Perfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์

    ตอนที่ 105 ฉิน ฉี ซู ฮว่า(琴棋书画)

    พอตอนรุ่งเช้าหยางไคกับพี่ใหญ่อู่จึงเข้ารายงานต่อราชบัณฑิตยสภา ณ เมืองเป่ยจิง จากนั้นก็ได้แจ้งความประสงค์เพื่อเดินทางกลับบ้านเกิดของตนเป็นเวลา 2 ถึง 3 เดือนก่อนที่จะกลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่อีกครั้ง แต่หยางหมิงเช่อนั้นจะขอเริ่มงานทันทีในวันนี้เอง

     

    ซึ่งสำหรับหยางไคในฐานะจอหงวนและราชบัณฑิต จำเป็นจะต้องเข้าเฝ้าเพื่อขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากสมเด็จพระจักรพรรดิเสียก่อนตามธรรมเนียม แต่ครั้นไปถึงหน้าท้องพระโรงก็ได้พบเจอกับราชบัณฑิตใหม่ทั้ง 8 คน ก็มีความรู้สึกยินดีที่ต่างจะได้มีผู้ร่วมอุดมการณ์เข้าเฝ้าพร้อม ๆ กัน จึงยืนรอเบิกตัวกันด้วยความผ่อนคลายเป็นอันมาก

     

    พอผ่านไปราวครึ่งชั่วยามจึงเห็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่และบรรดาเสนาบดีเดินออกสวนออกมาจากท้องพระโรง ฝ่ายราชบัณฑิตใหม่ทั้งปวงเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงโค้งคำนับกันอย่างพร้อมเพรียงกัน

     

    ในขณะนั้นเองก็มีขันทีน้อยคอยกระซิบกระซาบมหาขันทีผู้หนึ่งด้วยชำนาญ ครั้นกงกงผู้นั้นทราบเรื่องแล้วก็ยิ้มเยาะอย่างพอใจ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจบารมีว่า

    "จอหงวนใหม่พาเหล่าจิ้นซื่อมาเข้าเฝ้าเช่นนี้ ได้ทำการแจ้งล่วงหน้าก่อนอย่างน้อย 3 วัน แล้วหรือไม่ ?"

     

    หยางไคและเหล่าราชบัณฑิตทั้งปวงย่อมมิเคยทราบกฎเกณฑ์เหล่านี้มาก่อน จึงตอบไปว่า

    "ต้องขออภัยกงกง เนื่องด้วยข้าพเจ้าและราชบัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่ทราบระเบียบเหล่านี้ จึงจะขอกลับมาเข้าเฝ้าในอีก 3 วันข้างหน้า"

     

    เมื่อมหาขันทีได้ฟังเช่นนั้นแล้ว จึงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีแล้วกล่าวว่า

    "เห็นแก่พวกท่านที่ไม่รู้ วันนี้เราจะให้เข้าเฝ้าเป็นกรณีพิเศษก็แล้วกัน"

     

    กล่าวจบก็สะบัดแส้หางม้าในมือแล้วสั่งกับขันทีหน้าท้องพระโรงว่า

    "อำนวยความสะดวกให้จอหงวนด้วย!!"

     

    ครั้นเห็นเหล่าราชบัณฑิตต่างโค้งศีรษะทั้งกล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ กงกงผู้นั้นก็ยิ่งรู้สึกชื่นใจเป็นอันมาก จึงเดินจากไปอย่างทะนงตนนัก

     

    ฝ่ายหยางไคเมื่อได้ยินเหล่าจิ้นซื่อซึ่งอยู่ด้านหลัง กล่าวสรรเสริญในความมีเมตตาของ ‘มหาขันทีหวังเจิ้ง’ ก็ทั้งรู้สึกโกรธทั้งรู้สึกสมเพศนัก

    ยิ่งย้อนกลับคิดไปถึงเรื่องเมื่อ 2 ปี ก่อน ที่ชีวิตของตนต้องแทบพังพินาศย่อยยับเพียงเพราะ ‘ตั๋วทองใบเดียว’ ก็ยิ่งมีความแค้นเกินประมาณ แต่พอสักพักขันทีน้อยเข้ามาเบิกตัวเข้าไป จึงรีบปรับอารมณ์แล้วนำราชบัณฑิตทั้งปวงเข้าไปถวายพระพรเจ้าชีวิต ณ ท้องพระโรง จากนั้นทูลลาเพื่อขอพระบรมราชานุญาตกลับบ้านเกิดในวันนี้

     

    จักรพรรดิอิงจงครั้นทอดพระเนตรจอหงวนคนใหม่ในระยะประชิด ก็มีความนิยมชมชอบ ทั้งคิดขึ้นในพระทัยใดว่า

     

    ‘ตัวเราเป็นบุรุษด้วยกันยังรู้สึกเอ็นดู หากแม้นน้องหญิงจะมีใจแก่เขา ก็คงมิใช่เรื่องแปลกอันใด’

     

    ดำริได้เช่นนั้นแล้วก็นึกเสียดายหากหยางไคจะด่วนกลับบ้านเกิดไปเสียหลายเดือน จึงคิดจะเหนี่ยวรั้งเอาไว้สักหลายวันเสียก่อน จึงตรัสว่า

    “หากแม้นพวกท่านราชบัณฑิตใหม่ทั้งปวงจะชักชวนกันกลับบ้านเกิดเสียทีเดียวกัน ย่อมผิดธรรมเนียมอยู่บ้าง ซึ่งการทยอยกันเดินกลับไปจึงจะถูกต้องยิ่งกว่า พวกท่านว่าจริงหรือไม่จริง ?”

     

    ราชบัณฑิตทั้งหลายเมื่อได้ฟังเช่นนั้นต่างพยักหน้าพร้อมกัน อิงจงฮ่องเต้ทอดพระเนตรเห็นเช่นนั้นแล้วก็ตรัสไปว่า

    “ปัญญาชนทั่วทั้งแผ่นดินย่อมชำนาญใน 4 ศิลปะ คือ ฉิน 琴 (กู่ฉิน) ฉี 棋 (หมากล้อม) ซู (书 การเขียนอักษรศิลป์) ฮว่า 画 (วาดภาพ) ในวันนี้หากราชบัณฑิตผู้ใดวาดภาพแจกันออกมาได้ดีที่สุด เราจะอนุญาตให้กลับบ้านเกิดไปเสียก่อนก็แล้วกัน”

     

    เมื่อไม่มีผู้สงสัยแล้ว พระองค์จึงรับสั่งให้ขันทีนำเอาโต๊ะและเครื่องเขียนพร้อมกระดาษออกมา 9 ชุด สำหรับทุกคน

     

    ฝ่ายราชบัณฑิตทั้งปวงก็เริ่มลงมือวาดแจกันในจินตนาการขึ้นมา บ้างก็ประดับแจกันด้วยดอกไม้ บ้างก็มีลวดลายอันวิจิตรพิสดารตามแต่จะรังสรรค์ออกมาได้ทั้งหมด

     

    ครั้นวาดเสร็จแล้ว อิงจงฮ่องเต้จึงรับสั่งให้ขันทีนำเอาภาพวาดทั้ง 9 แผ่นไปยังตำหนักจิ่งเหริน เพื่อให้กรรมการกิตติมศักดิ์ผู้หนึ่งเป็นผู้ตัดสินผลงาน

    ..พอผ่านไปสักพักขันทีจึงนำเอาภาพวาดเหล่านั้นกลับออกมาถวายให้องค์ฮ่องเต้ อิงจงฮ่องเต้จึงประกาศ 4 รายชื่อ ซึ่งได้กลับบ้านก่อนใคร ได้แก่ซุนจิ้งชวง หวงอี้จือ หม่าเหยาเฉิน และหูจุนเหลียน ส่วนคนที่เหลือจะต้องมาแข่งกันอันอีกทีในวันพรุ่งนี้

    ..

    …

    ครั้นรุ่งขึ้นเป็นวันใหม่ หลังจากที่อิงจงฮ่องเต้ออกขุนนางแล้ว ราชบัณฑิตทั้ง 5 คน ก็เข้าเฝ้าอีกครั้งเพื่อทดสอบ การเขียนอักษรศิลป์ 书 พอเขียนเสร็จครบทุกคนแล้ว จักรพรรดิก็ให้ขันทีนำแผ่นกระดาษไปยังตำหนักจิ่งเหรินเช่นเดิม ครั้นได้ผลคะแนนจึงประกาศให้ กัวเทียนเจี๋ย กับหลินเจิ้นซี ได้กลับบ้านเกิดไป

    แต่วันที่พอวันที่ 3 ซึ่งเป็นการแข่งขันหมากล้อม 棋 และมีผู้แข่งขันเหลืออยู่เพียง 3 คน ฮ่องเต้อิงจงจึงอาสาวางหมากประชันกับจอหงวนของพระองค์เอง

    ฝ่ายหยางไคนั้นแม้ต้องการชนะแต่ไม่ก็อาจเอาชนะจึงแกล้งโยนหมากยอมแพ้ แต่อิงจงฮ่องเต้เมื่อเห็นเช่นนั้นก็ทำทีเป็นทรงกริ้ว จากนั้นอนุญาตให้เหอเย่เจิ้นกับอู๋เจียงสงกลับบ้านเกิดได้ จึงเหลือเพียงหยางไคที่ตกค้างอยู่เพียงผู้เดียว

     

    ฝ่ายหยางไคย่อมมีความสับสนเป็นอันมาก แต่จนใจที่ต้องการกลับบ้านเกิดให้เร็วที่สุด จึงต้องขอเข้าเฝ้าอีกครั้งในวันที่ 4

     

    ฝ่ายจักรพรรดิอิงจงแย้มพระสรวลแล้วตรัสว่า

    “เหลือจอหงวนซึ่งเป็นราชบัณฑิตเพียงผู้เดียวเท่านี้ ซึ่งเรามีผู้ชำนาญในเรื่อง 琴 (กู่ฉิน) อยู่เพียงผู้เดียวเช่นกัน เจ้าจงเล่นกู่ฉินให้นางฟังเถิด หากนางตัดสินให้ผ่าน ย่อมจะได้กลับบ้านเกิดในวันนี้อย่างแน่นอน”

    ..หลังจากตรัสเสร็จ จึงทรงเสด็จออกไป

     

    ฝ่ายหยางไคซึ่งทราบดีว่าวันนี้จะเป็นการทดสอบวิชาเพลง จึงได้นำกู่ฉินซึ่งประดิษฐ์ขึ้นเองติดมือมาด้วย

    ครั้นเห็นสตรีหลังม่านไม้ไผ่ กำลังเดินผ่านเข้ามาอย่างอ่อนช้อย จากนั้นก็นั่งลงอย่างเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มจึงเอ่ยขึ้นว่า

    "กวีบทนี้ ผู้แต่งใช้นามว่า ‘เอกบุรุษผู้หยั่งรู้ความว่างเปล่าและวิถีอันมหัศจรรย์ของเทพเจ้า’ ข้าพเจ้าผู้ต้อยต่ำขอแสดงความทุเรศแล้ว"

     

    กล่าวเพียงเท่านั้นก็เริ่มบรรเลงเพลงกู่ฉินในทันที

     

    ฝ่ายผู้เชี่ยวชาญผู้นั้น ย่อมเป็นคนเดียวกับผู้ตัดสินภาพวาดและภาพเขียน ครั้นอิงจงฮ่องเต้รับสั่งให้ตัดสินดนตรี ก็ไม่อาจไม่มาฟังด้วยตนเองจึงจำใจต้องมา ครั้นได้ฟังกู่ฉินอันไพเราะเป็นอันมาก ย่อมมีรู้สึกเสียดายที่มิได้อ่านฟังบทกวี จึงเรียกขันทีเข้ามาหาแล้วสั่งความไปหนึ่งคำ

    ..

    …

    ครั้นหยางไคบรรเลงจบไป 1 บท ขันทีน้อยจึงได้เข้ามาแจ้งว่า

    “ฟังกู่ฉินจำเป็นจะต้องมีบทกวีประกอบจึงจะได้ดี มิทราบว่าจอหงวนได้ตระเตรียมมาด้วยหรือไม่ ?”

     

    หยางไคได้ฟังเช่นนั้นก็คิดว่าผิดท่าแล้ว ครั้นตนจะกลับเรือนไปคัดลอกเฉพาะบทกวีก็ย่อมเสียเวลาไปอีกอย่างน้อย 1 วัน จึงตัดใจนำตำราดนตรีเล่มนั้นส่งไปให้กับขันทีน้อย แล้วกล่าวไปว่า

    “รบกวนท่านจงนำตำรากู่ฉินเล่มนี้เพื่อมอบให้กับสตรีผู้นั้นด้วยเถิด”

     

    ฝ่ายขันทีน้อยเห็นอีกฝ่ายเรียกขานว่า ‘สตรีผู้นั้น’ ก็มีความแปลกใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็ได้แต่รับเอามาจากนั้นนำส่งขึ้นไปหลังฉากนั้น แล้วแจ้งเพียงเบา ๆ ว่า

    “จอหงวนให้หม่อมฉันนำตำรากู่ฉินเล่มนี้มาถวายพระเจ้าข้า”

     

    ฝ่ายองค์หญิงหย่งชิงครั้นทราบว่าอีกฝ่ายคือชายหนุ่มนั้นเองก็ก้มพระพักตร์ลง แล้วตรัสกับขันทีน้อยนั้นว่า

    “เจ้าจงแจ้งกับจอหงวนให้เล่นเพลงบทที่ 2 ต่อไปได้แล้ว~”

     

    ตรัสเพียงเท่านั้น ก็พยายามข่มพระทัยเอาไว้ด้วยความยากลำบากยากเย็นยิ่งนักแล..

    คล้ายกับเรื่องPerfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์ ที่คุณอ่าน

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380