บัดซบ!
โม่ฟานไม่เชื่อว่าตนเองจะแพ้อีกเขาจึงทําการสัประยุทธ์กลางอากาศกับเด็กหนุ่มอีกครั้ง
ปัง!
วินาทีนั้นโม่ฟานก็ถูกหมัดของเด็กหนุ่มซัดจนกระเด็นตัวลอยไปไกลก่อนกระแทกลงพื้นอย่างจัง
“หืม…’’เห็นแบบนั้น วั่งซูที่ไม่ค่อยแน่ใจว่าเป็นเพราะอะไรก็เริ่มตะหนักถึงบางอย่างดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาสู้ชายชราไม่ได้จะเป็นเพียงความแข็งแกร่งทางด้านพลังเพราะถ้าเป็นเรื่องความรู้และเทคนิคการต่อสู้แล้วเขานั้นเหนือกว่าอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง
เพราะงั้นท่าดวลระยะประชิดก็อย่าได้หวังว่าจะเอาชนะเขา!
“อั๊ก!’’ทางด้านโม่ฟานที่ถูกซัดจนตกลงมากระแทกกับพื้นก็กระอักเลือดสองตาของเขาตอนนี้แดงกํ่าและมองไปยังเด็กหนุ่มที่ลอยตัวลงมาด้วยความไม่อยากเชื่อ“เป็นไปไม่ได้! ฉันคนนี้นี่นะแพ้เรื่องความรู้ความเข้าใจในการต่อสู้?!’’
ถูกต้อง!โม่ฟานตะหนักได้แล้วว่าเขาแพ้เพราะเหตุใด!
ดังนั้นในเวลานี้โม่ฟานจึงรู้สึกเหลือเชื่อเป็นอย่างมากมันจะเป็นได้อย่างไรที่คนมีอายุยาวนานเช่นเขาจะมีความรู้ความเข้าใจด้านการต่อสู้น้อยกว่าเด็กหนุ่มยิ่งการที่อีกฝ่ายตาบอดด้วยแล้ว มันยิ่งเป็นไปไม่ได้!
แล้วนี่มันกลับกลายเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร?
ด้านคนอื่นๆที่เห็นก็ตะลึงงันไปเหมือนกันวันนี้นอกจากเรื่องของโม่ฟานแล้วก็เป็นเรื่องความแข็งแกร่งของเด็กหนุ่มนี่แหละโดยเฉพาะสิ่งที่ราวกับเวทย์มนต์เหมือนสายฟ้านั่นพวกเขารู้สึกตื่นตะลึงและเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก
แท้จริงแล้วเด็กหนุ่มคนนี้เป็นใครกันแน่?
ทําไมเขาถึงได้ทรงพลังเช่นนี้!
“คุณน่ะต่อให้แข็งแกร่งขึ้นมาก็ยังสู้ผมไม่ได้ช่างอ่อนแอเสียจริง!’’ โดยไม่ลังเล วั่งซูแสยะยิ้มดูถูกชายชราเพื่อยั่วยุเขาต้องการยั่วยุให้อีกฝ่ายโกรธจนเข้ามาสู้กับเขา
“กรอดดดด!’’ถูกยั่วยุเช่นนี้ โม่ฟานก็ถึงกับกัดฟันกรอดหน้าแดงกํ่าถมึงทึงเลยทีเดียว พริบตาเขาก็ทะยานเข้าหาเด็กหนุ่มแล้วลงมือสัประยุทธ์อีกครั้ง
ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะแพ้อีก!
เป็นอีกครั้งที่สองร่างเคลื่อนไหวเข้าหากันและต่อสู้ก่อนค่อยๆลอยขึ้นไปกลางอากาศด้วยความรวดเร็ว
ด้านโม่ฟานที่เป็นฝ่ายโจมตีและไม่สามารถทําอะไรเด็กหนุ่มได้เลยก็รู้สึกเหมือนเสียหน้าถึงที่สุดเขาไม่เคยรู้สึกยํ่าแย่อะไรขนาดนี้มาก่อน
“หึๆนี่ขนาดผมไม่ลงมือโจมตีคุณนะ คุณยังไม่สามารถทําอะไรผมได้เลยนับภาษาอะไรกับความแข็งแกร่งถ้าผมแข็งแกร่งกว่าคุณป่านนี้คุณคงถูกบี้ตายเหมือนมดไปแล้ว!’’ระหว่างเอียงตัวหลบการโจมตี วั่งซูก็หัวเราะหึๆแดกดันตอนนี้นอกจากความมั่นใจของเขาจะเพิ่มขึ้นมาแล้ว เขายังรู้สึกอันตรายต่ออีกฝ่ายน้อยลงด้วย
“บัดซบ!’’ได้ยิน โม่ฟานก็คลั่งจนเสียสติสบถออกมาเขาทุ่มความแข็งแกร่งและกําลังภายในทั้งหมดระดมการโจมตีต่อเนื่องออกไปทว่าไม่ว่าจะทํายังไงเขาก็ไม่สามารถเข้าถึงหรือโจมตีโดนอีกฝ่ายได้เลย
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
ทําไมเด็กเก้าขวบมันถึงได้เก่งขนาดนี้?
