ตอนที่ 20 ไม่มีเงินอยู่ในมือแล้วไม่สบายใจ
เช้าวันรุ่งขึ้น
เมื่อหลินจิ่วเหนียงเดินออกจากห้อง นางก็ยังคงวิงเวียนศีรษะเล็กน้อย และยังคงอ้าปากหาวราวกับว่านอนไม่เพียงพอ
หลิวซื่อหลางที่กำลังทำความสะอาดห้องวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหาด้วยสีหน้านอบน้อม เดิมทีเขาอยากจะบอกแม่ว่าเขาทำโจ๊กเป็อาหารเช้า แต่เมื่อเห็นนางหาวปากกว้าง เขาก็เปลี่ยนคำพูด
“ท่านแม่ หากท่านยังง่วงอยู่ก็กลับไปนอนเถิดขอรับ ยังเช้าอยู่เลย”
หลินจิ่วเหนียงยกมือจับศีรษะตัวเอง นี่เป็ผลสืบเนื่องของการใช้สมองมากเกินไป และนางอาจไม่สามารถฟื้นตัวได้ แม้ว่าจะหลับอีกครั้งก็ตาม
หลังจากอาบน้ำแล้ว นางก็พบว่าโต๊ะเปียกเล็กน้อยแต่ก็ดูใหม่เอี่ยม ทว่าเมื่อหลิวซื่อหลางนำโจ๊กมาให้เพียงชามเดียว ส่วนเครื่องเคียงโจ๊กก็มีแค่หัวไชโป๊แห้งสีดำสองหัว นางก็สูญเสียความอยากอาหารไปชั่วขณะหนึ่ง
หลิวซื่อหลางสังเกตเห็นว่านางอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก จึงถามอย่างระมัดระวัง “ท่านแม่ ข้าทำอันใดผิดหรือเปล่าขอรับ?”
“เปล่า!”
หลินจิ่วเหนียงก้มหน้าลงกินโจ๊ก แต่ไม่ได้แตะหัวไชโป๊แห้งเลย
ข้าวในยุคนี้ไม่ได้ถูกบำรุงด้วยยาฆ่าแมลงใด ๆ ทำให้ข้าวมีกลิ่นหอมและรสชาติอร่อย แม้จะรับประทานเปล่าๆ เช่นนี้ก็อร่อยแล้ว
เมื่อเห็นว่าหัวไชโป๊แห้งที่เขาให้แม่ไม่พร่องลงเลย หลิวซื่อหลางก็อ้าปาก แต่ในที่สุดก็ไม่ได้เอ่ยคำใด เขาก้มหน้ากินโจ๊กในชามเงียบ ๆ
หลังอาหารเช้า หลินจิ่วเหนียงสั่งให้หลิวซื่อหลางแบกตะกร้าไว้บนหลัง แล้วขึ้นไปบนูเากับนาง
แม้ว่าเมื่อวานจะได้เงินมาหนึ่งร้อยตำลึง แต่นางก็ใช้เงินทั้งหมดไปกับการสั่งเมล็ดพืชอย่างฟุ่มเฟือยอีกครั้ง ตอนนี้นางจึงไม่มีเงินเหลือแล้ว
หรือเป็เพราะชาติที่แล้วนางจะรู้สึกกังวลมากถ้าไม่มีเงินอยู่ในมือ นางจึงอยากรวย อยากมีเงินมากมาย
ูเาต้าชิง สถานที่ที่ชาวบ้านในหมู่บ้านอันเล่อไม่กล้าย่างกรายเข้าไป กลับเป็สถานที่ที่นางจะไปในวันนี้
นาง้าล่าสัตว์ ขณะเดียวกับก็อยากดูว่านางจะสามารถขุดสมุนไพรมีค่าเพื่อนำไปปลูกไว้ในช่องว่างมิติได้หรือไม่ เพราะที่นั่นเป็ป่าดึกดำบรรพ์ ไม่มีผู้ใดรุกล้ำเข้าไปทำลายหรือค้นหาสมุนไพร
ที่ดินสามพันหมู่ นางคิดไว้แล้วว่าต้องจัดสรรปันส่วนให้มีประโยชน์สูงสุด ไม่อาจใช้พื้นที่ทั้งหมดปลูกพืชพักและสมุนไพรได้ อีกทั้งนางยังต้องหาเงินเพื่อซื้อที่ดินเก็บไว้สักสองหมู่ด้วย
ทันทีที่หลิวซื่อหลางได้ยินว่ากำลังจะไปูเาต้าชิง และอาจจะต้องพักค้างคืนบนูเาต้าชิงด้วย แข้งขาก็อดอ่อนแรงไม่ได้ “ท่านแม่ ต้องไปูเาต้าชิงจริงหรือขอรับ?”
“ูเาต้าชิงเป็ูเาต้องห้าม เป็สถานที่ที่เทพแห่งขุนเขาอาศัยอยู่ เข้าไปไม่ได้นะขอรับ”
“เช่นนั้นเ้าก็รออดตายไปเถิด” หลินจิ่วเหนียงไม่สนใจเขา และเดินขึ้นไปบนูเาทันที หากนั่งอยู่บนกองสมบัติ แต่ไม่รู้ว่าจะหาสมบัติได้อย่างไร ก็คงโง่เขลาเต็มที
หลิวซื่อหลางตื่นตระหนก และรีบวิ่งตามไป “ท่านแม่ ท่านลืมหมาป่าเมื่อคืนก่อนไปแล้วหรือขอรับ? มีสัตว์ดุร้ายมากมายใน ูเาต้าชิง...”
“หลิวซื่อหลาง” หลินจิ่วเหนียงหยุดเดิน แล้วหันกลับมามองเขาด้วยสายตาเ็า “ข้าไม่ชอบให้ใครมาตั้งคำถามกับข้า รู้หรือไม่?”
“เ้าไม่มากับข้า ข้าก็ไม่ขัดข้อง แต่เ้าต้องออกไปจากบ้านข้าไปเสีย ข้าบอกแล้วว่าไม่สนับสนุนคนเกียจคร้าน”
ใบหน้าของหลิวซื่อหลางซีดเผือด คราวนี้เขาเดินตามหลินจิ่วเหนียงโดยไม่เอ่ยคำใดสักคำ
หลินจิ่วเหนียงไม่หันหลังกลับ “หลิวซื่อหลาง ในโลกนี้ไม่มีอาหารให้เปล่าหรอก หากเ้า้าซื้อของโดยไม่ต้องจ่ายเงิน มันย่อมเป็ไปไม่ได้ ข้าถามเ้าหน่อย แม้ว่าูเาต้าชิงจะอันตราย แต่ถ้าการเดินทางไปที่นั่นจะทำให้เ้าอิ่มท้อง เ้าจะไปหรือเปล่า?”
หลิวซื่อหลางหน้าแดงขณะกำมือแน่น “ไปขอรับ”
การได้กินจนอิ่มเป็สิ่งสำคัญมาก
“พูดดังกว่านี้ ข้าได้ยินไม่ชัด เ้ากินข้าวเช้าไปโดยเปล่าประโยชน์หรือเปล่า?” หลินจิ่วเหนียงะโด้วยความโกรธ
“ไปขอรับ ข้าจะไป!”
“ข้าบอกว่าจะไป!”
……
จู่ ๆ หลิวซื่อหลางก็แผดเสียงะโเหมือนคนบ้า
เหตุการณ์นี้ดึงดูดความสนใจของคนที่กำลังยุ่งอยู่ในไร่ที่อยู่ไม่ไกล พวกเขาต่างมองหลิวซื่อหลางอย่างเห็นอกเห็นใจ
เอาแล้ว หลิวซื่อหลางคนนี้ถูกแม่รังแกอีกแล้ว ฟังจากเสียงก็รู้
หลิวซื่อหลางหยุดเดิน เมื่อจ้องมองแผ่นหลังของแม่ สายตาของเขาก็แน่วแน่ขึ้นเล็กน้อย “ท่านแม่ ต่อไปข้าจะทำทุกอย่างที่ท่านแม่บอก ข้า ข้าจะไม่สงสัยคำพูดของท่านอีกขอรับ”
หลินจิ่วเหนียงหัวเราะเยาะ “จำสิ่งที่เ้าพูดไว้ให้ดี แล้วคราวหน้าออกไปด้วยตัวเองเลย หลิวซื่อหลาง ข้าจะไม่ล้อเล่นกับเ้า”
คนอ่อนแอ ขี้อายและพึ่งพาตนเองไม่ได้ สมควรยากจนไปตลอดชีวิต
“อืม!”
