โรงอาหารของบริษัท
05:54 p.m.
เมื่อสัมภาษณ์เสร็จเรียบร้อยฉันก็เกิดหิวไส้กิ่วจนต้องเดินมาโรงอาหารที่เปิดให้บริการนานกว่าปกติ เมื่อทางเ้าหน้าที่แจ้งว่าผู้เข้าสัมภาษณ์ยังคงรอคิวกันอยู่
ขนาดแค่เื่เล็กน้อยพวกนี้ทางบริษัทกลับดูแลเป็อย่างดี ทำให้ฉันเริ่มหวังและละโมบขึ้นมาทีละนิดว่าอยากให้ตัวเองผ่านการคัดเลือกเข้าเป็พนักงานประจำจังเลย
แต่ก็ต้องเผื่อใจไว้เมื่อหวนคิดถึงจำนวนคนที่มาสัมภาษณ์ในวันนี้ เห็นว่าไม่ได้มีแค่วันเดียวแต่มีถึงสามวันเลยนะ ฉันเองก็มารู้ตอนยืนอ่านบอร์ดกำหนดการนี่แหละ
“ไปบนดีไหมนะ” ช้อนยาวสีทองเริ่มเขี่ยอาหารเล่น จากที่เคยหิวก็เริ่มจุกอกเพราะความร้อนรนที่กลัวว่าจะไม่ผ่านจนอยากพึ่งพิงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา
“ต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอครับ” น้ำเสียงคุ้นหูมาพร้อมกลิ่นหอมสดชื่นเหมือนเดินอยู่ริมทะเลลอยกระทบมาแตะปลายจมูกจนต้องหันหลังกลับไปมอง เห็นเป็เขาคนนั้นกำลังเดินวนมานั่งลงฝั่งตรงข้ามฉันพอดี
สายตาคนอื่นต่างจับจ้องมองมาที่เราสองคนจนฉันเริ่มเห็นแววตาไม่พอใจจากคนรอบข้าง จากที่ผ่อนคลายก็เริ่มอบอวลไปด้วยบรรยากาศอึมครึมขึ้นมาทันตาเห็น
“ฉะ...ฉันแค่พูดเล่นน่ะค่ะ” ฉันส่งยิ้มแห้งให้เขาพลางก้มหน้าก้มตากินข้าวในจานต่อเพราะอยากออกไปจากตรงนี้เต็มทน
“ก่อนหน้านี้ยังแทนตัวเองว่าหนูอยู่เลย หรือเพราะรู้ว่าผมเป็ใครก็เลยเปลี่ยนการเรียกเหรอครับ” รังสีพิฆาตส่งมาให้ฉันจากทางด้านหลังนับสิบเมื่อประโยคเมื่อกี้หลุดออกมาให้ได้ยิน
เขาจะพูดเื่นี้ขึ้นมาทำไมเนี่ย!
“ดิฉันคิดว่าคงไม่เหมาะถ้าต้อง...” ฉันเงียบไปทั้งที่ยังพูดไม่จบเมื่อปลายนิ้วนิ่มแตะลงมาบนริมฝีปาก แถมมันยังเรียกเสียงฮือฮาได้เป็อย่างดีจนฉันเอาแต่นั่งกำมือแน่นพร้อมใจดวงน้อยเต้นสั่นตุบ ๆ
“คำนี้มันทางการเกินไปค่ะเด็กน้อย” ใบหน้าหล่อคลี่ยิ้มหวานโชว์ลักยิ้มอันทรงเสน่ห์ จากรังสีพิฆาตถูกเปลี่ยนมาเป็ความผ่อนคลายเหมือนได้ดมกลิ่นดอกลาเวนเดอร์ เพราะผู้คนต่างกำลังหลงรอยยิ้มของเขาจนลืมเื่ที่เขากำลังทำกับฉันไปสนิท
“ท่านคะ” แต่ความเคลิบเคลิ้มอยู่ได้ไม่นานเมื่อพนักงานที่คาดว่าน่าจะเป็เลขานุการปรากฏตัวจากทางด้านหลัง แล้วก้มหน้าลงกระซิบบางอย่างที่ฉันตั้งใจฟังยังไงก็ไม่ได้ยิน
“คะ?” ฉันเอียงคอมองเขาเมื่อเห็นอีกฝ่ายกระดิกนิ้วเรียก
“...” แต่เขากลับเอาแต่นั่งยิ้มจนตาหยี ฉันเลยยอมยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาและขยับตัวเอนไปทางนั้นเล็กน้อย
“น่าเสียดายที่เฮียอยู่นานกว่านี้ไม่ได้ เอาเป็ว่าถ้าโชคดีเราค่อยมาเจอกันตอนหนูได้ทำงานที่นี่แล้วกันนะคะ” ลมหายใจร้อนกระทบมาตรงข้างแก้มทำเอารู้สึกหวิวตรงท้องน้อยพิกล
ยิ่งััจากมือนุ่มที่แตะมาโดนผิวก็ยิ่งทำให้ใจดวงน้อยกระสับกระส่ายเหมือนคนหายใจไม่สะดวก
เขาช่างอันตรายต่อใจชะมัด
อะพาร์ตเมนต์ปาลิกา
สามวันผ่านไป
“เอาจริงดิ” ฉันนั่งขัดสมาธิบนเตียงนอนขนาดสามจุดห้าฟุตมองหน้าจอมือถืออย่างใจจดใจจ่อ จากที่เคยมั่นใจมันก็เริ่มถดถอยลงเมื่อนี่เป็วันสุดท้ายแล้วที่บริษัทยังไม่ติดต่อมา และหากผ่านพ้นวันนี้ไปก็เท่ากับว่าฉันไม่ผ่าน
“คว้าน้ำเหลวงั้นเหรอ” จากนั่งขัดสมาธิก็ชันเข่าขึ้นมาเอาหน้าแนบลงด้วยความรู้สึกหมดแรง อุตส่าห์คิดว่าผ่านแต่ท้ายที่สุดมันคงไม่เป็ดังใจหวัง แบบนี้ก็ต้องกลับภูเก็ตแล้วก็คงไม่ได้เจอเขาคนนั้นอีกแล้วสินะ
ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันแค่ไม่กี่วันแต่ความรู้สึกฉันมันดันก้าวะโเกินกว่าจะเรียกว่าลุ่มหลง ถ้าใช้คำว่ารักเลยจะดูเร็วไปหรือเปล่า...แต่มันกลับเป็ความรู้สึกอย่างนั้นจริง ฉันเองก็ไม่รู้ทำไม หรือเพราะเขาตรงสเปกแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉันถึงได้มานั่งกระวนกระวายใจอย่างนี้
✆ : ว่าไงพี่ฮอน
ระหว่างกำลังนั่งจ้องหน้าจอมือถือ จู่ ๆ ก็มีสายเรียกเข้าจากพี่ฮอนเข้ามา
✆ : น้ำเสียงดูไม่ดีนะเป็ไรหรือเปล่า
พี่ฮอนยังคงเป็คนเซนส์ดีเสมอ แอบสงสารแฟนในอนาคตชะมัด เพราะคนคนนั้นคงโกหกอะไรกับพี่เขาไม่ได้แน่
✆ : บริษัทยังไม่ติดต่อมาเลยน่ะ ว่าแต่โทรมามีไรหรือเปล่า พ่อไม่สบายเหรอ?
เมื่อนึกถึงพ่อน้ำเสียงจากเหนื่อยหน่ายก็เปลี่ยนเป็กระวนกระวายทันที
✆ : น้ารอนแกสบายดี แต่ที่โทรมาเนี่ยเพราะเห็นเงียบไปเลย ได้ข่าวว่าเป็่ประกาศผล เขายังไม่ติดต่อมาอีกเหรอ
พอได้ยินว่าพ่อสบายดีฉันก็กลับมาซึมเป็หมาต่อ
✆ : ยังเลย นั่งรออยู่เนี่ย
พูดจบก็ถอนหายใจใส่ปลายสาย
✆ : เอาน่า เดี๋ยวก็...
กรี๊ด!
ฉันกรีดร้องเสียงดังจนปลายสายถึงกับเงียบไป
✆ : เป็อะไรอาย!
จากนั้นพี่ฮอนก็ถามกลับด้วยน้ำเสียงเข้ม
✆ : พะ...พี่ฮอน! เขา...เขาส่งข้อความมาแล้ว!
ฉันะโโลดเต้นไปมาคนเดียวพลางส่งเสียงดีใจจนปลายสายเอาแต่หัวเราะลั่นเมื่อเห็นฉันทำตัวติงต๊องหลังพี่เขาเอาไปบอกพ่อฉันให้ด้วย
✆ : พ่อดีใจด้วยนะอาย แล้วหนูจะกลับมาบ้านก่อนไหมหรือรอทำงานเลย
แววตาพ่อดูสั่นไหวมากกว่าครั้งไหน ทำให้คนมองอย่างฉันเริ่มรู้สึกหน่วงเล็กน้อย
✆ : กลับ ๆ เขาให้เริ่มงานเดือนหน้า หนูว่าจะไปทำเื่ลาออกที่เก่าก่อนแล้วค่อยเตรียมตัวเตรียมของเพิ่มด้วยค่ะ ทำไม พ่อคิดถึงอายแล้วเหรอ
ด้วยความดีใจฉันเลยมีอารมณ์แซวพ่อเล่นพลางเดินไปจัดการกับของที่เหลือลงกระเป๋า
ดีหน่อยที่เขาให้เริ่มงานเดือนหน้าเลยมีเวลาเตรียมตัวลาออกตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เหมือนทางบริษัทรู้เลยว่าหลายคนมาสมัครกันทั้งที่ยังไม่ลาออกจากบริษัทเก่า
แต่ก็นะนาน ๆ ทีบริษัทั์ใหญ่จะเปิดรับสมัคร ใคร ๆ ก็ต้องรีบคว้าโอกาสนี้ไว้กันทั้งนั้นแหละ
✆ : รีบกลับมาล่ะ มาเลี้ยงฉลองกันเนอะฮอน
ฉันขมวดคิ้วพลางถอนหายใจแ่เบา พ่อเอาอีกแล้ว เห็นไม่พูดมาตั้งนานก็คิดว่าล้มเลิกไปละ แต่ดูแล้วน่าจะยังสินะ
✆ : ครับน้ารอน
✆ : ก็บอกให้เรียกพ่อไง น้าเน้ออะไรกันคนกันเองแท้ ๆ
นั่นไง! ฉันเดาผิดซะที่ไหน ฟังจากเสียงที่ดังออกมาจากบทสนทนาระหว่างสองคนแล้วได้แต่กุมขมับแน่น
พี่ฮอนนี่ก็ไม่เคยช่วยกันเลย
✆ : หนูรู้นะว่าพ่อคิดอะไร หยุดเลยค่ะ บอกแล้วไงว่าพี่น้อง
ฉันเลยต้องออกโรงแทนคนที่เถียงใครไม่เก่งอย่างพี่ฮอน
พ่อนี่ก็นะเอาแต่จับคู่ฉันกับพี่ฮอนมาั้แ่เด็กจนโต ไม่เบื่อบ้างเลยจริง ๆ ชายคนนี้
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————