สวรรค์นิรันดร์กาล

ประตูโบราณอีหนึ่งบาน

        เมื่อถูกฉางเฟิงยั่วยุใบหน้าที่ตื่นเต้นของศิษย์วังสวรรค์ก็เย็นชาขึ้นมาในฐานะอัจฉริยะชั้นยอดของวังสวรรค์พวกเขาคือตัวตนที่ได้รับความเคารพจากผู้คนมากมากแม้จะเป็นในจักรวาลศักดิ์สิทธิ์พวกเขาก็เป็นรองเพียงแค่ระดับพระเจ้าเท่านั้น

        แต่ตอนนี้แค่เซียนคนหนึ่งกำลังท้าทายตนเองแน่นอนว่าทำให้นางโกรธมากศิษย์ของวังสวรรค์นำสมบัติชิ้นที่ 3 ออกมา นอกจากกระบี่เทพกระจกตะวันฉายและยังมีตราประทับเทพอีกอันทั้งสามเป็นอาวุธเทพที่ทรงพลังทั้งหมด

        “ในเมื่อเจ้าแส่หาความตายนักข้าจะก็จะทำให้เจ้ารู้ว่าความตายมันน่ากลัวแค่ใหน”

        อาวุธเทพทั้งสามลอยออกไปและหมุนวนเป็นวงกลมทำให้เกิดพลังที่ผสานกันขึ้นมาเห็นได้ชัดว่าอาวุธเทพทั้งสามถูกสร้างขึ้นมาจากคนๆเดียวกันและพวกมันมีความสัมพันธ์กันบางอย่างทำให้สามารถผสานพลังกันและสร้างการโจมตีที่น่ากลัวออกมาได้

        ตราประทับเทพกลายเป็นมังกรทองขนาดใหญ่พร้อมกับพ่นลำแสงกระบี่พุ่งเข้าหาฉางเฟิงทันทีฉางเฟิงกัดฟันใช้ความเร็วทั้งหมดหลบการโจมตีนี้

        “ตูม!!!!!!!!!!!!”

        การโจมตีนี้เข้าปะทะกับค่ายกลทั้งหมดที่อยู่หน้าประตูโบราณทันทีแรงระเบิดพัดร่างของฉางเฟิงกระเด็นออกไปและได้รับบาดเจ็บอีกครั้งแต่ถึงอย่างงั้นแผนการของฉางเฟิงก็สำเร็จ

        “แย่แล้วเจ้าหนูนั่นมันกำลังจะหนี”บรรพบุรุษที่กำลังสู้กับซีรั่วหยานตกใจ

        “คิดว่าข้าจะยอมตราประทับเทพจงปิดกั้นมิติรอบๆซะ”ศิษย์ของวังสวรรค์ใช้พลังของอาวุธเทพอีกครั้ง

        “บ้าเอ้ยคิดว่าเจ้ามีอาวุธเทพคนเดียวหรือยังไง” ฉางเฟิงปลดปล่อยกระบี่เทพ9 เล่มและกระบี่กึ่งพระเจ้าอีก 1 เล่มออกมาและโจมตีออกไปยังตราประทับเทพ

        “ของล้ำค่าของเจ้าเยอะดีนี่แต่พวกมันทั้งหมดจะต้องเป็นของข้า” ศิษย์ของวังสวรรค์ปลดปล่อยพลังจิตของนางหมายจะควบคุมอาวุธเทพของฉางเฟิง

        “อย่าได้ฝัน”พลังจิตของฉางเฟิงเข้าปะทะกับอีกฝ่ายทันที

        ด้านระดับพลังจิตอีกฝ่ายอยู่ระดับเทพขั้นที่ 5 แต่ถึงอย่างงั้นด้านคุณภาพและความบริสุทธิ์ของฉางเฟิงกลับเหนือกว่าทันทีที่พลังจิตสองสายปะทะกันฝ่ายศิษย์ของวังสวรรค์ก็ถูกทำลายลงไปแล้ว

        “อะไรกัน”ศิษย์ของวังสวรรค์มองไปทางฉางเฟิงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

        “ตอนนี้แหละ”

