ตอนที่ห้าสิบหก การฝึกฝนประจำวัน
ฟู่
ฟู่ ฟู่
ไฟที่ลุกด้วยวีสันต่างๆ
ไฟนั้นเปลี่ยนสีไปตามสภาพของความร้อนและพวกเราได้ทำการทดลองโดยการให้นามูและผมสลับกันควบคุมไฟดู
พวกเราทดลองในสิ่งที่ผลไม้ที่ต่ำติดพื้นที่เรียบง่ายก่อน
มีมากมายไปหมดให้ทำในการทดลองวิทยาศาสตร์ช่วงแรกจะถาม”คำถาม”และ”ปัญหา”ได้ง่ายดายมากๆ
แต่พอเวลาผ่านไปเราจะเริ่มก้าวหน้าได้ยากมากขึ้น
หากเปรียบเปรยเป็นเคล็ดวิชา วิทยศาสตร์คงเป็นแนว
“ฝึกตอนแรกง่ายดายฝึกตอนหลังยากลำบาก”
แต่แน่นอนหากผ่านช่วงที่ยากลำบากมาได้ เจอกฎเกณพ์หรือข้อเท็จจริงใหม่ๆก็จะเร็วขึ้นได้อีกครั้ง
ซึ่งตอนนี้มีข้อมูลมากมายให้ทดลองและศึกษากัน
แม้แต่ผมก็คิดว่าตนเองก้าวหน้าไปทีละน้อยวันนี้ก้าวหน้ากว่าเมื่อวาน พรุ่งนี้ก้าวหน้ามากกว่าวันนี้
ไฟสีน้ำเงินลอยเข้ามาในปากของนามู
ไฟของนามูจากสีส้มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินและพ่นมาจากปาก
นามูไฟร์บลู
ผนังที่ทำจากเหล็กชั้นดีก้ยังไม่สะเทือนแต่ค่าความร้อนนั้นมากกว่าเดิมสมกับเป็นไฟสีน้ำเงิน
“ขอบคุณนายจ๋ามากที่ทำให้นามูพัฒนาพลังไฟได้มากกว่าเดิม”
ด้วยเหตุผลบางประการ นามูคุยกับนักวิทยาศาสตร์อย่างโรเบิร์ตได้ดีอาจจะเพราะภาษาอังกฤษและการชอบการคำนวณคณิตศาสตร์แม้เขาอาจจะไม่ถนัดแนวคิดทางฟิสิกส์ด้านอื่นมากนักแต่ด้านคณิตศาสตร์ตัวเลขนับล้านของระดับค่าพลังนามูเป็นคนเดียวที่ไม่เวียนหัว
แต่แน่นอน นักษัตรก็ไม่น้อยหน้า
ได้มีการทดสอบสภาพร่างกายต่างๆในด้านการเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายและค่าพลัง
พวกเขาไม่ใช่คนที่ตอนแรกที่เข้ามาในสำนัก
ได้มีวิชากุณฑลินีเหมือนกันจากสมุนไพรราคาไม่แพงที่หน่วยวิจัยการปรุงยาสามารถคิดค้นของราคาถูกที่ทำให้พวกนักษัตรยอมทานเข้าไปได้
“คิงคองพลิกภูเขา”
ปึงโครม รถตู้คันหนึ่งที่พวกเราเอามาเป็นเป้าฝึกซ้อมคิงคองเงินพลิกได้อย่างง่ายดาย
“วานรฉกผลท้อ”
วานรทองแดงฉกมือเข้าไปในกองไฟสีน้ำเงินที่มีลูกเหล็กความร้อนสูงลูกหนึ่งอย่างรวดเร็วโดยไฟไม่ไหม้มือ
“ระกาสยายปีก”
ระกาโดนจับอยู่บนเครื่องพ่นลมขนาดยักษ์ในการทรงตัวให้ได้แบบนักบินอวกาศที่ต้องเจอกับความเร็วลมและแรงดึงดูดที่สูง
พวกเขาพยายามพัฒนาไปตามแนวทางของตนเองทีละเล็กทีละน้อย
และไม่ทำแบบเอี้ยก้วยที่ค้นพบว่าวาฝีมือหลากหลายสู้ยอดฝีมือที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไม่ได้
ผมไม่ใช่ยอดฝีมือเฉพาะด้านเพราะรวบรวมยอดฝีมือมาหลายด้าน
ผมเร่งพลังของสมองด้วยความรวดเร็ว
วูบ
ราวกับผ่านสิ่งเหนียวหนืด ผมไปโผล่ตรงที่สุดห้องฝึกซ้อมที่ห่างไปประมาณสองร้อยเมตรได้ภายในชั่วพริบตา
ฟู่ยังต้องฝึกฝนต่ออีกสินะ
ผมฝึกฝนเที่ยวเล่นและพักผ่อนเป็นเวลากลับเข้าสู่ห้องนอนของผมและนักฆ่าสาวคนหนึ่งก็เข้ามาในห้องของผม!!!
