“ท่านพ่อขอรับ เ้าเด็กเกเรนั่นไปเที่ยวเล่นที่ใดหรือขอรับ ั้แ่เช้าจนเย็น ข้ายังไม่เห็นหน้าเขาเลย” แม่ทัพจ้าวชิงเอ่ยปากถามบิดา
แม่ทัพ ‘จ้าวชิง’ เป็บุตรชายเพียงคนเดียวของแม่ทัพาุโจ้าว เขาเดินทางมาเยี่ยมบิดาพร้อมกับบุตรชายคนโต ‘จ้าวตงชาง’ ฮูหยินของแม่ทัพจ้าวไม่ได้เดินทางมาด้วย เพราะตอนนี้นางกำลังตั้งครรภ์
แม่ทัพจ้าวชิงและจ้าวตงชาง เร่งเดินทางจากชายแดนมาตลอดทั้งวันทั้งคืน พวกเขามาถึงบ้านใน่สาย บุตรชายคนเล็กก็ออกจากบ้านไปเสียแล้ว ด้วยในสายตาของเขา ลูกชายคนเล็กเป็เด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ ทั้งยังชอบก่อเื่ไปทั่ว แม้แต่สำนักศึกษาที่ดีที่สุดของเมืองยังไม่กล้ารับเข้าเรียน จนเขาต้องส่งลูกชายตัวแสบไปเข้าเรียนที่สำนักศึกษาลำดับที่สองแทน และก็ได้แต่หวังว่าเมื่อลูกชายเริ่มโตขึ้น นิสัยที่ชอบก่อเื่และทำตัวเกเรจะลดน้อยลงไปบ้าง แต่ก็ดูเหมือนความหวังของแม่ทัพจ้าวจะไม่สัมฤทธิ์ผล เขากลับมาถึงบ้านหลายชั่วยามแล้ว แต่ลูกชายคนเล็กก็ยังไม่กลับเข้าบ้านเลย
“เ้าเลิกบ่นได้แล้ว เวลานี้ตงจื่อไปทบทวนตำราที่บ้านเพื่อนสนิทของเขาที่ฝั่งใต้ เพื่อเตรียมตัวสอบถงเซิง เอาไว้เขากลับมา เ้าก็จะเห็นเองว่าลูกชายเ้าเปลี่ยนไปแล้ว” แม่ทัพาุโจ้าวพูดกับบุตรชายด้วยรอยยิ้ม
“ทบทวนตำราหรือขอรับท่านปู่ ข้าจำได้ว่าน้องรองไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือเท่าใดนัก เหตุใดครั้งนี้เขาถึงกลับมาตั้งใจเรียนได้เล่า” จ้าวตงชางถามปู่อย่างสงสัย
“ไม่ใช่แค่ตั้งใจเรียนหนังสือ แม้แต่การฝึกยุทธ์และเรียนการต่อสู้ เวลานี้น้องเ้าก็ไม่เกียจคร้านอีกแล้ว และการต่อสู้ที่เขาไปเรียนจากเพื่อนสนิทของเขามานั้นก็น่าสนใจมาก เอาไว้น้องชายเ้ากลับมา เ้าก็ลองทดสอบเขาดูสิ” แม่ทัพาุโจ้าวตอบหลานชาย
“ท่านปู่พูดมาอย่างนี้แล้ว ข้าชักอยากจะทดสอบฝีมือเ้าน้องชายขึ้นมาทันทีเลยขอรับ”
จ้าวตงชางเป็เด็กที่มีพร์ด้านการต่อสู้มาก ั้แ่เด็กแม่ทัพจ้าวจะเป็คนฝึกยุทธ์ให้กับลูกชายเอง อีกทั้งจ้าวตงชางเองก็เป็คนที่ชื่นชอบการต่อสู้อยู่แล้ว เมื่อเขาอายุได้เพียงสิบขวบ เขาก็ขอติดตามบิดาเข้าไปอาศัยอยู่ในกองทัพด้วย แม่ทัพจ้าวก็ไม่ขัด เขาพาลูกชายคนโตเข้าไปฝึกยุทธ์กับคนในค่าย ไม่ว่าจะเป็การต่อสู้ด้วยมือเปล่าหรือแม้แต่การใช้อาวุธต่างๆ จ้าวตงชื่อก็เรียนรู้ได้เร็วยิ่ง
