ระบบ AI พิชิตแดนเซียน

    บทที่ 6 เซียนเป็นอย่างไร

            บทที่6

            เซียนเป็๞อย่างไร

            ผ่านมื้ออาหารเย็นที่แสนมีความสุขไปแล้ว

            ท่ามกลางหมู่มวลดวงดาราที่ประดับประดาอยู่กลางนภาด้านหลังของพวกมันคือทัศนียภาพดำลื่นเหมือนกับน้ำหมึกที่อาจย้อมท้องนภาแห่งนี้เอาไว้ส่งให้เหล่าดวงดาราพวกนั้นโดดเด่นขึ้น 

            บ้านเล็กๆของตาเฒ่าเสี่ยวที่หยุนโม่พักอาศัยมาได้วันที่สองแล้ว

            ตะเกียงเล็กๆถูกจุดเอาไว้บริเวณด้านหน้าบ้านโต๊ะนั่งยาวถูกยกออกมาวางเอาไว้ 

            เพียงแต่ว่าคนที่นั่งอยู่คือร่างของหนึ่งคนหนุ่มหนึ่งชายชราเท่านั้น

            ไร้ซึ่งแววของเด็กน้อยเสี่ยวเหอเพราะว่าตอนนี้เด็กน้อยผู้นั้นหลับใหลอยู่ภายในบ้านแล้ว

            ในตอนนี้มีเพียงหยุนโม่และเฒ่าเสี่ยวเท่านั้นที่กำลังนั่งมองดวงดาวอยู่ในยามนี้ 

            “นี่ท่านผู้เฒ่าท่านคิดอย่างไรกับพวกผู้ฝึกเซียนอย่างนั้นหรือขอรับ?” 

            “แล้วท่านเคยพบพวกเขาหรือไม่?”อยู่ๆหยุนโม่ก็เอ่ยขึ้นมา

            เฒ่าเสี่ยวยกยิ้มก่อนจะส่ายหน้า

            “พวกเขาสูงส่งเกินที่พวกมนุษย์อย่างเราจะคิด”

            “สำหรับเหล่าผู้ฝึกตนประหนึ่งเทพเซียนพวกนั้นมนุษย์อย่างพวกเราก็ไม่แตกต่างจากมด”

            “ยามตอนที่ยังหนุ่มข้าเคยพบเจอผู้ฝึกเซียนท่านนึง อีกฝ่ายขี่กระบี่บินข้ามหมู่บ้านแห่งนี้”

            “เพียงแสงสว่างวูบนึงม่านนภาก็ถูกตัดขาด”

            “ชั่งเป็๲ภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ”เฒ่าเสี่ยวกล่าวออกมาด้วยดวงตาเปล่งประกาย

            หยุนโม่อยู่ใกล้ๆเพราะแบบนั้นเพียงหันมองไป ก็เห็นดวงตาของชายชราได้ในทันที

            ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายเปี่ยมชีวิต 

            หยุนโม่เหมือนรู้สึกได้ว่าชายชราที่อยู่ข้างกายเหมือนกลับไปเป็๞คนหนุ่มในเสี้ยววินาที

            ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะชื่นชอบผู้ฝึกตนพวกนั้นจริงๆ

            หยุนโม่ได้รู้สึกว่าเ๹ื่๪๫นี้แปลกเพราะว่าสำหรับมนุษย์ธรรมดา พวกผู้ฝึกตนพวกนั้นไม่แตกต่างจากผู้วิเศษค้ำฟ้าดิน

            อายุยืนยาว อำนาจบารมีไพศาลเพียงหนึ่งนิ้วก็สามารถบดขยี้ขุนเขาตัดแม่น้ำ

            ตัวตนเช่นนี้จะไม่ให้พวกผู้คนรู้สึกเคราพบูชาได้อย่างไรละ

            หยุนโม่เงยหน้ามองท้องนภายามราตรี

            “ท่านผู้เฒ่าคิดว่ามนุษย์อย่างพวกเราจะสังหารเซียนได้หรือไม่?”หยุนโม่ยิ้มแล้วกล่าวถามขึ้นมา 

            เฒ่าเสี่ยวส่ายหน้าไปมา

            “พวกเราเป็๞เพียงแค่มดในสายตาของเหล่าผู้ฝึกตนพละกำลังเหล่ามนุษย์เมื่อเทียบกับผู้ฝึกตนกับเหมือนมดเช่นกัน”

            “เพราะแบบนั้นไม่มีทางหรอก”เฒ่าเสี่ยวกล่าวออกมาอย่างจดใจ

            ที่หยุนโม่ถามคำถามนี้ขึ้นมาเขานั้นมีเหตุใดผลอยู่อย่างแน่นอน

            เพราะว่าจากคนทรงจำของคนผู้นั้นทำให้เขารู้ว่าเหล่าผู้ฝึกเซียนส่วนมองมนุษย์เป็๲สิ่งไร้ค่าเพียงใด

            พูดให้ถูกต้องเหล่าผู้ฝึกเซียนพวกนั้นมองมนุษย์เหมือนกับที่มนุษย์ธรรมดามองพวกมดนั้นแหละ

            ไม่เพียงเท่านั้นมนุษย์บางคนยังตกต่ำถึงขนาดต้องไปเป็๲ทาสรับใช้

            โลกใบนี้โหดร้ายกับมนุษย์ธรรมดามากกว่าที่คิดมาก

            ด้วยความอยากรู้หยุนโม่เลยถามชายชราผู้นี้ขึ้นมา

            ถึงอย่างไรเขาก็มิใช่คนของโลกหล้านี้จะสามารถรู้ถึงความคิดของคนส่วนใหญ่ได้อย่างไร

            “คุณชายถามเ๱ื่๵๹นี้ด้วยเหตุใดหรือขอรับ?”เฒ่าเสี่ยวหันไปมองอย่างสงสัย

            หยุนโม่ยิ้มแล้วส่ายหน้า “ไม่มีอันใดหรอกขอรับ”

            หนึ่งชายชราหนึ่งชายหนุ่มพูดขึ้นเ๱ื่๵๹สัพเพเหระกันต่อ

            หลังจากนั้นราตรีหนึ่งก็ผ่านพ้นไป

            เช้าวันต่อมา

            หยุนโม่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเขาเองก็เดินออกมาสำรวจภายในป่ารอบๆอีกครั้ง

            ในขณะที่กำลังเดินอยู่ในป่าหยุนโม่เอ่ยขึ้นมา “โนวาขอบเขตของพวกผู้ฝึกตนเป็๲อย่างไรบ้าง”

            ก้อนขนที่มีปีกปรากฏขึ้นด้านหน้า

            “เรียนนายท่านจากความรู้ของคนผู้นั้นทำให้รู้ว่าวิถีแรกของการฝึกตนเหล่าผู้ฝึกตนเรียกว่า วิถีแรกเริ่ม”

            “โดยผู้ฝึกปราณมีทั้งหมดสี่ขอบเขตแต่ละขอบเขตมีทั้งหมดสิบขั้นพลัง”

            “ต้องบรรลุถึงสิบขั้นพลังถึงสามารถขยับไปขอบเขตถัดไปได้”

            “ขอบเขตแรกคือว่าขอบเขตปรับแต่งปราณ ”

            “ขอบเขตสอง หลอมกายา”

            “ขอบเขตสาม หลอมพลัง”

            “ขอบเขตสี่สำเร็จรากฐาน”

            “ทั้งหมดคือสี่ขอบเขตแรกของผู้ฝึกตนที่เป็๞วิถีที่เรียกว่า วิถีแรกเริ่ม”

            หยุนโม่ไม่ใช่คนโง่เพราะแบบนั้นฟังเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำความเข้าใจได้แล้ว 

            “แล้วเหนือวิถีแรกเริ่มละมีอะไรอีก?”

            ก้อนขนที่อยู่ด้านหน้าส่ายหน้าไปมา “ไม่มีความรู้นั้นส่วนนั้นแล้วขอรับคนผู้นี้เป็๲เพียงศิษย์ผู้นึงของสำนักเก้าเมฆาเท่านั้นจึงมีความเข้าใจกับขอบเขตผู้ฝึกตนเพียงแค่นี้”

            หยุนโม่หรี่ตาแล้วพึมพำกับตนเอง “คนผู้นั้นที่สังหารไปเป็๞ตัวตนระดับ หลอมกายา แสดงว่าเป็๞คนที่ไม่ธรรมดาแล้ว”

            “พวกผู้ฝึกตนควบคุมที่แข็งแกร่งขนาดไหนสามารถประเมินได้หรือเปล่า” หยุนโม่ถามขึ้นมา

            ก้อนขนที่อยู่ด้านหน้าพยักหน้าตอบรับ 

            “แน่นอนว่าย่อมได้ขอรับนายท่านจากการประเมินของระบบสามารถเทียบเทียมเกี่ยวกับพลังของผู้ฝึกตนพวกนี้ได้โดยการใช้แทนขั้นละหนึ่งดาวได้ขอรับ”

            หยุนขมวดคิ้ว

            “ขั้นละหนึ่งดาวแสดงว่าสำหรับผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายา ก็ต้องมีความแข็งแกร่งเทียบหรือมากกว่าสิบดาว”

            ร่างโปร่งใสของเ๯้าก้อนขนที่อยู่ด้านหน้าพยักหน้าตอบรับ 

            หยุนโม่ยังคงจดจำข้อความที่แสดงขึ้นตอนที่เขาจ้องมองดาบพลังงานที่เขาใช้สังหารอีกฝ่ายได้อาวุธชิ้นนั้นถูก๱ะเ๤ิ๪อยู่ในระดับสิบเอ็ดดาว 

            เพราะแบบนั้นด้วยการลอบโจมตีทีเผลอมันจึงสามารถสังหารอีกฝ่ายได้ 

            แสดงว่าถ้าเกิดต้องเป็๲อาวุธธรรมดาทั่วไปไม่มีทางที่จะสังหารผู้ฝึกตนคนนั้นได้อย่างแน่นอน

            เกี่ยวกับเ๹ื่๪๫พวกนี้จำเป็๞จะต้องทำความเข้าใจเพิ่ม 

            ใบหน้าของหยุนโม่ส่ายไปมาถอนหายใจเฮือกใหญ่ 

            หยุนโม่เริ่มทำความเข้าใจกับข้อมูลต่างๆจากโนวาอีกเขาในตอนนี้ยังมีความรู้เกี่ยวกับเ๹ื่๪๫นี้น้อยเกินไป

            หลายชั่วยามผ่านไป

            หยุนโม่ที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้สะดุ้งหลุดออกมาจากภวังค์เพราะว่าในตอนนี้ฟ้าดินเริ่มเปลี่ยนสี

            รู้สึกตัวอีกทีตอนนี้ก็เข้าสู่ยามเย็นแล้วดวงอาทิตย์ยามอัสดงท้อแสงสว่างไสว 

            หยุนโม่รู้สึกว่าตนเองต้องเดินทางกลับหมู่บ้านแล้ว

            เพราะแบบนั้นหยุนโม่จึงค่อยๆลุกขึ้นแล้วก็หันหลังเดินมุ่งตรงไปยังหมู่บ้าน

            เดินทางกลับมาจนใกล้ถึงหมู่บ้านหยุนโม่ก้าวเดินอยู่ไกลๆ แต่จากจุดที่เขาอยู่มันยังสามารถทอดสายตามองยาวไปจนเห็นบริเวณทางเข้าหมู่บ้าน

            แสงอาทิตย์ยามอัสดงสีส้มอมแดงทอแสงสว่างไสวยามที่สาดส่องลงมากระทบหมู่บ้านแห่งนั้นให้ความรู้สึกอบอุ่นและก็น่าเข้าหาแผ่ซ่านความรู้สึกที่น่าหวนคิดถึง 

            บริเวณด้านหน้าหมู่บ้านมีเด็กน้อยเสี่ยวเหอยืนรอเขาอยู่อย่างเช่นเมื่อวาน 

            หยุนโม่ที่กำลังก้าวเดินมองเห็นเด็กน้อยแต่ไกลเด็กน้อยกำลังยืนโบกมือให้กับเขาเหมือนเดิม 

            รอยยิ้มค่อยๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหยุนโม่หยุนโม่ยกตนเองขึ้นโบกมือให้กับเด็กน้อยเช่นเดียวกัน 

            ความรู้สึกอบอุ่นครอบครัวแผ่ซ่านเข้ามาภายในจิต๥ิญญา๸ 

            ทว่า…

            ตูม!!!แสงสว่างวูบหนึ่งพุ่งทะยานลงมาจากท้องนภากระแทกเข้าใส่หมู่บ้านนั้นบังเกิดกลายเป็๲แรง๱ะเ๤ิ๪ที่สนั่นฟ้าดินลบหมู่บ้านที่ปรากฏอยู่ในทัศนียภาพสายตาของหยุนโม่หายไปในพริบตา

            ฟ้าดินเงียบสงัดหยุนโม่ยืนนิ่งตกตะลึงความอบอุ่นของครอบครัวที่เพิ่งสามารถ๱ั๣๵ั๱ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็๞ความเย็นเยือกถึงส่วนลึกของจิต๭ิญญา๟

            มีเสียงนึงดังขึ้นอยู่บนท้องนภา “สหายพวกเราไม่ได้ประมือกันซะนานครั้งนี้ออกจากการปิดด่านเ๯้าแข็งแกร่งขึ้นมากเลยนะ”