Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่70 วิญญาณอาฆาตโม่ฟาน (3)

    บัดซบ!

     

    โม่ฟานไม่เชื่อว่าตนเองจะแพ้อีกเขาจึงทําการสัประยุทธ์กลางอากาศกับเด็กหนุ่มอีกครั้ง

     

    ปัง!

     

    วินาทีนั้นโม่ฟานก็ถูกหมัดของเด็กหนุ่มซัดจนกระเด็นตัวลอยไปไกลก่อนกระแทกลงพื้นอย่างจัง

     

    “หืม…’’เห็นแบบนั้น วั่งซูที่ไม่ค่อยแน่ใจว่าเป็นเพราะอะไรก็เริ่มตะหนักถึงบางอย่างดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาสู้ชายชราไม่ได้จะเป็นเพียงความแข็งแกร่งทางด้านพลังเพราะถ้าเป็นเรื่องความรู้และเทคนิคการต่อสู้แล้วเขานั้นเหนือกว่าอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง

     

    เพราะงั้นท่าดวลระยะประชิดก็อย่าได้หวังว่าจะเอาชนะเขา!

     

    “อั๊ก!’’ทางด้านโม่ฟานที่ถูกซัดจนตกลงมากระแทกกับพื้นก็กระอักเลือดสองตาของเขาตอนนี้แดงกํ่าและมองไปยังเด็กหนุ่มที่ลอยตัวลงมาด้วยความไม่อยากเชื่อ“เป็นไปไม่ได้! ฉันคนนี้นี่นะแพ้เรื่องความรู้ความเข้าใจในการต่อสู้?!’’

     

    ถูกต้อง!โม่ฟานตะหนักได้แล้วว่าเขาแพ้เพราะเหตุใด!

     

    ดังนั้นในเวลานี้โม่ฟานจึงรู้สึกเหลือเชื่อเป็นอย่างมากมันจะเป็นได้อย่างไรที่คนมีอายุยาวนานเช่นเขาจะมีความรู้ความเข้าใจด้านการต่อสู้น้อยกว่าเด็กหนุ่มยิ่งการที่อีกฝ่ายตาบอดด้วยแล้ว มันยิ่งเป็นไปไม่ได้!

     

    แล้วนี่มันกลับกลายเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร?

     

    ด้านคนอื่นๆที่เห็นก็ตะลึงงันไปเหมือนกันวันนี้นอกจากเรื่องของโม่ฟานแล้วก็เป็นเรื่องความแข็งแกร่งของเด็กหนุ่มนี่แหละโดยเฉพาะสิ่งที่ราวกับเวทย์มนต์เหมือนสายฟ้านั่นพวกเขารู้สึกตื่นตะลึงและเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก

     

    แท้จริงแล้วเด็กหนุ่มคนนี้เป็นใครกันแน่?

     

    ทําไมเขาถึงได้ทรงพลังเช่นนี้!

     

    “คุณน่ะต่อให้แข็งแกร่งขึ้นมาก็ยังสู้ผมไม่ได้ช่างอ่อนแอเสียจริง!’’ โดยไม่ลังเล วั่งซูแสยะยิ้มดูถูกชายชราเพื่อยั่วยุเขาต้องการยั่วยุให้อีกฝ่ายโกรธจนเข้ามาสู้กับเขา

     

    “กรอดดดด!’’ถูกยั่วยุเช่นนี้ โม่ฟานก็ถึงกับกัดฟันกรอดหน้าแดงกํ่าถมึงทึงเลยทีเดียว พริบตาเขาก็ทะยานเข้าหาเด็กหนุ่มแล้วลงมือสัประยุทธ์อีกครั้ง

     

    ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะแพ้อีก!

     

    เป็นอีกครั้งที่สองร่างเคลื่อนไหวเข้าหากันและต่อสู้ก่อนค่อยๆลอยขึ้นไปกลางอากาศด้วยความรวดเร็ว

     

    ด้านโม่ฟานที่เป็นฝ่ายโจมตีและไม่สามารถทําอะไรเด็กหนุ่มได้เลยก็รู้สึกเหมือนเสียหน้าถึงที่สุดเขาไม่เคยรู้สึกยํ่าแย่อะไรขนาดนี้มาก่อน

     

    “หึๆนี่ขนาดผมไม่ลงมือโจมตีคุณนะ คุณยังไม่สามารถทําอะไรผมได้เลยนับภาษาอะไรกับความแข็งแกร่งถ้าผมแข็งแกร่งกว่าคุณป่านนี้คุณคงถูกบี้ตายเหมือนมดไปแล้ว!’’ระหว่างเอียงตัวหลบการโจมตี วั่งซูก็หัวเราะหึๆแดกดันตอนนี้นอกจากความมั่นใจของเขาจะเพิ่มขึ้นมาแล้ว เขายังรู้สึกอันตรายต่ออีกฝ่ายน้อยลงด้วย

     

    “บัดซบ!’’ได้ยิน โม่ฟานก็คลั่งจนเสียสติสบถออกมาเขาทุ่มความแข็งแกร่งและกําลังภายในทั้งหมดระดมการโจมตีต่อเนื่องออกไปทว่าไม่ว่าจะทํายังไงเขาก็ไม่สามารถเข้าถึงหรือโจมตีโดนอีกฝ่ายได้เลย

     

    นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!

     

    ทําไมเด็กเก้าขวบมันถึงได้เก่งขนาดนี้?

     

    ท่ามกลางการโจมตีที่ถูกระดมมาไม่ยั้งวั่งซูเปรียบเสมือนต้นหลิวที่อ่อนไหว ร่างเล็กจ้อยของเขาโอนเอียนไปมาตามสายลมพริบตา การโจมตีทั้งหมดก็พุ่งเข้าสู่อากาศโดยลอดผ่านตัวเขาไปหมด

     

    “ได้เวลาจบเกมแล้ว!’’วินาทีนั้น วั่งซูยิ้มอย่างมั่นใจแล้วลงมือโจมตี

     

    ปัง!

     

    ด้วยการโจมตีถึงจุดตายแม้โม่ฟานจะป้องกันเอาไว้ เขาก็ถึงกับตัวลอยกระเด็นกระแทกกับพื้นอย่างจัง

     

    “อั๊ก!’’เป็นอีกครั้งที่โม่ฟานกระอักเลือดออกมานัยน์ตาทั้งสองแดงกํ่าจนปรากฏเส้นเลือดให้เห็น ตอนนี้เขาโกรธเป็นอย่างมากแต่ในไม่ช้าเขาก็ค่อยๆทรงตัวยืนขึ้นแล้วหัวเราะด้วยนํ้าเสียงที่น่าหวาดกลัวก่อนเอ่ย“เด็กน้อยเธอเก่งก็จริง แต่ไม่ว่ายังไงวันนี้เธอก็ต้องตาย!’’

     

    สิ้นเสียงแหวนสีดําวงหนึ่งบนนิ้วของโม่ฟานพลันทอประกายแสงวินาทีนั้นก่อนที่วั่งซูจะได้รู้สึกตัวกลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายก็พวยพุ่งออกมาจากมันก่อนปรากฏให้เห็นถึงหมอกหนาทึบสีดําทมิฬที่น่าสะพรึง

     

    มองไปยังหมอกหนาทึมสีดําทมิฬที่มีกลิ่นอายชั่วร้ายและค่อยๆเปลี่ยนเป็นคลื่นพลังงานแห่งความชั่วร้ายหัวใจของวั่งซูก็เต้นไม่เป็นจังหวะ เขารู้สึกได้ถึงความอันตรายจากมันอย่างแท้จริง

     

    อย่างไรก็ตามในวินาทีต่อมาสีหน้าของวั่งซูก็กลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง จากการถ่ายทอดของอาจารย์ในวันนี้ไม่ว่าจะสถานการณ์ใดๆ สิ่งหนึ่งที่ต้องมีก็คือ ความเยือกเย็น!

     

    ตราบใดที่ยังคงเยือกเย็นเอาไว้ได้ทุกสถานการณ์การจะหาทางออกย่อมไม่ใช่เรื่องยาก!

     

    โดยไม่รอช้าวั่งซูใช้จิตแห่งเต๋าเพื่ออ่านทางมันอย่างไรก็ตามด้วยความที่พลังงานแห่งความชั่วร้ายนั่นทรงพลังเป็นอย่างมากเขาจึงไม่สามารถทําอะไรได้นอกจากขมวดคิ้ว‘ดูเหมือนว่าสิ่งนี้หากฉันโดนเข้าไปมีหวังได้ตายแน่ๆ…’

     

    ในไม่ช้าพลังงานแห่งความชั่วร้ายที่ก่อตัวขึ้นก็เสถียรจนเป็นบอลพลังงานทรงกลมมหึมา

     

    วูบ!

     

    พริบตานั้นโม่ฟานได้ควบคุมมันผ่านพลังวิญญาณของเขาให้มันโจมตี แต่ไม่ได้ไปทางเด็กหนุ่มกลับกัน มันมุ่งหน้าไปทางคนอื่นๆแทน

     

    วั่งซูที่เห็นก็พลันเข้าใจได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการให้เขาหลบหนีเขาจึงไม่สามารถทําอะไรได้นอกจากโกรธจนต้องฟันกรอดแล้วทะยานไปที่ตรงนั้น

     

    เยือกเย็น!

     

    เมื่อมาถึงวั่งซูที่กําลังยืนเผชิญหน้ากับบอลพลังงานสีดําก็เยือกเย็นและใช้สมองคิดหาทางออกเท่าที่ทําได้

     

    คนอื่นๆที่เห็นก็เริ่มรู้เป็นกังวลแทนเด็กหนุ่มพวกเขารู้ดีเลยว่าสิ่งนี้อีกฝ่ายไม่สามารถรับมันได้อย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นโม่ฟานคงไม่ใช่พวกเขาเป็นตัวประกันเช่นนี้อย่างไรก็ตามเด็กหนุ่มถือเป็นความหวังเดียวของพวกเขาดังนั้นพวกเขาจึงทําได้เพียงแค่สวดภาวนาเอาใจช่วยอีกฝ่ายอีกแรง

     

    “ฮ่าๆๆๆๆ!ไม่ว่าจะทํายังไงต่อหน้าพลังวิญญาณแห่งความชั่วร้ายนี้ ทุกคนล้วนต้องตาย!’’มองไปยังความพยายามอันเปล่าประโยชน์ โม่ฟานก็แสยะยิ้มหัวเราะดูถูกด้วยพลังแห่งความชั่วร้ายที่ถูกสร้างขึ้นโดยพลังวิญยาณของเขาผ่านแหวนสีดํามันเป็นไปไม่ได้ที่ร่างกายคนธรรมดาจะสามารถรับไหว

     

    ดังนั้นเมื่อเด็กหนุ่มปะทะเข้ากับมันมีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่รออยู่ตาย!

     

    นั่นคือความตายเพียงเท่านั้น!

     

    ‘ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแสดงให้เห็นถึงเต๋า…’ขณะที่ความตายกําลังคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆวั่งซูเพียงเยือกเย็นแล้วนึกถึงสิ่งที่อาจารย์ของเขาสอนเอาไว้

     

    ไม่ว่าจะเป็นอะไรพวกมันล้วนแฝงให้เห็นถึงเต๋า!

     

    เพราะอย่างนั้นเมื่อตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่บีบบังคับเช่นนี้จิตวิญญาณของวั่งซูจึงพลอยได้รับการตอบสนองไปด้วย

     

    ในเมื่อทุกสิ่งล้วนแฝงการคงอยู่ของเต๋าเอาไว้...พลังแห่งความชั่วร้ายก็เช่นกัน!

     

    ดังนั้นเขาจะเปลี่ยนมันให้เป็นรากฐานเต๋าของเขา!

     

    วินาทีต่อมาสิ่งที่น่าเหลือเชื่อพลันเกิดขึ้นร่างกายของเด็กหนุ่มเดินเข้าหาพลังงานแห่งความชั่วร้ายอย่างมั่นคงทุกฝีเท้าของเขาแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและไม่เกรงกลัว

     

    “รนหาที่ตาย!’’โม่ฟานที่เห็นพลันดูถูก

     

    ทว่าเวลานั้นเมื่อบอลมหึมาที่เต็มไปด้วยพลังงานแห่งความชั่วร้ายของเขาสัมผัสเข้ากับตัวของเด็กหนุ่มมันก็พลันจมหายไปในร่างกายของอีกฝ่ายอย่างไร้ร่องรอย

     

    วูบ!

     

    “อะไรกัน!’’เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า โม่ฟานก็แทบไม่อยากเชื่อจนต้องอุทานอย่างไรก็ตามเมื่อเขาเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายที่กําลังบิดเบี้ยวเขาก็พลันแสยะยิ้มดูถูกทันที “ช่างไม่เจียมตัว!’’

     

    ปัจจุบันหลังจากที่วั่งซูรับเอาพลังงานแห่งความชั่วร้ายทั้งหมดด้วยการตระหนักรู้ร่างกายของเขาที่ไม่สามารถเข้ากันได้กับมันพลันตอบสนองอย่างรุนแรง

     

    กร็อบ!

     

    กระดูกทั้งร่างของเด็กหนุ่มพลันถูกบดขยี้แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

     

    ถึงอย่างนั้นวั่งซูก็ไม่คิดที่จะส่งเสียงร้องเขากัดฟันทนความเจ็บปวดเอาไว้แล้วอดไม่ได้ที่จะสมเพชตัวเองดูเหมือนว่าเขาจะเป็นแค่ไอ้โง่คนหนึ่งที่ไม่เจียมตัวจริงๆ

     

    ตุบ!

     

    วินาทีนั้นร่างกายของวั่งซูที่กระดูกภายในถูกบดขยี้ก็ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นอย่างแรง

     

    อย่างไรก็ตามแม้มันจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดบนใบหน้าของวั่งซูก็ยังคงประดับให้เห็นถึงรอยยิ้ม เพราะดูเหมือนว่าการกระทําของเขามันจะไม่ได้ไร้ประโยชน์ไปซะทีเดียว

     

    วินาทีนั้นท่ามกลางความเงียบสงัดเปลวเพลิงที่โชติช่วงล้อมรอบลานกว้างเอาไว้พลันแยกออกเป็นช่องว่างเล็กๆ

     

    พรึ่บ!

     

    พริบตาชายหนุ่มคนหนึ่งก็ก้าวเดินเข้ามา เขาคนนี้มีหน้าตาหล่อเหลาและผิวขาวนุ่มที่ราวกับเทพบุตรอย่างไรก็ตามหากสังเกตดีๆจะพบว่าในตอนนี้ใบหน้าของเขาแสดงให้เห็นถึงความเย็นชาอย่างแท้จริง

     

    เย็นชาจนทุกคนสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ!