Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 5 ตอนที่ 123 ประลอง

            หลังจากนั้นไม่นานซูฮ่าวก็หยุดการกระทำลง เขาเอนตัวพิงต้นหอมหมื่นลี้ แล้วเช็ดเหงื่อที่หน้าผากพร้อมหอบหายใจเข้าลึกๆ


     

            ตรงหน้ามีดอกหอมหมื่นลี้ปลิวไหวตามสายลมกลิ่นหอมกระจายไปทั่ว

            “ไม่ได้ยังต้องฝึกอีก แค่หมัดธรรมดาสามารถต่อยดอกหอมหมื่นลี้ให้กลับขึ้นมาเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นถ้าใช้เจ็ดหมัดผงาดฟ้าละก็เกรงว่าอาจจะทำให้ดอกหอมหมื่นลี้ลอยกลับขึ้นมาได้เพียงหนึ่งส่วนสี่” ซูฮ่าวขมวดคิ้วมุ่น ท่าทางไม่พอใจ 

            เพราะว่าเจ็ดหมัดผงาดฟ้ามีอานุภาพร้ายแรงดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลามากกว่าปกติไม่มีทางเพิ่มความเร็วให้เทียบเท่ากับหมัดธรรมดาได้

            หากหมัดธรรมดาไม่สามารถแตะระดับมาตรฐานได้ถ้าเช่นนั้นเจ็ดหมัดผงาดฟ้าก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

            “แย่แล้วนี่เจ็ดโมงครึ่งแล้ว ยังไม่ได้ทำอาหารเช้าเลย” ซูฮ่าวหยิบโทรศัพท์ออกมาดูเวลาจากนั้นก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะเตรียมตัวกลับไปที่คฤหาสน์

            แต่ตอนนั้นเขาก็ชะงักฝีเท้าอีกครั้ง

            แม่บ้านเจิ้งชุนหลานกลับมาแล้วเธอคงเป็นคนที่รับผิดชอบทำอาหารเช้า…

            เมื่อคิดถึงตรงนี้ซูฮ่าวก็ถอนหายใจออกมาและเตรียมตัวจะฝึกอัตราความแม่นยำของวิถีหมัดอีกครึ่งชั่วโมง 

            แต่เขายังไม่ทันได้ขยับตัว กลับได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น

            “สหายซูเราเจอกันอีกแล้วนะ”

            ซูฮ่าวชะงักไปแล้วหันกลับไปมองทางด้านหลังพบว่าเว่ยซานเต๋อเดินเข้ามากับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง

            ผู้หญิงตัวเล็กคนนั้นสวมเสื้อผ้าหรูหรางดงามผมเงางามปลิวไสวเล็กน้อย คิ้วเรียวยาวดั่งก้านหลิว ดวงตาเต็มไปด้วยเสน่ห์จมูกตั้งตรงรับเข้ารูปกับริมฝีปากบาง ผิวพรรณขาวกระจ่างใสราวกับหิมะ เนียนละเอียดเป็นประกายราวกับหยก

            เขามองผู้หญิงคนนั้นเล็กน้อยจากนั้นก็หันไปมองทางเว่ยซานเต๋อ เขาประสานมือทำความเคารพ “ผู้เฒ่าเว่ยเจอกันอีกแล้วนะครับ”

            “สหายซูนี่น่ากลัวจริงๆเมื่อหลายวันก่อนที่ฉันเพิ่งได้พบนายไป นายเพิ่งอยู่เซียนเทียนขั้นต้นเท่านั้นแต่นี่ไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่วัน คาดไม่ถึงว่าลมปราณจะเพิ่มสูงขึ้นอีกแล้วถ้าคนแก่อย่างฉันคาดเดาไม่ผิดละก็ สหายซูน่าจะอยู่ในระดับเซียนเทียนขั้นกลางใช่หรือเปล่า?” เว่ยซานเต๋อจ้องหน้าซูฮ่าวแล้วพูดออกมาอย่างประหลาดใจ 

            “ผู้เฒ่าเว่ยสายตาเฉียบแหลมมาก” ซูฮ่าวยิ้มออกมาแต่ก็ไม่ได้ตอบรับ แต่มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการยอมรับ 

            เว่ยอวี่เหอที่ยืนอยู่ด้านข้างใช้สายตาสำรวจซูฮ่าวมากขึ้นกว่าเดิมแล้วถามขึ้นอย่างสงสัยว่า “คุณคือซูฮ่าวที่เสี่ยวฉินเพื่อนสนิทของฉันพูดถึงสินะ?”

            “ฉันชื่อซูฮ่าวคุณชื่อว่าอะไรหรือ? และไม่ทราบว่าเสี่ยวฉินที่คุณพูดถึงอยู่นั้นคือใครหรือครับ?”

            “ฉันชื่อเว่ยอวี่เหอ เป็นหลานสาวของคนที่คุณเรียกว่าผู้เฒ่าเว่ย ส่วนเสี่ยวฉินที่ว่าก็คือมู่หรงฉิน คุณหนูใหญ่ตระกูลมู่หรง” เว่ยอวี่เหอพยักหน้าภายในใจเต็มไปด้วยความสงสัย “คุณคงอายุน้อยกว่าฉันได้ยินมาว่าคุณสามารถรักษาอาการป่วยของคุณปู่เธอได้ นี่เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?”

            หากพูดให้ไม่น่าฟังละก็ด้วยอายุของซูฮ่าวตอนนี้ หากอยู่ในโรงพยาบาล อย่างมากก็เป็นอินเทิร์นนักศึกษาแพทย์ฝึกงานที่คอยช่วยเหลือแพทย์ในเรื่องต่างๆ 

            สำหรับเรื่องการลงมือรักษาเดิมทีก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อถือมากเกรงว่าซูฮ่าวคงไม่มีใบประกอบวิชาชีพแพทย์ด้วยซ้ำ 

            ในตอนนี้เธอคิดว่ามู่หรงฉินจะต้องหลอกตนเองอยู่แน่นอนและเธอก็คิดว่าข่าวลือบนอินเทอร์เน็ตนั้นถูกต้องเพื่อป้องกันความปลอดภัยของเพื่อนสนิท เธอจะต้องเตือนสติอีกฝ่ายอย่างแรง

            เดิมทีเธอคิดจะขอให้มู่หรงฉินติดต่อซูฮ่าวเพื่อมาดูอาการคุณปู่ของเธอแต่ดูจากตอนนี้แล้วเหมือนว่ามันจะไม่จำเป็นเลย

            ด้วยอายุแค่นี้ทำให้ความคาดหวังของเธอที่มีต่อซูฮ่าวลดลงเหลือศูนย์

            เมื่อเห็นว่าในแววตาของเว่ยอวี่เหอมีประกายดูหมิ่นซูฮ่าวก็ไม่ได้รู้สึกโมโห พร้อมกับยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า “เรื่องนี้ฉันคิดว่าคุณเว่ยไปถามคุณมู่หรงเองจะดีกว่าต่อให้ฉันพูดไป คุณเว่ยก็คงไม่เชื่อฉันหรอก ใช่หรือเปล่า?”

            “ใช่” เว่ยอวี่เหอพูดออกมาตามตรงอย่างไม่ไว้หน้าซูฮ่าวเลย 

            “ฉันได้ยินจากคุณปู่มาว่าคุณสามารถเข้าสู่ขอบเขตหลงลืมตัวตนได้แต่ว่าฉันไม่เชื่อ ตอนนี้นายแสดงให้ฉันดูหน่อยสิ ฉันอยากรู้ว่าคุณปู่โกหกฉันหรือเปล่า?”

            “อวี่เหอทำไมถึงทำตัวแบบนี้?” เว่ยซานเต๋อที่ยืนอยู่ด้านข้างได้ยินดังนั้นเขาก็จ้องหน้าเว่ยอวี่เหอตาเขม็ง แล้วกล่าวคำตำหนิ 

            “ปู่สอนให้หลานมีมารยาทต่อผู้อื่นเสมอแต่ดูเหมือนว่าจะฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวานะ?”

            นี่เป็นครั้งแรกที่เว่ยอวี่เหอเห็นคุณปู่มีท่าทีจริงจังเธอจึงอดน้อยใจไม่ได้ แล้วบุ้ยปากพูดว่า “คุณปู่ดุฉัน… ”

            เว่ยซานเต๋อหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกและไม่สนใจเธออีก เขาหันไปประสานหมัดทำความเคารพซูฮ่าว “สหายซูหลานสาวของฉันนั้นเย่อหยิ่งยโสอย่างมากนายอยู่คนละระดับกับเธอก็ไม่ต้องไปสนใจเธอหรอก”

            “ไม่เป็นไรครับ” ซูฮ่าวโบกมือ เขาไม่ได้เห็นเรื่องนี้อยู่ในสายตาเลย

            “คุณปู่ปู่ไม่รักหลานสาวของปู่หรือ!” หลังจากเว่ยอวี่เหอได้ยินคำพูดประโยคนั้นใบหน้าก็แดงก่ำ เธอเม้มริมฝีปาก และพูดออกมาด้วยความโกรธเล็กน้อย “คิดไม่ถึงว่าปู่จะดุฉันเพราะคนอื่น เมื่อก่อนปู่ไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา”

            เว่ยซานเต๋อหัวเราะอย่างจนปัญญา “ปู่กำลังสอนเรื่องมารยาทขั้นพื้นฐานที่ต้องปฏิบัติกับผู้อื่นยิ่งเรามีตำแหน่งสูงมากเท่าไร ก็จะต้องยิ่งทำตัวถ่อมตนมากเท่านั้น”

            เว่ยอวี่เหออ้าปากขึ้นแต่กลับไม่รู้ว่าควรจะเถียงอะไรออกมา เธอจึงแค่นหัวเราะเสียงเย็น แล้วหันไปมองซูฮ่าวด้วยความไม่พอใจ 

            เว่ยซานเต๋อกลอกตามองบนแล้วหันไปมองทางซูฮ่าว “เมื่อกี้ฉันเห็นว่าวิถีในการต่อยมวยของนายยอดเยี่ยมมาก ความเร็วก็น่าตกใจนายช่วยบอกวิธีฝึกซ้อมให้หน่อยได้หรือเปล่า?”

            “ขอพูดตามตรงนะหลานสาวของฉันก็เป็นนักรบโบราณเหมือนกัน เรียนการต่อสู้มาตั้งแต่เด็กแต่ปกติแล้วก็ชอบแอบอู้ ดังนั้นตอนนี้จึงอยู่ในระดับโฮ่วเทียนขั้นสูงสุดเท่านั้นหากนายสามารถชี้แนะได้มันก็จะยอดเยี่ยมอย่างมาก”

            ซูฮ่าวชะงักไปเล็กน้อยแล้วหันไปมองทางเว่ยอวี่เหอเขาใช้สายตาสำรวจและขมวดคิ้วขึ้นมา 

            “หากพื้นฐานไม่แน่นพอต่อให้สามารถเลื่อนขั้นอยู่ในระดับสูงขึ้นได้ แต่คู่ต่อสู้ที่มีระดับต่ำกว่าหนึ่งขั้นก็อาจจะสามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย”

            “คุณหมายความว่าอย่างไร?” เว่ยอวี่เหอได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโมโหอย่างมาก 

            “คุณคิดว่าตัวเองเก่งมากนักหรือ? หากเก่งนักก็ปล่อยมาสักกระบวนท่าหนึ่ง ฉันขอดูหน่อยว่าคุณมีคุณสมบัติอะไรมาวิจารณ์ฉัน!”

