สองสัปดาห์ผ่านไปอย่างเชื่องช้าและเงียบงัน
สำหรับคนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านเมฆาขจี ชีวิตยังคงดำเนินไปเหมือนเช่นเคย แต่สำหรับเยว่ซินแล้ว ทุกวันที่ผ่านไปคือการต่อสู้ในาจิตวิทยาที่มองไม่เห็น
กิจวัตรประจำวันของเธอได้กลายเป็ละครฉากใหญ่ที่เธอคือผู้แสดงนำเพียงคนเดียว ในตอนเช้า เธอจะช่วยแม่ทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ สอนน้องชายให้รู้จักชื่อของดอกไม้ป่า จากนั้นก็จะสะพายตะกร้าใบเก่าเข้าป่าไป "เก็บสมุนไพร" เหมือนเช่นทุกวัน แต่เธอจะใช้เวลาอยู่ในป่าไม่นานนัก แค่พอให้ดูเหมือนคนขยันทำงาน แล้วก็จะกลับมาพร้อมกับสมุนไพรธรรมดาๆ หนึ่งตะกร้า
ใน่บ่าย เธอจะใช้เวลาไปกับการดูแลสวนผักหลังบ้านที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย เธอพรวนดิน ถอนวัชพืช รดน้ำ ทุกการกระทำล้วนเป็ไปอย่างเปิดเผยและธรรมดาสามัญที่สุด ผักธรรมดาๆ ที่เธอปลูกไว้เริ่มงอกงามขึ้นตามกาลเวลาที่ควรจะเป็ สร้างความพึงพอใจให้กับแม่ของเธอเป็อย่างมาก เพราะมันหมายถึงแหล่งอาหารที่มั่นคงสำหรับครอบครัว
เยว่ซินใช้ประสาทััที่เฉียบคมของเธอคอยจับตามองผู้ที่เฝ้าดูเธออยู่เสมอ ใน่สัปดาห์แรก เธอยังคงเห็นลูกสมุนของหวังหู่มาเดินป้วนเปี้ยนอยู่ท้ายหมู่บ้านเป็ประจำ พวกมันแสร้งทำเป็เล่นหัวกัน แต่สายตาก็คอยชำเลืองมองมาทางกระท่อมของเธออยู่ไม่ขาด
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความอดทนของพวกมันก็เริ่มลดน้อยลง
ภาพที่พวกมันเห็นในแต่ละวันมีแต่ความซ้ำซากจำเจ เด็กสาวจนๆ คนหนึ่งที่ทำงานงกๆ ั้แ่เช้าจรดค่ำ ไม่มีอะไรน่าสงสัย ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น การเฝ้าจับตามองที่เคยทำอย่างแข็งขันในตอนแรก ก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็การมาตรวจดูพอเป็พิธี บางวันก็มาแค่่เช้า บางวันก็มาแค่่บ่าย และบางวันก็ไม่มาเลย
ม่านควันแห่งความธรรมดาของเยว่ซินกำลังได้ผล ความน่าเบื่อคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดของเธอ
และในที่สุด วันที่เธอรอคอยก็มาถึง
มันเป็วันที่ท้องฟ้ามืดครึ้มไปด้วยเมฆฝนั้แ่เช้าตรู่ สายลมพัดแรงจนต้นไม้ลู่เอนไปมา เป็วันที่ไม่ว่าใครก็อยากจะขดตัวอยู่แต่ในบ้าน เยว่ซินใช้ประสาทััของเธอตรวจสอบรอบๆ หมู่บ้านอย่างละเอียด เธอไม่รู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมาจากที่ไหนเลยแม้แต่น้อย
วันนี้แหละ!
