“ข้ากับพี่หญิงซูไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน เหตุใดข้าต้องวางยานางด้วยเจ้าคะ”ฉู่จวินหลันย้อนถาม
ฮูหยินเหวินชางปั๋วเป็นภรรยาเอกนางดูแคลนพวกหญิงงามที่ใช้เรือนร่างเอาใจบุรุษเป็นทุนเดิมอยู่แล้วซูอิ้งเส่ว์เป็นเพียงบุตรสาวอนุที่สำคัญนางยังเจ้าเล่ห์และอุปนิสัยไม่เป็นที่โปรดปรานนางอีกทั้งมารดาของซูอิ้งเส่ว์ก็มักทำให้นางขัดใจอยู่เสมอ หากไม่ใช่เพราะเกรงใจหน้าตาจวนเหวินชางปั๋วนางไม่มีทางยุ่งเกี่ยวกับซูอิ้งเส่ว์เลยแม้แต่น้อย
“ข้ารู้ดีว่าคุณหนูสามฉู่ไม่ใช่คนที่จะทำร้ายคนอื่นโดยไร้เหตุผลเพียงแต่อิ้งเส่ว์ของข้าใช้ชาดอันเลื่องชื่อของร้านเฟิ่นเตี๋ยจากจวนเจ้าตั้งแต่ก่อนงานชุมนุมผู้สูงศักดิ์แต่หลังใช้แล้วกลับรู้สึกระคายเคือง ทั้งใบหน้ายังมีแผลเป็นข้าให้คนไปตรวจสอบแล้วพบว่าในชาดนั่นมีพิษ แม้ไม่ถึงกับคร่าชีวิตแต่ก็ทำลายผิวหน้า”
“อิ้งเส่ว์บอกว่าชาดกล่องนั้นเป็นของขวัญจากคุณหนูรองเมิ่งอิ๋งแต่เมื่อครู่คุณหนูเมิ่งอิ๋งบอกว่าได้มาจากเจ้าและยังบอกอีกว่าเจ้าเชี่ยวชาญวิชาแพทย์ ปกติก็ไม่ค่อยลงรอยกันจึงบอกว่าเป็นเจ้าจงใจวางยา ข้าเองก็ยังข้องใจ จึงอยากเชิญเจ้ามาสอบถามให้ชัดเจน”
นึกไม่ถึงเลยว่าเมื่อครู่ฮูหยินเหวินชางปั๋วยังเอะอะโวยวายต่อหน้าคนตระกูลฉู่แต่พอหันมาคุยกับฉู่จวินหลันกลับกลายเป็นน้ำเสียงสุภาพอ่อนโยนเช่นนี้
ฮูหยินผู้เฒ่าเคยเห็นกับตาตอนงานชุมนุมว่าฉู่จวินหลันได้รับการสนับสนุนจากองค์หญิงใหญ่จึงไม่ได้แปลกใจนัก ทว่าฉู่ไฉเหลียงกับฉู่ไฉจวิ้นกลับแปลกใจไม่น้อยจ้องมองฉู่จวินหลันด้วยสายตาเปลี่ยนไป
ฉู่จวินหลันพยักหน้าตอบ “ขอบพระคุณฮูหยินเหวินชางปั๋วที่ให้โอกาสข้าอธิบายข้าเชี่ยวชาญวิชาแพทย์ก็จริง แต่ข้ารู้เพียงวิธีถอนพิษ หาได้รู้วิธีวางยาพิษไม่อีกทั้งในฐานะหมอ หัวใจย่อมเหมือนบิดามารดาที่มีเมตตาข้าไม่อาจกระทำเรื่องเช่นนี้ลงแน่นอนเจ้าค่ะ”
“ส่วนเรื่องชาดกล่องนั้นบางทีพี่หญิงรองของข้าอาจยังอธิบายไม่กระจ่างนักชาดของร้านเฟิ่นเตี๋ยเป็นของที่เก็บไว้ในคลังของจวนวันนั้นอนุหวังเปิดคลังแจกจ่ายให้บุตรสาวในจวนคนละกล่องน้องสาวห้ารู้ว่าข้ามีของพวกนี้น้อย จึงตั้งใจยกของตนเองให้ข้าข้าจึงมีชาดสองกล่องเจ้าค่ะ”
กล่าวมาถึงตรงนี้ฉู่จวินหลันก็ถอนหายใจเบาๆ “แต่วันนั้นดูเหมือนพี่หญิงรองจะอารมณ์ไม่ดีตอนที่ข้ากำลังรักษาพี่ชายอยู่ที่เรือนของเขานางก็มาหาจากนั้นถกเถียงกับข้าเล็กน้อยตอนกลับนางก็หยิบชาดของน้องสาวห้ากับของข้าไปทั้งสองกล่องเลยเจ้าค่ะ”
ฮูหยินเหวินชางปั๋วลากเสียงอย่างมีนัยว่า“โอ้ มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ”
เมื่อสิ้นคำทุกคนก็พากันอื้ออึง สีหน้าหลากหลาย ต่างพากันหันไปมองฉู่เมิ่งอิ๋งหญิงสาวที่เคยแสร้งทำตัวอ่อนหวานน่าสงสารกลับกล้าชิงของจากคนอื่น!
เหล่าคนรับใช้พากันเหลียวมองหน้ากันฮูหยินผู้เฒ่าจ้องมองอนุหวังด้วยแววตาเย้ยหยัน ส่วนฉู่ไฉเหลียงสีหน้าดำคล้ำดูก็รู้ว่าเสียหน้ายิ่งนัก
ฉู่เมิ่งอิ๋งหน้าซีดเผือดทันตานางไม่คิดว่ามีคนนอกอยู่ในจวนฉู่จวินหลันจะกล้าเปิดโปงความหน้าอายของตระกูลเช่นนี้!นางไม่กลัวบิดาจะโกรธเลยหรือ
ฉู่จวินหลันกล่าวว่า “เดิมทีเรื่องพวกนี้ข้าล้วนชินแล้วพวกเราเป็นคนในตระกูลเดียวกัน ข้าไม่อยากถือสาเรื่องเล็กน้อยกับพี่หญิงรองไหนเลยจะนำเรื่องในจวนไปพูดข้างนอก แต่วันนี้พี่หญิงซูได้รับพิษจากชาดข้าจึงจำต้องพูดความจริง ข้ายังไม่ทันได้เปิดใช้ พี่หญิงรองก็เอาไปทั้งสองกล่องพอมอบให้พี่หญิงซูแล้วเกิดเรื่องขึ้น กลับโยนความผิดมาให้ข้า ข้านี่มันช่าง...”
แม้ฉู่จวินหลันจะกล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉยน้ำเสียงก็อ่อนโยน แต่ความอัดอั้นและน้อยใจในถ้อยคำของนางกลับทำให้ทุกคนรู้สึกตาม
ฮูหยินเหวินชางปั๋วพยักหน้าก่อนหันไปมองฮูหยินผู้เฒ่า “ฮูหยินผู้เฒ่าฉู่ เดิมทีเรื่องในจวนของพวกท่านข้าในฐานะคนนอกไม่สมควรแทรกแซงแต่บุตรสาวที่อยู่ในวัยสมควรออกเรือนในจวนข้าเสียโฉมเช่นนี้การเสียรูปโฉมก็เท่ากับชีวิตพังทลาย ฮูหยินผู้เฒ่าฉู่ ข้าขอคำตอบที่ชัดเจนหากไม่เช่นนั้น ข้าคงต้องไปที่ศาลซุ่นเทียนเพื่อขอความเป็นธรรมจากท่านผู้พิพากษา”
ฮูหยินผู้เฒ่าปวดศีรษะขึ้นมาในทันใดนางกลอกตาเล็กน้อยแล้วเอ่ยแย้ง “แม้จะตรวจพบพิษในชาดจริงแต่เมิ่งอิ๋งก็สนิทสนมกับคุณหนูสี่ซูมาตลอด ไหนเลยจะวางยานางได้อาจมีผู้ประสงค์ร้ายวางยาลงในชาดแล้วใส่ร้ายเราก็เป็นได้”
ฮูหยินเหวินชางปั๋วแค่นหัวเราะเย็น“พูดเช่นนี้เท่ากับว่าสิ่งที่ข้าพูดไปเมื่อครู่ล้วนไร้ความหมายหากฮูหยินผู้เฒ่าฉู่คิดว่าเราจงใจวางยาเพื่อกล่าวหาเช่นนั้นก็พบกันที่ศาลซุ่นเทียนแล้วกัน ที่นั่นย่อมตัดสินได้ว่าใครผิดใครถูก”
ฮูหยินเหวินชางปั๋วกล่าวจบก็ลุกขึ้นแล้วประคองซูอิ้งเส่ว์เตรียมจะจากไป
พอได้ยินว่าจะพากันขึ้นโรงขึ้นศาลสีหน้าของฉู่ไฉเหลียงก็เปลี่ยนทันควันเขารีบลุกขึ้นตั้งท่าจะขวางแต่ก็ไม่กล้าเอื้อมมือคว้าไว้เพราะติดเรื่องระหว่างชายหญิงจึงหันไปส่งสัญญาณให้อนุหวัง
อนุหวังที่อดกลั้นความอัดอั้นไว้นานในมือป้ายสิทธิ์ควบคุมเรือนแต่ฮูหยินเหวินชางปั๋วกลับเอาแต่พูดคุยกับฮูหยินผู้เฒ่า ทว่าพอถึงเวลาสำคัญฉู่ไฉเหลียงก็ยังต้องพึ่งนางอยู่ดี
“ฮูหยินเหวินชางปั๋วโปรดรอก่อนพวกเราไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น” อนุหวังรีบตามไป ยอบกายกล่าวว่า “จวนเหวินชางปั๋วเป็นตระกูลทรงเกียรติไหนเลยจะวางยาทำร้ายหญิงสาวในจวนเพียงเพื่อใส่ร้ายเราด้วย”
ฮูหยินเหวินชางปั๋วกล่าวเสียงเย็น“เช่นนั้นก็ความหมายว่า พวกท่านยอมรับว่าคุณหนูรองฉู่เป็นผู้วางยาอิ้งเส่ว์?”
“ไม่มีทาง!เมิ่งอิ๋งไม่ใช่คนเช่นนั้น!” อนุหวังรีบกล่าวเสียงสั่น “เมิ่งอิ๋งกับคุณหนูซูสนิทสนมกันถึงขั้นเป็นสหายรู้ใจมีสิ่งดีๆ อะไรก็แบ่งปันกันตลอด จะวางยาทำร้ายกันได้อย่างไรเรื่องนี้ต้องมีคนอยู่เบื้องหลังแน่นอน!”
ฉู่เมิ่งอิ๋งฉวยจังหวะนั้นโผล่ออกมาก้มลงกอดขาซูอิ้งเส่ว์พลางร้องไห้สะอึกสะอื้น “พี่หญิงซูเรื่องนี้ข้าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ข้าเอาชาดกล่องนั้นมาจากฉู่จวินหลันจริงๆ!นางต้องเป็นคนวางยาพิษแน่ๆ! ใช่! อาจเป็นเพราะนางตั้งใจจะวางยาข้าข้าไม่รู้จึงนำไปมอบให้ท่าน ทำให้ท่านรับเคราะห์แทนเช่นนี้!”
“พอได้แล้ว!”ซูอิ้งเส่ว์สะบัดขาออกอย่างโกรธจัด “คุณหนูสามฉู่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าจะมาแย่งชาดของตนไปแล้วนางจะวางยาล่วงหน้าได้อย่างไร เจ้าอิจฉาข้า จึงตั้งใจวางยาทำลายข้า!ข้าไว้ใจเจ้าถึงขั้นยืนเคียงข้างเจ้าด้วยซ้ำ!”
“ข้าเปล่านะ!ข้าไม่ได้ทำ! ฉู่จวินหลันต้องเป็นคนวางยาพิษแน่ๆ!” ฉู่เมิ่งอิ๋งตะโกนเสียงแหลม
ซูอิ้งเส่ว์หันกลับมาแล้วคุกเข่าลงตรงหน้าฉู่จวินหลัน
“คุณหนูสามฉู่วันนั้นในงานชุมนุมเจ้าถามข้าว่าใช้ชาดของร้านเฟิ่นเตี๋ยหรือไม่ ตอนนั้นข้าโง่เองไม่เข้าใจความหมายของเจ้า เจ้าคงรู้แต่แรกแล้วว่าข้าถูกพิษจากชาดนั้นเจ้าไม่ได้ถามข้าเพราะโกรธที่ฉู่เมิ่งอิ๋งหลอกใช้ข้าและพูดจาหยาบคายใส่เจ้าสินะข้ารู้แล้ว เจ้าคงไม่ได้เป็นคนวางพิษนี้ หากเจ้าเป็นคนวางจริงเจ้าจะมาถามให้ตัวเองตกเป็นผู้ต้องสงสัยทำไมกันเล่า”
ฉู่เมิ่งอิ๋งฉวยโอกาสตะโกนแทรกขึ้นทันที“พวกท่านได้ยินแล้วใช่หรือไม่!ฉู่จวินหลันเป็นฝ่ายถามก่อนว่าชาดนั้นเป็นของร้านเฟิ่นเตี๋ยหรือไม่!นางต้องรู้อยู่แล้วว่านั่นคือยาพิษ เพราะนางเป็นคนวางอย่างไรเล่า!”
ทุกคนหันขวับไปมองฉู่จวินหลันทันทีอนุหวังถึงกับโผเข้ากอดขาฉู่ไฉเหลียงร้องไห้คร่ำครวญ “นายท่าน!อย่าปล่อยให้เมิ่งอิ๋งถูกใส่ร้ายเลยนะเจ้าคะ!”
“ข้าถามคุณหนูซูในวันนั้นจริง”ฉู่จวินหลันกล่าวเสียงเรียบ “พิษนี้ชื่อลั่วเหยียนสัมผัสกับผิวหนังเพียงลำพังไม่มีผลอะไร แต่หากผสมกับดอกเฟิ่งเซียนและดอกกุหลาบจะเกิดปฏิกิริยาและแสดงพิษทันทีซึ่งชาดของร้านเฟิ่นเตี๋ยมีส่วนผสมของดอกไม้สองชนิดนี้
“วันนั้นข้ารู้รับได้ถึงร่องรอยของลั่วเหยียนบนร่างของคุณหนูซู จึงถามนางว่าใช้ชาดจากที่ใดหากเป็นของร้านอื่นพิษนี้จะไม่ออกฤทธิ์หากเป็นของร้านเฟิ่นเตี๋ยย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ พิษนี้ไม่มีทางถอนต้องรอให้ร่างกายขับออกมาเอง ใช้เวลาห้าปีผิวจึงจะกลับมาเป็นปกติ”
“ห้าปี?” ซูอิ้งเส่ว์พึมพำ
อีกห้าปีข้าก็กลายเป็นสาวแก่ไปแล้วน่ะสิ ชีวิตข้าพังทลายแล้ว
ฉู่เมิ่งอิ๋งกรีดร้อง “เช่นนั้นหมายความว่าพี่หญิงซูอาจโดนพิษลั่วเหยียนมาจากที่อื่นจากนั้นบังเอิญใช้ชาดที่ข้าให้เลยทำให้พิษออกฤทธิ์อย่างนั้นหรือ”
อนุหวังก็รีบพยักหน้ารัว “ใช่!ต้องเป็นเช่นนั้นแน่นอน!คุณหนูซูต้องไปโดนพิษนั่นมาจากที่อื่นโดยไม่รู้ตัวก่อนเป็นแน่!”