“อย่าบอกนะ ว่านี่คืออาหารเย็น...” เจมส์นั่งลงบนโต๊ะอาหาร วางไวน์ที่ยังไม่ติดฉลากไว้ข้างๆ พร้อมกับขมวดคิ้วเป็นปม
“เอ่อ...ใช่ค่ะ พอดีไฟบนเตาแรงไปหน่อย ก็เลยดำปี๋อย่างที่เห็น” ไอด้าจับปลายผมอย่างอายๆ
“ไฟแรงอะไรกัน เป็นเพราะแกกลัวว่ามันจะดิบต่างหาก ถึงได้เพิ่มไฟจนเนื้อไหม้กินไม่ได้” อั้มบุ้ยปาก คายความลับที่ทำให้เนื้อราคาแพงกลายเป็นมะเร็งสีดำบนจาน
“นี่อั้ม!” ไอด้าย่นจมูก กัดริมฝีปากแน่นไม่พอใจเพื่อนสนิท
แต่อย่างใดก็ดีอั้มไม่ได้กลัว กลับเดินเข้าไปหาเจมส์แล้วมองขวดที่เขานำมาด้วย
“นี่คือไวน์ที่คุณเจมส์บอกเหรอคะ สีดีจัง”
เพราะแบบนั้นไอด้าจึงหันไปมองด้วย เป็นอย่างที่ยายเพื่อนปากมากพูด ไวน์สีสวยสด เหมือนกับเลือดก็ไม่ผิด แต่รสชาติจะเป็นแบบไหนก็อีกเรื่อง
“นี่คือไวน์ที่ใช้เวลาบ่ม 50 ปี โดยใช้องุ่นที่พวกคุณเลือกพันธุ์เพาะปลูกในโดมแก้ว” เจมส์หยิบขวดไวน์ขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม
“เอ๋...มันจะเป็นไปได้ยังไงคะที่ไวน์ขวดนี้จะบ่มถึง 50 ปี พวกเราทำงานที่นี่ได้ไม่กี่เดือนเอง เป็นไปไม่ได้หรอก” ไอด้าค้านหัวชนฝา ส่วนอั้มเองก็เห็นด้วย
“ไม่เชื่อก็ไม่แปลก ก็อย่างที่พวกคุณรู้ถังบ่มของผมไม่ใช่แบบทั่วไป มันพิเศษและช่วยย่นระยะเวลาได้” เจมส์ไม่ได้เปิดเผยความจริง แต่จากคำพูดก็เรียกความสนใจให้สองสาวไม่น้อย
“งั้นรออะไรอยู่ละคะ ในเมื่อคุณเจมส์พูดมาถึงขนาดนี้ก็เปิดกินกันเลยเถอะค่ะ” อั้มเสนอ ส่วนไอด้าเองก็เห็นด้วย
“ก็ได้” ชายหนุ่มพยักหน้า “แต่ก่อนอื่นช่วยนำเนื้อมะเร็งนี่ออกไปที กลิ่นของมันทำให้ผมไม่อยากอาหาร”
“ไอด้ารีบจัดการเลยนะ ฝีมือเธอนี่แย่จริงๆ” อั้มหยอกล้อด้วยคำพูดแรงๆ ส่วนเชฟฝึกหัดวันนี้ทำได้เพียงขบฟันไม่พอใจ เดินเอาเนื้อก้อนสีดำไปทิ้งลงถังขยะอย่างช่วยไม่ได้
นี่คือเนื้อสันนอกอย่างดี เป็นเนื้อนอกราคาแพงที่ซื้อในซูเปอร์มาร์เก็ต แต่อย่างใดก็ตามเมื่อคุณเป็นเชฟฝึกหัด แม้แต่เนื้อโลละห้าพันก็กลายเป็นเนื้อเสียได้ง่ายๆ หากไม่รู้วิธีทำ
ไอด้าหยิบแก้วไวน์มาสามแก้ว ทำการเปิดจุกขวดแล้วรินเท่าๆ กันให้ครบทุกแก้ว
