บุญทิวาพูดแล้วมองหน้าชายหนุ่มที่ยังนั่งเงียบเฉยอยู่ เด็กสาวทำเสียง ฮึ ในลำคออย่างไม่พอใจนัก ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป
“คุณเงาะนี่ก็ทำท่าแปลกๆ”
ดวงจันทร์เผลอค้อนควักหลานสาวเ้าของไร่ ในขณะที่ลุฟรีบปลดมือของเธอออกจากแขน
“ผมขอตัวก่อนนะดวงจันทร์”
“ทำไมคะคุณลุฟ”
ดวงจันทร์ทำท่าจะยื้อเขาไว้ แต่ชายหนุ่มไม่ฟังเสียงรีบลุกขึ้นเดินเข้าบ้านไปทันที คงเป็เพราะอะไรบางอย่างจากแววตาคู่คมซึ้งเมื่อสักครู่นี้แน่ๆที่ทำให้เขาไม่อยากนั่งอยู่ตรงนั้นอีกต่อไป
.....................................
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากรับประทานอาหารเรียบร้อยลุฟก็เห็นเ้าเงาะของคุณยายโกสุมแต่งตัวทะมัดทะแมงด้วยเสื้อแขนยาว กางเกงขาวยาวกับรองเท้าบู้ทยาวครึ่งแข้งในมือถือหมวกผ้าปีกกว้างแล้วเดินดุ่มไปทางหลังบ้าน ชายหนุ่มจึงรีบเดินตามไปทันที
“เงาะ เงาะเดี๋ยวก่อนสิ รอพี่ด้วย”
เขารีบร้องเรียกเมื่อทำท่าว่าจะตามเ้าหล่อนไม่ทัน
“อย่ามาเรียกเงาะว่าเงาะน่ะ”
เด็กสาวหันมากล่าวเสียงขุ่นอย่างไม่พอใจ
“อ้าว ไม่ให้เรียกว่าเงาะ แล้วจะให้เรียกว่าอะไร”
ชายหนุ่มย้อนถามอย่างงงๆขณะเดินตามจนทัน
“เงาะมีชื่อจริงว่าบุญทิวา”
เด็กสาวไปหยุดเท้าลงที่หน้าคอกม้าขนาดกะทัดรัดเพราะมีม้าอยู่เพียงตัวเดียวก่อนหันมาตอบ
“ชื่อบุญทิวาเหรอ ก็เพราะดี แต่จะให้พี่เรียกชื่อนี้ทั้งที่เงาะยังเรียกตัวเองว่าเงาะๆอยู่ทุกคำ มันคงฟังดูแปลกๆน่ะ”
“ฮึ”
บุญทิวาทำเสียงขึ้นจมูกอย่างขัดใจ แต่มันก็จริงอย่างที่เขาว่า เธอเองก็ติดเรียกแทนตัวเองด้วยชื่อเล่นนี้มาั้แ่ไหนแต่ไรเสียด้วย โธ่เอ๋ย! นี่จะหาใครมาเรียกเธอด้วยชื่อเพราะๆบ้างไม่ได้หรือไง
“ชื่อเงาะก็น่ารักดีน่ะ และเงาะก็เป็ผลไม้ที่พี่เห็นว่าอร่อยที่สุดด้วย”
“แต่มันไม่สวย”
เด็กสาวโพล่งสวนคำพูดเหมือนจะเอาใจของเขาไปด้วยความขัดใจ
“แล้วทำไมเราต้องไปสนใจมองอะไรแค่เปลือกนอกด้วยล่ะ”
บุญทิวาหน้างอง้ำอย่างขัดใจหนักเข้าไปอีก แต่ไม่อยากเถียงอะไรกับคนที่มีความคิดเห็นกันไปคนละทิศละทาง จึงตัดบทด้วยการเดินเข้าคอกม้าไปจูงเ้าบุญปลื้มออกมาแล้วจัดการนำอานซึ่งแขวนไว้ที่ข้างคอกมาผูกเข้ากับหลังของมัน
“นั้นเงาะจะไปไหน”
ลุฟเห็นเข้าก็รีบถาม
“เื่ของเงาะ”
เด็กสาวตอบอย่างไม่ยอมมองหน้า
“ขอพี่ไปด้วยสิ”
ลุฟบอกอย่างไม่ลังเล
“ไม่”