เมื่อพูดคุยเสร็จสรรพ กลุ่มพวกหลางเทียนเตรียมจะสืบฝีเท้ากลับที่พัก จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงตีน้ำดังขึ้นมาเล็กๆ พร้อมเสียงซ่า ลมที่พัดไหว ตีใบไผ่แตกกระจัดกระจาย ทำให้พวกเขา รู้สึกขนลุกซู่ ชูชันขึ้นมา “บ้าเอ๊ย ที่นี่มีผี หรือเปล่านิ ข้ารู้สึกหนาวแปลกๆ ชอบกล”
“ข้าเองก็ไม่ชอบบรรยากาศ วังเวง โพล้เพล้ ยามฟ้าสลัวมืดลงของที่นี่เลย ราวกับว่ามันจะมีผีโผล่ออกมา จากกอไผ่หนาพวกนั้น”
“พวกเจ้าผี เผอ บ้าบออะไร กลับมาก่อน” หลางเทียนที่ยกฝ่ามือ พร้อมตวาดเสียงแข็ง หยุดฝีเท้าพวกเขา แต่เหมือนว่ามันจะไม่เป็นผล
เมื่อกงม่อซือโบกมือ ไล่หลังมาหาหลางเทียน เขาก็กล่าวพูดเหน็บแนมออกมา “คนบ้ามันจะกลัวผีได้อย่างไร เอาเป็นว่า พวกเราไปก่อนแล้วกันหลางเทียน”
เด็กหนุ่มส่ายหัว “ผี เผอ บ้าบออะไร ของพวกมันกัน ก็แค่เสียงลมกับน้ำ ทำเป็นกลัวไปได้” ฝีเท้าหลางเทียน เดินแช่มช้า ก้าวฝีเท้าเล็กๆ ลัดเลาะไปตามกอไผ่ ตามต้นเสียงนั้นเข้าไป อย่างไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน
พร้อมสายตากลมโตหลางเทียน กวาดมองไปรอบๆ อยากจะรู้ต้นเสียงนั้นคืออะไรกันแน่ ก่อนเขาจะมาหยุดบริเวณกอไผ่ ใกล้ธารน้ำสายใหญ่ พร้อมฝ่ามือหลางเทียน รีบอุดปากเงียบทันใด
เมื่อเห็นหลังไหวๆ สตรีชำระล้างร่างกาย เมื่อแสงจันทร์ไม่สว่างมากนัก ตกกระทบผิวน้ำจนผิวขาวเนียนละเอียด นางเปล่งประกาย ก่อนเขาแค่นเสียงออกมาเล็กๆ เมื่อมาอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากเช่นนี้ “บัดซบเอ๊ย!!”
ทว่าหลางเทียนเขาก็ไม่คิดว่าสตรีนางนั้น จะได้ยินคำพูดที่ดังไม่มากนักของเขา หลางเทียนรีบอุดปาก ทำตัวให้เงียบที่สุด ภายใต้มุมมืด บริเวณกอไผ่ ไม่อยากจะอธิบายอะไรกับนาง ในสถานการณ์ตอนนี้
ทว่าหลางเทียนมั่นใจ เขาไม่เคยเห็นแม่เด็กสาวงดงาม เนินภูเขา อุดมสมบูรณ์ ผู้นี้มาก่อนแต่ก็ต้องยอมรับว่า นางงดงามจริงๆ จนเขาไม่อาจละสายตาจากนางได้
นางจ้องเขม็งกวาดสายตา เอาเรื่องออกมารอบๆ เมื่อเดินขึ้นมาสวมใส่ผ้าซับใน ริมฝีปากแดงเผยอขึ้นมาน้อยๆ บ่งบอกถึงความไม่พอใจ
หลางเทียนที่เห็นชุดศิษย์สายนอก ค่อยๆ ถูกนางสวมใส่ลงไป พร้อมเดินไปมาด้วยท่าทางฉุนเฉียว เขายกฝ่ามือถูปลายคางน้อยๆ ‘สตรีโดดเด่นเช่นนี้ เขาไม่น่าจะหลงลืมนางได้ซิ’
จู่ๆ เสียงแค่นราวกับกระดิ่งเงิน เด็กสาวก็กล่าวพูดขึ้นมาทันที “เจ้ายังไม่แสดงตัวออกมาอีกหรือ เจ้าหนูสกปรก” พร้อมในเสี้ยวขณะ กำปั้นเล็กๆ ของนางจะพุ่งปราด มาหาใบหน้าของหลางเทียน ภายใต้มุมมืดกอไผ่ ชนิดที่ไม่ทันตั้งตัว
‘ไม่!! ไม่!! นางรู้ตำแหน่งข้าหรือซวยแล้วไง!’ หลางเทียนที่พยายามจะขยับหลบเลี่ยง เหมือนว่าจะไม่ทันเสียแล้ว เมื่อเสียง เปรี้ยง!! ดังออกมาสนั่นก้องป่าไผ่
ขณะเดียวกันร่างหลางเทียน กลิ้งกระเด็นกระดอน หลุนๆ มึนงงหัวขึ้นมา พร้อมเบ้าตาที่ปูนนูนทันตา ก่อนหลางเทียนจะสำแดงกระบวนท่า ย่างก้าวลมระเบิด พร้อมระลอกคลื่นลม หนีหายวับกลับที่พักไป อย่างรวดเร็ว
“เจ้า ไอ้ลูกหมา เจ้าเป็นใคร?” ทว่านางแปลกใจ เหตุใดเจ้านี่ ฝีเท้ารวดเร็ว รุนแรงขนาดนี้ ระลอกคลื่นลมนั้น ถึงกับกดดันให้นางถอยหลังได้ ก่อนลู่ซือหยาง เด็กหนุ่มหน้าหวานจะแต่งตัวเสร็จสรรพ เดินกลับที่พักไปอย่างแช่มช้า ทว่าก่อนเข้าห้อง เขากวาดสายตามองออกไปรอบๆ ทั้ง4ทิศทาง ว่ามีใครแอบสอดส่อง เขาอยู่หรือไม่
เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร ลู่ซือหยางรู้สึกผิดหวังเล็กๆ นึกว่าเจ้าหนูสกปรก มันจะแอบสอดส่องนางอยู่เสียอีก “ไอ้เวณพรุ่งนี้ เดี๋ยวเราได้เห็นดีกันแน่”
หลางเทียน หัวใจเต้นตึกตักเหงือท่วมตัว นั่งพิงประตูไม่ไปไหน ครั้นเห็นว่าเวลาร่วม2ชั่วโมงผ่านไป... เขาจึงค่อยผ่อนคลายลงไปได้บ้าง ว่าสตรีนางนั้นไม่คิดเอาเรื่องเขา ฝ่ามือที่กุมเบ้าตาข้างขวาตนเอง รู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมา
“หมัดนางบ้า หน้าไม่อายนั้น รุนแรงจริงๆ”
...เช้าสัปดาห์วันท้าประลอง ช่วงครึ่งเดือนหลังมาถึง เหล่าศิษย์สายนอก ต่างก็สืบฝีเท้าออกมาจากห้องพัก ไปนั่งตามลำดับ เสี่ยวเฉาที่มองไปทิศทางห้องพักที่หลางเทียนอยู่ เขารู้สึกแปลกใจ “เหตุใดวันนี้ เจ้าเด็กบ้าออกมาช้าจัง”
หาญป้ายิ้มแหยงๆ “คงไม่ใช่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับ เจ้าหลางเทียน เมื่อคืนหรอกกระมัง” ก่อนพวกเขาจะผ่อนลมหายใจลง เมื่อเห็นหลางเทียน มาพร้อมใบหน้า มีผ้าเขาปกปิดดวงตาไว้ สืบฝีเท้ามานั่งที่ของตน
ลู่ซือหยาง เด็กหนุ่มหน้าหวาน เดือดดาลขึ้นมาทันที เมื่อเห็นเจ้าหลางเทียน มีบางอย่างปกปิดดวงตา จะต้องเป็นหมัดที่นางฝากไว้แน่ ก่อนจะผ่อนโทสะของนางลง ช้าๆ เอ่ยพูดเหน็บแนม หยั่งเชิงอีกฝ่ายออกมา “หลางเทียน เจ้าเด็กบ้าคงไม่ใช่ เจ้าไปทำอะไรไม่ดี มาหรอกกระมัง?”
หลางเทียนมอง ลู่ซือหยาง เด็กหนุ่มหน้าหวาน ด้วยสายตาดุ “จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไรเล่า”
เมื่อศิษย์สายนอกลำดับที่หนึ่งเอ่ยพูด คนอื่นๆ เองก็กล่าวพูดเช่นกัน “แล้วเหตุใดสารรูปเจ้าเป็นเช่นนั้นเล่า หากแพ้อย่าถือ เป็นข้ออ้างเชียว เจ้าหนู”
ขณะเดียวกัน เจียวเหยียนศิษย์สายนอกลำดับที่ 5 จะทำท่าปาดคอ ท้าทายหลางเทียน ออกมาอย่างเห็นได้ชัด ทว่าที่โล่งใจที่สุดเกรงว่าจะเป็น ลู่ซือหยาง เหมือนว่าเจ้าหลางเทียน จะยังไม่รู้ถึงตัวตนของนาง เกรงว่านางคงต้องหาโอกาส สั่งสอนเจ้าหลางเทียนนี่สักหน่อยเสียแล้ว
ผู้คุมกฎศิษย์สายนอก เสินเทียน เมื่อเห็นสัปดาห์วันท้าประลอง พร้อมจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง เหล่าผู้อาวุโสใหญ่ทั้งหลาย ที่ไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ ต่างก็มาดูชมศิษย์ของ ชายแก่ลู่จางกันอย่างครบครัน ทว่าก็มีบางคนสนอกสนใจ เจ้าหลางเทียนประลองอยู่บ้าง โดยเฉพาะผู้อาวุโสลำดับ 6 ไป๋เอิญ