“อดัม...ฉัน้าให้นายทำความรู้จักกับคุณทาเมร่า เจมส์” บิ๊คฟอร์ดรูทเลดจ์ เป็ผู้จัดการแนะนำขึ้นเสียเอง เนื่องจากฮาโรลด์ สเตนยังพูดโทรศัพท์อยู่“อดัม สเลเตอร์คือเพื่อนร่วมงานของคุณ เขาทำงานอยู่กับบริษัทผม”เขาอธิบายให้เธอฟัง ขณะเดียวกันก็ก้มลงมองใบหน้าทาเมร่าด้วยสายตาโลมเลียมซึ่งยิ่งทำให้ประสาทของเธอสั่นะเืหนักขึ้นไปอีกเพราะในท่าที่มือของบิ๊คฟอร์ดโอบรอบเอวเธอไว้นั้นเขาได้หันไปทางเพื่อนที่ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวนั้นแล้ว
“นายช่วยปลอบใจเธอหน่อยสิ อดัม”บิ๊คเอ่ยขึ้นอีก “รู้ไหมว่าเขากำลังใกับการที่ได้พบกับนายจ้างคนใหม่”
ไม่ต้องสงสัยว่าในสถานการณ์ทางการเงินที่เธอกำลังเผชิญอยู่นั้นประสาทของเธอกำลังหวาดผวามากมายแค่ไหนกับการที่ต้องเผชิญหน้ากับนายจ้างคนใหม่และมันยังมากมายกว่านั้นอีกเท่าใดเมื่อบุคคลผู้นั้นคือบิ๊คฟอร์ด รูทเลดจ์บุรุษผู้มีท่าทางแข็งกระด้าง แสดงออกถึงความเป็ชายชาตรีที่ทระนงนับแต่ครั้งที่มีผู้ชายคนหนึ่งเคยสร้างความวุ่นวายให้กับชีวิตของเธอ แต่เื่นั้นมันก็ผ่านมาเนิ่นนานหลายปีเต็มที นานจนทาเมร่าไม่อาจเรียกความทรงจำนั้นให้กลับคืนมาอีกได้
ทาเมร่ากำลังระแวงอยู่ว่าใบหน้าของตัวเองแดงก่ำขึ้นกับปฏิกิริยาสนองตอบต่อััของเขาเธอพยายามบังคับตัวเองให้จับตาอยู่เฉพาะแต่ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเท่านั้นอยากจะให้ในห้องนี้มีกระจกเงาสักบานเพื่อจะได้มองเห็นหน้ากากที่ชาเย็นราวนักแสดงอาชีพที่สวมไว้
“สวัสดีค่ะ มิสเตอร์สเลเตอร์”ทาเมร่าเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน พร้อมกับก้าวออกไปััมือกับเขาอย่างสุภาพซึ่งการทำเช่นนี้ทำให้เธอสามารถหลบหลีกจากมือที่โอบเอวอยู่ได้
“เป็ความยินดีอย่างยิ่งเลยครับมิสเจมส์” อดัม สเลเตอร์ยิ้มให้เธออย่างชื่นชม
อดัม สเลเตอร์นั้นมีรูปร่างสูงต่ำไล่เลี่ยกับบิ๊คฟอร์ด รูทเลดจ์ เพียงแต่ผอมกว่าเรือนสีน้ำตาลของเขาออกจะมีสีอ่อนกว่าผู้ที่เป็ประธานบริษัท ดวงตาสีน้ำตาลเต็มไปด้วยแววอบอุ่นไม่คมปลาบเหมือนดวงตาสีเขียวคู่นั้น กิริยาท่าทางของเขาไม่ได้ทำให้ทาเมร่ารู้สึกว่ากำลังถูกคุกคามเลย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะอธิบายถึงเจตจำนงของบิ๊คฟอร์ด รูทเลดจ์ ไปในทำนองที่ว่า เขากำลังข่มขู่เธออยู่อันตรายจากบุคคลผู้นี้ดูจะลี้ลับกว่านั้นมากนัก
ฮาโรลด์ สเตนวางโทรศัพท์ลงหันมาบอกกับทุกคนว่า
“แซนด์วิชกับกาแฟจะมาถึงภายใน 20นาทีนี้ครับ” เขาก้าวออกมาอย่างรวดเร็วจนเกือบจะชนกับเก้าอี้ที่อดัมเข็นเข้ามา“อ้อ...คุณได้เก้าอี้แล้ว ถ้าอย่างนั้นก็เชิญนั่ง ทำตัวให้สบายกันก่อนดีไหมครับ?”