เพียงแค่จุกถูกเปิดกลิ่นหอมละมุนละไมโชยเข้าจมูก สูดดมเข้าไปทำให้ร่างกายเบาหวิวเหมือนกับกำลังล่องลอยในอากาศ ปราศจากแรงโน้มถ่วงของโลกที่เข้ามากดทับ
“ดื่ม” เจมส์หยิบแก้วขึ้นมาแล้วชนกับแก้วของสาวๆ เบาๆ
ไอด้าไม่ดื่มทั้งหมดในทีเดียว หล่อนค่อยๆ ซึมซับรสชาติภายในปาก นานสองนานจึงได้ลืมตา และภายในดวงตานั้นมีความประหลาดใจอยู่หลายส่วนซ่อนอยู่
ไอด้ารินใส่แก้วของตัวเองอีกครั้ง ส่วนอั้มเองก็มีท่าทีคล้ายกัน
หลังจากชิมไปสองแก้ว สีหน้าของไอด้ากลายเป็นตกตะลึง “คุณเจมส์ คุณทำไวน์นี้ได้ยังไง”
“คุณเองก็มีส่วนร่วม จะตกใจไปทำไม” ชายหนุ่มหัวเราะแล้วจัดการส่วนของตัวเอง
“เป็นไปไม่ได้ ไวน์ที่ฉันทำไม่ได้มีรสชาติแบบนี้” ไอด้าส่ายหน้า ค้านหัวชนฝายังไงก็ไม่เชื่อ
“มันคือเรื่องจริง เพียงแต่การบ่มเพาะไวน์ในขวดนี้ไม่เหมือนกับที่ไหน ก็อย่างที่ผมได้บอกไป ถังบ่มของผมพิเศษ” เจมส์พูดจามีเลศนัย เขาเขย่าแก้วในมือแล้วหมุนเบาๆ ไวน์แดงอันน่าอัศจรรย์ส่งกลิ่นเย้ายวน ทำเอาหญิงสาวที่ดื่มไปสองแก้วหน้าร้อนผะผ่าว
“ฉันจะไม่ถามแล้วกันว่าความลับอะไรซ่อนอยู่ในถัง แต่ฉันจะบอกว่า ตอนนี้คุณสามารถขายไวน์ได้แล้ว” มีความลับในองค์กรมากมาย ในฐานะพนักงานคนหนึ่งเรื่องเหล่านี้ถือเป็นปกติต้องปกปิด และไอด้าก็รู้ว่าไม่ควรเข้าไปเซ้าซี้ยุ่งวุ่นวาย
“ฉันเองก็คิดเหมือนไอด้า” อั้มเสริม “ไวน์ขวดนี้รสชาติดีมาก ดีกว่าที่ขายในท้องตลาด นอกจากนั้นมันยังสามารถเทียบได้กับไวน์ต่างประเทศราคาอย่างต่ำก็ขวดละหนึ่งล้านหรืออาจมากกว่านั้น”
ไอด้าเห็นด้วยกับความคิดของเพื่อนสนิท “คุณเจมส์ ไวน์ของคุณมีชื่อว่าอะไรคะ”
“ยังไม่ได้ตั้งใจ แต่ในอนาคตผมคิดว่าจะทำเป็นซีรีย์ไวน์ที่เป็นหนึ่งไม่มีสองในโลก” เจมส์ดื่มอีกแก้ว ใบหน้ายังเป็นปกติ ด้วยผลจากเซรุ่มหมายเลข 3 ต่อให้เขาดื่มหมดขวดก็ไม่รู้สึกเมา
“เป็นซีรีย์งั้นเหรอคะ งั้นก็ต้องมีอีกหลายขวดสินะ....” ไอด้าเผยใบหน้าครุ่นคิด ก่อนจะเหลือบมองเห็นกองไพ่ที่เพิ่งเล่นกับอั้ม เท่านั้นแหละหล่อนปิ๊งไอเดีย “งั้นตั้งชื่อจากกองไพ่สิคะ”
“ไพ่...งั้นเหรอ” เจมส์หยิบไพ่ที่ถูกวางไม่เป็นระเบียบขึ้นมาจากเก้าอี้ “นี่คุณสองคนเล่นไพ่ด้วย?”
“ใช่ค่ะ เพราะบางทีทำงานมาเหนื่อยๆ ไม่มีอะไรทำพวกเราเลยเล่นไพ่เพื่อผ่อนคลาย..” ไอด้าลดเสียงลงมานิดหน่อย “แต่นานๆ ทีบางครั้งก็มีพนันบ้าง แต่เล่นกันเบาๆ นะคะแค่ไม่กี่ร้อย”
“คุณเจมส์ชอบเล่นไพ่หรือเปล่าคะ” อั้มถามพร้อมกับขยิบตาให้ไอด้า
“เล่นไม่เป็น”
“เอ๋...แล้วปกติคุณเจมส์ทำอะไรเป็นงานอดิเรกละคะ”
“ดูการ์ตูน อ่านหนังสือ”
คำตอบของเขาทำให้ทั้งคู่ประหลาดใจ
ชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้สะสมรถหรูแบบคนรวยที่ชอบโอ้อวด กลับกันค่อนข้างสมถะ ไม่ฟุ่มเฟือยและอ่านหนังสือเป็นกิจวัตร
“งั้นมาเล่นกันเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันกับไอ้ด้าจะสอนเอง ตาแรกยังไม่ต้องพนันแต่ตาที่สอง...พนันกันนะคะ” อั้มยิ้มเจ้าเล่ห์ จากนั้นขยิบตาให้เพื่อนรักทีหนึ่ง
ฉากดังกล่าวปรากฏแก่สายตาชายหนุ่ม มีเหรอที่เขาจะไม่รู้ว่าพวกหล่อนกำลังคิดอะไร แต่ก็ไม่ปฏิเสธ ตอบตกลงแล้วเริ่มฟังพวกเธอสอน
เวลาล่วงเลยผ่านไปสองชั่วโมง
ไวน์ถูกดื่มจนหมดขวด เจมส์เสียเงินไปสองพัน ส่วนสองสาวก็กอบโกยเต็มกระเป๋า
“อั้ม...อั้ม..ลุกขึ้นสิวะ กลับไปนอนที่ห้องกัน” ไอด้าพยายามปลุกยายขี้เซาคออ่อน ซึ่งตอนนี้ฟุบหน้าหลับบนโต๊ะ
”ปล่อยให้เธนอนอยู่ตรงนี้ก็ได้ คุณไปนอนเถอะ” เจมส์กล่าว ใบหน้าปราศจากฤทธิ์แอลกอฮอล์
“ไม่ได้หรอกค่ะ” ไอด้าส่ายหน้า “ยายนี่ชอบนอนละเมอ ถ้าหากตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วเดินชนนู่นชนนี่ ชนของในบ้านคุณจนแตกหมด ไม่แย่เลยเหรอคะ”
“ขนาดนั้นเลย อำกันหรือเปล่าเนี่ย” เจมส์กลั้นขำไม่ไหว
“เรื่องจริงค่ะ เพราะงั้นก่อนนอนทุกครั้งต้องล็อกห้องให้ดีๆ ไม่งั้นยายนี่ออกไปข้างนอกล่ะแย่เลย”
“เข้าใจแล้ว งั้นเดี๋ยวผมอุ้มเธอขึ้นไปเอง”
“เอ๋...จะไหวเหรอคะ”
“สบายครับ”
อั้มถอยออกมาข้างๆ จากนั้นเจมส์ใช้สองมือช้อนร่างที่นั่งหลับบนเก้าอี้ขึ้นมา
“ไหวแน่นะคะ” ไอด้าถาม ดูเหมือนหล่อนจะกังวลไม่น้อย
“จิ๊บๆ หรือถ้าหากคุณไม่เชื่อ ลองให้ผมอุ้มคุณอีกแขนก็ได้นะครับ”
“คนขี้โม้”
“ไม่ได้พูดเล่นนะ”
ไม่รู้เพราะเป็นผลจากฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเปล่าไอด้าจึงรู้สึกว่า ชายหนุ่มเวลานี้ดูหล่อเหลาเป็นพิเศษ
โดยเฉพาะเวลานี้มองเห็นกล้ามเนื้อเป็นบล็อกได้รูปอย่างถนัดตา ดูแล้วเซ็กซี่จนอยากเข้าไปลูบไล้ใกล้ๆ
เจมส์อุ้มอั้มเข้าไปในห้องบนชั้นสอง เดินเข้ามาข้างในได้กลิ่นผู้หญิงซึ่งเป็นเอกลักษณ์ เขาไม่ได้สำรวจห้องพอเข้ามาก็วางอั้มไว้บนเตียง
“ขอบคุณนะคะ” ไอด้ากล่าวตามมารยาท แต่สายตาคู่นั้นกลับจ้องกล้ามเนื้อนูนเด่นไม่หวั่น
“ไม่เป็นไรครับ คืนนี้นอนหลับสบายนะครับ ฝันดี”
“ฝันดีค่ะ” ไอด้ากำลังจะปิดประตูห้องแต่แล้วหล่อนกลับเซไปด้านหน้า โชคดีที่ชายหนุ่มยังไม่เดินไปไกลจึงเข้ามาคว้าได้ทัน
“ไม่เป็นไรนะ” เจมส์สัมผัสได้ถึงหน้าอกนุ่มนิ่มดันเข้ามา เอวคอดกิ่วบอบบางเพียงหยิบมือถูกลูบคลำด้วยสองมือ ลมหายใจร้อนๆ ของเธอลดต้นคอเขาให้เสียวซ่าน ต้องเอ่ยถามเสียงแผ่วระคนถูกกระตุ้นราคะ
“ไม่เป็นไรค่ะ...แค่เมานิดหน่อย” ไอด้ารีบถอยออกมาจากตัวเขาอย่างไม่เต็มใจ เอามือจับปลายผมอย่างประหม่า
“แน่นะ”
“แน่ค่ะ เดี๋ยวฉันล้างหน้าก็คงดีขึ้น หัวถึงที่นอนก็หลับสบายคุณเจมส์ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”
“ถ้าคุณว่าแบบนั้นละก็ ฝันดีนะ”
“ฝันดีค่ะ”
.......
เจมส์เดินกลับเข้าไปในห้องตัวเอง แล้วเข้าไปใน'ประตูสายรุ้ง' ปรากฏตัวบนเรือเมจิกเชี่ยน
ส่วนทางด้านของไอด้าก็อย่างที่บอก หล่อนล้างหน้าก็สร่างเมา เพียงแต่สิ่งที่ยังตราตรึงใจก็คือร่างกายของเธอตกอยู่ในอ้อมกอดของเขา แม้จะครู่เดียวแต่ก็มากเกินพอให้คิดไกล
เจมส์ยังไม่เข้านอนแต่เลือกเดินมาที่ดาดฟ้าเรือ
อากาศวันนี้ค่อนข้างดี ลมเย็นสบายดาวเต็มท้องฟ้า เขาไม่ได้เล่นกับสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ของแฟนสาวสองคนที่วิ่งเข้ามาหา หลบฉากพวกมันออกมาแล้วขึ้นเรือลำเล็กอย่าง'AMERIA'
“เจ้านาย คืนนี้จะไปที่ไหนดีครับ” ทอยทำหน้าที่ขับเรือถาม
“ไปซอยดอกจันทร์”
“เข้าใจแล้วครับ จะไปหาคุณปลายฝนสินะครับ”
ชายหนุ่มพยักหน้าและไม่ได้กล่าวอะไร
ความจริงแล้วเขาอยากได้หล่อนมาทำงานด้วย เพียงแต่ปลายฝนอยากลองทำทุกอย่างด้วยตัวเอง อาศัยเงินเก็บที่ตัวเองมีอยู่เช่าที่แล้วเปิดร้านเล็กๆ ในพัทยา
อย่างรวดเร็วเรือมาถึงชายฝั่ง เจมส์นั่งรถลีมูซีนคันสีดำอันหรูหรา มุ่งหน้าไปหาหญิงสาวที่ยังเปิดร้านอยู่
ร้านของปลายฝนเป็นร้านอาหารไทย ตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่ค่อยสะดุดตา
ความจริงเจมส์ช่วยหาที่ทำเลดีๆ กว่านี้ได้แต่เจ้าตัวบอกอยากประหยัด ถ้าอาหารอร่อยจริงที่ไหนก็มีคนเข้า
พอมาถึงร้านเดินเข้าไปข้างใน ก็ได้ยินเสียงดังโหวกเหวกของลูกค้า