[นิยายแต่งเอง]จักรพรรดิเทียนถางสยบฟากฟ้า

    ตอนที่41 พบโป้ยอวี่

    ตอนที่41 พบโป้ยอวี่

     

    “วิ้ง ตูม”เทียนถางและโป้ยหมางจ้องมองหน้ากันก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่กันอย่างรวดเร็วกระบี่สีแดงปรากฏในมีของโป้ยหมางมันมีลวดลายราวกับลาวาที่ร้อนระอุและเทียนถางก็ห่อหุ้มหอกของมันด้วยไอเย็นที่เยือกเย็นสุดจะหยั่งถึงทั้งสองฟาดฟันศาสตราวุธเข้าใส่กันอย่างรวดเร็วเมื่อปะทะกันก็เกิดคลื่นระเบิดที่รุนแรงพุ่งออกไปทั่วทันที

     

    “ทั้งสองแข็งแกร่งมาก”บรรพบุรุษตระกูลโป้ยกล่าวออกมาอย่างประหลาดใจเพราะว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของพวกมันคือการต่อสู้ของรุ่นเยาว์แต่มันเหนือชั้นกว่ามากเทียนถางฟาดหอกเมฆดำตะวันแดงออกไปอย่างรวดเร็ว โป้ยหมางเองก็ฟันดาบเข้าปะทะการต่อสู้เริ่มรวดเร็วขึ้นเป็นอย่างมาก

     

    “กระบี่เพลิงระอุ”โป้ยหมางคำรามออกมาอย่างเย็นชาพร้อมฟันคลื่นเปลวเพลิงที่รุนแรงเข้าใส่เทียนถางอย่างรวดเร็วแต่เทียนถางสามารถที่จะปลดปล่อยไอเย็นที่รุนแรงออกมาและใช้ทักษะ หอกเหมันทะลวงจิตหลังจากนั้นมันก็แทงหอกเมฆดำตะวันแดงออกไปอย่างรวดเร็วหลายร้อยครั้งหลายพันครั้งจนคลื่นกระบี่เพลิงระอุจนกลายเป็นละอองพลังเท่านั้น

     

    “เจ้าทำให้มันสมบูรณ์แล้วเช่นนั้นหรือ”โป้ยหมางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเย็นชาและเทียนถางก็ยิ้มออกมาอย่างเย็นชาก่อนที่จะปลดปล่อยพลังแห่งธรรมชาติส่งเข้าไปภายในหอกเมฆดำตะวันแดงอย่างรวดเร็วเทียนถางเหวี่ยงหอกออกไปอย่างรวดเร็วทันที

     

    “ข้าทำให้มันแข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่า”ด้วยพลังที่รุนแรงของหอกนี้สร้างคือพายุเหมันพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วโป้ยหมางใช้ทักษะ กระบี่เพลิงระอุอีกครั้งฟันคลื่นเพลิงออกไปอย่างรวดเร็วแต่ด้วยพลังที่รุนแรงของพายุเหมันของเทียนถางก็สามารถที่จะทำลายคลื่นเพลิงของโป้ยหมางได้และกระแทกร่างกายของโป้ยหมางจนปลิวออกไปเทียนถางกล่าวออกมาอย่างสนุกสนานและปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอีกครั้ง

     

    “เจ้านี้สุดยอดจริงๆน้องถางเจ้าสามารถที่จะทำให้ทักษะที่แข็งแกร่งอยู่แล้วแข็งแกร่งขึ้นไปอีก”โป้ยหมางกล่าวออกมาอย่างสนุกสนานทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะบรรพบุรุษตระกูลโป้ยมันเต็มไปด้วยสีหน้าแตกตื่นเพราะมันมีคิดว่าเทียนถางจะสามารถที่จะเพิ่มพลังของทักษะให้แข็งแกร่งขึ้นได้เห็นนี้มันรู้จักทักษะนี้คือทักษะหอกเหมันทะลวงจิต ซึ่งอยู่ในระดับแปด แต่ตอนนี้มันมีพลังเท่ากับทักษะระดับเก้าเลยก็ว่าได้

     

    “เด็กนี้มหัศจรรย์เสียจริง”บรรพบุรุษตระกูลโป้ยกล่าวออกมาอย่างมีความสุขเพราะว่าตอนนี้เทียนถางได้แสดงถึงพรสวรรค์ที่มากมายของมันไหนหลายด้าน เทียนถางและโป้ยหมางเข้าปะทะกันอีกครั้งอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนเกิดคลื่นพลังที่รุนแรงพุ่งออกไปทั่วทิศ

     

    “ปัก ฟุม”ระหว่างการต่อสู้เทียนถางได้ซัดดรรชนีเบิกฟ้าออกไปอย่างรวดเร็วและมันพุ่งทะลุไหล่ของโป้ยหมางด้วยความเร็วสูงโป้ยหมางเต็มไปด้วยความตกตะลึงก่อนที่จะพุ่งถอยหลังออกไปมันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแต่เทียนถางพุ่งตามไปด้วยความเร็วสูงก่อนที่จะเหวี่ยงหอกสร้างพายุเหมันขึ้นอย่างรวดเร็ว

     

    “เพลิงลาวาพินาศ”โป้ยหมางกล่าวออกมาอย่างเย็นชาเมื่อมันเหยียบลงไปที่พื้นพร้อมกับที่แทงกระบี่ของมันลงไปที่พื้นปรากฏเพลิงลาวาที่ใต้เท้าของเทียนถางอย่างรวดเร็วและเทียนถางก็เคลื่อนไหวหลบอย่างรวดเร็วแต่ก็มิสามารถที่จะหลบได้อย่างแน่นอนเสาลาวาปรากฏขึ้นพุ่งเข้าใส่เทียนถางอย่างรวดเร็ว

     

    “นี้ข้าทำสิ่งใดไป”เสาลาวาพุ่งเข้าใส่เทียนถางอย่างรุนแรงทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงโป้ยหมางกล่าวออกมาอย่างตกตะลึงเพราะมันคิดว่ามันสังหารเทียนถางไปแล้วบรรพบุรุษตระกูลโป้ยพร้อมที่จะพุ่งเข้าไปช่วยเหลือเทียนถางแต่แล้วเสาลาวาก็เริ่มกลายเป็นเหมันขนาดใหญ่และมันก็แตกออกจนหมดสิ้น

     

    “พี่หมาง ท่านเกือบจะสังหารข้าแล้วนะ”เทียนถางจ้องมองไปที่โป้ยหมางและกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเย็นชาโป้ยหมางยิ้มออกมาด้วยสีหน้าโล่งอกและทุกคนเต็มไปด้วยความสับสนที่เทียนถางสามารถที่จะทำลายพลังแห่งทักษะของโป้ยหมางได้

     

    “มาต่อกันเถอะ”เทียนถางกล่าวออกมาและกวักมือเรียกโป้ยหมางหลังจากนั้นเทียนถางและโป้ยหมางก็พุ่งเข้าใส่กันอีกครั้งการต่อสู้เริ่มขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้เทียนถางได้เปรียบโดยที่โป้ยหมางมิสามารถที่ตะตอบโต้ได้เลยเพราะว่ามันบาดเจ็บที่แขนขวาเป็นแขนที่สามารถที่จะใช้กระบี่ได้เทียนถางปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างรุนแรง

     

    “ฟิ้ง ตูม”หอกเมฆดำตะวันแดงเข้าปะทะกับกระบี่ของโป้ยหมางอย่างรวดเร็วแต่โป้ยหมางมิสามารถที่จะชิงความได้เปรียบกลับมาเลยเพราะว่ามันมิสามารถที่จะใช้กระบี่สู้ได้อย่างถนัดเลยเทียนถางสะบัดมือหอกไปมาอย่างรวดเร็วและฟาดเข้าใส่เอวของโป้ยหมางจนมันปลิวออกไปอย่างรวดเร็วและพุ่งไปตามพื้น

     

    “ข้ายอมแพ้แล้ว”โป้ยหมางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจังและกระอักโลหิตออกมาจำนวนมากทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงก่อนที่จะพุ่งเข้ามาล้อมรอบร่างกายของโป้ยหมาง เทียนถางจ้องมองไปที่โป้ยหมางและลอยเข้าไปด้านข้างพร้อมว่างมือลงไปที่อกของโป้ยหมางและส่งพลังธรรมชาติเข้าไปเพื่อรักษาร่างกายของโป้ยหมาง

     

    “เขาจะหายในอีกสองถึงสามวัน”เทียนถางกล่าวออกมาอย่างจริงจังอีกครั้งก่อนที่จะลอยกลับไปนั่งที่รถเข็นและจ้องมองคนตระกูลโป้ยพาโป้ยหมางออกไปหลังจากนั้นบรรพบุรุษตระกูลโป้ยเดินเข้ามาที่ด้านหน้าของเทียนถางด้วยรอยยิ้ม เทียนถางเต็มไปด้วยความประหลาดใจเพราะว่าเทียนถางพึ่งจะฟาดอัจฉริยะตระกูลโป้ยจนปลิวออกไปเช่นนั้น

     

    “ข้าต้องการที่จะพาเจ้าไปที่บ้านพักของข้าเพื่อพบหลานตัวน้อยของข้าโป้ยอวี่”บรรพบุรุษตระกูลโป้ยกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจังนั้นทำให้เทียนถางเต็มไปด้วยสีหน้าประหลาดใจแต่รุยกับมูนแสดงออกถึงความหึงหวงอย่างแน่นอนคุนรินเต็มไปด้วยความขบขันกับสิ่งที่เกิดขึ้น

     

    หลังจากนั้นเทียนถางและกลุ่มก็มุ่งหน้าไปที่บ้านพักของบรรพบุรุษตระกูลโป้ยบ้านพักนั้นมีขนาดที่ใหญ่มากและมีข้ารับใช้มากมายอยู่ทุกคนมุ่งหน้าเข้าไปด้านในปรากฏห้องรับแขกขนาดใหญ่เทียนถางจ้องมองออกไปล้อมรอบมีภาพมากมายประดับอยู่

     

    เทียนถางปลดปล่อยประสาทสัมผัสทั้งหมดออกไปอย่างรวดเร็วและตรวจสอบพื้นที่ล้อมรอบแต่เทียนถางก็มิสามารถที่รับรู้ถึงพลังจากภาพนั้นเลยตอนนี้เทียนถางเต็มไปด้วยสีหน้าเย็นเล็กน้อยแต่แล้วบรรพบุรุษที่เดินเข้าไปด้านในก็ออกไปพร้อมหญิงสาวนางหนึ่งนางมีเส้นผมสีขาวยาวสว่างไสวและด้วยสีหน้าฟ้าอ่อนนางปลดปล่อยพลังระดับราชันย์จักรพรรดิออกมา

     

    “นี้คือหลานข้าของโป้ยอวี่”บรรพบุรุษตระกูลโป้ยกล่าวออกมาด้วยสีหน้ามีความสุขและนั้นทำให้ทุกคนจ้องมองไปที่นางเทียนถางเองก็จ้องมองไปที่นางดวงตาทั้งสองข้างถึงตาขวาจะหลับอยู่มันก็มองได้ทะลุทะลวงตอนนี้มันจ้องมองร่างกายของโป้ยอวี่อย่างรวดเร็วและรู้ว่านางมีร่างกายที่พิเศษและเต็มไปด้วยพลังของไอร้อนที่ร้อนแรงเกินกว่าสิ่งใด

     

    “ร่างกายเทพธิดาแห่งสุริยะหรือ”เทียนถางกล่าวออกมาเมื่อนึกถึงบางสิ่งที่มันเคยอ่านเกี่ยวกับนิยายโบราณเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับเทพธิดาทั้งหกทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงเมื่อได้ยินที่เทียนถางเกี่ยวกับเทพธิดาแห่งสุริยะโป้ยอวี่ที่เบิกตากว้างก็จ้องมองมาที่เทียนถางด้วยสีหน้าสับสนเพราะนางมิคิดว่าจะมีผู้ใดรู้เรื่องนี้

     

    “เจ้าทำให้มันผิดพลาดโดยการฝึกทักษะขยะบางอย่างจึงทำให้พลังของตนเองอ่อนแอลง”เทียนถางกล่าวออกมาโดยที่มิได้สนใจสิ่งใดนั้นทำให้ทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงบรรพบุรุษตระกูลโป้ยจ้องมองมาที่เทียนถางด้วยสีหน้าแตกตื่นแม้แต่โป้ยอวี่เองยังตกตะลึงเพราะนางรู้ว่านางกำลังทำให้ร่างกายของตนเองอ่อนแอลงเป็นอย่างมาก

     

