เหตุใดข้ามาอยู่ในร่างขององค์ชายไร้ค่า

    ภาค 2 บทที่ 11 : คำถาม

    บทที่ 11 คำกล่าวที่ลั่นออกมาจากปากของบุรุษชุดขาวงามสง่าที่ยืนอยู่กลางห้อง คำกล่าวของเขานั้นทำให้ผู้คนภายในห้องรู้สึกประหลาดใจ ฮ่องเต้ของแคว้นหลี่นั้นมีบุตรอยู่สี่คน องค์ชายใหญ่ว่าที่องค์รัชทายาท องค์ชายรองหลี่เต๋อ และองค์หญิง และสุดท้ายก็คือองค์ชายที่ไร้ค่าของแคว้นหลี่นั้นก็คือหลี่หยางหลง ตอนนี้องค์ชายหยางหลง บัดนี้ทั้งสามก็อยู่ในที่แห่งนี้แล้วเหตุใดบุรุษผู้นี้ถึงกล่าวเรียกฮ่องเต้แห่งแคว้นหลี่ว่าบิดากัน ผู้คนที่ได้ยินต่างไม่เข้าใจหรือบุรุษผู้นี้จะเป็นบุตรที่เก็บซ้อนเอาไว้ของฮ่องเต้กัน คำถามต่างๆเริ่มตั้งคำถามภายในใจของตนเอง องค์ชายรองหลี่เต๋อเขานั้นได้มองไปด้วยหยางหลงอย่างไม่เชื่อสายตาของตนเอง บุรุษที่เขานั้นเกลียดชั่งกลับมาจากความตายแล้วยืนเบื้องหน้าของเขา สายตาอันเย็นชาของหยางหลงนั้นปรายตามองมาที่องค์ชายรองหลี่เต๋อที่กำลังมองเขาอยู่ เมื่อสายตาคู่นั้นมองตรงมาที่เขาองค์ชายหลี่เต๋อนั้นถึงกับผงะไปครู่หนึ่ง เขานั้นไม่เคยถูกผู้ใดจ้องด้วยสายตาเช่นนี้ยิ่งเป็นหยางหลงนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง พี่ชายต่างมารดาของเขานั้นไม่มีความกล้าแม้แต่จะจ้องใบหน้าของเขาด้วยซ้ำ เสียงซุบซิบของเหล่าแขกผู้มาร่วมงานเฉลิมฉลองครั้งนี้เริ่มดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ‘เขาเรียกว่าเสด็จพ่อและ’ ‘นั้นสิแบบนี้ชายผู้นี้ก็เป็นองค์ชายของแคว้นหลี่สิ’ ‘เจ้าบ้าหรือองค์ชายของแคว้นหลี่มีเพียงสามคน ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่สองคนเท่านั้น ชายผู้นี้จะเป็นองค์ชายของแคว้นหลี่ได้เช่นไร’ เสียงซุบซิบเหล่านั้นเริ่มลอยตามอากาศผ่านเข้ามาภายในหูของฮ่องเต้ผู้เคร่งขรึม เขานั้นไม่ได้แสดงอาการอันใดออกมาจนออกนอกหน้าเพราะการที่แสดงอะไรออกมาจะทำเป็นว่าตนเองนั้นร้อนตัว “ ทหาร!!!! ” องค์ชายรองหลี่เต๋อนั้นตะโกนดังลั่น เสียงฝีเท้ามากมายได้ดังมาจากด้านนอกท้องพระโรงอันกว้างใหญ่แห่งนี้ บุรุษชุดขาวงามสง่านที่อยู่ใจกลางท้องพระโรงนั้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้ามากมายนั้นได้หันร่างกายของตนเองกลับไปมองทางประตูบานใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง เหล่าทหารองครักษ์มากมายนั้นวิ่งกรูเข้ามาจากทางประตูบานใหญ่ ทหารองครักษ์ทุกนายนั้นมีอาวุธครบมือวิ่งผ่านประตูเข้ามา พวกเขานั้นรู้หน้าที่ของตนเองอยู่แล้วเหล่าทหารองครักษ์ได้วิ่งเข้าหาหยางหลง บุรุษชุดขาวงามสง่าที่ถือกระบี่อยู่ในมือขวาของตนเองนั้นไม่รู้สึกหวั่นไหวเลยสักนิดแม้จะเห็นศัตรูมากมายวิ่งเข้ามา ความเยือกเย็นของเขานั้นทำให้ผู้คนที่เห็นนั้นก็ต่างประหลาดใจตามกันไป ร่างกายที่เรียกเร้นลมปราณออกมาจากจุดชีพจรทั้งสิบแปดในร่างกายของผู้ที่ถือครองลมปราณมังกรสวรรค์ ลมปราณสีทองที่แผ่ออกมาจากร่างกาย สายตาที่เยือกเย็นของบุรุษผู้นั้นได้มองตรงไปทีทางเหล่าทหารองครักษ์ที่กำลังวิ่งเข้ามา ภาพของบุรุษชุดขาวผู้นั้นได้สะท้อนอยู่ภายในดวงตาของผู้คนที่มาร่วมงานเฉลิมฉลองในครั้งนี้ บุรุษชุดขาวเขานั้นกำลังเป็นที่จับจ้องของผู้คนรอบข้าง ทันใดนั้นเองดวงตาของเหล่าแขกที่มาร่วมงานที่กำลังจับจ้องไปที่บุรุษผู้นั้นก็ได้มองเห็นอะไรบางอย่าง ร่างกายที่สง่างามของบุรุษผู้แสนเยือกเย็นผู้นั้นลมปราณที่แผ่ออกมาจากร่างกายเมื่อโคจรลมปราณไปที่จุดทั้งสิบแปดของร่าง ลมปราณสีทองที่แผ่ออกมานั้นแปรเปลี่ยนกลายเป็นมังกรสีทองที่พันล้อมรอบกายของเขา ทุกผู้นั้นเห็นเช่นเดียวกันทั้งหมด ดวงตาหลายสิบคู่ที่เบิกกว้างขึ้นเพราะความตกใจ ไม่เว้นแม้แต่ฮ่องเต้ผู้เคร่งขรึมผู้นั้นเขาเองก็ยังหลุดสีหน้าแห่งความตกใจออกมาเลย แน่นอนสิ่งที่พวกเขานั้นเห็นทุกผู้ต่างรู้ดีอยู่แล้วว่ามันคืออันใดกัน ลมปราณที่หายากที่สุดในแผ่นดินหนึ่งในหนึ่งล้านคน ลมปราณแห่งสวรรค์ที่จะเลือกผู้ที่ครอบครอง ขนาดในราชวงศ์เองก็ยังไม่มีผู้ใดเคยได้รับมาเลยสักคน แต่ก่อนหน้านั้นมีเพียงผู้ที่ก่อตั้งราชวงศ์หลี่ขึ้นมาเท่านั้นที่เคยกล่าวว่าได้รับมัน เขานั้นทำให้แคว้นหลี่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะเช่นนั้นเหล่าคนภายในราชวงศ์หลี่นั้นต่างเฝ้ารอคนของราชวงศ์ที่จะได้รับลมปราณแห่งสวรรค์นี้มานานแสนนาน แต่บัดนี้มันก็ปรากฏขึ้นมาตรงเบื้องหน้าของพวกเขา ฮ่องเต้ผู้เคร่งขรึมนั้นยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสิ่งที่เขานั้นตามหามาทั้งชีวิต แต่มันกลับปรากฏขึ้นมาจากบุตรชายที่แสนไร้ค่าของตนเอง ถึงแม้หยางหลงนั้นจะเรียกเร้นลมปราณมังกรสวรรค์ออกมาได้แต่ความเกลียดชังภายในใจของผู้เป็นบิดานั้นก็ไม่ได้ลดลงเลยสักนิด