ขณะทาเมร่าหันไปเพื่อจะปฏิบัติตามคำแนะนำนั้นเธอก็เผชิญเข้ากับแผงอกว้างของบิ๊คฟอร์ด รูทเลดจ์มีช่องแคบเท่านั้นที่จะเบี่ยงตัวออกมาจากเขาได้
“คุณจะนั่งตรงโต๊ะฉันก่อนก็ได้นี่คะมิสเตอร์รูทเลดจ์” ทาเมร่าแสดงน้ำใจ
“ผมไม่ได้คิดจะไล่คุณไปไหนนี่”เขาตอบเป็เชิงปฏิเสธ ก่อนจะเบี่ยงตัวให้เธอเดินหลีกออกไป“ทานอาหารกลางวันของคุณต่อเถอะ ไม่ต้องรอเราก็ได้”
ถ้าจะพูดกันตามความเป็จริงแล้วทาเมร่าไม่ได้อยากจะกินโยเกิร์ตที่เหลืออยู่ในถ้วยต่อเลยแม้แต่น้อย เหตุผลที่เธอจำต้องยกถ้วยกับช้อนขึ้นก็เพื่อจะให้มือของตัวเองได้มีอะไรทำบ้างเท่านั้น
อดัม ยืนยันให้ฮาโรลด์สเตนผู้สูงวัยกว่านั่งลงบนเก้าอี้หมุนตัวที่เขาเข็นเข้ามาส่วนตัวเขาเองนั้นเดินไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พนักตรง ซึ่งตั้งอยู่ตรงมุมห้องดังนั้นจึงเหลือเก้าอี้อีกเพียงตัวเดียว ที่ตั้งอยู่หน้าโต๊ะทำงานของทาเมร่าสำหรับให้บิ๊คฟอร์ด รูทเลดจ์นั่ง
เนื่องจากเป็คนช่างจำนรรจาอยู่แล้วฮาโรลด์ สเตนจึงผูกขาดการสนทนาไว้แต่เพียงผู้เดียว ทาเมร่าเองก็แสร้งทำเป็สนใจกับเื่ที่เขากำลังพูดอยู่ทั้งๆที่จับใจความไม่ได้เลยแม้แต่คำเดียว รู้สึกมันหนักหนาขึ้นเรื่อยๆกับการที่จะแสร้งทำเป็ไม่ใส่ใจกับความจริงที่ว่า...เธอกำลังถูกมองอย่างสำรวจตรวจตรา บิ๊กฟอร์ด รูทเลดจ์ดูจะให้การสนใจกับการรับประทานของเธอจนออกนอกหน้า นับแต่เธอส่งช้อนเข้าไปในปากจนถึงตอนที่เธอเลียโยเกิร์ตที่ติดอยู่บนริมฝีปากบน และแม้แต่การกลืนเข้าไปในลำคอดูราวกับเขาเพลิดเพลินเจริญใจกับภาพตรงหน้านั้นเป็อย่างยิ่ง ความคิดของทาเมร่าเริ่มระส่ำระสาย จนในที่สุดเธอก็ต้องวางถ้วยที่เกือบจะหมดลงบนโต๊ะ ไม่้าแสดงอะไรให้เขาดูอีกต่อไป
สายตาของเขาเปลี่ยนจากการมองถ้วยโยเกิร์ตมาเป็มองหน้าเธอแทน
“นี่ผมนั่งมองดูคุณลดอาหารอยู่หรือนี่?”เขาถามเบาๆจนเธอเองก็เกือบจะไม่ได้ยินขณะเดียวกันเขาก็กวาดสายตามองไปทั่วเรือนร่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าชุดที่เธอสวมใส่อยู่เหมือนที่เคยทำมาแล้ว
แปลกนัก...ที่ทาเมร่ากลับไม่ได้รู้สึกว่าการมองของเขาเป็การดูิ่แต่อย่างใด ทั้งๆที่มันเหมือนกับอยากจะเปลือยร่างเธอก็จริงแต่ความหมายของมันไม่ได้เป็เพียงแค่นั้น...อันตรายดูจะซ่อนอยู่ล้ำลึกมาก
“ไม่ใช่หรอกค่ะ เพราะความจริงมันก็เป็เพียงแค่อาหารบำรุงร่างกายราคาถูกที่สุดเท่านั้น” เธอพูดเรียบๆ
มีเสียงเคาะดังขึ้นตรงหน้าประตูก่อนที่มันจะถูกกระชากให้เปิดออก
“มิสเจมส์คะใครไม่รู้ขโมยเก้าอี้ฉันไป...”ซูซานแทบจะเปลี้ยไปทั้งตัวเมื่อพูดจบประโยคและพอดีเหลือบไปเห็นว่ามิสเตอร์สเตนนั่นเองที่นั่งอยู่ในเก้าอี้ตัวนั้นและยังมีผู้ชายแปลกหน้าอยู่ในห้องด้วยอีก 2 คน“ฉันไม่ทราบว่าเป็คุณเองค่ะที่เอาเก้าอี้มา มิสเตอร์สเตน”เธอมองทาเมร่าอย่างจะขอโทษ “ไม่เป็ไรค่ะ ฉันหาใหม่ก็ได้”
“ขอบใจมากซูซาน” ทาเมร่ายิ้มแต่ในลักษณะที่เธอระมัดระวังท่าทีอยู่นั้น ทำให้มันดูไม่เป็ไปตามธรรมชาติเลย...
ก่อนที่ซูซานจะปิดประตูลงเด็กรับใช้ก็เดินถือถาดแซนด์วิขเข้ามาส่งและเป็ขณะเดียวกันกับที่อดัมเริ่มลงมือตั้งคำถามเอากับเธอ...ซึ่งก็เป็การพูดคุยเชิงซักถามกันตามธรรมเนียมและทาเมร่าก็ตั้งสมาธิมั่นให้ความสนใจกับการสนทนาที่เขาเป็ผู้เริ่มต้นขึ้น...
เมื่อฮาโรลด์ สเตนดื่มกาแฟจากถ้วยพลาสติกสไตโรฟอร์มหมดลง บิ๊คฟอร์ด รูทเลดจ์ก็เอ่ยขึ้นว่า
“ผมรู้ว่าคุณคงอยากกลับไปทำงานต่อแล้วนะฮาโรลด์แล้วผมก็คิดว่า ลำพังมิสเจมส์ก็คงจะตอบข้อซักถามของอดัมได้”
“ครับ จริงทีเดียว ผมก็กำลังอยากจะกลับไปทำงานอยู่พอดี”ท่าทางของฮาโรลด์ สเตนบอกความโล่งใจอยู่ไม่น้อยลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วก่อนที่รูทเลดจ์จะเปลี่ยนใจเสียก่อน
ทาเมร่าอ้าปากเหมือนจะทักท้วงเธออยากให้มิสเตอร์สเตนนั่งอยู่คอยเป็กำลังใจตลอดบ่ายวันนี้แต่เขาก็ได้แสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าอยากออกไปเสียให้พ้นๆแล้วเธอจะเรียกเขาไว้ได้อย่างไร ถ้าเธอแสดงท่าทีอะไรออกไปอาจทำให้รูทเลดจ์หรือสเลเตอร์สงสัยขึ้นมาก็ได้...