            ซูฮ่าวพูดต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน “นิสัยใจร้อนบุ่มบ่าม ไม่สงบเพียงพอ แค่ยั่วโมโหเล็กน้อยก็ทำให้โกรธได้แล้วหากโดนยั่วโมโหในระหว่างการต่อสู้ ก็จะตกหลุมพรางของศัตรูได้อย่างง่ายดายต่อให้จะมีฝีมือสูงกว่านี้อีกหนึ่งขั้น แต่เพราะเรื่องนี้ก็จะทำให้พ่ายแพ้ได้อย่างง่ายดาย”

            ทันทีที่พูดจบใบหน้าของเว่ยอวี่เหอก็ปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็ง 

            ในตอนที่เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมาเว่ยซานเต๋อที่อยู่ด้านข้างกลับปรบมือแล้วหัวเราะเสียงดัง “สหายซูสุดยอดจริงๆเพียงแค่คำพูดไม่กี่คำก็สามารถชี้แจงข้อด้อยและจุดบกพร่องของอวี่เหอออกมาได้หมดอวี่เหอปรับปรุงแก้ไขตามคำชี้แนะนี้ ฝีมือของเธอจะต้องพัฒนาไปไกลแน่นอนขอบคุณจริงๆ ”

            ซูฮ่าวโบกมือส่งสัญญาณให้เว่ยซานเต๋อไม่จำเป็นจะต้องมีมารยาทขนาดนั้น 

            แต่เว่ยอวี่เหอที่ยืนอยู่ด้านข้างกลับมีใบหน้ามืดครึ้มเธอกัดฟันกรอด ใบหน้าเต็มไปด้วยโทสะ “คุณปู่ ปู่สั่งสอนฉันได้แต่ให้เขามาสั่งสอนฉันไม่ได้!”

            “ซูฮ่าวสินะ? หากคุณเป็นลูกผู้ชาย ถ้าอย่างนั้นก็มาต่อสู้กับฉันสักยก ถ้าคุณแพ้คุณต้องถอนคำพูดก่อนหน้านี้ไปทั้งหมด!”

            ซูฮ่าวเห็นดังนั้นก็กลอกตาใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “แล้วถ้าคุณแพ้ล่ะ?”

            “ถ้าฉันแพ้ไม่ว่าคุณจะขออะไร ฉันจะทำตามทั้งหมด” เว่ยอวี่เหอโมโหมากจนพูดออกไปโดยไม่ได้คิด 

            ซูฮ่าวใช้สายตาสำรวจเธอขึ้นลงก่อนจะเผยรอยยิ้มมีความหมาย

            “ได้ ถ้าคุณแพ้คุณต้องทำงานให้ฉันหนึ่งเดือน และฉันสามารถโทรตามได้ตลอด ตกลงหรือเปล่า?”

            “ไม่มีปัญหา!” เว่ยอวี่เหอตอบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นแล้วพูดว่า “คุณแพ้แล้ว นอกจากจะถอนคำพูดก่อนหน้านี้ออกไปทั้งหมดคุณยังต้องตบหน้าตัวเองสามที แล้วพูดขอโทษจนกว่าฉันจะพอใจ”

            “ได้” ซูฮ่าวยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มราบเรียบ ก่อนจะหันไปมองทางเว่ยซานเต๋อ “ถ้าอย่างนั้นผู้เฒ่าเว่ยมาเป็นพยานได้หรือเปล่า?” 

            “คือว่า… ” ความจริงแล้วเว่ยซานเต๋อก็อยากจะปฏิเสธการพนันครั้งนี้ท้ายที่สุดแล้วซูฮ่าวก็แข็งแกร่งกว่าเว่ยอวี่เหอมากเดิมทีการพนันครั้งนี้ก็ไม่ได้ยุติธรรมอยู่แล้ว 

            แต่เมื่อนึกได้ว่าหลานสาวของเขานั้นหยิ่งจองหองมากดังนั้นเขาจึงอยากจะใช้เหตุการณ์นี้เพื่อดึงสติเว่ยอวี่เหอกลับมาให้เธอได้รับรู้ถึงความลำบากบ้าง

            เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ปฏิเสธแล้วพยักหน้าพูดขึ้นว่า “ได้ ฉันจะเป็นพยานเอง”

            ทันทีที่สิ้นเสียงเว่ยอวี่เหอก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เงาร่างวูบไหวทันที น้ำพัดกลายเป็นน้ำแข็งวายุพัดหยกแตก กอปรกับรูปร่างที่งดงาม ตอนนี้เธอเหมือนกับเซียนที่ลงมาจากสวรรค์

            ตอนที่อีกฝ่ายมาอยู่ตรงหน้าซูฮ่าวเธอก็บินโฉบไปมาราวกับนกกระเรียนสีคราม เงาร่างของเธอนั้นสวยสง่าอย่างยิ่ง ใบหน้างดงามมีราศี 

            มุมปากของซูฮ่าวยกยิ้มขึ้นในแววตากลับเย็นชา 

            เขาหันกลับมาอย่างไม่รีบร้อน พร้อมกับยกมือขึ้นถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว และหลบการโจมตีนี้อย่างเชื่องช้า

            ซูฮ่าวยืมพลังจากการบิดร่างกายแล้วสะบัดแขนเสื้อทั้งสองข้าง พลังโจมตีอันรุนแรงพุ่งไปทางเว่ยอวี่เหอทันที 

            เว่ยซานเต๋อชะงักไป 

            พลังนี้ไม่ใช่พลังแห่งความมืดแต่เป็นพลังแห่งแสงสว่าง 

            “สหายซูโปรดยั้งมือด้วย!” เว่ยซานเต๋อจ้องมองทางซูฮ่าว แล้วหัวเราะออกมาอย่างขื่นขม 

            เมื่อคิดได้ดังนี้ซูฮ่าวไม่อยากรังแกคนที่อ่อนแอกว่าดังนั้นจึงตั้งใจลดพลังโจมตีลงให้เทียบเท่ากับเว่ยอวี่เหอ

            แต่ถึงอย่างไรฝีมือและความเร็วของเขาก็เหนือกว่าเว่ยอวี่เหอหลายขั้น

            ภายใต้การโจมตีด้วยพลังแห่งแสงสว่างเห็นได้ชัดว่าพลังที่เหลือของเว่ยอวี่เหอก็มีไม่เพียงพอตอนที่หลบนั้นก็ยังสับสนเล็กน้อย

            หลังจากพลิกตัวกลับมาเธอก็รีบปล่อยหมัดโจมตีพลังอันรุนแรงนั้น 

            “ตู้ม!”

            พลังหมัดปะทะกันทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไม่น้อย อีกทั้งพลังที่กระทบกันก็กระจายออกไปทั่วทุกสารทิศทำให้เว่ยอวี่เหอต้องถอยหลังไปหลายก้าว 

            ในทางกลับกันซูฮ่าวกลับสามารถยืนอยู่ที่เดิมได้อย่างมั่นคงราวกับภูเขาไท่ซาน 

            แววตาของเขามีความประหลาดใจพาดผ่าน 

            หมัดที่เว่ยอวี่เหอปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ทั้งดุร้าย รุนแรง และทรงพลัง อีกทั้งยังแฝงพลังอยู่ภายใน 

            “นี่น่าจะเป็นหมัดแปดสุดยอด” ซูฮ่าวพูดขึ้นมาด้วยเสียงทุ้มต่ำแล้วกล่าวสรุป 

            หมัดแปดสุดยอดขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่ง ทรงพลังซึ่งเป็นวิชามวยชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ได้จริง 

            วิชามวยนี้สามารถโจมตีคู่ต่อสู้จากระยะไกลและโจมตีได้ทุกทิศทางระดับความโหดเหี้ยมนั้น น่ากลัวเป็นอย่างมากการโจมตีเพียงครั้งเดียวก็อาจจะทำให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ 

            เขาคิดไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะสามารถเรียนรู้วิชามวยจนถึงระดับนี้ได้ แต่ก็พูดได้เพียงว่าเธอยังเรียนรู้ไม่ถึงแก่นเพราะว่าเว่ยอวี่เหอคนนี้ยังไม่สามารถแสดงแก่นแท้ของหมัดแปดสุดยอดได้

            ในขณะที่ซูฮ่าวกำลังครุ่นคิดใบหน้าของเว่ยอวี่เหอก็เผยความตึงเครียดขึ้นมา

            พลังก่อนหน้านี้ของซูฮ่าวรุนแรงและร้ายกาจมากหากไม่ใช่เพราะเธอสามารถใช้หมัดแปดสุดยอดได้ทันเวลา ทำให้แข็งกระทบแข็งไม่อย่างนั้นร่างของเธอจะต้องปลิวกระเด็นออกไปแน่นอน 

            “ฉันไม่เชื่อว่าพลังของคุณจะแข็งแกร่งกว่าฉัน” เธอกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ แล้วสาวเท้าไปด้านหน้าด้วยความรวดเร็วเธอสับขาหลอก แต่ความจริงแล้วกลับพุ่งไปทางด้านขวาของซูฮ่าวด้วยความเร็วดุจสายฟ้า

            จากฝ่ามือกลายเป็นหมัดพลังแห่งแสงสว่างเปรียบเสมือนมังกรโผล่พ้นน้ำ เบี่ยงซ้ายขวาไม่ว่าลมของหมัดจะพัดไปที่ไหน เสียงแหวกอากาศก็ดังขึ้นซึ่งแสบแก้วหูอย่างมาก

            “ร่างกายถูกกำหนดด้วยจิตจิตสว่างด้วยคุณธรรม ร่างกายคือจิตใจ จิตใจคือร่างกาย… ” ซูฮ่าวท่องขึ้นมาอย่างไม่รีบไม่ร้อน ฝีเท้าเดินก้าวไปด้านหน้าทั่วทั้งร่างกายเหมือนมีรัศมีน่าเกรงขามเปล่งประกาย

            “ในบทเพลงแสวงหาความที่ยงตรงสะสมแล้วค่อยปลดปล่อย ยืมพลังทำร้ายคน สี่ตำลึงปาดพันชั่ง1... ” 

            ทันใดนั้นเองมือข้างหนึ่งของซูฮ่าวก็เหยียดออกแล้ววาดวงกลมบนอากาศ เหมือนกำลังสัมผัสลูกบอลที่มองไม่เห็น 

            แต่ทันใดนั้นร่างกายของเขาเหมือนผสานเข้ากับสายลม จนเปลี่ยนเป็นความอ่อนนุ่มแต่ก็ยังทำให้ผู้คนสัมผัสได้ถึงพลังไร้ขีดจำกัดที่แฝงอยู่ภายในทั้งมันยังสามารถระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ 

            สองมือยกขึ้นในทันที พลังชีพพลังจิต พลังกาย ภายในร่างกายของเขาเพิ่มสูงขึ้นมาในทันที 

            หมัดของเว่ยอวี่เหอกำลังพุ่งมายังใบหน้าของเขามือและดวงตาของซูฮ่าวประสานกัน เอวบิดไปมา ท่าทางการเคลื่อนไหวเหมือนแมวย่างก้าวซึ่งยากจะแยกแยะว่าเป็นความจริงหรือภาพมายา

            เงียบสงบดุจขุนเขาเคลื่อนไหวดุจสายน้ำ 

            รวบรวมพลังเหมือนง้างธนูปล่อยพลังเหมือนยิงลูกธนู 

            พลังอันไร้รูปร่างถูกรวบรวมอยู่ที่กลางฝ่ามือของซูฮ่าวมันดูดซับพลังโจมตีทั้งหมดของเว่ยอวี่เหอเหมือนฟองน้ำ 

            เว่ยอวี่เหอหน้าเปลี่ยนสีทันทีตอนนั้นเธอรู้สึกเพียงแค่ว่าเธอกำลังชกลูกบอลปุยฝ้ายไม่สามารถแสดงพลังอะไรออกมาได้เลย 

            ในทางตรงกันข้าม แรงสะท้อนกลับทำให้ร่างของเธอต้องถอยออกไปสองสามก้าว

            กว่าจะกลับมายืนอย่างมั่นคงก็ไม่ง่ายดายเลยเธอเงยหน้าจ้องมองซูฮ่าว แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

            “นี่มัน… หมัดไท่เก๊กหรือ?” 

            ………………..

    1สี่ตำลึงปาดพันชั่ง (四两拨千斤) คือ วิชาการต่อสู้ใช้หลักอ่อนพิชิตแข็งใช้แรงน้อยกว่าเอาชนะแรงมากกว่า

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน