สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่ห้าสิบสอง ข้อเสียของสายเสริมพลัง

    ตอนที่ห้าสิบสอง ข้อเสียของสายเสริมพลัง

    อืมไอ้ที่มีประกายแสงจากมืของมาเรียถ้าเรากดสั่งการและฝ่ายตรงข้ามเช่นมอนสเตอร์จะเชื่องขึ้นในโลกแห่งความจริงมันเป็นประมาณนี้เองเรอะ

    ผมมองมูมักไมเนอร์ที่เลือกที่จะทานสัปปะรดจากมือของมาเรียมากกว่าที่จะหยิบด้วยมือเอ๊ยงวงของตนเองแล้วก็คิอเรื่องการเปรียบเทียบของสองอย่างไม่ได้

    และคิดเปรียบเทียบเรื่องจุดอ่อนของสายเสริมพลัง

    อ.โทงาชิแห่ง HunterXHunter พยายามจะกลบเกลื่อนว่าให้หลายๆสายสมดุลกันแต่ความจริงมันไม่สมดุลหรอก

    จากการที่อุโบกินแห่งเงามายาตายไปก่อนคนแรกเพรารู้ตัวว่าหากเขียนให้สมจริงในสายเสริมพลังนั้นยากมาก

     

    หากสายเสริมพลังมีข้อได้เปรียบด้านร่างกายจะให้สายอื่นที่ไม่ได้มาทางสายเสริมพลังชกแข้งกับสายเสริมพลังได้อย่างไร?

    และทำให้ฮิโซกะหรือคุโรโล่ที่ไม่ใมช่สายเสริมพลังโดยตรงมีพลังสูงทะลุคนธรรมดาไปหลายขุมก็เช่นกัน

    หากสายเสริมพลังยังโดนข่มในด้านที่ตนเองควรจะเด่นเอีกมันก็คงจะแปลกๆเพราไม่เหลืออะไรให้เด่นอีกแล้ว

    พี่กล้ามหรือมูมักไพร์มก็เช่นกัน

    แสงสีขาวจากมือของมาเรียที่ออกมาตามธรรมชาติเมื่อเธอให้อาหารมูมักไมเนอร์ทำให้ผมเข้าใจเรื่องนี้ดียิ่งขึ้น

    อย่างที่กล่าวไว้ในสายควบคุมมันเป็นใครลงมือก่อนก็ชนะ One-hit kill ไม่ว่าจะฆ่าหรือควบคุม

    ก็ไม่ต่างกันหากเราทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่อยู่ในสภาวะที่จะต่อสู้กับเราแล้ว

    การทำให้อีกฝ่ายไม่ต่อสู้กับเราหรือทรยศเราแม้แต่การอยู่เฉยๆ ก็เรียกว่าเป็นการทำลายขวัญกำลังใจฝ่ายตรงข้ามมากขึ้นแล้ว

    หยุดหรือทำลายการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้นับว่ามีประโยชน์มากแล้ว

    ทำกลยุทธได้มากมายทั้งใช้โจมตีฝ่ายตรงกันข้ามโดยตรงหรือขัดขวางการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามโดยคนที่โดนเสน่ห์charm

    หากพี่กล้ามมีเวลาในระยะประชิดตัวกับเป้าหมายมากขึ้นโดยฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถมาช่วยได้

    ก็จะมีโอกาสในการเอาชนะเป้าหมายมากขึ้นหรือแม้แต่โอกาสเอาชนะสงครามหากคนที่พี่กล้ามสู้ด้วยเป็นแม่ทัพ

    แม่ทัพที่โดนเอาชีวิตอยู่จะมากจะน้อยก็ต้องมีเวลาจดจ่อกับสถานการณ์การรบโดยรวมน้อยลง

    ว่าแต่

    “..เอ มาเรีย?”ผมเอ่ยถามมาเรียที่เกาะอยู่บนตัวมูมักไมเนอร์และให้มูมักไมเนอร์เหวี่ยงเธอไปมาราวกับชิงช้า

    “ว้าย ฮะ ฮ่า อะไรหรือค่ะนายท่าน”มาเรียส่งสายตาสีเขียวมาทางผมตาแป๋วราวกับมรกตไร้ตำหนิ

    “อืม เจ้าเข้ากับมูมักไมเนอร์ได้ดีมากเอ...ข้าแค่อยากรู้ว่าทำไมมือของเจ้าเรืองแสงได้นานน่ะ”

    “อ้อ อันนี้หรือคะ?”มาเรียรวมแสงในเมือส่องสว่างให้ดู

    “มาดามอินกริดสอนวิธีลูบไล้ให้รู้สึกดีให้น่ะค่ะรวบรวมมานาเอาไว้เพื่อให้สามารถถ่ายทอดพลังให้ดีขึ้น..”มาเรียบรรยายทางทฤษฎีของมานาและการใช้สกิล

    สมกับเป็นสาวเนิร์ดแบบแอบแฝง

    “..ซึ่งมีความสัมพันธ์ต่อประสิทธิภาพของการทำงานของสกิลทักษะ..”มาเรียพูดไปสักพัก

    และหันมาหน้าแดงรู้ตัวเมื่อเห็นผมยกสมุดบันทึกขึ้นมาจดสิ่งที่มาเรียพูดไป

    ผมไม่กล้าสั่งให้พวกบัณฑิตจดงานเพราะอาจจะรบกวนมาเรียตอนที่เธอกำลังมีแรงบันดาลใจในการกล่าวถึงทฤษฎีเวทมนตร์และการทำงานของระบบสกิล

    “อืมพูดต่อไปสิไม่ต้องเกรงใจ..”ผมกำลังคิดถึงทฤษฎีที่มาเรียว่ากล่าว ท่าทางคนเก่งอยู่ที่ไหนก็เก่งแฮะเรียนเวทมนตร์กับสถานศึกษาหลวงท่รวมขุนนางหรือเรียนกับมาดามอินกริดที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างเวทย์เสน่ห์

    มาเรียเธอก็สามารถตั้งข้อสังเกตเรื่องเกี่ยวกับเวทมนตร์และทักษะด้วย

    “...มะ..ไม่เอาแล้วนายท่านล่ะก็ชั้นเป็นทาสอุ่นเตียงนะคะ ไม่ใช่จอมเวทย์เสียหน่อย อือออม” มาเรียหน้าแดงและก้มหน้าบิดตัวบิดแขนไปมา

    “งั้นเธอรวมแสงมานาที่มือได้อย่างไรนะ?”ผมกล่าวถามอย่างสงสัย

    “อย่างนี้หรือคะ” มาเรียทำหน้างุนงงและรวมแสงของมานาให้อยู่ที่มือ

    ผมลองเลียนแบบเธอ

    กึกึกึกึ

    ผิวของผมราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านอากาศสั่นสะเทือนเล็กน้อย

    ได้ค้นพบว่าระบบการใช้สกิลตามคำบอกกล่าวหรือเสียงนั้นเหมือนกับเล่นเกมส์ที่เลือกคำสั่งก็ปล่อยสกิลออกไม่มีอะไรซับซ้อน

    ส่วนการรวมมานาไม่ใช้ตามปรกติเหมือนกับการเล่นเกมส์แบบจอยสั่น ทั้งหน้าจอและคันบังคับสั่นไปหมด

    “ย่า”

    ตู้ม

    กำแพงอิฐที่ผมยกไปมาพังจากการรวบรวมมานา

    Mana Overcharge

    เสียงในหัวของผมดังขึ้น

    ฮืม?ตกลงระบบทักษะในโลกนี้เป็นแบบระบบเกมเมอส์ที่ยืดหยุ่นมากกว่าที่คิดหรือนี่?

    ที่แนวนางเอกพระเอกทำลายสามัญสำนึกของโลกนั้นด้วยการใช้สกิลทักษะมานาแตกต่างไปจากรูปแบบเดิมๆของโลกนั้น

    มาเรียทำได้แบบเรื่องธรรมดาเพราะเธอมีพรสวรรค์ในการควบคุมมานานั่นเอง

    คนทั้งหมดรวมทั้งพี่กล้ามและมาเรียมองผมแบบราวกับตัวประหลาด

    “อะไร? พวกเจ้าไม่เคยปล่อยมานาอย่างนี้กันหรอกเรอะ?”

    “สะสมกับเป็นนายท่านที่ได้ที่สามรองจากท่านจอมปราชญ์เหนือ-ใต้เลยค่ะ”มาเรียพยายามยิ้มชมผมแต่ท่าทางแต่ละคนดูจะแปลกใจเอามากๆที่ผมใช้พลังมานาทำลายหินได้ทั้งที่ผมก็แค่เลียนแบบจากมาเรีย

    “แน่อยู่แล้วข้าอัจฉริยะมากกว่าพวกเจ้านะบุฮิบุฮิบุฮิ”

    ด้วยเสียงหัวเราะบุฮิบุฮิของผมทุกคนก็ทำท่าพยักหน้าเข้าใจและถือโอกาสเชลียร์เจ้านายกันยกใหญ่

    อืมเพราะพวกนี้มานาน้อยเพราเป็นชาวบ้านหรือเปล่านะ?

    แต่มันก็น่าจะมีคนเก่งๆที่โผล่มาจากคนธรรมดาเยอะแยะตามหลัก”ขุนนางแค่เย่อหยิ่งไปเองชาวบ้านก็เทียบกับขุนนางได้”

    ที่มาเรียได้รับทุนการศึกษาเพราทางราชวงศ์พยายามมีนโยบายผลักดันเรื่องความสามารถของสามัญชนมากขึ้นและบั่นทอนอำนาจของสกุลขุนนางเก่านั่นล่ะนะ

    กระจายอำนาจไปสู่สามัญชนและขุนนางชั้นต่ำคนจะเป็นสายตรงและจงรักภักดีต่อราชอาณาจักรโดยรวมมากขึ้น

    ดยุกหมูอ้วนตามต้นฉบับก็บอกว่าแค่มีพลังชีวิตเยอะเท่านั้นเองตามที่มีคนเจาะข้อมูลดาต้าไมนิ่ง เจาะโปรแกรมเอาข้อมูลพื้นฐานของตัวละครจากเกมส์มาดูก็เรียกว่าพลังมานาเยอะกับพลังชีวิตเยอะเท่านั้นแต่อย่างอื่นไม่ได้กำหนดอะไรเป็นพิเศษจะลงโปรแกรมม็อดก็รู้สึกว่าไม่ค่อยต่างกับพวกบอสที่พลังชีวิตเยอะเว่อตัวอื่นๆเท่าไรนัก

    แต่พอมาในโลกความจริง แค่โชว์การพังก้อนอิฐแบบเรียบง่ายพวกนี้ก็ตกใจกันแล้วหรือนี่?

    คล้ายกับเรื่องสามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน ที่คุณอ่าน