บทที่146
โรคภัยที่มากับความหนาว
ณ เมืองตี้หนาน
ฤดูหนาวที่ย่างกายเข้ามาภายในเมืองแห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลนผู้คนภายในเมืองแห่งนี้มีคนป่วยเป็นโรคหลากหลายมากขึ้นในฤดูหนาวที่หนาวเหน็บ
ถือว่ายังดีภายในเมืองตี้หนานในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจเฟื่องฟูเป็นอย่างมากผู้คนมากมายที่อาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้เองก็ได้รับประโยชน์จากการที่เศรษฐกิจนั้นเจริญรุ่งเรืองทำให้พวกเขาที่ฐานะการเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น
แต่ก็ไม่ใช่ว่าผู้นั้นจะมีฐานะการเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเสมอไปภายในเมืองแห่งนี้เองก็ยังคงมีขอทานหรือพวกที่ยากจนเช่นเดียวกัน
แต่ว่าคนพวกนั้นภายในเมืองแห่งนี้ก็เป็นประชากรส่วนน้อยมันเลยทำให้ที่ว่าการอำเภอที่ดูแลเมืองแห่งนี้สามารถดูแลคนพวกนั้นได้อย่างทั่วถึง
ในตอนนี้ขุนนางภายในเมืองต่างดูแลชาวเมืองเป็นอย่างดีโดยเฉพาะพวกชาวเมืองที่พวกเขานั้นมีฐานะยากจน
เพราะว่าภายในฤดูหนาวที่มีความหนาวเหน็บขนาดนี้มีโอกาสที่สูงเป็นอย่างมากที่จะมีคนนอนตายอยู่ข้างถนน
มันเป็นเพราะว่าเมืองแห่งนี้เป็นเมืองขนาดใหญ่และหอการค้าที่เจริญรุ่งเรืองในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมามันเลยทำให้ภาษีที่สามารถเก็บได้มีจำนวนมากขึ้นสามารถทำการนำเอาเงินส่วนนั้นมาดูแลผู้คนภายในเมืองได้มากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
ไม่เพียงเท่านั้นเพราะว่าภายในเมืองแห่งนี้มีคนที่มีฐานะมั่งคั่งร่ำรวยเป็นอย่างมากนั่นคือตระกูลเว่ย
ตระกูลเว่ยเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าผู้นำของตระกูลนี้เป็นคนที่ใจบุญเป็นอย่างมากมักจะทำการช่วยเหลือผู้คนภายในเมืองอยู่สม่ำเสมอ
และภายในครั้งนี้ที่เดินทางมาถึงความหนาวเย็นและความอดอยากมันเองก็โดนบรรเทาไปโดยที่คุณชายเว่ยยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆอย่างเช่นพวกเรื่องอาหารการกินหรือว่าพวกเครื่องสวมใส่ป้องกันความหนาว
แม้ว่าเมืองแห่งนี้จะไม่ได้สมบูรณ์แบบแต่อย่างไรพวกชาวเมืองภายในเมืองแห่งนี้ไม่ว่าสถานะไหนก็ยังสามารถอาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้ในช่วงฤดูหนาวได้อย่างวางใจ
ภายในโรงหมอที่ตั้งอยู่บริเวณชานเมือง
ตอนนี้สถานที่แห่งนี้โดนปรับปรุงให้มีความใหญ่โตมากขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
การปรับปรุงและการต่อเติมมันยังคงทำไม่เสร็จแต่ว่าตอนนี้มันเองก็สามารถให้ผู้ป่วยเข้ามาพักอาศัยภายในบริเวณส่วนกลางของสถานที่แห่งนี้ได้แล้ว
ลู่หยางกำลังเดินตรวจดูอาการของเหล่าผู้ป่วยที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้
ลองดูแล้วคนป่วยที่อยู่ภายในโรงหมอของเขามีอยู่ไม่ต่ำกว่าห้าสิบชีวิตถ้าไม่ได้ขยับขยายสถานที่แห่งนี้มันเองก็คงจะแออัดเป็นอย่างมากแต่ถือว่ายังดีที่ตอนนี้ขยับขยายสถานที่แห่งนี้แล้วเลยทำให้มีพื้นที่กว้างขวางมากขึ้นเขาเองก็สามารถเดินตรวจตาผู้ป่วยเหล่านี้ได้อย่างสบายใจ
ลู่หยางเดินตรวจภายนอกเขาพบเห็นว่ามีคนที่ป่วยเป็นโรคต่างๆที่จะมาพบเจอภายในฤดูหนาวได้มากมายแตกต่างกันไป
หลังจากที่เดินตรวจผู้ป่วยภายในสถานที่แห่งนี้เสร็จเราเองก็เดินตรงออกมาจากห้องแห่งนั้นมาประชุมกับคนภายในโรงหมอของตนเอง
ท่านหมออีกผู้หนึ่งที่เป็นท่านหมออาวุโสถูกจ้างมาเพื่อที่จะให้ช่วยเหลืองานของเขาภายในสถานที่แห่งนี้ทำการกล่าวออกมาอย่างหนักใจ“ ภัยหนาวปีนี้หนักหนายิ่งนักความหนาวเย็นนี้พบเจอได้ในรอบหลายสิบปี ”
“ มันเลยทำให้พบเจอโรคที่หายากมากมายอย่างเช่นโรคไข้เหมันต์หรือกระทั่งโรคความเย็นเข้าแทรก ”
ท่านหมอผู้นี้กำลังพึมพำด้วยความหนักใจเพราะความหนาวเย็นดีมากมายกว่าปีอื่นมันทำให้พวกผู้คนนั้นป่วยเป็นโรคต่างๆ
ล้วนแล้วแต่เป็นโรคที่สามารถหาทางรักษาได้ยากเย็นเพราะว่าไม่ค่อยได้พบเจอมันเลยทำให้เขานั้นเต็มไปด้วยความหนักใจเช่นนี้
ลู่หยางที่กำลังนั่งอยู่หัวโต๊ะแสดงใบหน้าเคร่งขรึมจริงจังเขายกมือขึ้นมาลูกปลายทางดวงตาก้มต่ำลงและก็คิดกับตนเองอยู่สักพัก“ จริงอยู่ขอรับที่ว่าในครั้งนี้ผู้คนมากมายป่วยเป็นโรคที่หาได้ยากแต่ว่าก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีหนทางรักษา”
“ เกี่ยวกับโรคพวกนี้ข้าเองก็รู้วิธีรักษาพวกมันมาบ้างเพราะแบบนั้นการรักษาพวกเขาเองเพียงแค่ใช้ตัวยาให้ถูกต้องมันก็ไม่มีอันใดแล้ว”
“ อย่างเช่นโรคไข้เหมันต์โรคชนิดนี้ความหนาวเย็นภายในร่างกายจะเพิ่มพูนมากขึ้นกว่าปกติ ถ้าคนที่ป่วยเป็นโรคนี้มีโอกาสที่จะแข็งตายสูงมากเพียงแค่เราทำให้ร่างกายภายในของเขาอบอุ่นเพียงแค่นั้นก็พอแล้ว”
“ มีตัวยามากมายที่ทำให้ร่างกายของเขาอบอุ่นหรือว่าร้อนจากภายในเพียงแค่ใช้ตัวยานั้นเป็นตัวยาในการรักษาพวกเขาเพียงแค่นั้นก็สามารถทำได้แล้วก็พยายามทำอากาศภายในห้องแห่งนั้นให้อุ่นๆเข้าไว้อย่างเช่นกันตั้งคบเพลิงเอาไว้ทั่วทั้งห้องน่าจะช่วยได้”
ลู่หยางอธิบายเกี่ยวกับวิธีการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้กับพวกเขาฟัง
เกี่ยวกับไข้ฤดูหนาวในครั้งนี้ที่มาในหลากหลายรูปแบบตัวของเขาเองก็คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าอย่างไรเสียมันเองก็ต้องมีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น
แล้วสุดท้ายแล้วมันเองก็เกิดขึ้นจริงๆอย่างที่ตัวของเขาคิดเอาไว้ตั้งแต่ในตอนแรกซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ได้ผิดคาดจากที่เขาคิดเอาไว้สักเท่าไหร่
เพราะแบบนั้นในตอนนี้ตัวของเขาเลยไม่ได้แสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหนักใจออกมาแต่กลับแสดงใบหน้าที่สุขุมและก็กำลังใช้ความคิดเป็นอย่างมาก
“ ส่วนเกี่ยวกับโรคความเย็นเข้าแทรกมีสมุนไพรอีกหลากหลายชนิดที่สามารถทำการขับความเย็นภายในร่างกายออกมาได้ข้าจะเขียนรายละเอียดทุกอย่างเอาไว้ให้ ”
“ มันมีรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องโรคที่จะพบเจอได้ภายในฤดูหนาวครั้งนี้ค่าเขียนเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่ฤดูหนาวนั้นมายืมตั้งแต่ในวันแรกแล้ว ”
ลู่หยางเขานั้นรู้สึกว่าตัวเองคิดถูกต้องถือว่าเขาโชคดีที่ยังคงรักษานิสัยความละเอียดรอบคอบของเขาเอาไว้มิเช่นนั้นตัวของเขาคงจะรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ได้ยากเย็นอย่างแน่นอน
ในตอนที่ฤดูหนาวนั้นเดินทางมาถึงตัวของเขาเองก็ทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องโรคที่จะมาภายในฤดูหนาวจากตำราของท่านอาจารย์หญิงเอาไว้ก่อนเลยเพราะเกรงว่าอากาศในปีนี้น่าจะหนาวกว่าทุกปี
และเขาเองก็คิดถูกมันเลยทำให้เขานะสามารถรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ได้โดยที่ไม่ยากลำบากอันใดนัก
เหล่าสมาชิกของโรงหมอที่นั่งอยู่บริเวณด้านหน้าต่างพากันพยักหน้าให้กับลู่หยางพร้อมกับแสดงรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความชื่นชม
“ ยอดเยี่ยมไปเลยขอรับท่านหมอท่านหมอรอบคอบแล้วก็รอบรู้ยิ่งนักจึงสามารถจัดการกับเรื่องพวกนี้ได้อย่างง่ายดาย ”ผู้ที่อยู่ด้านหน้าทำการเอ่ยชมเขา
“ ไม่ขนาดนั้นหรอกขอรับเอาเป็นว่าถ้าจะเขียนรายละเอียดเอาไว้ให้แล้วในช่วงยามกลางวันส่วนของข้าคงจะต้องเดินทางเข้าไปทำธุระภายในเมืองฝากพวกท่านดูแลภายในโรงหมอแห่งนี้ขณะที่ข้าไม่อยู่ด้วย”
“ ขอรับ!!/เจ้าค่ะ!!! ”
หลังจากนั้นตัวของเขาเองก็ได้ทำหน้าที่ของตนเองด้วยการเขียนรายละเอียดเกี่ยวกับตัวยาที่ใช้รักษาโรคต่างๆที่จะพบได้ภายในฤดูหนาวในครั้งนี้ให้กับเหล่าสมาชิกภายในโรงหมอของเขาเอาไว้
หลังจากนั้นในช่วงยามกลางวันเขาเองก็เดินทางเข้าไปภายในเมืองตามคำที่เขาบอกเอาไว้
โดยตัวของเขาแล้วเดินทางตรงเข้าไปภายในเมืองเพราะว่ามีเหตุผลและมีจุดประสงค์หลายอย่างในการเดินทางเข้าไป
เมื่อเขาทำการเดินเข้าไปภายในนั้นลู่หยางเดินเข้าไปตรวจตาสภาพการณ์ภายในเมืองนี่คือธุระที่เขานั้นหมายถึงโดยการที่เขานั้นเดินมาตรวจตาสภาพการณ์ในเมืองก็เป็นเพราะว่าเขานั้นอยากจะรู้ว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง
บนถนนที่เต็มไปด้วยหิมะสีขาวโพลนมีผู้คนเดินไปมาอย่างประปราย บริเวณสองข้างทางเต็มไปด้วยแผงค้าขายร่างของบุรุษที่สวมใส่ชุดคลุมขนสัตว์หนาปกคลุมทั้งกายกำลังเดินอยู่พร้อมกับสะพายกล่องไม้ด้านหลัง
ทั้งแขนและขาเย็นเฉียบลู่หยางกำลังเดินอยู่บนถนนเส้นนั้นโดยที่เขากวาดสายตาไปมองบริเวณรอบๆอยู่ตลอดเวลาในขณะที่เดิน
เพียงแค่หายใจออกจากทางปากหรือจมูกก็กลายเป็นไอสีขาวแล้ว‘ ปีนี้หนาวยิ่งนักผู้คนมากมายในเมืองดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นถือว่ายังดีที่ตอนนี้ภายในเมืองแห่งนี้มีผู้คนที่มีฐานะที่ดีขึ้นพอจะดูแลตัวเองได้มากขึ้นเลยทำให้ภายในเมืองสามารถช่วยกันดูแลจัดการเกี่ยวกับคนที่มีฐานะยากจนได้ง่ายดายมากขึ้น’
‘ แต่มองดูแล้วความหนาวเย็นในปีนี้ไม่เพียงแค่หนาวอย่างเดียวแน่นอนมันน่าจะเป็นหน้าหนาวที่มีเวลานานมากกว่าทุกๆปีถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆบางทีอาจจะมีผู้คนที่ป่วยเป็นโรคนั้นอยู่ก็ได้… ’
หลังจากที่เดินสำรวจภายในเมืองมาประมาณหนึ่งชั่วยามเขาเองก็ต้องตัดสินใจในการเดินทางกลับมันเป็นเพราะว่าอากาศบริเวณด้านนอกหนาวเหน็บเป็นอย่างมากขนาดตัวของเขาเป็นผู้ฝึกฝนวรยุทธทั้งมือและเท้ายังเย็นเฉียบเคลื่อนไหวได้ยากลำบากเลย
ลู่หยางเดินทางกลับมาถึงเรือนของตนเองภายในบ้านเมื่อก้าวเท้าเข้ามาอุ่นกว่าด้านนอกประมาณนึงเพราะมีเตาผิงขนาดใหญ่ที่กำลังถูกจุดไฟและให้ความอบอุ่นภายในเรือนอยู่
เมื่อก้าวเท้าเข้ามาเขาเองก็มองเห็นบุตรสาวของตัวเองกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บริเวณห้องโถงใจกลางเรือนจึงทำการเดินตรงเข้าไปหานางอย่างรวดเร็วแล้วเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย “อ่านหนังสืออีกแล้วอย่างนั้นหรือ? ในยามนี้สถานศึกษาหยุดเรียนอยู่มิใช่หรือ?”
หนิงหนิงพยักหน้าตอบรับกลับมา“ ใช่แล้วเจ้าค่ะ!!!จริงอยู่ที่ว่าตอนนี้สถานศึกษาหยุดเรียนในช่วงหน้าหนาวแต่ว่าข้าเองก็ไม่มีอันใดทำได้แต่ศึกษาตำราพวกนี้ไปพลางๆเท่านั้น”
มองเห็นบุตรสาวของตนเองขยันแข่งขันทั้งนี้ผู้เป็นบิดาเองก็ดีใจพยักหน้าขึ้นลงจ้องมองตัวของบุตรสาวอย่างภาคภูมิ
ทว่า
ก๊อก!!!ก๊อก!!! ก๊อก!!! เสียงประตูไม้ที่ถูกปิดเอาไว้มันถูกเคาะดังเข้ามาด้านในลู่หยางหันใบหน้าไปมองอย่างรวดเร็วพร้อมกับแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย
จบบท