ณ ป่าซูรินฐานของหลี่จิน หลังจากหลี่จินพาหลินฟานมาที่ฐานของเขาหลี่จินก็พามาทดสอบปืนอย่างทันที
"เ้าจะทดสอบอย่างไร" หลินฟานถามด้วยความสงสัย ที่จริงเขาอยากจะสำรวจฐานของหลี่จินก่อน แต่ก็คิดว่าคงไม่มีอะไรน่าสนใจเพราะเขาเคยเห็นห้องของนักประดิษฐ์มาแล้ว
แต่ถึงชื่อนักประดิษฐ์จะเหมือนกับช่างฝีมือที่เป็ผู้มิราสประเภทการแปลงรูป แต่ภายในกลับต่างกันอย่างสิ้นเชิง
นักประดิษฐ์คือคนที่จะช่วยประดิษฐ์ตัวช่วยสำหรับมิราส บางทีตอนนี้คนส่วนใหญ่จะเข้าใจกันว่ามิราสเป็แค่ความสามารถพิเศษที่อยากใช้ก็ใช้ได้ตามสบาย
ที่จริงมันไม่ง่ายแบบนั้นคุณลองคิดภาพนะ ผู้ใช้มิราสประเภทควบคุมและมิราสเป็สายฟ้าส่วนใหญ่จะมีภูมิมิคุ้มกันเกี่ยวกับสายฟ้าที่ตัวเองสร้างไม่มากก็น้อย
แต่บางคนมันไม่ใช้เพราะบางคนกลับไม่มี และคนที่ใช้สายฟ้าโดนตัวเองก็มีเช่นกัน ซึ่งมันก็มีกรณีที่คนเสียชวิตจากเหตุแบบนี้ด้วย ทำให้ต้องมีคนที่จะมาจัดการเกี่ยวกับเื่พวกนี้นั้นก็คือสิ่งที่สร้างมาจาก’นักประดิษฐ์’
ส่วนผู้ใช้ที่มีภูมิคุ้มกันต่อสิ่งที่ตัวเองสร้างก็ไม่ใช้ว่าจะไม่ต้องพึ่งนักประดิษฐ์ ซึ่งถ้าจะเข้าใจสิ่งที่จะบรรยายต่อไปนี้เราต้องรู้จักหลักการเื้ัมันก่อน
และหลักการก็คือเมื่อใช้พลังแฝงผ่านแกนมิราสเพื่อที่จะแสดงพลัง พลังแฝงส่วนหนึ่งจะถูกใช้ไปกับการกันตัวเองจากพลังที่แสดงออกมา ยกตัวอย่างคนใช้พลัง 10 หน่วยเพื่อที่จะเสกแกนสร้างที่จะใช้ไฟ
พลังที่แสดงออกมาจะมีแค่ 7-8 หน่วยเท่านั้นเพราะอีก 2-3 หน่วยถูกดึงไปป้องกันร่างกาย
และที่ซึ่งสำคัญสุดคือผู้ใช้สามารถยกเลิกการหักพลังไปป้องกันได้ได้ พูดง่ายๆก็คือเมื่อถึงคร่าวที่ผู้ใช้มิราสถึงจุดวิกฤตเขาหรือเธออาจจะยกเลิกการแบ่งพลังแฝงไปป้องกัน
ผลที่ตามมาคือผู้ใช้ก็อาจจะกลายเป็สิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดและบางครั้งก็ถึงตายด้วยซ้ำ
ส่วนการกลายเป็สิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดที่เห็นได้ง่ายๆคือพวกผู้ใช้ที่มีมิราสประเภทอวตาร ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหามันอยู่ที่แปลงกลับเป็มนุษย์อีกครั้งไม่ได้ กลายเป็สิ่งมีชีวิตที่พวกเขาอวตาร เช่น มนุษย์หมาป่า หมี โครงกระดูก..
คนในโลกนี้เรียกอาการพวกนี้กันอยู่2แบบ ‘เกินเกิดจำกัด’กับ‘ปลดพันธนาการ’และนี้ก็คือข้อดีของการแปลงรูปโลหะอีกหนึ่งอย่างเพราะไม่มีใครเคยเจอการใช้มิราสประเภทนี้เกิดอาการเกินขีดจำกัดเลย...
กลับมาที่หลี่จินกับหลินฟาน…
หลี่จินที่ซึ่งได้ยินคำถามของหลินฟานก็ไม่ได้ตอบอะไร เขากลับเดินเข้าไปในฐานและหยิบแผ่นไม้หนาประมาณ5 ซม.
พร้อมกับเอาตะปูและค้อนช่างที่เขาสร้างตอนสร้างบ้านออกมา หลี่จินเดินออกไปจากจุดที่หลินฟานยืนอยู่ประมาณ10เมตรและตอกตะปูลงบนต้นไม้ให้ไม่แน่นมาก จากนั้นเขาก็เดินกลับไปหาหลินฟานที่เขาฝากปืนเอาไว้
"นายจะทำอะไรกับไอ้นี้กันแน่...มันไม่น่าจะใช่ธนู" หลินฟานขมวดคิ้วถามพลางมองปืนในมือ
หลี่จินคว้าปืนจากมือของหลินฟานพร้อมกับพูดว่า "มันเป็การโจมตีไกลคล้ายธนู แต่ก็ใช่..มันไม่ใช้ธนูเพราะไอ้นี้ดีกว่าเยอะยิ่งรุ่นพัฒนาของมัน”
พูดจบเขาก็หันไปทางเป้าในระยะ10เมตร มองดูเป้าพร้อมกับยกปืนคาบศิลาขึ้น...เล็งและ...ยิง! ปัง! ะุพุ่งออกไปกับแรงดีดทำให้ปืนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับมีควันลอยพุ่งที่ออกมาจากลำกล้อง
เมื่อควันจางหลี่จินก็มองไปที่เป้า ซึ่งมันก็โชคดีที่โดนไม่งั้นคงอายแย่...หลี่จินที่เห็นเป้าเป็รูก็ลดปืนลง และมองหลินฟานที่สะดุ้งจากเสียงปืน
ส่วนอีกฝ่ายเห็นหลี่จินจ้องตัวเองหลินฟานซึ่งที่จริงจ้องมองไปด้านข้างเพื่อเลี่ยงการสบตาก็รู้สึกตัวขึ้นมา
"โอ้!...เมื่อกี้อะไรกันเสียงมันดังมาก! หรือมันจะเป็อาวุธที่โจมตีด้วยเสียง! "หลินฟานถามด้วยความใ
หลี่จินส่ายหน้าอย่างขำๆถ้าแฟนคลับปืนได้ยินคงต้องท้าหลินฟานต่อยสักยก "เพื่อความยุติธรรมเ้าควรไปเอาไม้ที่ข้าทำเป็เป้ากลับมาดูผลลัพธ์"
ได้ยินที่หลี่กล่าวหลินฟานก็ขมวดคิ้ว เมื่อกี้เหมือนเขาเห็นอะไรแวบๆพุ่งออกมาจากปืนไปหาแผ่นไม้ แต่เพราะมันเร็วมากจนหลินฟานคิดว่าตัวเองเห็นตาฟาด...ถึงจะยังสงสัยแต่ก็ยังเดินไปตรงที่หลี่จินเคยไป…
ถ้าหลี่จินได้ยินความคิดเมื่อกี้ของหลินฟานเขาจะตอบเลยทันทีว่า..
การเห็นลูกกระสนพุ่งออกมาจากลำกล้องแวบๆมันไม่แปลกเลย เพราะการมีมิราสไม่ใช้แค่มีพลังวิเศษ แต่มันยังเพิ่มพลังกาย ความสามารถของสมอง และสัญชาตญาณอีกด้วย...
