขาให้ลุกโชนทั้งคืนอยากจะกระโจนขึ้นทาบทับ และสอดใส่ดุ้นเนื้อเข้าไปในรูรักของนางแทบขาดใจ...
เมื่อเขารู้สึกว่าเลยยามจื่อมานานแล้วน่าจะใกล้รุ่งจึงปลุกซูหว่านให้ตื่นขึ้นและบอกให้นาง ดูดกลืนน้ำพิสุทธิ์อีกครั้งคราวนี้หลี่เฟยลูบคลำจับต้อง ร่างของนางอย่างย่ามใจ
ซูหว่านก็เริ่มชินแล้วจึงไม่ขัดขวางใดๆแต่พอนางกลืนกินน้ำเชื้อที่คาวจัดเข้าไปก็เกิดพลังที่รุนแรงไหลเวียนออกจากกระเพาะอาหารกระจายไปทั่วร่างกายทำเอาร่างบางสั่นสะท้านทรงตัวนั่งสมาธิแทบไม่ทัน
เนื่องจากสิ่งสกปรกถูกขจัดออกไปหมดแล้วพลังหยางที่เข้มข้นนี้จึงตรงเข้าเปลี่ยนเส้นลมปราณในร่างกายของนางแทน ชั่วพริบทั่วร่างก็ร้อนราวกับทั้งตัวถูกย่างบนถ่านไฟแดงๆกระดูกลั่นแตกร้าว เหมือนกำลังถูกบดให้ละเอียดแล้วรวมตัวขึ้นมาใหม่...ร่างกายของนางเริ่มสร้างกระดูกเซียนขึ้นมา
หลี่เฟยลุกนั่งสมาธิพลางจ้องมองด้วยความตื่นตะลึงอา...นี่หรือกระดูกเซียนขั้นเทพ ช่างเหนือความคาดหมายจริงๆเคยมีผู้ยิ่งใหญ่กล่าวไว้ว่ากระดูกเซียนขั้นเทพ พันปีจะมีปรากฏสักคนหนึ่ง
(ติ๊ง...)
(ยินดีด้วย ผู้ใช้ถ่ายทอดพลังหยางให้ศิษย์สร้างกระดูกเซียนขั้นเทพเสร็จสมบูรณ์แล้ว ได้รับผลตอบแทนร้อยเท่า)
“อ้าว เสร็จสมบูรณ์แล้วเหรอไหน ว่า ต้องเจ็ดครั้งไง”
(ระบบแค่หลอกผู้ใช้ให้ตื่นตัวเท่านั้นเพียงถ่ายทอดสามครั้งก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว ที่เหลืออีก สี่ครั้งเป็การสร้างความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องเพิ่มความใกล้ชิดระหว่างผู้ใช้และศิษย์เท่านั้นแต่ถ้าระหว่างนั้นผู้ใช้ระบบ มีพลังยุทธเพิ่มขึ้น ผู้รับก็จะได้ประโยชน์เพิ่มเช่นกันและเมื่อผู้รับได้ประโยชน์ ผู้ใช้จะได้ผลตอบแทนร้อยเท่า)
“ว้าว แบบก็สุดยอดเลยสิ ได้รับผลตอบแทนไม่รู้จบเลย”
(ครั้งนี้ผู้ใช้ได้รับพลังจิตติดตามขั้นสูง เพียงตั้งสมาธิแผ่พลังจิตออกไปพลังจิตที่เข็มแข็งจะรับรู้สภาพแวดล้อมรอบๆ ตัว ในระยะห้าสิบเมตรได้อย่างชัดเจนและระยะจะเพิ่มขึ้นเมื่อระดับพลังเพิ่มขึ้น)
(ผู้ใช้พร้อมจะรับพลังหรือไม่)
“รับ...”
แสงสีทองที่คนทั่วไปมองไม่เห็นพุ่งเข้าสู่หน้าผากของหลี่เฟยในพริบตาก่อนจะกลายเป็พลังมหาศาลกระจายไปทั่วร่าง ขยายเส้นประสาททุกเส้นทั่วร่างกายสมองเหมือนกำลังถูกมดนับพันกัดกิน ความรู้สึกเ็ปในศีรษะอย่างรุนแรง ราวกับถูกของหนักทุบลงบนศีรษะร่างของเขาเริ่มสั่นสะท้านด้วยความเ็ปทรมาน
ซูหว่านก็สังเกตเห็น นางคิดไปว่าเพราะครั้งนี้อาจารย์ถ่ายน้ำพิสุทธิ์ให้นาง ถี่เกินไปเพียงวันเดียวถึงสองครั้งทำให้เขาต้องสูญเสียพลังไปมากจึงเ็ปเช่นนี้
ครั้งนี้ซูหว่านยอมรับเขาอย่างหมดใจแล้วอาจารย์จะทำอะไรกับร่างกายของนางก็ไม่ขัดข้อง แม้ล่วงเกินเข้าไปในกายนางก็ตาม
ผ่านไปราวครึ่งชั่วยามกระบวนการก็เสร็จสิ้น หลี่เฟยพบว่าแม้พลังบำเพ็ญเพียรของเขาไม่ได้เลื่อนระดับอีกแต่เพียงแค่ตั้งสมาธิเขาก็รับรู้สิ่งต่างรอบตัวได้อย่างชัดเจนแม้จะมองเห็นในจิตสำนึกได้เพียงรางๆเสือตัวใหญ่กำลังย่องเข้าหาเลียงผาตัวโตริมชายเขา...จระเข้ใหญ่หมอบกบดานอยู่ก้นทะเลสาบ...
ส่วนซูหว่านพลังบำเพ็ญของนางก็พุ่งขึ้นอย่างก้าวะโ ไปถึงระดับฝึกปราณขั้นหกแล้ว…
แม้จะมีระบบคอยช่วยเหลือ แต่หลี่เฟยก็ยังอดกังวลกับอนาคตไม่ได้ยุคนี้เป็ยุคปลาใหญ่กินปลาเล็ก ใครมีพลังมากก็มีอำนาจมากควบคุมทุกอย่างแต่ก่อนเขาอยู่เพียงลำพังก็ไม่ค่อยกังวลเท่าไร
แต่ตอนนี้มีซูหว่านมาเกี่ยวข้องอีกคน สตรีที่ทั้งอ่อนเยาว์สวยงามน่าทนุถนอมนางนี้ ถ้าเขาไม่มีพลังแข็งแกร่งเพียงพอจะปกป้องนางได้อย่างไร ขณะที่หลี่เฟยกำลังนอนครุ่นคิดซูหว่านก็หลับไปแล้วร่างเปลือยของนางกอดแนบชิดกายเขาแน่น ไม่ต่างจากภรรยาตัวน้อยที่น่ารักเลย
(ติ๊ง...)
(ผู้ใช้มีภารกิจที่สามารถเพิ่มพลังบำเพ็ญเพียรได้ จะยอมรับหรือไม่)
เหมือนระบบจะรับรู้ความกังวลของเขา จึงส่งภารกิจมาให้แต่จะให้เขาทำอะไรกันแน่...
“เอ่อ ให้ทำอะไรเหรอ บอกมาเลยสิ จะกั๊กไว้ทำไม”
(ผู้ใช้ต้อง ยอมรับ ก่อนจึงสามารถรับทราบรายละเอียดได้)
“เฮ้อ...ได้ ได้...รับ...”
(การถ่ายทอดพลังบำเพ็ญ เมื่อผู้ใช้ถ่ายทอดพลังให้ศิษย์จะรับพลังกลับคืนมาเพิ่มขึ้นทบทวี)
“หา ทำยังไง แบบที่อาจารย์จงจื้อ ถ่ายทอดให้ข้าเหรอ แบบนี้ข้ามิตายรึ”
(ไม่ใช่...การถ่ายทอดพลังแบบนี้ จะไม่มีการสูญเสียและผู้รับก็ได้รับพลังแบบเต็มๆ อีกด้วย)
“หา มีสิ่งดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอ...ทำแบบไหน รีบๆ บอกมาเลย อย่ามัวชักช้า”
(เพียงผู้ใช้หลอมรวมร่างกับศิษย์ 49 ครั้งก็สำเร็จแล้ว)
“หา อะไรนะ หลอมรวมร่าง ทำยังไง นี่ระบบ รีบๆ บอกมาเหอะอย่าโยกโย้เลยน่า”
(ก็คือ การมีสัมพันธ์ทางเพศกันยังไงล่ะขณะที่ร่างกายสอดประสานกันเป็หนึ่งเดียวพลังบำเพ็ญในร่างของผู้ใช้ก็จะส่งผ่านไปยังผู้รับจะรับได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่พื้นฐานร่างกายของผู้รับเอง)
“หา แบบนี้ก็ได้เหรอ”
(มีระบบนี้แล้ว แน่นอนว่าได้แต่ครั้งแรกหลังจากที่ผู้ใช้ปลดปล่อยพลังหยางออกไปแล้วทั้งสองร่างจะต้องสอดประสานกันอยู่แบบนั้นอีก หนึ่งถึงสองชั่วยาม จึงจะสำเร็จ)
“อะไรนะ มีแบบนี้ด้วยเหรอ บ้าน่า พอน้ำออกแล้วมันไม่หดเหรอไง”
(ไม่ต้องกังวลไป ระบบจะช่วยผู้ใช้เองตราบใดที่ผู้ใช้ยังไม่อยากถอดถอนออกมา หรืออยากจะทำต่อไปอีกแท่งหยกของผู้ใช้จะยังคงแข็งตัว พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา)
“พูดจริง ป่าวนี่ ระบบไม่ได้หลอกข้านะ ฮ่าฮ่า...แบบนี้จะแช่อยู่เฉยทำไม ก็ทำต่อจนหมดแรงได้เลยสิ”
(ขึ้นอยู่กับผู้ใช้เลย)
“เอ่อ แล้ว ข้าจะน้ำออกได้กี่ครั้งล่ะนี่ มีข้อจำกัดไหม”
(ไม่มีข้อจำกัดใด จะกี่ครั้งก็ได้แต่ผู้ใช้จะได้พลังกลับคืนมาแค่ครั้งแรก และอีกอย่าง ผู้รับพลังก็จะไม่ได้รับพลังเพิ่มเติมเช่นกัน...แต่ทั้งสองจะได้รับแค่ความมันส์เท่านั้นอิ อิ)
ครั้งนี้ระบบไม่ได้เคร่งเครียดเหมือนทุกครั้งแถมมีเสียงหัวเราะต่อท้ายมาด้วย...
(อ้อ ลืมบอกไป การถ่ายทอดพลังแบบนี้ ผู้ใช้จะได้รับพลังกลับคืนค่อนข้างรุนแรงดังนั้นต้องเตรียมการให้ดี...ขอให้ผู้ใช้โชคดี)
เมื่อได้รับรู้เช่นนี้ความกังวลในจิตใจของหลี่เฟยก็คลายลงเขาดึงมาห่มที่ไหลลื่นลงไปที่เอวขึ้นมาคลุมร่างเปลือยของทั้งสองไว้ด้วยกันพลางกระชับอ้อมกอดแน่นเข้า ก่อนจะหลับใหลอย่างมีความสุข
เสียงน้ำไหล เสียงนกร้อง เสียงแมลงขยับปีก เสียงเดินเขาได้ยินแม้แต่เสียงเคลื่อนที่ไปในอากาศ ทำไมดังมากขนาดนี้หลี่เฟยตั้งสติควบคุมพลังในร่างกายเสียงเ่าั้ก็ค่อยๆ หายไป เมื่อเขาลืมตาขึ้นแสงสว่างยามสายก็สาดจ้าเข้ามาทันที
ข้างกายไม่มีร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่น ที่น่ากอดอีกแล้วมีพียงรอยบุ๋มของที่นอนที่เย็นชืด นางคงลุกออกไปนานแล้ว แต่ยังไม่ทันที่เขาจะขยับตัว ประตูไม้เก่าๆก็ถูกเปิดออก
“อาจารย์ ตื่นได้แล้วเ้าค่ะ ข้านำน้ำมาให้ท่านล้างหน้า”เสียงหวานใสนำมาก่อน สตรีสาวร่างบางอรชร สวมชุดขาวทั้งร่างดูสง่างามเดินอุ้มอ่างน้ำเข้ามา
นางจะเป็ใครถ้าไม่ใช่ ซูหว่าน เพียงแต่เช้าวันนี้นางเปลี่ยนไปนางดูสวยขึ้นมาก สง่างามน่าเกรงขาม เปล่งประกายสดใสราวกับ นางเซียน์ทำให้ผู้คนต้องเกรงใจ ภาพนี้ทำเอาหลี่เฟยถึงกับเหม่อลอย
‘อืม นี่ใช่ซูหว่าน สตรีที่ไม่มีใคร้าเมื่อวันนั้นจริงๆ เหรอ นางงดงามถึงเพียงนี้เชียวหรือ ์ ข้าช่างโชคดีจริงๆ’
เพียงหลี่เฟยขยับตัวขึ้น ผ้าห่มก็ร่นลงซูหว่านที่วางอ่างน้ำไว้บนโต๊ะแล้ว ก็รีบก้าวเดินเข้ามาเพื่อจะพับผ้าห่มให้อาจารย์แต่สิ่งที่โผล่ออกมาริมผ้าห่มทำให้นางถึงกลับหน้าแดงก่ำ แอบมองสิ่งนั้นอย่างอายๆ
‘อือ แท่งหยกอาจารย์ ใหญ่ขึ้นกว่ามือคืน หรือเปล่านะ’ สาวน้อยกลืนน้ำลายฝืดคอ อย่าบอกว่าที่ทำไปทั้งสามครั้งเป็แค่การฝึกฝนพลังบำเพ็ญเพียร แต่แท้จริงนางทั้งรู้สึกตื่นเต้น และเป็สุขทั้งคาดหวัง
ยังเหลืออีก สี่ครั้ง ที่นางจะได้ดูดแท่งหยกอุ่นๆของอาจารย์...แต่ว่าต่อจากนั้นล่ะอาจารย์จะยอมให้นางดูดอีกไหม...อาจารย์ต้องเสียพลังไปมากเลยนะ...อื่อไม่ต้องบ่อยก็ได้ ขอเพียงอาจารย์ให้นางได้ดูดบ้างก็พอ
หลี่เฟย มองหน้าหวานที่แดงเรื่ออย่างตะลึงลาน เขาไม่รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่แต่เห็นสายตาที่มองผ่านแวบมาที่ดุ้นเนื้อที่แข็งเป็เสากระโดงของตนก็พอจะเดาได้
เขาลุกขึ้นสวมเครื่องแต่งกาย แล้วเดินไปที่อ่างล้างหน้าถ้าไม่ติดที่มีภารกิจที่ยิ่งใหญ่กว่า หลี่เฟยก็ อยากให้ปากสวยๆ บนหน้างามได้ััดุ้นเนื้อร้อนยามเช้าของเขาอีกสักยกก่อน
หลี่เฟยเดินมานั่งใต้ร่มไม้ใหญ่หน้ากระท่อมขณะที่ซูหว่านเดินตามมายืนอยู่ด้านข้างด้วยความเคารพอาจารย์หนุ่มชี้ไปที่ม้านั่งฝั่งตรงข้าม พลางเอ่ยเสียงเรียบๆ
“หว่านเอ๋อ เ้าก็นั่งลงเถอะ ยอดเขานี้มีเพียงพวกเราศิษย์อาจารย์ไม่ต้องพิธีรีตอง”
“เ้าค่ะ” สาวสวยนั่งลงอย่างอ่อนช้อยสายตาหวานใสทอดมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างชื่นชม และเคารพรักรอฟังว่าอาจารย์จะสอนอะไรนางอีก
“เอ่อ เ้าเพิ่งเข้าสำนักมาได้สองวัน คงยังไม่รู้สำนักหัตถ์ทองของเราจะมีการประลองยุทธ์ที่จัดขึ้นทุก ห้าสิบปีเพื่อหาผู้เป็ที่หนึ่ง เป็การวางตัวผู้สืบทอดสำนักในรุ่นต่อไป”
“ในรอบนี้ก็เหลือเวลาอีกร้อยกว่าวัน จะครบกำหนดแล้วเ้าในฐานะศิษย์ยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อ ข้าอยากให้เ้าได้อันดับต้นๆเพื่อเกียรติยศของยอดเขาเรา” หลี่เฟยพูดด้วยสีหน้าสงบ
เมื่อก่อนร่างเดิมไม่มีความกล้า ที่จะคิดส่งใครเข้าประลองก็ไม่กล้าคิดจริงๆ นั่นแหละก็เขาไม่มีศิษย์สักคน...แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้วหลังจากที่หลี่เฟยคนก่อนเสียชีวิตอย่างเดียวดายเพราะธาตุไฟเข้าแทรกหลังจากได้รับการถ่ายทอดพลังที่รุนแรงเกินที่จะร่างกายจะรับได้
หลี่เฟยคนนี้ ก็มาพร้อมด้วยระบบช่วยเหลือแล้วเขายังมีลูกศิษย์สาวแสนสวยคนนี้อีกด้วย รอดูเถอะนางต้องเป็ที่หนึ่งแน่ๆ
“อาจารย์วางใจ ข้าจะพยายามไม่ทำให้ยอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อขายหน้าแน่นอน” ซูหว่านพูดด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว
อาจารย์ให้ความสำคัญกับการประลองยุทธ์ระหว่างยอดเขาขนาดนี้นางจะทำให้อาจารย์ผิดหวังได้อย่างไร
ไม่ว่าต้องแลกด้วยราคาใดนางต้องคว้าอันดับหนึ่งของทั้งห้ายอดเขามาให้ได้ เพื่อความภาคภูมิใจของอาจารย์
ถ้าเป็ก่อนหน้านี้ นางคงมืดมนอับจนหนทางแต่ตอนนี้นางมีกระดูกเซียนขั้นเทพ และมีพลัง ฝึกปราณระดับหกแล้ว ความมั่นใจจึงเพิ่มขึ้น
จนถึงตอนนี้ นางยังจำความอับอายที่จ้าวเหลียงทำกับอาจารย์และศิษย์อย่างพวกนางที่โถงหลักของสำนักได้ครั้งนี้อย่างไร นางจะต้องพิสูจน์ ให้พวกเขาเห็นว่ายอดเขาเสี่ยวหมู่จื่อไม่ใช่พวกไร้ค่า
“ดีมาก”
หลี่เฟย พยักหน้าเนิบๆ แต่คิ้วขมวดเข้าหากัน หันไปมองหน้าสวยสง่าของศิษย์สาวช้าๆพลางเอ่ยอย่างเคร่งขรึม
“อืม แต่ว่า เวลาร้อยกว่าวันช่างแสนสั้นเหลือเกินเ้าก็เพิ่งเลื่อนมาถึงระดับฝึกปราณขั้นหก โอกาสที่จะได้อันดับต้นๆช่างน้อยนิดจริงๆ”
เขาทำท่าทางเหมือนมีเื่ยากลำบากใจก่อนจะกล่าวอย่างจริงจัง“อาจารย์พอจะมีวิธี เป็การถ่ายทอดพลังบำเพ็ญเพื่อเลื่อนระดับให้เ้า”
“อาจารย์ ท่านมีวิธีจริงๆ หรือเ้าคะ แต่การถ่ายทอดแบบนี้ไม่ใช่ว่าท่านต้องสูญเสียพลังไปมากเหรอ”
ซูหว่านตาเป็ประกาย เอ่ยถามอย่างตื่นเต้นแต่พอนึกถึงเหตุการณ์ที่อาจารย์ถ่ายน้ำพิสุทธิ์ให้นาง แล้วต้องฟื้นพลังด้วยความเ็ปดวงตาก็หม่นแสงลง
“ไม่ต้องกังวลไป อาจารย์ยินดีสูญเสียพลังยอมรับความเ็ปนั่นถ้าเ้ายอมรับได้” หลี่เฟยปลอบใจศิษย์สาวคนสวย ราวกับตัวเองเป็ผู้เสียสละที่แท้จริง
“ข้ายินยอมเ้าค่ะ อาจารย์บอกมาได้เลย”
“เอ่อ เ้ากับข้าต้อง ประสานร่างกายเข้าด้วยกัน...”
“ประสานแบบไหนหรือเ้าคะ นั่งเอามือประกบกันอะไรแบบนั้นเหรอ”
“ไม่ใช่ แต่ เอ่อ...แบบความสัมพันธ์สามีภรรยาน่ะ”
“ห๊า...” ซูหว่านได้ฟังก็หน้าแดงก่ำ ความสัมพันธ์สามีภรรยาแบบม้าสองตัวนั้นเหรอ แท่งหยกของอาจารย์ต้องเข้ามาอยู่ในกายข้า...อื่อของอาจารย์ใหญ่โตปานนั้น จะเอาเข้ามาได้อย่างไร ปากข้ายังช้ำไม่หายเลยนี่ยังเหลืออีกตั้งสี่ครั้ง
...
อ่านแล้วรบกวนทุกท่าน ติชม วิจารณ์ด้วยจ้าเพื่อจะได้นำไปปรับปรุงให้ดีขึ้น คำแนะนำติชมเป็สิ่งที่ไรต์้าสุดๆอ่านแล้วชอบอย่าลืมเก็บเข้าชั้นไว้อ่านตอนต่อไปด้วยนะ ขอบคุณนักอ่านทุกๆ ท่านจ้า