ท่ามกลางการโจมตีที่ถูกระดมมาไม่ยั้งวั่งซูเปรียบเสมือนต้นหลิวที่อ่อนไหว ร่างเล็กจ้อยของเขาโอนเอียนไปมาตามสายลมพริบตา การโจมตีทั้งหมดก็พุ่งเข้าสู่อากาศโดยลอดผ่านตัวเขาไปหมด
“ได้เวลาจบเกมแล้ว!’’วินาทีนั้น วั่งซูยิ้มอย่างมั่นใจแล้วลงมือโจมตี
ปัง!
ด้วยการโจมตีถึงจุดตายแม้โม่ฟานจะป้องกันเอาไว้ เขาก็ถึงกับตัวลอยกระเด็นกระแทกกับพื้นอย่างจัง
“อั๊ก!’’เป็นอีกครั้งที่โม่ฟานกระอักเลือดออกมานัยน์ตาทั้งสองแดงกํ่าจนปรากฏเส้นเลือดให้เห็น ตอนนี้เขาโกรธเป็นอย่างมากแต่ในไม่ช้าเขาก็ค่อยๆทรงตัวยืนขึ้นแล้วหัวเราะด้วยนํ้าเสียงที่น่าหวาดกลัวก่อนเอ่ย“เด็กน้อยเธอเก่งก็จริง แต่ไม่ว่ายังไงวันนี้เธอก็ต้องตาย!’’
สิ้นเสียงแหวนสีดําวงหนึ่งบนนิ้วของโม่ฟานพลันทอประกายแสงวินาทีนั้นก่อนที่วั่งซูจะได้รู้สึกตัวกลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายก็พวยพุ่งออกมาจากมันก่อนปรากฏให้เห็นถึงหมอกหนาทึบสีดําทมิฬที่น่าสะพรึง
มองไปยังหมอกหนาทึมสีดําทมิฬที่มีกลิ่นอายชั่วร้ายและค่อยๆเปลี่ยนเป็นคลื่นพลังงานแห่งความชั่วร้ายหัวใจของวั่งซูก็เต้นไม่เป็นจังหวะ เขารู้สึกได้ถึงความอันตรายจากมันอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตามในวินาทีต่อมาสีหน้าของวั่งซูก็กลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง จากการถ่ายทอดของอาจารย์ในวันนี้ไม่ว่าจะสถานการณ์ใดๆ สิ่งหนึ่งที่ต้องมีก็คือ ความเยือกเย็น!
ตราบใดที่ยังคงเยือกเย็นเอาไว้ได้ทุกสถานการณ์การจะหาทางออกย่อมไม่ใช่เรื่องยาก!
โดยไม่รอช้าวั่งซูใช้จิตแห่งเต๋าเพื่ออ่านทางมันอย่างไรก็ตามด้วยความที่พลังงานแห่งความชั่วร้ายนั่นทรงพลังเป็นอย่างมากเขาจึงไม่สามารถทําอะไรได้นอกจากขมวดคิ้ว‘ดูเหมือนว่าสิ่งนี้หากฉันโดนเข้าไปมีหวังได้ตายแน่ๆ…’
ในไม่ช้าพลังงานแห่งความชั่วร้ายที่ก่อตัวขึ้นก็เสถียรจนเป็นบอลพลังงานทรงกลมมหึมา
วูบ!
พริบตานั้นโม่ฟานได้ควบคุมมันผ่านพลังวิญญาณของเขาให้มันโจมตี แต่ไม่ได้ไปทางเด็กหนุ่มกลับกัน มันมุ่งหน้าไปทางคนอื่นๆแทน
วั่งซูที่เห็นก็พลันเข้าใจได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการให้เขาหลบหนีเขาจึงไม่สามารถทําอะไรได้นอกจากโกรธจนต้องฟันกรอดแล้วทะยานไปที่ตรงนั้น
เยือกเย็น!
เมื่อมาถึงวั่งซูที่กําลังยืนเผชิญหน้ากับบอลพลังงานสีดําก็เยือกเย็นและใช้สมองคิดหาทางออกเท่าที่ทําได้
คนอื่นๆที่เห็นก็เริ่มรู้เป็นกังวลแทนเด็กหนุ่มพวกเขารู้ดีเลยว่าสิ่งนี้อีกฝ่ายไม่สามารถรับมันได้อย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นโม่ฟานคงไม่ใช่พวกเขาเป็นตัวประกันเช่นนี้อย่างไรก็ตามเด็กหนุ่มถือเป็นความหวังเดียวของพวกเขาดังนั้นพวกเขาจึงทําได้เพียงแค่สวดภาวนาเอาใจช่วยอีกฝ่ายอีกแรง
“ฮ่าๆๆๆๆ!ไม่ว่าจะทํายังไงต่อหน้าพลังวิญญาณแห่งความชั่วร้ายนี้ ทุกคนล้วนต้องตาย!’’มองไปยังความพยายามอันเปล่าประโยชน์ โม่ฟานก็แสยะยิ้มหัวเราะดูถูกด้วยพลังแห่งความชั่วร้ายที่ถูกสร้างขึ้นโดยพลังวิญยาณของเขาผ่านแหวนสีดํามันเป็นไปไม่ได้ที่ร่างกายคนธรรมดาจะสามารถรับไหว
ดังนั้นเมื่อเด็กหนุ่มปะทะเข้ากับมันมีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่รออยู่ตาย!
นั่นคือความตายเพียงเท่านั้น!
‘ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแสดงให้เห็นถึงเต๋า…’ขณะที่ความตายกําลังคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆวั่งซูเพียงเยือกเย็นแล้วนึกถึงสิ่งที่อาจารย์ของเขาสอนเอาไว้
ไม่ว่าจะเป็นอะไรพวกมันล้วนแฝงให้เห็นถึงเต๋า!
เพราะอย่างนั้นเมื่อตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่บีบบังคับเช่นนี้จิตวิญญาณของวั่งซูจึงพลอยได้รับการตอบสนองไปด้วย
ในเมื่อทุกสิ่งล้วนแฝงการคงอยู่ของเต๋าเอาไว้...พลังแห่งความชั่วร้ายก็เช่นกัน!
ดังนั้นเขาจะเปลี่ยนมันให้เป็นรากฐานเต๋าของเขา!
วินาทีต่อมาสิ่งที่น่าเหลือเชื่อพลันเกิดขึ้นร่างกายของเด็กหนุ่มเดินเข้าหาพลังงานแห่งความชั่วร้ายอย่างมั่นคงทุกฝีเท้าของเขาแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและไม่เกรงกลัว
“รนหาที่ตาย!’’โม่ฟานที่เห็นพลันดูถูก
ทว่าเวลานั้นเมื่อบอลมหึมาที่เต็มไปด้วยพลังงานแห่งความชั่วร้ายของเขาสัมผัสเข้ากับตัวของเด็กหนุ่มมันก็พลันจมหายไปในร่างกายของอีกฝ่ายอย่างไร้ร่องรอย
วูบ!
“อะไรกัน!’’เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า โม่ฟานก็แทบไม่อยากเชื่อจนต้องอุทานอย่างไรก็ตามเมื่อเขาเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายที่กําลังบิดเบี้ยวเขาก็พลันแสยะยิ้มดูถูกทันที “ช่างไม่เจียมตัว!’’
ปัจจุบันหลังจากที่วั่งซูรับเอาพลังงานแห่งความชั่วร้ายทั้งหมดด้วยการตระหนักรู้ร่างกายของเขาที่ไม่สามารถเข้ากันได้กับมันพลันตอบสนองอย่างรุนแรง
กร็อบ!
กระดูกทั้งร่างของเด็กหนุ่มพลันถูกบดขยี้แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
ถึงอย่างนั้นวั่งซูก็ไม่คิดที่จะส่งเสียงร้องเขากัดฟันทนความเจ็บปวดเอาไว้แล้วอดไม่ได้ที่จะสมเพชตัวเองดูเหมือนว่าเขาจะเป็นแค่ไอ้โง่คนหนึ่งที่ไม่เจียมตัวจริงๆ
ตุบ!
วินาทีนั้นร่างกายของวั่งซูที่กระดูกภายในถูกบดขยี้ก็ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นอย่างแรง
อย่างไรก็ตามแม้มันจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดบนใบหน้าของวั่งซูก็ยังคงประดับให้เห็นถึงรอยยิ้ม เพราะดูเหมือนว่าการกระทําของเขามันจะไม่ได้ไร้ประโยชน์ไปซะทีเดียว
วินาทีนั้นท่ามกลางความเงียบสงัดเปลวเพลิงที่โชติช่วงล้อมรอบลานกว้างเอาไว้พลันแยกออกเป็นช่องว่างเล็กๆ
พรึ่บ!
พริบตาชายหนุ่มคนหนึ่งก็ก้าวเดินเข้ามา เขาคนนี้มีหน้าตาหล่อเหลาและผิวขาวนุ่มที่ราวกับเทพบุตรอย่างไรก็ตามหากสังเกตดีๆจะพบว่าในตอนนี้ใบหน้าของเขาแสดงให้เห็นถึงความเย็นชาอย่างแท้จริง
เย็นชาจนทุกคนสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ!