มารประหัตถ์ฟ้า (จบ)

    บทที่ 178 ที่พึ่งสุดท้าย

    บทที่178ที่พึ่งสุดท้าย

     

            วังหลวงแคว้นเว่ย

             

            “ข้อเสนอนี้ไม่มากไม่น้อย พระองค์จะยินยอมหรือไม่"

             

            ร่างสูงใหญ่กำยำของอู่ถง ผู้เฝ้าประตูแห่งวิหารยุทธ์กล่าวขึ้นอย่างหยิ่งผยองต่อหน้าจักรพรรดิแคว้นเว่ยพระองค์ใหม่อย่างเส้าเทียนมันนอกจากจะมิได้มีท่าทีนอบน้อมต่อจักรพรรดิจนดูน่าโมโหแล้ว มันยังแสดงท่าทีแข็งกร้าวข่มขู่จักรพรรดิแห่งแคว้นต่อหน้าขุนนางทั้งหลายในห้องโถงอีกขุนนางชราผู้หนึ่งไม่พอใจอย่างยิ่งยวดจึงชี้หน้าออกไปเตรียมกล่าววาจา เป็นจักรพรรดิเส้าเทียนที่ยกพระหัตถ์ขึ้นห้ามก่อนอู่ถงจึงยิ้มมุมปากอย่างได้ใจแล้วกล่าวต่อ

             

            “เพียงเพิ่มเครื่องบรรณาการอีกเท่าตัว จักรพรรดิอย่างพระองค์แค่ออกราชโองการก็เก็บเกี่ยวจากประชาชนได้แล้วทั้งยังจะได้รับความคุ้มครองจากพวกข้านิกายเทวะวจนะ เท่านี้ราชวงศ์แคว้นเว่ยมีแต่ได้กับได้อีกทั้งพวกท่านก็จะมิต้องไปเกี่ยวพันธ์กับเรื่องชั่วช้าของแพทย์ไร้นามแล้ว”

             

            เส้าเทียนแสดงใบหน้าที่เรียบเฉยก่อนกล่าวอย่างไม่ลังเล

            “ประชาชนแคว้นเว่ยมิใช่เครื่องมือสำหรับให้ผู้ใดมากอบโกยผลประโยชน์”

             

            อู่ถงทอประกายตาเจิดจ้ามองเส้าเทียน

            “หรือคิดว่าคนทั้งปฐพีไม่รู้ว่าพระองค์เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับแพทย์ไร้นามชั่วอาศัยเรื่องนี้นิกายเทวะวจนะก็กำราบราชวงศ์นี้ของพระองค์ได้แล้ว”

             

            ทันใดนั้นเสียงสตรีนางหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากเบื้องหลังของเหล่าขุนนางเป็นเจียวมิ่งหัวหน้าหน่วยสามแห่งวิหารปัญญานั่นเอง นางหลังจากหลายวันก่อนที่ไปช่วยแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์หลังพบตัวผู้น่าสงสัยและไม่สามารถจับตัวมันได้ นางก็ได้เดินทางมาที่วังหลวงแคว้นเว่ยทันทีอู่ถงเห็นก็โน้มศีรษะแก่นางเล็กน้อย

             

            “หัวหน้าหน่วยสามแห่งวิหารปัญญา ท่านก็มาสืบสาวเอาความเหมือนกันหรือ"

             

            เจียวมิ่งกล่าวเสียงเรียบเฉย

            “ทั้งใช่และไม่"

             

            อู่ถงขมวดคิ้ว เจียวมิ่งจึงกล่าวต่อ

            “ราชวงศ์แคว้นเว่ยยินดีให้ความช่วยเหลือพวกเราวิหารปัญญาในการล่าตัวผู้ต้องสงสัยทั้งยังแสดงความบริสุทธิ์ใจให้คนจากวิหารปัญญาอยู่ที่นี่เพื่อรอจับตัวแพทย์ไร้นาม ราชวงศ์แห่งนี้ได้แสดงจุดยืนบนคุณธรรมที่น่ายกย่องแล้ว"

             

            อู่ถงไม่อยากเชื่อหู ผู้ใดก็รู้ว่าจักรพรรดิพระองค์ใหม่แห่งแคว้นเว่ยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับแพทย์ไร้นามมากเพียงไหนถึงขนาดเคยร่วมเป็นร่วมตายมาแล้ว มันจะทรยศทอดทิ้งน้องร่วมสาบานอย่างง่ายดายได้อย่างไร

            “พระองค์จะเล่นตลกอันใด"

             

            เส้าเทียนตัดบทอย่างไม่ลังเล

            “พวกเราคบค้ากันเพราะคุณธรรม แต่เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นไร้คุณธรรมยิ่งข้ามิอาจยอมรับได้ ถูกว่าไปตามถูก ผิดว่าไปตามผิด เราไม่มีทางดื้อดึงหรือนำพาประชาชนไปเสี่ยงกับคนผิดหากเพื่อความถูกต้องแล้ว การให้ความร่วมมือกับคนของวิหารปัญญาแห่งนิกายเทวะวจนะนับเป็นเรื่องอันสมควร"

             

            รอยยิ้มของอู่ถงถึงกับชะงักค้าง หรือมันจะไม่ประสบผลดั่งใจหวังอีกครั้งเห็นอู่ถงมีสีหน้าไม่สู้ดี เจียวมิ่งก็กล่าวถาม

            “ว่าแต่ท่านมาที่นี่เกี่ยวกับเครื่องบรรณาการสินะ…ข้าได้อ่านรายงานแล้ว มิใช่ว่าราชวงศ์แคว้นเว่ยได้ส่งไปแล้วหรอกหรือ"

             

            อู่ถงพูดไม่ออก ในใจก็ได้แต่คิดว่ามันอะไรกันมันมิอาจฉกฉวยโอกาสจากราชวงศ์แคว้นเว่ยได้อีกแล้ว

            “ข้าอาจจะหลงลืมไป ต้องขอตัวแล้ว"

             

            อู่ถงพลาดจากราชวงศ์แคว้นเว่ยโดยคาดว่าจักรพรรดิเส้าเทียนมีความสัมพันธ์อันดีกับหัวหน้าหน่วยสามแห่งวิหารปัญญาวิหารปัญญาจึงยังคงเหลือบแลพวกมันอยู่ แต่ในความคิดมันสามพรรคใหญ่แดนตะวันตกและพรรคเอกยาจกยังพอให้แก้ตัวได้อยู่บ้างแม้เสียราชวงศ์แคว้นเว่ยไป อย่างน้อยวันนี้ก็ต้องได้สามพรรคใหญ่และเหล่าขอทานคืนกลับมา

             

            ทว่าใครจะคิด สามพรรคใหญ่แดนตะวันตกรวมถึงพรรคเอกยาจกเองก็ได้ตัดความความสัมพันธ์กับแพทย์ไร้นามตั้งแต่ต้นแม้แต่พี่ใหญ่ร่วมสาบานของมันอย่างปู้ชิงเถาก็ถ่อไปหาตัวตนสำคัญแห่งวิหารปัญญา พร้อมออกตัวช่วยสืบหาและเป็นพลเมืองดีในการล่าตัวผู้ต้องสงสัยทั้งยังให้คนจากวิหารปัญญาแอบร่วมอยู่ในพรรคเพื่อจับตาดูเผื่อแพทย์ไร้นามจะหวนกลับ

             

            ทั้งหมดกลับหักหลังแพทย์ไร้นามและร่วมด้วยกับวิหารปัญญาจนสิ้น!

             

            เรื่องนี้มองอย่างผิวเผินจะไม่เป็นผลดีต่อแพทย์ไร้นามเพราะมันจะกลับกลายเป็นตัวคนเดียวไม่มีที่พักพิงและคุ้มกะลาหัว แต่ในทางกลับกันก็ไม่เป็นผลดีต่อวิหารยุทธ์ด้วยเพราะนั่นได้หมายความว่า โอกาสที่พวกมันจะได้ฉกฉวยได้จบสิ้นลงไป!

             

            “อะไรกัน พวกมันรักกันปานพี่น้องร่วมสายเลือดไม่ใช่หรือพอเกิดปัญหาเหตุใดจึงตัดขาดได้อย่างรวดเร็วเพียงนั้น"

            เมื่อได้รับข่าวจากแดนตะวันตก บุรุษตาเดียวเอี้ยงเซี่ยก็มีโทสะจนลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็วคล้ายลืมอาการบาดเจ็บและบาดแผลที่สาหัสทั่วร่างสิ่งที่มันคาดหวังว่าจะสัมฤทธิ์ผล สุดท้ายกลับหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา ไม่เพียงแต่พวกมันจะตัดสัมพันธ์อย่างรวดเร็วแต่พวกมันยังร่วมกับวิหารยุทธ์อย่างออกหน้าออกตา เช่นนั้นจะอาศัยข้ออ้างใดในการเล่นงานพวกมัน

             

            “บัดซบ!”

             

            “ท่านหัวหน้าโปรดระงับโทสะไว้ แม้นไม่สมหวังที่แดนตะวันตกแต่ผลงานที่บึงลี้ลับก็เป็นที่ประจักษ์ วิญญาณแห่งผู้ฝึกญาณที่แกร่งกล้าจำนวนมากที่ได้มาเพียงพอต่อรางวัลใหญ่ที่ท่านมหาเทวะเทียนหมิงจะประทานแน่นั่นย่อมสร้างความพึงพอใจต่อท่านธรรมบาลยุทธ์อย่างใหญ่หลวงเช่นเดียวกัน อีกทั้งผู้ที่เป็นหัวหน้าสูงสุดอย่างนายน้อยก็ได้ออกปากไม่เอาความผิดท่านในเรื่องแดนตะวันตกที่ผ่านมาแล้วท่านสมควรจะยินดีปรีดาต่อผลงานที่จะได้รับในมิช้าถึงจะถูก ไม่ใช่ต้องมาขุ่นเคืองเช่นนี้"

             

            “เจ้ากล่าวมาก็มีเหตุผล"

             

            “ท่านหัวหน้าพักรักษาตัวต่อเถอะ เพียงปลาซิวปลาสร้อยแห่งแดนตะวันตกในไม่ช้าต้องมีโอกาสและจังหวะให้พวกเราฉกโฉยได้อีกแน่"

             

            กล่าวมาถึงตอนนี้ยิ่งทำให้เอี้ยงเซี่ยรู้สึกสำราญใจพอมาคิดดูก็เป็นดั่งผู้ติดตามของตนว่า ยิ่งตอนนี้ศัตรูคู่แค้นของตนอย่างแพทย์ไร้นามตกอยู่ที่นั่งลำบากถูกเพื่อนฝูงตัดหาง ถูกผู้คนไล่ล่า สูญเสียบัลลังก์อำนาจแห่งแดนตะวันตกเพียงชั่วข้ามคืนเพียงเรื่องนี้ก็นับว่าสมควรจะทำให้ตนสาสมใจถึงขีดสุดแล้ว

             

            “เจ้าแพทย์ไร้นาม วาสนาเจ้ายังคงมิอาจทัดเทียมข้าได้อย่างแท้จริงฮ่าฮ่าฮ่า”

            .

            .

            .

            ท่ามกลางซากปรักหักพังแห่งแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ร่างชราของธรรมบาลปัญญายืนพริ้มตาลงด้วยความนิ่งสงบ ภายนอกของมันยังคงฉายชัดดั่งผู้ที่หลุดพ้นแต่การเสียคนรัก เสียศิษย์น้อง และเสียเหล่าคนที่รู้จักไป ไม่รู้ว่าในจิตใจของมันได้ร่ำไห้ออกมาเป็นสายเลือดแล้วหรือไม่

             

            สายลมที่คลุ้มคลั่งหอบหนึ่งได้วูบไหว ฝ่ามือที่แข็งกร้าวกอปรด้วยโทสะอันแรงกล้าประกบลงที่ชุดคลุมของธรรมบาลปัญญาเป็นร่างชราของตั้วซุนหงที่มีสีหน้าแตกตื่นบิดเบี้ยว มันกำชับชุดคลุมของธรรมบาลปัญญาไว้แน่นแล้วคำรามออกมา

             

            “ตงหมิงข้ารู้ว่าเป็นเจ้า นี่เป็นเรื่องโกหกใช่หรือไม่นางยังไม่ตาย นางต้องไม่ตาย!"

             

            ธรรมบาลปัญญานามตงหมิง มันลืมตาขึ้นมองเงาร่างที่คุ้นเคยเห็นนัยน์ตาที่มืดบอดทั้งสองข้างตรงหน้า ก็อดสะท้อนใจขึ้นมามิได้ ไม่เจอกันนานมิคิดว่าเหล่าคนที่คุ้นเคยรวมถึงสหายในอดีตของมันจะประสบกับสภาพและชะตากรรมเช่นนี้คนหนึ่งตกตาย อีกคนก็พิการตาบอดทั้งสองข้าง ธรรมบาลปัญญาสูดลมหายใจเข้าลึก ในใจแม้เจ็บปวดจนมิอยากกล่าววาจาแต่มันก็ต้องกล่าวออกมา

            “นางตายแล้ว"

             

            ตั้วซุนหงราวกับคนที่คลุ้มคลั่ง

            “ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ ยาถอนพิษนั่นสมควรจะช่วยนางเด็กหนุ่มนั่นมันมิน่าจะโกหก นางจะตายได้อย่างไร เจ้ากำลังหลอกข้า!”

             

            “ข้าก็อยากให้เรื่องนี้เป็นเพียงความฝันแต่การสังหารล้างทั้งแดนศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ มิอาจนับเป็นเพียงความฝันได้"

             

            “เจ้าหมายความว่าอย่างไร นางไม่ได้ตายเพราะพิษ"

             

            “ทุกคนในที่นี้ล้วนถูกสังหารด้วยพลังฝีมือ"

             

            ตั้วซุนหงกัดฟันกรอด มือกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปเผยให้เห็นโลหิตที่ไหลซึมฝ่ามือ

            “ผู้ใดกัน!”

             

            ธรรมบาลปัญญาทอดสายตาที่เลื่อนลอยออกไป

            “คนของข้าเห็นคนผู้หนึ่งที่อยู่ท่ามกลางซากศพ"

             

            “มันเป็นใครรีบบอกข้ามา!”

             

            “แพทย์ไร้นาม"

             

            ตั้วซุนหงได้ฟังก็ชะงักงันไป แพทย์ไร้นามก็คือฮุ่ยจวินเด็กหนุ่มที่มันเคยถ่ายทอดวิชาแพทย์ให้ผู้นั้นแม้มันจะพบเห็นฮุ่ยจวินไม่บ่อยครั้ง แต่มันก็พอจะทราบถึงลักษณะนิสัยของคนผู้นี้ดี จะเป็นมันจริงหรือแต่วันนั้นก็เป็นมันคนเดียวที่นำยาถอนพิษเดินทางมายังแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ พอถึงตอนนี้ตนมาถึงแดนศักดิ์สิทธิ์ก็พบข่าวคราวที่น่าตกใจแล้ว

             

            ไม่รู้ข้อมูลที่ได้รู้มาเป็นจริงหรือเท็จมีแต่ต้องลากตัวฮุ่ยจวินออกมาและเค้นถามเท่านั้น ด้วยความโกรธและเศร้าเสียใจ ตั้วซุนหงจึงหลั่งน้ำตาแทบจะเป็นสายเลือดดวงตาที่สูญเสียของมันพอกอปรรวมไปด้วยน้ำตาสีแดงเช่นนี้ยิ่งดูน่าอเนจอนาถและน่ากลัวเป็นอย่างมากจิตสังหารของมันได้พรั่งพรู มันคว้ามือกำชับชุดคลุมของธรรมบาลปัญญาไว้แน่น

             

            “หากนางเลือกข้า ข้าจะอยู่ดูแลนางไม่ห่างกายนางจะต้องไม่ตายเช่นนี้ แต่นางกลับเลือกเจ้า เลือกคนที่บ้าในปณิธานอันไม่มีจริง เจ้ามัวแต่เดินตามปณิธานของตนจนไม่เหลือบแลใส่ใจนางไม่รู้ว่านางเป็นตายร้ายดียังไง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ผ่านมานางถูกพิษผ่านความเป็นตายทุกคืนวันเจ้าไม่เคยมาดูแลนาง ไม่สมกับที่นางมอบความรักให้ หากเจ้าเลิกตามปณิธานมาอยู่ข้างกายนางนางคงไม่ตายเช่นนี้ เจ้าก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นางต้องตาย ไว้ข้าจัดการคนร้ายที่สังหารนางเสร็จข้าจะมาแก้แค้นกับเจ้า!”

             

            กล่าวคำจบ ร่างที่ตาบอดของตั้วซุนหงก็ทะยานออกไปอย่างทุลักทุเลการเดินทางด้วยตาที่มืดบอดทั้งสองข้างย่อมมิใช่เรื่องง่าย แต่ยังดีที่ตั้วซุนหงเป็นแพทย์อันดับหนึ่งสิ่งที่มันใช้ติดตามหาคนจึงมิใช่ดวงตา

             

            เป็นจมูกต่างหากที่มันกำลังใช้

             

            มันคิดควานหาตัวของฮุ่ยจวินผ่านทางการดมกลิ่นคนที่ถือตนเป็นแพทย์ สิ่งหนึ่งที่ต้องพกติดกายเป็นประจำก็คือตัวยาและสมุนไพร แพทย์ทุกคนมีตัวยาเฉพาะที่ตนปรุงขึ้นสำหรับรักษาแบบครอบจักรวาลซึ่งสูตรยานั้นฮุ่ยจวินก็ได้พกติดกาย และตั้วซุนหงก็อาศัยกลิ่นนั้นในการแยกแยะและตามหา

             

            .

            .

            .

             

            ฮุ่ยจวินไร้ที่พึ่ง แดนตะวันตกของมันมิอาจกลับไปได้อีกต่อไปแน่นอนวิหารปัญญาต้องคอยจับตาอยู่ที่สามพรรคใหญ่แดนตะวันตก รวมถึงพรรคเอกยาจกและราชวงศ์แคว้นเว่ยแล้วมันจึงมุ่งหน้าไปที่แม่น้ำร้อยลี้ ในตอนนี้มันมิอาจออกสืบหาความจริง เพราะด้วยพลังฝีมือของมันยังเป็นรองตัวตนระดับสูงแห่งนิกายเทวะวจนะอยู่

             

            หากมันอยากได้โอกาสในการสืบหาความจริง มันต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้

             

            และสถานที่ที่เหมาะสมให้มันได้มีเวลาฝึกปรือพลังฝีมือโดยไม่ถูกค้นพบก็คือ

             

            บึงลี้ลับ!

             

            ในระหว่างที่ต้องหลบหนีและต้องเก็บตัวฝึกวิชานี้ถือเสียว่าเป็นการได้กลับไปเยี่ยมเยียนครอบครัวของตนอีกครั้ง

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

     

    คล้ายกับเรื่องมารประหัตถ์ฟ้า (จบ) ที่คุณอ่าน

    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    58.22M 2245
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912