แต่มันกลับจะเพิ่มพูนขึ้นด้วยซ้ำความคิดของเขานั้นกลับพังทลายไปทั้งหมดเพราะบุตรชายอันไร้ค่าผู้นี้ ผู้อาวุโสทั้งสี่ของสำนักนภาหยินหยางนั้นต่างมองร่างของหยางหลงอย่างตาไม่กระพริบ แน่นอนว่าพวกเขานั้นต้องตื่นตระหนกไม่แปลกใจ เพราะมันเป็นปราณที่มีผู้ครองครอบน้อยมากในแผ่นดินนี้ เขานั้นมิใช่หยางหลงเขาคือเหยียนเหอแต่ความรู้สึกเคลียดแค้นที่อยู่ภายในใจนี้เป็นของจริง ความเคลียดแค้นที่มีแต่ราชวงศ์หลี่ที่กระทำกับหยางหลงนั้นปักลึกอยู่ภายในใจของเขา เมื่อหวนคิดถึงมันเหยียนเหอนั้นก็เจ็บอยู่ภายในใจราวกับมันเป็นเรื่องราวที่เขานั้นพบเจอกับตัว ฟันบนและฟันล่างนั้นกัดกันแน่นแสดงถึงความโกรธที่อัดแน่นอยู่ภายในหน้าอก ฝ่ามือซ้ายของเขาที่ว่างเปล่าอยู่นั้นได้เรียกเร้นลมปราณทั่วทั้งร่างของตนเองก่อนจะหมุนร่างกายแล้วซัดฝ่ามือซ้ายนั้นออกไปใส่เหล่าทหารองครักษ์ที่วิ่งกรูเข้ามา ลมปราณสีทองที่อัดแน่นอยู่ภายในฝ่ามือนั้นได้ถูกปล่อยออกมาจาก ลมปราณที่แปรเปลี่ยนกลายเป็นมังกรได้พุ่งออกมาจากฝ่ามือที่ซัดตรงออกไป มังกรสีทองได้พุ่งกระแทกร่างของเหล่าทหารองครักษ์พวกเขานั้นที่กำลังวิ่งกรูเข้ามาหาหยางหลง เพียงฝ่ามือเดียวเท่านั้นซัดร่างของเหล่าทหารองครักษ์เหล่านั้นกระเด็นลอยออกไปจากประตูบานใหญ่ของท้องพระโรงแห่งนี้ “ นั้นมี...ฝ่ามังกรแปดเซียน!!! ” ผู้อาวุโสหนึ่งของสำนึกนภาหยินหยางนั้นกล่าวขึ้นด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นวรยุทธที่หยางหลงนั้นแสดงออกมา มิแปลกที่เขานั้นจะตกใจเพราะเคล็ดวิชานี้เป็นเคล็ดวิชาที่สูญหายไปของสำนักนภาหยินหยาง ตำราของเคล็ดวิชานั้นหายไปจากสำนักนภาหยินหยางประมาณยี่สิบปีแล้ว ตั้งแต่เจ้าสำนักคนปัจจุบันนั้นขึ้นมารับตำแหน่งเจ้าสำนักของสำนักนภาหยินหยาง ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้คนหลังจากหยางหลงนั้นแสดงเคล็ดวิชาที่หายยากให้ได้ชม สิ่งของฝีเท้าที่รีบรุกเข้ามาจากด้านนอกของท้องพระโรง ความร้อนรนของผู้ที่เป็นเจ้าของฝีเท้านั้นแสดงออกมาจากเสียงลงฝีเท้าที่หนักแน่น ผู้ที่ปรากฏกลายออกมานั้นคือเหยียนหานที่เป็นข้ารับใช้คนสนิทของเขา เหยียนหานนั้นวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางร้อนรนเมื่อดวงตาของเขานั้นเห็นผู้เป็นนายที่ไม่ได้พบนานปรากฏกายขึ้นมา เหยียนหานนั้นก็แสดงความดีใจออกมาจากใบหน้าของตนเองอย่างเห็นได้ชัด ภายในใจของเหยียนหานนั้นอยากจะวิ่งเข้าไปกอดองค์ชายของตนเองแต่เขานั้นก็ข่มใจเอาไว้ หยางหลงได้ยิ้มให้กับข้ารับใช้คนสนิทของตนเองเมื่อเห็นเหยียนหานนั้นวิ่งเข้ามา ก่อนที่เขานั้นจะกลับไปเป็นใบหน้าที่เย็นชาเช่นเดิม “ องค์ชาย.. ” เหยียนหานนั้นเอ่ยอย่างอัดอั่นใจเขานั้นแทบอยากจะร่ำไห้ออกมาจริงๆ ผู้คนนั้นได้ยินคำว่าหยางหลงหลุดออกมาจากปากของเหยียนหาน พวกเขานั้นเริ่มตั้งข้อสงสัยอีกครั้งหนึ่ง การที่จะเรียกว่าองค์ชายนั้นแปลว่าบุรุษผู้นี้เป็นบุตรชายของฮ่องเต้แห่งแคว้นหลี่จริงๆ ถ้าเช่นนั้นบุรุษผู้นี้เป็นองค์ชายคนไหนกันเล่า เหล่าผู้ที่มาเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองเริ่มตั้งคำถาม บุรุษชุดขาวงามสง่าได้หันร่างกายของตนเองกลับมาเผชิญหน้ากับผู้เป็นบิดาอีกครั้ง ความเยือกเย็นที่อยู่บนใบหน้านั้นไม่ว่าผู้ใดก็สามารถมองออกว่ามันแฝงไปด้วยความเคลียดแค้น  บุรุษชุดขาวผู้นั้นได้ยกกระบี่ในมือของตนเองขึ้นก่อนที่จะปักมันลงไปที่พื้นของท้องพระโรง ปัง!!! ปลายฝักกระบี่สีขาวได้ถูกปักลงไปที่พื้นกระเบื้องของท้องพระโรงมันตั้งตระหง่านอยู่แนวตรง ดวงตาที่เยือกเย็นนั้นมองตรงขึ้นไปหาบิดาของตนเองที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เบื้องหน้า   มือนั้นคว้ากระบี่ข้างกายขึ้นก่อนจะขวางออกไปอย่างรวดเร็วราวกับปามีดสั้นเล่มเล็กๆ คมกระบี่สีฟ้าโปร่งใส่ได้เฉือนผ่านแก้มของผู้เป็นบิดาก่อนจะปักทะลุไปที่ด้านหลังของบัลลังก์ ทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
    โลหิตสีแดงสดของผู้เป็นบิดานั้นไหลออกมาจากบนใบหน้าด้วยฝีมือของเขา ชายผู้นี้เป็นบิดาของหยางหลงแต่มิใช่บิดาของเขาสักหน่อย ผู้คนต่างตื่นตระหนกเมื่อเห็นการกระทำของบุรุษผู้นั้น
    “ ฝ่าบาท!!!  ” เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างเอ่ยขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ ผู้ใดที่กำลังฮ่องเต้ถึงว่าเป็นกบฏ 
    แต่ดูเหมือนว่าเหล่าคนของสำนักนภาหยินหยางนั้นจะสนใจมิใช่การที่มีคนทำร้ายฮ่องเต้ถ้าเป็นกระบี่เล่มนั้นต่างหาก ‘กระบี่หยดน้ำค้างแข็ง’ ที่เป็นสมบัติของสำนักนภาหยินหยางตอนนี้ก็ปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าของพวกเขาแล้ว

    จบบท

    คล้ายกับเรื่องเหตุใดข้ามาอยู่ในร่างขององค์ชายไร้ค่า ที่คุณอ่าน