"ท่านแม่เ้าคะ วันนี้อากาศไม่ดีเลย แต่ข้าว่าข้าจะลองเข้าไปในป่าดูสักครู่นะเ้าคะ" เยว่ซินเอ่ยขึ้น "เผื่อว่าหลังฝนตกจะมีเห็ดป่าดีๆ งอกขึ้นมาบ้าง"
"จะดีรึลูก? ฝนทำท่าจะตกหนักนะ" เยว่หลานกล่าวด้วยความเป็ห่วง
"ข้าไปไม่นานเ้าค่ะ แค่บริเวณชายป่าเท่านั้น หากฝนเริ่มลงเม็ดข้าจะรีบกลับทันที" เธอยืนกราน
เมื่อเห็นว่าบุตรสาวตั้งใจแน่วแน่แล้ว เยว่หลานจึงได้แต่พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ เยว่ซินสวมหมวกฟางใบเก่าและสะพายตะกร้าเปล่าเดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว
เธอไม่ได้มุ่งหน้าไปยังป่าในทิศทางปกติ แต่กลับเลือกใช้เส้นทางที่อ้อมและซับซ้อนที่สุด เธอเดินลัดเลาะไปตามชายป่า หยุดพักฟังเสียงรอบข้างเป็ระยะๆ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครสะกดรอยตามเธอมาอย่างเด็ดขาด
เมื่อมั่นใจแล้วว่าตัวเองปลอดภัยโดยสมบูรณ์ เธอก็เร่งฝีเท้า มุ่งหน้าสู่อาณาจักรลับของเธอ
เสียงม่านน้ำตกที่ซัดสาดลงมากระทบแอ่งน้ำเบื้องล่างดังกระหึ่มก้องไปทั่วบริเวณ เยว่ซินก้าวทะลุผ่านสายน้ำที่เย็นเยียบเข้าไปในถ้ำลับของเธออีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เข้ามาเสียนาน
ภายในถ้ำยังคงเงียบสงบและปลอดภัยเหมือนเช่นเคย สวนผักิญญาแปลงเก่าของเธอว่างเปล่า แต่ดินยังคงอุดมสมบูรณ์และพร้อมสำหรับการเพาะปลูกครั้งใหม่ การเพาะปลูกที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ
เธอเดินไปยังมุมหนึ่งของถ้ำที่เธอได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว มันเป็แปลงดินที่ดีที่สุด อุดมสมบูรณ์ที่สุด และได้รับแสงสว่างรำไรที่ส่องผ่านม่านน้ำตกเข้ามาอย่างพอดี
เยว่ซินคุกเข่าลง ค่อยๆ หยิบถุงผ้าสามใบที่บรรจุเมล็ดหญ้าจันทราออกมาวางบนพื้นอย่างทะนุถนอมราวกับเป็สมบัติล้ำค่าที่สุดในโลก
นี่ไม่ใช่แค่เมล็ดพันธุ์ แต่มันคืออนาคตของครอบครัวเธอ คือความหวังในการรักษาท่านแม่ให้หายขาด
เธอเปิดถุงผ้าใบแรกออกอย่างช้าๆ เมล็ดหญ้าจันทรามีขนาดเล็กกว่าเมล็ดข้าวสารเล็กน้อยและมีสีน้ำตาลเข้ม เธอค่อยๆ โรยมันลงบนแปลงดินที่เตรียมไว้อย่างประณีตและเป็ระเบียบ
หลังจากโรยเมล็ดจนหมดทั้งสามถุงแล้ว เยว่ซินก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วการบ่มเพาะที่แท้จริงก็เริ่มต้นขึ้น
เธอนั่งขัดสมาธิลงข้างๆ แปลงดิน วางฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนผืนดินที่เย็นชื้นอย่างแ่เบา หลับตาลงแล้วเริ่มโคจรพลังิญญาทั้งหมดที่เธอมี
แสงสีเขียวมรกตที่เข้มข้นและบริสุทธิ์สว่างวาบขึ้นรอบตัวเธอ มันสว่างกว่าทุกครั้งที่เธอเคยฝึกฝนมา เธอส่งผ่านพลังงานธาตุไม้ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพอันเหนือชั้นลงไปในผืนดินอย่างไม่นึกเสียดาย พลังงานนั้นแทรกซึมลงไปในดินราวกับสายน้ำ ปลุกทุกชีวิตที่หลับใหลให้ตื่นขึ้น
และในขณะเดียวกันนั้นเอง เธอก็ปลดปล่อยกระแสพลังงานที่อบอุ่นและอ่อนโยนสายนั้นออกมาด้วย พลังที่เธอไม่รู้จักชื่อ แต่สัญชาตญาณของเธอบอกว่ามันคือหัวใจสำคัญของการมอบชีวิตและการเติบโต
แสงสีทองจางๆ ผสมผสานเข้ากับแสงสีเขียวมรกต กลายเป็แสงสีเขียวทองที่ดูศักดิ์สิทธิ์และเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งชีวิตอย่างน่าอัศจรรย์ มันโอบล้อมแปลงดินผืนนั้นเอาไว้ราวกับผ้าห่มที่อบอุ่น
เยว่ซินรู้สึกได้ถึงเมล็ดหญ้าจันทราแต่ละเมล็ดที่กำลังสั่นะเืและตอบรับพลังของเธออย่างดูดดื่ม พวกมันกำลังแตกรากอ่อนๆ ออกมาอย่างรวดเร็ว หยั่งรากลึกลงไปในผืนดินเพื่อดูดซับพลังงานที่เธอส่งมอบให้
การเพาะปลูกครั้งนี้แตกต่างจากการปลูกผักิญญาโดยสิ้นเชิง มันซับซ้อนและต้องใช้การควบคุมที่ละเอียดอ่อนกว่ามาก เธอรู้สึกเหมือนกำลังสื่อสารกับเมล็ดพันธุ์เ่าั้ รู้สึกถึงความ้า และตอบสนองความ้านั้นด้วยพลังของเธอ
เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่ทราบได้ เยว่ซินลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดเล็กน้อย การใช้พลังอย่างเต็มที่ในครั้งนี้ได้สูบพลังิญญาของเธอไปเกือบทั้งหมด แต่เมื่อเธอมองไปยังแปลงดิน รอยยิ้มแห่งความเหนื่อยอ่อนแต่เปี่ยมสุขก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ
แม้จะยังไม่มีต้นอ่อนงอกขึ้นมาให้เห็น แต่เธอ "รู้สึก" ได้ เธอรู้สึกได้ถึงพลังชีวิตอันมหาศาลที่กำลังก่อตัวขึ้นอยู่ใต้ผืนดิน เมล็ดพันธุ์ทั้งหมดได้หยั่งรากและเริ่มกระบวนการเติบโตแล้ว!
หลังจากพักฟื้นพลังอยู่ครู่ใหญ่ เยว่ซินก็ลุกขึ้นยืนด้วยความพึงพอใจ แต่แล้วเธอก็นึกถึงเื่สำคัญอีกเื่หนึ่งขึ้นมาได้
ในตำรา "ศิลปะแห่งการบ่มเพาะ" ที่เธอซื้อมานั้น มีบทหนึ่งที่กล่าวถึงความสำคัญของ "น้ำ" ในการปลูกพืชิญญา มันไม่ได้หมายถึงน้ำธรรมดาๆ แต่หมายถึง "น้ำิญญา" หรือน้ำที่เจือปนด้วยพลังิญญาตามธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยให้พืชิญญาเติบโตได้ดีที่สุด
น้ำจากแอ่งน้ำตกข้างนอกนั้นก็ถือว่าสะอาดและดีกว่าน้ำในหมู่บ้าน แต่ก็ยังเป็เพียงน้ำธรรมดา หากเธอ้าจะดึงศักยภาพของหญ้าจันทราเหล่านี้ออกมาให้ถึงขีดสุด เธอ้าน้ำที่ดีกว่านี้
ด้วยความคิดนี้ เธอจึงเริ่มสำรวจถ้ำลับของเธออย่างละเอียดเป็ครั้งแรก
ถ้ำนี้ไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่มันลึกกว่าที่เธอคิดไว้ เธอมองไปที่ผนังถ้ำด้านในสุด ประสาทััที่เฉียบคมของเธอบอกว่ามีบางอย่างอยู่ที่นั่น เธอรู้สึกได้ถึงไอเย็นจางๆ และพลังิญญาที่เบาบางแต่บริสุทธิ์อย่างยิ่งเล็ดลอดออกมาจากรอยแตกเล็กๆ ของผนังหิน
เยว่ซินเดินเข้าไปใกล้ๆ รอยแตกนั้นมีขนาดเล็กเกินกว่าที่คนจะรอดผ่านไปได้ แต่เมื่อเธอลองใช้มือดันผนังหินบริเวณนั้นดู มันกลับขยับได้อย่างง่ายดาย!
มันคือทางเข้าที่ถูกปิดบังไว้!
หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นด้วยความตื่นเต้น เธอรวบรวมพละกำลังทั้งหมดแล้วผลักแผ่นหินนั้นออกไปด้านข้าง
ครืดดดด
เสียงหินเสียดสีกันดังก้องไปทั่วถ้ำ ก่อนจะเปิดออกเป็ช่องทางเดินแคบๆ ที่มืดสนิท เยว่ซินรวบรวมพลังิญญาธาตุไม้ไว้ที่ปลายนิ้ว สร้างลูกบอลแสงสีเขียวเล็กๆ ขึ้นมาเพื่อส่องทาง แล้วค่อยๆ เดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง
ทางเดินนั้นไม่ยาวนัก เมื่อเดินไปได้ประมาณสิบกว่าก้าว มันก็เปิดออกสู่ลานถ้ำเล็กๆ อีกแห่งหนึ่ง
และภาพที่ปรากฏแก่สายตา ก็ทำให้เธอต้องหยุดหายใจอีกครั้ง
มันคือถ้ำวงกลมขนาดเล็กที่ดูงดงามราวกับดินแดนในเทพนิยาย บนเพดานถ้ำมีผลึกหินสีฟ้าอ่อนๆ ที่ส่องแสงเรืองรองในตัวเอง ทำให้ทั่วทั้งบริเวณสว่างไสวไปด้วยแสงสีฟ้านวลตา และใจกลางของถ้ำนั้น มีแอ่งน้ำเล็กๆ ใสสะอาดราวกับกระจกเงาตั้งอยู่ แอ่งน้ำนั้นมีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าอ่างอาบน้ำมากนัก และที่ก้นแอ่ง เธอเห็นผลึกหินสีขาวขุ่นก้อนหนึ่งกำลังแผ่พลังิญญาที่บริสุทธิ์และเย็นสบายออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำในแอ่งนั้นเปี่ยมไปด้วยพลังิญญาจางๆ
"บ่อน้ำทิพย์ิญญา!"
แม้จะเป็เพียงบ่อน้ำทิพย์ระดับต่ำที่สุดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่นี่คือสมบัติล้ำค่าที่นักบ่มเพาะพฤกษาทุกคนต่างใฝ่ฝันหา!
เยว่ซินแทบจะอยากหัวเราะออกมาดังๆ ์ช่างเข้าข้างเธอเสียจริง! ถ้ำลับแห่งนี้ไม่ได้เป็แค่ที่หลบซ่อนที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่มันยังเป็ "แดนสุขาวดี" ที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับการเพาะปลูกพืชิญญา!
อีกสองสามวันต่อมา หลังจากที่แน่ใจแล้วว่าการเฝ้าจับตามองได้ยุติลงโดยสมบูรณ์ เยว่ซินก็ต้องเดินทางเข้าเมืองชิงเฟิงอีกครั้งเพื่อขายผักิญญาชุดใหม่และซื้อเสบียงอาหารตามปกติ
แต่การเดินทางเข้าเมืองในครั้งนี้ ได้เปิดโลกทัศน์ของเธอให้กว้างขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ขณะที่เธอกำลังจะเดินทางไปยังตลาดสด เธอก็เดินผ่านอาคารขนาดใหญ่ที่ดูหรูหราและโอ่อ่าที่สุดในเมือง มันเป็อาคารสามชั้นที่สร้างจากไม้เนื้อดีและหินอ่อน บนป้ายไม้สีทองขนาดใหญ่เหนือทางเข้าสลักอักษรไว้อย่างสง่างามว่า "หอการค้าสมบัติฟ้า"
วันนี้ที่หน้าหอการค้าดูจะคึกคักเป็พิเศษ มีรถม้าหรูหราหลายคันจอดอยู่ และมีผู้คนแต่งกายด้วยอาภรณ์ที่งดงามและเปี่ยมด้วยพลังิญญากำลังทยอยเดินเข้าไปข้างใน เยว่ซินััได้ถึงพลังกดดันที่แผ่ออกมาจากคนเ่าั้ พวกเขาคือผู้บำเพ็ญเพียรที่แท้จริง! หลายคนอยู่ในขอบเขตระดับกลาง และบางคนอาจจะสูงกว่านั้น!
เยว่ซินรีบหลบอยู่ข้างทางอย่างเจียมตัว ไม่อยากจะตกเป็เป้าสายตา แต่แล้วบทสนทนาของกลุ่มคนหนุ่มสาวที่เดินผ่านหน้าเธอก็ลอยเข้าหูมาอย่างชัดเจน
" เ้าได้ยินหรือไม่? วันนี้มีของดีเข้าประมูลหลายชิ้นเลยทีเดียว" "ข้าได้ยินมาว่ามี 'ยาเม็ดรากฐานิญญา' ด้วยนะ! หากได้มันมา ข้าอาจจะทะลวงสู่ระดับกลางได้ในครึ่งปี!" "ยาเม็ดนั่นราคาเริ่มต้นก็ตั้งห้าสิบหินิญญาระดับกลางแล้ว! ตระกูลของเ้าคงไม่ปล่อยให้พลาดไปแน่" "นั่นมันเื่เล็กน้อย ข้าสนใจ 'ไข่อสูรงูเหินวายุ' มากกว่า! หากฟักออกมาได้สำเร็จ มันจะเป็อสูรรับใช้ที่ยอดเยี่ยมมาก!"
คำพูดแต่ละคำของพวกเขาเป็สิ่งที่เยว่ซินไม่เคยได้ยินมาก่อน ยาเม็ดรากฐานิญญา ไข่อสูร และที่สำคัญที่สุด หินิญญาระดับกลาง!
เยว่ซินตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ โลกทั้งใบของเธอราวกับถูกขยายออกไปอย่างรุนแรง
เงินสามสิบสี่สิบตำลึงเงินที่เธอเคยคิดว่ามากมายมหาศาลนั้น ในสายตาของคนเหล่านี้มันคงไม่ต่างอะไรกับเศษธุลินดิน สกุลเงินที่แท้จริงของโลกแห่งผู้บำเพ็ญเพียรคือ "หินิญญา"!
ความจริงอันน่าในี้กระแทกเข้าใส่หน้าของเธออย่างจัง โลกที่เธออาศัยอยู่นั้นเป็เพียงแค่ผิวเปลือกนอกสุดเท่านั้น ยังมีโลกอีกใบหนึ่งที่ยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวกว่าซ่อนอยู่ โลกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังและทรัพยากรที่เธอไม่เคยจินตนาการถึง
เธอมองไปยังหอการค้าที่โอ่อ่าอีกครั้ง แล้วมองกลับมายังถุงเงินเล็กๆ ที่เหน็บไว้ข้างเอวของตัวเอง
ความฝันที่จะมีชีวิตที่สงบสุขแบบ "ปลาเค็ม" ของเธอนั้น ดูช่างเปราะบางและน่าสมเพชเหลือเกินในตอนนี้
เพื่อที่จะปกป้องชีวิตที่สงบสุขนั้น เพื่อที่จะปกป้องครอบครัวของเธอจากโลกที่แท้จริงที่น่ากลัวใบนี้ เธอ้ามากกว่าเงินตำลึง
เธอ้า พลัง
พลังที่แท้จริง
เยว่ซินกำหมัดแน่น ดวงตาของเธอที่เคยสงบนิ่ง บัดนี้กลับทอประกายแห่งความมุ่งมั่นที่ลึกล้ำและแข็งแกร่งยิ่งกว่าครั้งไหนๆ