ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 3 บทที่ 77 เจ้ามังกรสี่สมุทรเข้ากลุ่มแล้ว

    บทที่ 77 เจ้ามังกรสี่สมุทรเข้ากลุ่มแล้ว

         สิบกว่านาทีต่อมา เย่จื่อเฉินก็ลุกขึ้นยืนอยู่ภายในห้อง

         เขากระตุกยิ้มเย็นชาที่มุมปาก พลางเหลือบมองฟู่เฉิงหมิงที่นอนอยู่บนพื้นราวกับหมาที่ตายไปแล้วพร้อมพูดเสียงเหี้ยม

         “ถ้าจะเล่นสกปรกก็ให้มาเล่นกับฉัน ถ้ากล้าแตะต้องคนรอบตัวฉันฉันมาเอาชีวิตนายแน่”

         พอออกมาจากคลับเฮาส์ก็เป็นเวลากลางคืนแล้วบนหน้าจอโทรศัพท์มีสิบกว่าสายที่ไม่ได้รับล้วนแล้วแต่เป็นซูอี้อวิ๋นและรูมเมทคนอื่นที่โทรมา

         ตอนนั้นเย่จื่อเฉินออกมาแบบหุนหันพลันแล่นเกินไปพวกเขาเป็นห่วงกลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้น

         หลังจากที่ส่งข้อความไปบอกพวกเขาว่าไม่เป็นอะไรแล้วเย่จื่อเฉินก็หาร้านอาหารใกล้ๆ นั่งพักสักหน่อย

         “นี่ ดูเหมือนหมอนั่นจะไม่ใช่คนธรรมดาเลยนายไปเล่นงานเขาจนเละขนาดนั้น จะไม่มีคนมาจับนายใช่ไหม”

         หลิวฉิงที่ลอยอยู่กลางอากาศมีสีหน้าเป็นกังวล เย่จื่อเฉินหัวเราะเบาๆแล้วเบ้ปากพูด

         “จับฉันเหรอ เดี๋ยวพ่อเธอก็พาคนไปจับเขาแล้วเธอลืมแล้วเหรอว่าคนพวกนั้นโดนคนของพ่อเธอพาตัวไปหมดแล้ว?”

         “อ๋อ จริงด้วย”

         หลิวฉิงพยักหน้ายิ้มตาหยี แต่ทันใดนั้นเย่จื่อเฉินกลับเห็นเงาสีขาวสว่างจ้าผ่านหน้าเขาไป

         “เธอจริงๆ ด้วย”

         น้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความดีใจดังขึ้นมาพอเย่จื่อเฉินเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นยมทูตขาวที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน มานั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวตรงข้ามกับเขาแล้ว

         “คุณมาที่นี่ได้ยังไง?”

         เย่จื่อเฉินอ้ำอึ้งไปชั่วขณะ พอมองข้างกายเธอถึงได้เห็นว่าในมือของเธอจับโซ่ไว้หนึ่งเส้นโดยที่โซ่ได้ล่ามผู้ชายคนหนึ่งที่หน้าตาโหดเหี้ยมดุดันเอาไว้ด้วย

         “ออกมาทำงานน่ะ ตอนที่มาก็ยังคิดอยู่เลยว่าจะได้เจอเธอหรือเปล่าไม่คิดเลยว่าจะได้เจอเธอจริงๆ”

         ในน้ำเสียงของยมทูตขาวมักแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายความดีใจจางๆ อยู่เสมอ

         อาการดีอกดีใจแบบนี้ทำให้เย่จื่อเฉินทำตัวไม่ค่อยถูกโดยเฉพาะคำพูดก่อนหน้านี้ของหลิวฉิง ที่อยู่ดีๆเขาก็นึกขึ้นมาได้…

         ยมทูตขาวตนนี้คงจะไม่ได้ชอบเขาจริงๆ หรอกใช่ไหม!

         แค่คิดดูเย่จื่อเฉินก็ขนลุกขึ้นมาอีกครั้ง

         นี่จะต้องเล่นบทความรักของคนกับผีเหรอ

         แต่จะว่าไปแล้ว ยมทูตตนนี้ก็อ่อนโยนใช้ได้เลยนะ

         แต่เพียงแค่ครู่เดียวเย่จื่อเฉินก็ได้เห็นภาพที่ทั้งชีวิตนี้เขายากที่จะลืมได้

         เหมือนว่าวิญญาณที่ถูกล่ามโซ่เอาไว้คิดจะหนียมทูตขาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เห็นถึงความผิดปกติของอีกฝ่ายจึงใช้มือขวาออกแรงกระชากโซ่แล้วยกเท้าซ้ายขึ้นเหยียบวิญญาณตนนั้นจมอยู่ใต้ฝ่าเท้าทันที

         “ถึงขนาดนี้แล้วยังจะคิดหนีอีก แกคิดว่าฉันใจดีหรือไง!”

         …

         …

         เย่จื่อเฉินมองทุกอย่างนี้ด้วยหน้าตาตกตะลึง ส่วนยมทูตขาวก็หันไปแยกเขี้ยวใส่วิญญาณดุร้ายตัวนั้นเหมือนกับไดโนเสาร์กินเนื้อตัวเมีย

         จนกระทั่งควบคุมวิญญาณร้ายตัวนี้ได้แล้วยมทูตขาวถึงได้หันกลับมาอีกครั้ง ก่อนเปิดปากพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

         “จริงสิ เมื่อกี้เราคุยกันถึงไหนแล้วนะ?”

         จากนั้นเขาจึงอยู่คุยกับยมทูตขาวราวครึ่งชั่วโมง จู่ๆโทรศัพท์ของอีกฝ่ายก็ดังขึ้นมา

         “อ๋า ฉันสายแล้ว ต้องกลับแล้วนะ”

         ยมทูตขาวลุกออกจากเก้าอี้ ก่อนจะกระชากวิญญาณที่อยู่ในกำมือตนนั้นแล้วก็เดินออกไป

         เย่จื่อเฉินขมวดคิ้ว นึกถึงงานที่ไท่ไป๋จินซิงมอบหมายให้เขาทำ

         “เดี๋ยว”

         “อะไรเหรอ?”

         ยมทูตขาวหันกลับมาทันทีในน้ำเสียงแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของความหวังจางๆ เย่จื่อเฉินเลียริมฝีปากเล็กน้อยแล้วจึงตัดสินใจพูดขึ้น

         “ในนรกของคุณติดต่อกันยังไงเหรอ มีวีแชทกลุ่มหรือเปล่า?”

         “มีสิ” ยมทูตขาวพยักหน้า “มีอะไรหรือเปล่า?”

         เย่จื่อเฉินลูบคลำหัว มองยมทูตขาวด้วยความลังเล ผ่านไปนานแต่เขาก็ไม่ได้พูดความคิดที่อยากเข้ากลุ่มออกมาก่อนจะยิ้มตอบ

         “ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก คุณรีบกลับไปเถอะคนทางนั้นไม่ตะโกนเรียกคุณแย่แล้วเหรอ?”

         “อื้อๆ ถ้าว่างเราค่อยคุยกันในวีแชทนะ”

         กระชากโซ่เล็กน้อย แล้วลากวิญญาณร้ายที่เหมือนกับซากศพหมาหายไปต่อหน้าเย่จื่อเฉิน

         “โห ยมทูตขาวตนนี้โหดชะมัด”

         หลิวฉิงที่อยู่ข้างๆ พูดขึ้นด้วยท่าทางสบายๆ พอคิดถึงตอนนั้นที่อีกฝ่ายมีความคิดจะจับเธอไปด้วยก็อดใจสั่นไม่ได้

         “โหดจริงๆ นั่นแหละ”

         เย่จื่อเฉินไหวไหล่ไม่พูดอะไร แค่รู้สึกเสียดายมากที่ไม่ได้พูดเรื่องขอเข้ากลุ่มออกไป

         แต่มาคิดดูอีกที ทั้งคู่เพิ่งรู้จักกันไม่นานก็อยากเข้ากลุ่มแบบนี้มันก็กะทันหันเกินไป

         สู้ให้ระดับความสนิทเพิ่มขึ้นก่อนจะดีกว่ารอให้ระดับความสนิทสูงขึ้นอีกหน่อยค่อยว่ากัน มันอาจจะปลอดภัยกว่านี้ก็ได้

         รุ่งเช้าวันต่อมา

         ในขณะที่กำลังหลับฝันอยู่เย่จื่อเฉินก็รู้สึกว่าโทรศัพท์ดังอยู่ตลอด จึงลืมตาขึ้นเปิดดูโทรศัพท์

         เย่จื่อเฉินตกตะลึงกับข้อความที่ยังไม่ได้อ่านถึงเก้าสิบกว่าข้อความในแชทกลุ่ม

         แจกอั่งเปาเหรอ?

         หัวใจเต้นรัว เย่จื่อเฉินกดเปิดวีแชทกลุ่มถึงได้เห็นว่ากำลังทะเลาะกันอยู่

         แต่ที่ทำให้เขาแปลกใจก็คือ ฝ่ายที่ชวนทะเลาะไม่ใช่ยี่หนึงจินกุนแต่เป็นนาจา

         พอเลื่อนประวัติการแชทขึ้นไปดู เย่จื่อเฉินถึงได้เข้าใจ

         ครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ไท่ไป๋จินซิงได้เชิญเจ้ามังกรสี่สมุทรเข้ากลุ่มซึ่งตอนนั้นนาจากำลังอวดบันทึกคะแนนในการสังหารมังกรของเขาอยู่พอดี

          เจ้ามังกรสี่สมุทร[1] มาเจอแชทนี้เข้าพอดีบวกกับนาจาที่มีความแค้นต่อราชามังกรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หลายคนจึงได้ทะเลาะกันขึ้นมาทันที

         อย่าได้ดูถูกเจ้านาจาตัวเล็กผู้น่ารักเป็นอันขาดคำพูดคำจานั้นคมยิ่งกว่ายี่หนึงจินกุนเป็นร้อยเท่า

         เขาคนเดียว สู้กับราชามังกรทั้งกลุ่มอย่างดุเดือด

         ไม่ตกเป็นรองเลยจริงๆ

         อาจจะเป็นเพราะว่านาจาทำให้เจ้ามังกรสี่สมุทรโมโหเข้าแล้วเจ้ามังกรสมุทรบูรพาจึงไปตามผู้ปกครองของเขามาทันที

          เจ้ามังกรสมุทรบูรพา : @เทพเจดีย์หลี่จิ้งมาดูลูกชายท่านด้วย

          นาจา : ตาเฒ่า เก่งนักเหรอเจ้าคิดว่าไปตามพ่อข้ามาแล้วข้าจะกลัวเจ้าเหรอ?

          เจ้ามังกรสมุทรบูรพา : เหอะ

         การทะเลาะหยุดลง

         เย่จื่อเฉินรออยู่สิบกว่านาทีนาจาหรือองค์ชายสามก็ไม่ได้ส่งข้อความมาอีก

          ขุนพลสวรรค์เทียนเผิง : ครั้งนี้องค์ชายสามท่าจะรอดยากแล้ว

          เทพสายฟ้า : เจ้ามังกรสมุทรบูรพาท่านจิตใจคับแคบเกินไปหน่อยนะ กฎของกลุ่มเราตั้งแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยตามผู้ปกครองมาเวลาที่ทะเลาะกัน ท่านดูอย่างยี่หนึงจินกุนสิมีครั้งไหนที่ทะเลาะกันแล้วไปตามผู้ปกครองมาบ้าง

          เจ้าแม่สายฟ้า : นั่นน่ะสิ

          นางฟ้าลูกท้อ : ข้าขอไม่ออกความเห็นแต่ข้าก็ไม่ชอบการไปตามผู้ปกครองเหมือนกัน

         ในกลุ่มต่างเริ่มวิจารณ์เจ้ามังกรสมุทรบูรพา ไม่นานนักหลี่จิ้งก็ปรากฏตัว

          เทพเจดีย์หลี่จิ้ง : ข้าสั่งสอนเขาไปแล้วหวังว่าเจ้ามังกรสมุทรบูรพาจะไม่โกรธเคืองกัน เขายังเด็กยังไม่รู้ความ

         โดนตีจริงๆ ด้วย

         พอเปิดดูไทม์ไลน์ของนาจา เย่จื่อเฉินก็เห็นข้อความที่อัปเดตอันล่าสุดของเขา

         'พ่อข้าตีข้า ข้าไม่พอใจ ข้าจะไปสังหารมังกรแล้ว'

         พรูดดด!

         เซียนน้อยน่ารักตนนี้เอะอะอะไรก็จะฆ่ามังกรอย่างเดียวเลย

         เย่จื่อเฉินกดถูกใจโดยไม่รู้ตัว เพียงครู่เดียวนาจาก็ได้เพิ่มเขาเป็นเพื่อน

         รับ

          นาจา : เจ้าจะไปสังหารมังกรกับข้าหรือเปล่า

         อะไรเนี่ย หาพรรคพวกเหรอ

          เย่จื่อเฉิน : ข้าอยู่ที่ดินแดนลึกลับไปกับเจ้าไม่ได้หรอก

          นาจา : แล้วเจ้าจะกดถูกใจทำไมข้าก็คิดว่าเจ้าจะไปกับข้าน่ะสิ (ต่อท้ายประโยคด้วยสติกเกอร์สีหน้าไม่พอใจเป็นแถวยาว)

          เย่จื่อเฉิน : อ่อ

         เซียนน้อยนาจาไม่ตอบเขากลับมาอีก ดูท่าว่าจะเตรียมตัวไปฆ่ามังกรจริงๆ

         เย่จื่อเฉินกดเปิดวีแชทกลุ่มถึงได้เห็นว่าคนในกลุ่มยังคงต่อว่าเรื่องเจ้ามังกรสมุทรบูรพาอยู่เหมือนเดิม

         ต่อว่าไปแล้วมีประโยชน์อะไร

         อั่งเปาต่างหากที่เป็นราชา!

         เย่จื่อเฉินกลอกตาอย่างหมดคำพูด ก่อนจะส่งข้อความไปโดยไม่แม้แต่จะคิด

         เย่จื่อเฉิน : คนใหม่เข้ากลุ่มแล้วแจกอั่งเปาด้วย@เจ้ามังกรสมุทรทิศบูรพา @เจ้ามังกรสมุทรทิศอุดร@เจ้ามังกรสมุทรทิศประจิม @เจ้ามังกรสมุทรทิศทักษิณ

    ___________________________________________________

    [1] เจ้ามังกรสี่สมุทร คือพญามังกรเจ้าสมุทรทั้ง 4 ซึ่งทั้ง 4ท่านนี้เป็นพี่น้องกันและได้รับบัญชาจากสวรรค์ให้ไปปกปักรักษาประจำอยู่ที่มหาสมุทรหรือทะเลทั้ง4 ทิศ