และสลบอยู่ที่พื้นด้วย”ม้าลำพอง”
อนิจจาต่อหน้าคนมีพลังเท่าผมคนธรรมดาไม่ต่างกับหมดปลวกที่จะขยี้เมื่อไรก็ได้อีกต่อไปแล้ว
คนมีพลังไม่ถึงขั้นปรับพื้นฐานทำไมถึงส่งมาฆ่าผมล่ะนี่?
สาเหตุที่ผมไม่ออกไปไหนเพราะตามค่าชาร์ทพลังที่โรเบิร์ตทำให้ทำให้ผมคำนวณได้ว่าเซียนที่อยู่เบื้องหลังสำนักประมูลยังฆ่าผมได้ ส่วนเซียนที่ปกครองโลกสะบัดมือทีเดียวคงฆ่าผมได้อย่างง่ายดาย
แต่คนในโลกนี้เหมือนกับลืมบวกเลขกันนั่นเอง
นี่ไม่ใช่จักรวาลกิมย้งที่คนยังพอสู้กันได้นะ
ข้อเท็จจริงของจักรวาลคือคนที่พลังขั้นใหญ่กว่าได้เปรียบคนขั้นเล็กกว่าหรือพลังน้อยกว่า
ทำไมแต่ละคนทำเหมือนเสียสติออกไปหาเรื่องใส่ตัว
เมื่อคนที่ฆ่าเราได้ด้วยการสะบัดมือทีเดียวยังปกครองโลกนี้อยู่และคนคนนั้นก็เป็นแค่คนปกครองดาวสีน้ำเงินเล็กที่อ่อนแอที่สุดที่ยังอยู่ใต้การปกครองของเทพที่เหนือกว่านั้นขึ้นๆไปอีก
พลังจิตของผมจับได้ว่าคนที่ใส่ชุดคลุมสีดำเสียจนคนที่อ่านมังงะหรือการ์ตูนมามากจะมองว่าไม่ต่างกับติดป้ายว่า”นินจาหรือนักฆ่าครับผม” เลยล่ะครับท่านผู้ชม
“ตื่นเถอะเสี่ยวชุ่ยคิดอย่างไรถึงมาเที่ยวที่บ้านผมได้ล่ะ”
เธอฝึกการลอบสังหารมดีมากแต่ทำไมส่งคนธรรมดามาฆ่าคนฝึกวิชาเซียนที่พลังสูงกว่าก็ทำเอาผมงงไปด้วย
ผมอาจจะต้องลองซื้อนิวรอนลิงก์จากอีลอนมัสก์และดัดแปลงให้เข้ากับวิชากำลังภายในในการอ่านข้อมูลผ่านสมองในอนาคตข้างหน้าเสียแล้วล่ะมั้ง?