การที่หลินฟานเห็นลูกกระสนพุ่งออกมาจากลำกล้องแวบๆ มันก็คล้ายกับการชกมวยที่ถึงจะเห็นความเร็วของหมัด แต่มันก็ไม่ใช้ว่าจะหลบได้ทุกครั้ง
และคนธรรมดาก็เห็นะุที่พุ่งออกมาจากปากกระบอกปืนเหมือนกัน แค่ดวงตาประมวลภาพส่งไปให้สมองไม่ทันก็แค่นั้นเอง...
ขณะเดียวกันหลินฟานที่เกะเอาไม้แผ่นและลูกะุออกจากต้นไม้วิ่งกลับไปหาหลี่จินอย่างรวดเร็วพร้อมกับะโ
"หลี่จิน!! มันเป็รูมันถูกเจาะทะลุ!เ หมือนมันจะโดนเหล็กกลมๆนี้เจาะทะลุ!"
"เ้าดูสิ! เหล็กกลมๆอันนี้ทะลุไม้แผ่นและมันก็ฝังตัวบนต้นไม้! เ้าทำได้ยังไง! รึมันเป็ของวิเศษเออ...เ้าอาจจะไม่รู้จักของวิเศษ..." หลินฟานกำลังจะอธิบายแต่หลี่จินขัดขึ้นก่อน
"ข้ารู้จัก..มันเป็สิ่งของที่มีพลังงานบางอย่างเป็ตัวขับเคลื่อนหรือตัวช่วย เช่นดาบที่ใช้ผลึกธาตุทำก็เป็ของวิเศษเช่นกัน"
หลี่จินพูดขัดหลินฟานเพราะก่อนที่เขาจะปลุกมิราสขึ้นเขาก็ใช้เวลาส่วนหนึ่งอ่านหนังสือที่หอสมุดของเมืองเพื่อหาความรู้
"รู้จัก? ครอบครัวของเ้าคงไม่ใช้คนธรรมดา แต่ดูจากของวิเศษที่เ้า...ก็คงจริง" หลินฟานเอามือเท้าคางคิดพร้อมกับพูดออกมา
หลี่จินไม่ตอบ แต่เขาพาหลินฟานเข้าไปในฐานและเชิญให้นั่งลงบนโต๊ะแทน...
"เ้าคิดผิดแล้วปืนมันไม่ใช้ของวิเศษ...และก็อย่างที่ข้าเคนบอกไปบ้านของข้าทำร้านอาหารธรรมดาๆก็เท่านั้นเอง ส่วนเหตุผลที่ข้ารู้จักของวิเศษก็เพราะข้าอ่านจากห้องสมุด..." หลี่จินพูดหลังจากเขาที่เขาวางปือลงบนโต๊ะ
"ห..ห้องสมุดหรอ!! เ้าเห็น!..เออ...เคยเห็นผู้หญิงตัวสูงประมาณใบหูของข้าผมดำมัดผมชอบใส่ชุดสีขาวบางไหม!..แล้วก็เออ..ใช้! สุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือเธอสวยมาก!...แล้วเธอเป็ยังไงตอนนี้"
หลินฟานที่กำลังสำรวจฐานผ่านสายตาแทบโพล่งออกมาทันทีเมื่อคำว่า'ห้องสมุด'หลุดออกจากปากของหลี่จิน ซึ่งเขาก็พึ่งมารู้ตัวเหมือนไม่ค่อยสนใจคำพูดขอหลี่จินเลย
หลี่จินกระพริบตาเก็บอารมณ์สงสัย มองดูหลินฟานที่ตอนนี้มีอาการกระวนกระวายและกังวลกับมีอาการโหยหา...และดูเหมือนจะไม่ได้เจอคนๆนั้นที่เขาพูดถึงเพราะเขาโพล่งออกมาอย่างทันทันทีและก็ยังถามว่า 'เธอเป็ยังไงตอนนี้ทั้งๆที่เรายังไม่ได้บอกว่ารู้จักคนที่หลี่จินเคยพูดถึงหรือเปล่า…’
'เหมือนจะมีเหตุการณ์อะไรบางอย่างเกิดขึ้นในอดีต' หลี่จินคิดพร้อมกับตอบคำถาม
"เหมือนข้าจะเคยเจอเธอคนนั้นอยู่หลายครั้งเธอใส่แต่ชุดขาวที่ไม่มีลายกับชุดคลุมใหญ่สีขาวอีกทม ผมสีดำที่มัดเอาไว้และเธอก็ชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับความรักอยู่คนเดียว แต่บางครั้งก็มีชายหนุ่มนั่งอยู่ด้วย"
หลี่จินพูดเพราะเขาเคยเห็นเธอจริงๆและมันก็แปลกมาก แม้เขาจะเห็นชายหนุ่มที่อยู่ด้วยเป็บางครั้ง แต่ทุกครั้งที่หลี่จินไปห้องสมุดเมืองเขาจะเห็นเธอกำลังอ่านหนังสืออยู่ทุกครั้ง!
และมันจะเกี่ยวข้องกับความรักครอบครัวเป็ส่วนใหญ่ จากนั้นเพราะความสงสัยในบุคคลซึ่งเป็นิสัยจากโลกก่อน
ทำให้เมื่อ2อาทิตย์ก่อนหลี่จินก็เลยเข้าไปอ่านหนังสือที่เธอเลิกอ่าน...ทุกหน้าปกติดีแต่หน้าสุดท้ายมีรอยน้ำเหมือนมีของเหลวหยดลงไป หลี่จินขอเดาว่ามันคือน้ำตา…
หลินฟานที่ได้รับการตอบรับก็โพล่งขึ้นอีกครั้ง
"เ้าเคยเจอหรอ! หลี่จิน...เธอเป็ยังไงบ้าง...เธอยิ้มบางไหม" หลินฟานถามด้วยเสียงขึ้นลงอยู่ดีๆก็ดังอยู่ดีๆก็ค่อยจนหลี่จินแทบไม่ได้ยิน
'ถามว่าเธอยิ้มบางไหมสินะ...ดูเหมือนหลินฟานจะมีความสัมพันธ์กับเธอมากกว่าที่เราคิดตอนแรก...'
หลี่จินประเมินพร้อมกับตอบคำถามของหลินฟาน "ข้าไม่เคยเห็นเธอยิ้มนะ แต่ดูเหมือนจะร้องไห้นะ"
"ร...ร้องไห้หรือ!!!" หลินฟานเหมือนะโเหมือนคนสติแตกจับไหล่ทั้งสองข้างของหลินฟานและเขย่าอย่างแรง
"หลี่จิน!!นายพูดจริงไหม!นายไม่ได้โกหกใช้ไหม!!เ้า...เออข้าขอโทษ"หลินฟานที่รู้สึกตัวรีบผละมือทั้งสองตัวออกจากหลี่จิน
"ไม่เป็อะไร..." หลี่จินไม่ถือสาก็หลินฟานไม่ได้ลงแรง
บวกกับว่าเธอคนนั้นน่าจะสำคัญกับหลินฟานมาก อาจจะมีความสำคัญเท่าชีวิตและเกิดเื่บางอย่างที่มันน่าเศร้าแบบที่หลินฟานแก้ไขแทบไม่ได้
เช่นเราอยากเลี้ยงหมา แต่พ่อแม่ไม่ให้เลี้ยงวันต่อมาสุนัขกลับเสียชีวิตซึ่งตัวเราก็จะเกิดคสามคิดที่ว่าถ้าเรารับเลี้ยงมันได้มันอาจจะไม่ตาย บางคนก็คงโทษพ่อแม่เลยก็ได้...
มันคงเป็เหตุการณ์อะไรทำนองนี้ ไม่งั้นคนที่น่าจะมีความอดทนและร่าเริงอย่างหลินฟานคงไม่สติแตกอย่างที่เป็…
เมื่อเห็นบรรยากาศเริ่มอึดอัดหลินฟานก็รีบพูดขึ้นก่อนอย่างทันที
"หลี่จินข้าจะกลับเข้าไปในเมืองก่อน ข้าจะไปจัดการเื่ร้านอาหารแม่ของเ้าให้เร็วที่สุดเ้าวางใจได้ และวันนี้ข้าก็ต้องขอบคุณเ้าจริงๆที่เล่าเื่เกี่ยวกับเธอให้ข้าฟัง" หลินฟานพูดพร้อมกับเดินออกไปจากฐานทันที ทิ้งหลี่จินเอาไว้คนเดียว...
หลี่จินที่ถูกทิ้งก็มองตามหลังของหลินฟานพร้อมกับยักไหล่และพึมพำว่า "คนมีความรักเนี้ยช่างเืร้อน" …
.........................................................
หลังจากเคลียร์เื่ร้านอาหารได้แล้ว สิ่งต่อไปสิ่งที่หลี่จินจะทำก็คือการสร้างปืนใหญ่ระบบลำกล้องแบบ Bore barrel
ที่จะเจาะลองของลำกล้องปืนเป็วงเกลียวแบบที่ยาวกว่าปกติ และมันจะทำให้ลูกะุปืนหมุนในตอนที่ออกจากลำกล้องทำให้ลูกะุมีแรงเจาะทะลุ
ซึ่งเป็ปืนใหญ่ที่มีความแรงมากที่สุดในตอนนี้ รองจากะุะเิที่ตอนนี้เขายังไม่มีฟิวส์(สิ่งที่ทำให้ะุะเิเมื่อถึงเป้าหมาย)ดีๆ
มีแค่หินเหล็กไฟกับไม้ขีดของยุคนี้ที่เขาไม่รู้ว่ามันทำจากอะไรที่ทำให้เกิดไฟได้ เนื่องจากการทำฟิวส์จากหินเหล็กไฟมันจะทำให้ะุปืนใหญ่ของเขาต้องหวังพึ่งโชคมากเกิดไป การทำเป็ะุที่มีแรงเจาะสูงน่าจะดีกว่า
และเพราะปืนใหญ่ที่หลี่จินสร้างไม่ได้ใช้กับกองทัพ แต่เป็ของที่เขาจะใช้ส่วนตัวมันเลยต้องเคลื่อนที่ได้ง่ายซึ่งจะต้องใช้ล้อ แต่ตอนนี้เขาไม่มีทั้งม้าหรือน้ำมัน ผลที่ตามก็คือแม้แต่ยางเขาก็ยังไม่มีจึงต้องใช้ล้อโบราณไปก่อน…
วัสดุที่หลี่จินเลือกใช้ก็คือเหล็กกล้า ถึงปกติจะต้องใช้เหล็กหล่อเพราะมันขึ้นรูปง่ายกว่า แต่สำหรับเขาที่มีมิราสประเภทแปลงรูปก็คงไม่มีปัญหาอะไร
ซึ่งเหล็กกล้าคือ เหล็กที่มีคาร์บอนผสมอยู่ด้วยเล็กน้อยและอาจจะมีอย่างอื่นผสมอยู่อีกนิดหน่อย
หลี่จินทำมันด้วยการใช้เตาเบสเซเมอร์ที่อัดอากาศเข้าไปเพื่อทำให้คาร์บอนที่เกิดจากที่้า ซึ่งเกิดจากการผสมถ่านได้รับออกซิเจน และกลายเป็คาร์บอนไดออกไซด์ดั้งสมาการ C + O2 = co2 (สมการเอาฮ่าเฉยๆนะครับ ฮ่าฮ่าฮ่า...)
ถึงมันจะช้าและไม่ได้ประสิทธิภาพสูงสุด แต่มันก็ใช้ได้ดีกว่าเหล็กกล้าคาร์บอนสูงที่ทำด้วยวิธีการตีแบบโบราณ...