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเธอจะต้องไม่ทำอะไรให้ผิดปกติอย่างเด็ดขาด บางที เธออาจจะพูดให้นายจ้างคนใหม่เข้าใจได้ ว่าสิ่งที่เธอได้ทำลงไปนั้นมันก็ไม่ใช่ความผิดเสียทั้งหมดมันน่าจะเป็เพียง “ความไม่ถูกต้องเล็กน้อย”เท่านั้น แต่ก่อนที่เธอจะตัดสินใจพูดเื่นี้กับนายจ้างคนใหม่ซึ่งท่าทางน่ากลัวอยู่ไม่น้อยนั้น เธอก็ยังไม่อยากลำเอียงเข้าข้างตัวเองเกินไปนักนอกเสียจากเหตุการณ์มันจะดำเนินไปในรูปแบบที่ดีกว่านี้
ดังนั้นทาเมร่าจึงไม่ได้แสดงท่าทีทักท้วงการปลีกตัวออกไปก่อนของฮาโรลด์ สเตนและอดัมก็เริ่มต้นงานของเขาด้วยการขอดูบันทึกต่างๆเพื่อเป็แนวทางในการที่จะทำความเข้าใจกับระบบการทำงานของเธอก่อนที่จะมีการตรวจสอบบัญชีกัน ทาเมร่าแอบถอนใจอย่างโล่งอก เมื่อรู้ว่าจะไม่มีการตรวจสอบบัญชีกันในวันนี้และเริ่มรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้างเพราะเธอกับอดัมนั้นพูดภาษาเดียวกันอยู่แล้ว
เขาดึงเก้าอี้ตัวที่นั่งอยู่เข้ามาตั้งเยื้องไปทางด้านหลัง เพื่อจะได้นั่งลงข้างๆเธอขณะลงมือตรวจสอบสมุดบัญชีแยกประเภท ส่วนบิ๊คฟอร์ดรูทเลดจ์ นั่งคงนั่งอยู่ในเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน และเนื่องจากทาเมร่ายุ่งอยู่กับงานเธอจึงไม่ได้รู้สึกรำคาญกับการที่เขามานั่งจ้องอยู่ตรงหน้าอีกต่อไป เขาเองก็สอบถามบางปัญหาด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาได้ติดตามให้ความสนใจในการสอบถามและการอธิบายกันอยู่ตลอดเวลาด้วย
“คุณคงไม่รังเกียจนะครับถ้าผมจะถอดเสื้อนอกออก”เขาถามเป็เชิงขออนุญาตหลังจากที่ได้เข้ามานั่งรวมกันอยู่ในห้องทำงานของเธอเกือบจะชั่วโมงแล้ว
“ไม่ค่ะ ไม่รังเกียจเลย” เธอตอบแต่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองตอนที่เขาถอดเสื้อนอกออก
“อา...เป็ความคิดที่เข้าท่ามาก”อดัมยืนขึ้นและถอดเสื้อนอกออกบ้าง ขยับเนกไทสีน้ำเงินลายทองให้หลวมขึ้นก่อนจะกลับทรุดตัวลงนั่ง เขาถือโอกาสปลดกระดุมข้อมือและถลกแขนเสื้อขึ้นเสียด้วยเลย
การเปลี่ยนรูปแบบการแต่งตัวจากชุดที่ดูเป็นักธุรกิจมาเป็การทำตัวตามสบายเช่นนี้เป็ไปอย่างรวดเร็วเหมือนการเปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวละคร ทาเมร่าเองก็พลอยรู้สึกกระตือรือร้นตามอดัมไปด้วย ขณะลงมือทำงานที่เกี่ยวกับตัวเลขต่อเขาเองดูจะเพลิดเพลินกับงานตรงหน้าอย่างมากซึ่งก็เช่นเดียวกับเธอ ทั้งคู่ต่างซักถามโต้ตอบกันในเื่ที่เกี่ยวกับระบบการทำบัญชี เพื่อที่จะศึกษาหาลู่ทางในการสร้างระบบให้ง่ายขึ้น ภายหลังจากที่มีการรวมบริษัทเข้าด้วยกันแล้ว