        ฉางเฟิงทะลวงมิติออกไปและกำลังจะหลบหนีแต่ในพริบตานั้นเองหอกสีแดงฉานก็พุ่งตรงลงมาจากท้องฟ้าแทงทะลุหน้าอกของฉางเฟิงทันที

        “ฉางเฟิง!!!!!!!!!”ซีรั่วหยานตกใจ

        “ดีนะที่ข้ามาทันเกือบจะเสียเรื่องแล้ว” ศิษย์ของวังสวรรค์อีกคนปรากฏตัว

        “เดรัจฉานพวกเจ้าต้องตาย”ซีรั่วหยานโกรธมาก นางปลดปล่อยทักษะระดับพระเจ้าออกมาทันที

        “หวนคืนสู่โกลาหล”ดวงตาของซีรั่วหยานเต็มไปด้วยโกลาหล

        พริบตาบรรพบุรุษนิกายเทพกระบี่ก็รู้สึกว่าตนเองกำลังยืนอยู่ในพื้นที่โกลาหลที่ไม่มีสิ่งใดที่แน่นอนไม่ว่าจะเป็นระดับพลังของตนเอง อายุขัย ทุกอย่างมันถูกสั่นคลอนและเหมือนจะถูกทำลายลง

        “แย่แล้วรีบถอยเร็วเข้า”ศิษย์ของวังสวรรค์ทั้งสองรีบถอยออกไปทันที

        ในตอนนี้พื้นที่รอบๆได้ถูกทำให้กลายเป็นพื้นที่โกลาหลแล้วอาคาร ต้นไม้และสิ่งของทุกอย่างบ้างก็พังทลาย บ้างก็ปกติดี สำหรับผู้คนที่หนีไม่ทันส่วนใหญ่รากฐานพลังบ่มเพาะของพวกเขาตกลงไปเรื่อยๆหรือแม้แต่ถูกทำลายเลยก็มี

        “อ๊ากกกกกก”บรรพบุรุษนิกายเทพกระบี่กรีดร้องด้วยความเศร้าเพราะรากฐานพระเจ้าของเขาถูกทำลายและพลังของเขาตกลงมาอยู่ระดับจักรพรรดิเทพ

        “รากฐานไม่หนักแน่นมากพอไม่มีทางจะทนกับพลังของข้าได้”ซีรั่วหยานเย็นชามาก

        “ท่านพ่อเป็นอย่างไรบ้าง”เสี่ยวเสี่ยวปรากฎตัวพร้อมกับใช้มือดึงหอกสีแดงเพลิงออกจากร่างของฉางเฟิง

        “หอกเล่มนี้ไม่ธรรมดามันมีผนึกคำสาปใส่ไว้อยู่ทำให้ตอนนี้พ่อไม่สามารถใช้พลังปราณได้เลย”ฉางเฟิงกล่าวด้วยใบหน้าซีดขาวพร้อมกับดวงตาค่อยๆปิดลง

        “เจ้าพวกสารเลวกล้าทำร้ายท่านพ่อของข้าวันนี้ต่อให้ต้องใช้พลังมากแค่ใหนข้าก็จะฉีกพวกเจ้าเป็นชิ้นๆ” เสี่ยวเสี่ยวคำรามด้วยความโกรธแค้น

        ฉางเฟิงแม้จะยังไม่หมดสติแต่ทั้งพลังปราณและวิญญาณได้ถูกคำสาปกัดกินอย่างต่อเนื่องถ้าเป็นคนอื่นร่างคงกลายเป็นศพไปแล้วแต่ฉางเฟิงมีพลังชีวิตที่ไร้ขีดจำกัดทำให้ยังอดทนต่อไปได้

        “หนีไปซะ”เสียงสุดท้ายของฉางเฟิงดังขึ้น

        “โฮก!!!!!!!!!!!!!”

        ตอนนี้เสี่ยวเสี่ยวไม่สนใจอะไรอีกแล้วนางคลั่งไปแล้วร่างของเสี่ยวเสี่ยวสูงขึ้นและใหญ่ขึ้นเท่ากับหญิงสาววัย 20 ปี พร้อมกับกระบองหินของนางปรากฎแสงสีแดงออกมาราวกับว่าข้างในมันมีเปลวเพลิงกำลังเผาใหม่อยู่ข้างใน

        “นั่นมันอะไร”ศิษย์ของวังสวรรค์รับรู้ได้ถึงอันตรายจากเสี่ยวเสี่ยว

        “ตาย!!!!!!!!”ร่างของเสี่ยวเสี่ยวพุ่งออกไปพร้อมกับกระบอกหินถูกทุบลงไป

        “หนี!!!!!!!!”ทั้งสองคนตัดสินใจเด็ดขาด

        “ตูม!!!!”

        พื้นดินถูกแยกเมื่อเสี่ยวเสี่ยวโจมตีไม่เพียงแค่นั้นกลิ่นอายทำลายล้างทำให้แม้แต่คนในโลกกระบี่ยังสะดุ้งหวาดกลัว

        “ตัวบ้าอะไรกันทำไมถึงน่ากลัวขนาดนี้”ศิษย์ของวังสวรรค์ที่หลบได้ทันหน้าซีดด้วยความกลัว

        “พวกเจ้าคิดจะหนีไปใหน”เสี่ยวเสี่ยวคำรามและพุ่งออกไปอีกครั้ง

        “เปรี้ยง!!!!!!!!!!!”

        แต่ทันใดนั้นเองสายฟ้าของสวรรค์ก็ฟาดลงมายังเสี่ยวเสี่ยวเห็นได้ชัดว่ามันไม่ต้องการให้เสี่ยวเสี่ยบ้าคลั่งต่อไป

        “ใสหัวไป!!!!”เสี่ยวเสี่ยวคำรามและฟาดกระบองหินออกไปอีกครั้งทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงอย่างมาก

        “อ๊ากกกกกก”คลื่นพลังทำให้ศิษย์ของวังสวรรค์ทั้งสองกระเด็นออกไปพร้อมได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก

        “ตึ้ง!!!!!!!!!!”

        และในตอนนั้นเองเรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นประตูโบราณสีดำปรากฏออกมาเหนือนิกายเทพกระบี่

        “ทำไมประตูโบราณถึงปรากฏขึ้นอีกบานหรือว่าจะเป็นสงครามของสามโลก” ระดับจักรพรรดิเทพที่เห็นพากันตกใจ

        “เสี่ยวเสี่ยวพอแค่นี้แหละรีบพาฉางเฟิงกลับไปรักษาเร็วเข้า”ซีรั่วหยานคำราม

        “บ้าที่สุดพวกเจ้าจำไว้ให้ดี ถ้าพวกเจ้ากล้าเข้ามายังโลกของข้าอีกครั้ง ข้าจะทำลายล้างพวกเจ้าให้หมด”เสี่ยวเสี่ยวคำรามด้วยความโกรธและหลบหนีไปพร้อมกับซีรั่วหยาน

        ศิษย์ของวังสวรรค์พากันถอนหายใจศิษย์ชายหลังจากได้สติก็ตกใจเพราะหอกของตนหายไป

        “เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นเอาของเทพของข้าไป”ศิษย์ของวังสวรรค์คำรามด้วยความโกรธ

        ทางด้านบรรพบุรุษนิกายเทพกระบี่ไม่ได้สนใจอะไรและรีบกลับไปยังนิกายของตนเองทันทีตอนนี้รากฐานของเขาได้รับความเสียหายและตกลงมาอยู่ระดับจักพรรดิเทพทำให้เขาเกิดความเศร้าและโกรธแค้นอย่างมากเขาไม่เคยเห็นวิชาอะไรที่น่าหวาดกลัวแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต

        ส่วนประตูโบราณที่ปรากฏทำให้เปิดแรงกดดันที่หนักหน่วงสำหรับโลกกระบี่พวกเขาไม่คิดว่าประตูโบราณจะปรากฏขึ้นมาอีก 1 บานนี่ทำให้พวกเขากังวลมาก

คล้ายกับเรื่องสวรรค์นิรันดร์กาล ที่คุณอ่าน