จ้าวตงชางก็เหมือนกับน้องชายของเขา ถึงแม้เขาจะมีวรยุทธ์ที่ดี แต่เื่การเรียนนั้นกลับไม่โดดเด่นเอาเสียเลย หากเทียบกันแล้ว ตอนนี้จ้าวตงจื่อคงเรียนเก่งกว่าเขามากอยู่หลายขั้น
แม่ทัพจ้าวชิงฟังบิดาพูดถึงลูกชายคนเล็กก็ได้แต่นึกแปลกใจ เพราะเขาห่างจากลูกชายคนเล็กไปนาน ทำให้เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ลูกชายของเขามีการเปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้างแล้ว
“ท่านพ่อขอรับ เ้ารองกำลังจะสอบถงเซิงอย่างนั้นหรือ เขาไม่อยากติดตามข้าเข้ากองทัพแล้วหรือขอรับ” จ้าวชิงถามบิดา
“เื่นั้นเ้าเอาไว้ถามเขาเองเถอะ ตอนนี้วิชายุทธ์ของตงจื่อก้าวหน้าไปมาก ผลการเรียนของเขาก็ดีขึ้นมากเหมือนกัน ั้แ่เขาได้รู้จักกับพี่น้องสกุลโจวนั่น ตงจื่อก็เปลี่ยนไปเป็คนละคนเลยล่ะ”
“สกุลโจวหรือขอรับ พวกเขาเป็ใครหรือขอรับท่านปู่” จ้าวตงชางถาม
“โจวหลี่เฉียงกับโจวหยวนเฉิงเรียนอยู่ที่สำนักศึกษาเดียวกับตงจื่อ ปกติแล้วโจวหยวนเฉิงกับตงจื่อมักจะหาเื่ทะเลาะและลงไม้ลงมือกันอยู่เป็ประจำ มีครั้งหนึ่งที่พวกเขาประลองฝีมือกัน เป็ตงจื่อที่เสนอเงื่อนไขเองทั้งหมดว่าให้ใช้มือเปล่าในการต่อสู้ และหากใครแพ้จะต้องแบกผู้ชนะไว้บนหลังและคลานเข่าไปรอบๆ สำนักศึกษา เป็ตงจื่อที่แพ้ในการประคองครานั้น แต่เ้าเด็กโจวหยวนเฉิงกับไม่ได้ให้ตงจื่อทำตามเงื่อนไขของผู้แพ้เลย กลับกันเขายังเป็ฝ่ายชวนตงจื่อไปฝึกยุทธ์และเรียนพิเศษที่บ้านสกุลโจวเสียอีก”
“เขาเป็เด็กหนุ่มที่น่าสนใจมากนะขอรับท่านพ่อ” แม่ทัพจ้าวชิงพูดพร้อมกับพยักหน้าพอใจ
“ท่านปู่ขอรับ บุตรชายของสกุลโจวสามารถต่อสู้แล้วเอาชนะน้องรองได้ แสดงว่าเขาต้องมีฝีมือในการต่อสู้ที่ดี น้องรองได้บอกหรือไม่ขอรับว่าเพื่อนของเขาได้ศึกษาการต่อสู้มาจากอาจารย์ท่านใด” จ้าวตงชางยังถามต่อ
“ปู่เคยพบกับโจวหยวนเฉิงอยู่ครั้งหนึ่ง เมื่อตอนที่บ้านของเขาเปิดกิจการ ปู่เคยถามเขาเกี่ยวกับเื่นี้อยู่เหมือนกัน เขาบอกแต่เพียงว่าอาจารย์ของเขาเป็คนที่ชอบเดินทางและไม่ชอบพักอยู่ที่ใดเป็เวลานาน เมื่อสอนการต่อสู้ให้เขาบางส่วน อาจารย์ของเขาก็ออกเดินทางไปโดยที่เขายังไม่มีโอกาสได้ร่ำลาด้วยซ้ำ” แม่ทัพาุโจ้าวเล่าเื่ที่ตนรู้
“หากการต่อสู้ที่ว่าท่านปู่ยังบอกว่าน่าสนใจ ดังนั้นมันต้องเป็การต่อสู้ที่ดีแน่ๆ เลยนะขอรับ ถ้าน้องรองกลับมา ข้าจะต้องขอประมือกับเขาสักหน่อยแล้ว”
“พี่หลี่เฉียงพวกท่านก็เอาผลไม้กับเครื่องเขียนพวกนี้ไปมอบให้ท่านปู่ด้วยตัวเองสิขอรับ ั้แ่เปิดกิจการ พวกท่านก็ยังไม่ได้พบท่านปู่ของข้าอย่างเป็ทางการเลยไม่ใช่หรือขอรับ” จ้าวตงจื่ออยากเชิญโจวหลี่เฉียงและโจวหยวนเฉิงไปบ้านของเขา วันนี้เขารู้สึกไม่ดีเอามากๆ เหมือนกับว่ามีใครคอยที่จะทำร้ายเขาอยู่
“จริงอย่างที่ตงจื่อว่านะลูก เ้าทั้งสองคนยังไม่ได้ไปขอบคุณท่านแม่ทัพาุโด้วยตัวเองสักครั้งเลย เป็เพราะท่านแม่ทัพาุโมาร่วมงานเปิดกิจการของเรานะ ร้านค้าของเราจึงไม่มีใครกล้ามาก่อกวน” โจวสือชวินเดินเข้าบ้านมาทันได้ยินเด็กหนุ่มคุยกันพอดี
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะเข้าไปหยิบของขวัญเพิ่มอีกสักอย่างนะขอรับ”
ก่อนหน้านี้โจวหยวนเฉิงได้วาดไม้เท้าที่มีลวดลายปราณีตสวยงามขึ้นมาอันหนึ่ง บนหัวของไม้เท้ายังเป็กริชที่ทำจากเหล็กเนื้อดีซ่อนอยู่อีกเล่มหนึ่งด้วย
เมื่อเห็นว่าโจวหลี่เฉียงและโจวหยวนเฉิงตอบตกลงที่จะไปที่บ้านของเขา จ้าวตงจื่อจึงถือโอกาสพาหวงป๋อฉือและเยี่ยเต๋อไปที่บ้านของเขาด้วยเช่นกัน เพราะจ้าวตงจื่ออยากให้ท่านปู่รู้จักเพื่อนของสนิทของเขาทุกคน
“ท่านปู่ ข้ากลับมาแล้วขอรับ” จ้าวตงจื่อะโเสียงดังอย่างมีความสุข นานแล้วที่เขาไม่เคยพาเพื่อนกลับบ้าน
“เ้ารอง เ้าไม่เห็นว่าท่านพ่อกับข้าก็นั่งอยู่ในห้องนี้ด้วยหรืออย่างไร” จ้าวตงชางพูดกับน้องชาย
“พี่ใหญ่! ท่านมาได้อย่างไรขอรับ” จ้าวตงจื่อนึกขึ้นได้ จึงเบนสายตาไปสบตากับบิดาพอดี “ท่านพ่อ! พวกท่านมาถึงนานแล้วหรือขอรับ ท่านไม่ได้บอกล่วงหน้า ข้าก็เลยไม่ได้อยู่รอ ข้าขออภัยด้วยนะขอรับ”
“เ้าไม่ได้ไปเกเรที่ไหนไม่ใช่หรือ ช่างเถอะ เ้าพาเพื่อนเ้าเข้ามาข้างในก่อนเถอะ” จ้าวชิงพูดกับลูกชายพร้อมกับพิจารณาเขาไปด้วย หลังจากนั้นเขาก็พยักหน้าอย่างพอใจ ลูกชายของเขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
จ้าวตงจื่อพาเพื่อนทั้งสี่คนเดินเข้ามาในห้องโถงรับรอง เมื่อเด็กหนุ่มทั้งสี่คนมองเห็นแม่ทัพาุโจ้าวและแม่ทัพจ้าวชิง แววตาของพวกเขาต่างล้วนมีแต่ความเลื่อมใส โดยเฉพาะโจวหยวนเฉิงเมื่อมองเห็นแม่ทัพจ้าวชิง ‘ความองอาจดุดันของนักรบในอดีตมันให้ความรู้สึกอย่างนี้นี่เอง’