    “แล้วข้าควรที่จะทำเช่นใด”โป้ยอวี่เดินเข้ามาที่ด้านข้างของเทียนถางและกล่าวออกมานางเต็มไปด้วยความสับสนเทียนถางยิ้มเล็กน้อยเท่านั้นก่อนที่จะสะบัดมือเรียกกระดาษและดินสออกมา และเขียนรายชื่อทักษะมาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะยื่นให้กับบรรพบุรุษตระกูลโป้ยมันจ้องมองพร้อมพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

     

    “นี้คือสิ่งที่ข้าต้องฝึกหรือ”มินานบรรพบุรุษตระกูลโป้ยก็มาถึงและได้มาพร้อมกับตำราทักษะห้าถึงหกเล่มเมื่อโป้ยอวี่รับมาและอ่านนามของพวกมันนางเต็มไปด้วยความสับสนนางจ้องมองมาที่เทียนถางและกล่าวถามอย่างจริงจัง

     

    “ใช้เพียงแค่ฝึกทักษะทั้งหมดนี้ทดแทนทักษะที่เจ้าใช้ถึงระดับมันจะต่ำกว่าทักษะเดิมของเจ้าแต่มันจะทำให้ร่างกายของเจ้าแข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่า”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจังและนั้นทำให้โป้ยอวี่ยิ้มออกมาสีหน้าของนางแสดงถึงความงดงามจนทำให้เทียนถางหวั่นไหวเล็กน้อยมันจึงได้พยักหน้าตอบและยิ้มออกมาโป้ยอวี่เมื่อเห็นหน้าเทียนถางก็หวั่นไหวเช่นกัน

     

    “ข้าว่าเราควรจะมาแนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการเถอะ”เทียนถางกล่าวออกมาอีกครั้งอย่างจริงจังและทุกคนก็พยักหน้าตอบก่อนที่จะเดินไปเก้าอี้และนั่งลงมูนรุยและคุนรินนั่งล้อมรอบตัวของเทียนถาง โป้ยอวี่และบรรพบุรุษตระกูลโป้ยก็นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม

     

    “ข้าบรรพบุรุษตระกูลโป้ย โป้ยโป้ยระดับพลังตอนนี้ระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ขั้นกลางและนี้โป้ยอวี่นางอยู่ในระดับราชันย์จักรพรรดิขั้นกลาง”โป้ยโป้ยกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจังและนั้นทำให้เทียนถางประหลาดใจในระดับพลังของทั้งสองที่อยู่ในระดับสูงมากแต่นั้นก็ดีเพราะตอนนี้เทียนถางสามารถที่จะตรวจสอบผู้ที่อยู่ในระดับเหนือราชันย์ไปจนถึงจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์เป็นแน่

     

    “ข้าเทียนถาง ระดับราชันย์ขั้นที่แปด นางมูนหนึ่งในภรรยาข้าและนี้รุยรุยนางเองก็กำลังจะเป็นภรรยาของข้าอีกคนนั้นคุนรินคนจากทวีปย่อยอสูรสวรรค์”เทียนถางกล่าวออกมาอย่างจริงจัง โป้ยอวี่ตกตะลึงมากนางจ้องมองไปที่โป้ยโป้ยด้วยสีหน้าสับสนเมื่อรุยได้ยินนางก็หยิกที่แขนของเทียนถางอย่างแรงแต่มันมิได้สนใจเลย

     

    “ท่านจะให้ข้าแต่งกับผู้ที่มีภรรยาแล้วถึงสองคนเช่นนั้นหรือ”โป้ยอวี่กล่าวออกมาอย่างเย็นชาและนั้นทำให้เทียนถางเต็มไปด้วยความเข้าใจเพราะว่าสตรีส่วนใหญ่ต้องการเป็นที่รักเพียงผู้เดียวโป้ยโป้ยมิรู้ว่าจะกล่าวสิ่งใดเพราะมันก็มิคิดว่าโป้ยอวี่จะโกรธมากเช่นนี้

     

    “มิต้องห่วงเจ้าจะเป็นภรรยาหลวง”โป้ยโป้ยกล่าวออกมาอย่างจริงจังและจ้องมองมาที่เทียนถางมูนและรุยจ้องมองมาที่เทียนถางเช่นกันเทียนถาทำเพียงพยักหน้าตอบเท่านั้น โป้ยอวี่จ้องมองมาที่เทียนถางและพยักหน้าตอบนางเต็มไปด้วยความสับสนหน้าของนางแดงเป็นอย่างมากเทียนถางเต็มไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

     

    “เช่นนั้นข้าจะแต่งกับเจ้าแต่เจ้าต้องสัญญานะว่าข้าจะต้องเป็นภรรยาหลวงและเจ้าจะต้องรักข้ามากกว่าภรรยาคนอื่นของเจ้า”โป้ยอวี่กล่าวออกมาสีหน้าของนางปรากฏความเขินอายระหว่างที่นางกำลังกล่าวเทียนถางเต็มไปด้วยความจริงจังก่อนที่จะพยักหน้าอย่างมีความสุข

     

    “เช่นนั้นเรามาทานอาหารกันเถอะ”โป้ยโป้ยหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขและกล่าวออกมาหลังจากนั้นทุกคนก็ไปทานอาหารกันซึ่งตอนนี้บรรยากาศที่อยู่ตรงหน้าเทียนถางคุนรินและโป้ยโป้ย ก็ต้องอยู่กับการที่จ้องมองไปที่สามสาวงามที่จ้องมองกันอย่างเย็นชาเทียนถางมิได้สนใจแม้แต่น้อยมันทานอาหารอย่างมีความสุขเพราะว่ามันอร่อยมาก

     

    “ข้ามิเคยทานสิ่งใดที่อร่อยเช่นนี้มาก่อนเลย”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มทุกคนจ้องมองมาที่เทียนถางด้วยสีหน้าสับสนเพราะว่าพวกมันมิคิดว่าเทียนถางจะมิสนใจสิ่งรอบข้างและทานอาหารอย่างมีความสุขเช่นนี้เลย

     

    “ขะ...ข้าทำมันเอง”โป้ยอวี่กล่าวตอบออกมาด้วยสีหน้าจริงจังและเทียนถางก็ยิ้มให้นางด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขโป้ยอวี่หน้าแดงเพราะความเขินอายแต่มูนกับรุยก็หยิกผมที่นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างนางสองคนเทียนถางเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแต่ก็มิได้กล่าวสิ่งใดพร้อมกับรีบทานอาหารตรงหน้า

     

    “วันหลังของข้าทานอาหารที่เจ้าทำอีกได้หรือไม่”หลังจากที่การทานอาหารเสร็จสิ้นลงเทียนถางและกลุ่มก็เตรียมตัวกลับแต่ก่อนที่มันจะไปเทียนถางก็กล่าวออกมาโป้ยโป้ยเต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อได้ยินและโป้ยอวี่ก็พยักหน้าด้วยความเขินอาย

     

    เทียนถางและกลุ่มกลับมาที่ลานฝึกอย่างรวดเร็วและได้พักผ่อนกันอย่างสงบเทียนถางจ้องมองไปที่ดวงจันทร์ที่อยู่บนท้องฟ้าอย่างสงบตอนนี้สองสาวหลับไปแล้วและคุนรินก็กลับมาจากการไปซื้อของมันก็มานั่งด้านข้างของเทียนถางสิ่งที่มันไปซื้อมาก็คือสุราชั้นดีโดยเงินที่มีอยู่บนทวีปนี้มิใช้เงินเดียวกับที่อยู่บนทวีปมังกรทองคุนรินจึงได้ไปรีดไถ่ใครบางคนมา

     

    “สุราดีๆในครึ่งจันทร์เต็มดวงนี้ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ”เทียนถางกล่าวออกมาเมื่อมันเริ่มเมาคุนรินเองก็พยักหน้าตอบตอนนี้หน้ามันกลายเป็นสีแดงเพราะการดื่มสุรามากเกินไปทั้งสองชมดวงจันทร์ที่ค่อยๆตกลงอย่างช้าๆ

     

    ในยามเช้า

    เทียนถางและกลุ่มเริ่มฝึกกันอีกครั้งแต่ก่อนที่เทียนถางจะได้ทำสิ่งใดปรากฏโป้ยโป้ยและกลุ่มเดินเข้ามาหาเทียนถางเทียนถางเต็มไปด้วยความสับสนโป้ยโป้ยเดินเข้ามาด้านหน้าของเทียนถาง ปรากฏหยกหนึ่งชิ้นในมือของโป้ยโป้ย

     

    “ข้าต้องการให้เจ้าไปช่วยเหลือบางคนนี้คือภารกิจสำหรับเจ้าโดยตรง”โป้ยโป้ยกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจังเทียนถางรับหยกมาและตรวจสอบภายในหยกภารกิจปรากฏข้อความขึ้นมา ตามหาโป้ยฉิงหนึ่งในสมาชิกตระกูลโป้ยสูญหายเมื่อสามวันก่อนรางวัลคือ เงินสามแสนเหรียญและหนึ่งในสามทักษะประจำตระกูลโป้ย (จำเป็นที่จะต้องนำโป้ยฉิงกับมาอย่างมีชีวิตเท่านั้นจึงจะสามารถที่จะได้รับทักษะประจำตระกูลโป้ยเท่านั้น)

     

    “พื้นที่ที่เขาสูญหายครั้งสุดท้ายอยู่ที่ใด”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจังมันจำเป็นที่จะต้องทดสอบพลังของมันอยู่แล้วโป้ยโป้ยเรียกหยกแผนที่ออกมาและเปิดมันพร้อมชี้ไปที่จุดสุดท้ายที่มันหายไปเทียนถางพยักหน้าตอบและสะบัดมือนำหยกแผนที่เข้ามาในมือและเริ่มขยายเข้าออกตรวจสอบพื้นที่ต่างๆทั้งหมด

     

    “พวกเจ้าฝึกไปเถอะข้าจะออกไปตรวจสอบพื้นที่ล้อมรอบเอง”ด้วยความจำของมันมินานมันก็สามารถที่จะจดจำทางไปกลับได้ทั้งหมดแล้วเทียนถางกล่าวออกมาอย่างจริงจังทุกคนเต็มไปด้วยความสับสน เทียนถางลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าและพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วทุกคนจ้องมองไปที่เทียนถางด้วยสีหน้าสับสน

     

    “ท่านปู่ทวดข้าจะตามเขาไป”โป้ยอวี่เดินออกมาจากด้านหลังกลุ่มและกล่าวออกมาอย่างจริงจังโป้ยโป้ยยิ้มและพยักหน้าตอบมูนและรุยพยายามที่จะตามไปแต่คุนรินก็โบกมือให้ทั้งสองหยุดลง มินานโป้ยอวี่ก็ตามเทียนถางได้ท่านเทียนถางประหลาดใจเล็กน้อยที่โป้ยอวี่จะตามมาเช่นนี้

     

    “ข้าต้องการที่จะช่วย”โป้ยอวี่กล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจังเมื่อเห็นสีหน้าสับสนของเทียนถางเมื่อได้ยินเทียนถางก็ยิ้มและพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะเร่งความเร็วขึ้นด้วยความเร็วสูงทั้งสองเดินทางด้วยความเร็วสูงและมาถึงยังหุบเขาที่มีนามว่า หุบอสูรนับล้าน เป็นพื้นที่ที่โป้ยโป้ยได้ชี้ให้มาตามหาคนที่มีนามว่าโป้ยฉิง

     

    “ข้ามาโดยที่ยังมิได้ถามเลยโป้ยฉิงที่ข้าต้องหานี้เป็นใคร”เทียนถางลอยอยู่กลางอากาศมันครุ่นคิดถึงบางอย่างก่อนที่จะกล่าวถามด้วยวีหน้าเย็นชาเช่นเดิมโป้ยอวี่ประหลาดใจเล็กน้อยและเรียกจี้ออกมาจากแหวนมิติของนาง นางเปิดมันออกมาและจ้องมองด้วยสีหน้าเศร้าโศก

     

    “นางคือน้องสาวของข้าเมื่อสามวันก่อนนางต้องการที่จะออกมาเก็บบางสิ่งที่หุบเขาอสูรนับล้านนี้แต่นางก็มิกลับไปเลยทั้งที่นางอยู่ในระดับราชันย์จักรพรรดิขั้นต่ำแล้วเช่นนี้”โป้ยอวี่กล่าวออกมาเริ่มปรากฏน้ำตาหลั่งไหลออกมาจากด้วยตาของนางเทียนถางรู้สึกราวกับถูกมีดทิ่มแทงหัวใจเมื่อได้เห็นโป้ยอวี่ร้องไห้เช่นนี้

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแต่งเอง]จักรพรรดิเทียนถางสยบฟากฟ้า ที่คุณอ่าน