หลิวซื่อหลางพยักหน้า กำหมัดแน่นจนตัวสั่นสะท้าน
“ตามมา”
……
หลังจากเข้าสู่พื้นที่ห่างไกลบนูเาต้าชิงแล้ว หลินจิ่วเหนียงก็พอจะเข้าใจ ว่าเหตุใดูเานี้จึงได้ชื่อว่าเป็ูเาต้องห้าม ไม่ใช่เพราะตำนานเทพเ้าแห่งขุนเขาแน่นอน แต่เป็เพราะภูมิประเทศของูเา
ยิ่งเข้าไปข้างในก็ยิ่งชัน ูเายิ่งชันก็ยิ่งเดินลำบาก รู้สึกเหมือนไม่มีที่ให้เดินต่อ
ยิ่งกว่านั้น ต้นไม้รกครึ้มยังปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า แม้ตอนนี้จะเป็เวลาเที่ยง ดวงอาทิตย์ยังคงแผดแสงแรงกล้า แต่สภาพแวดล้อมโดยรอบกลับมืดหม่น ประกอบกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าเป็ครั้งคราว ก็ยิ่งดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น
“ท่านแม่ ที่นี่ไม่มีอย่างอื่นนอกจากเห็ดและเชื้อรา จะล่าสัตว์ป่าหรือขอรับ?” หลิวซื่อหลางสูดลมหายใจ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความขลาดกลัว สิ่งเหล่านี้สามารถพบได้บนูเาด้านนอกด้วยเช่นกัน
“ทั้งใช่และไม่ใช่”
คำตอบของหลินจิ่วเหนียงนั้นค่อนข้างง่าย นางเก็บสมุนไพรที่คล้ายกับในหนังสือลงในกระบุงด้านหลังอย่างคล่องแคล่ว แล้วโยนหนังสือในมือลงไปด้วย
แสงในป่านี้ค่อนข้างสลัว ทำให้อ่านได้ยาก ส่งผลให้นางเสียเหรียญอีแปะไปห้าเหรียญ
จะดีกว่าหากซื้อเมล็ดสมุนไพรมาเลย ถึงแม้จะมีราคาแพง แต่ก็ไม่ต้องเสียเวลาเข้ามาหามัน หลังจากเข้ามาเป็เวลานาน นางก็พบสมุนไพรทั่วไปสองสามชนิด และยังไม่เห็นสมุนไพรราคาแพงเลย
ขุดโสม เก็บเห็ดหลินจือ ฝันไปเถิด
“ท่านแม่ แล้วท่านมาทำอันใดที่นี่ขอรับ?” หลิวซื่อหลางสับสน กำลังล่าสัตว์อยู่งั้นหรือ?
“มองหาโอกาส” หลินจิ่วเหนียงยืนตัวตรงตอบ ก่อนจะมองไปยังส่วนลึกของูเา แล้วสูดหายใจ “ไป เดินเข้าไปข้างในกันต่อ”
หลิวซื่อหลางประหลาดใจ “ท่านแม่ ยังจะเข้าไปอีกหรือขอรับ? หากเราเข้าไปลึกมาก แล้วหาทางออกไม่ได้หลังจากเข้าไป เราจะทำอย่างไรดีเล่าขอรับ?”
หลินจิ่วเหนียงนึกเย้ยหยัน “เ้าคิดว่าข้าตัดต้นไม้ตามทางเมื่อครู่นี้เพื่อความสนุกหรือ? เพื่อให้สิ้นเปลืองพลังงานเปล่า ๆ หรือ?”
หลิวซื่อหลางรู้สึกละอายใจ
“ไปกันเถิด ข้าพาเ้าเข้ามา แน่นอนว่าข้าสามารถพาเ้าออกไปได้” หลินจิ่วเหนียงโบกขวานในมือ
หลิวซื่อหลางพยักหน้า แล้วเดินตามรอยเท้านาง
แต่เดินไปได้สักพัก จู่ ๆ หลินจิ่วเหนียงก็หยุดเดิน แล้วเอื้อมมือไปจับหลิวซื่อหลาง
หลิวซื่อหลางมองหลินจิ่วเหนียงด้วยสายตางุนงง “ท่านแม่?”
“ไม่ต้องพูด”
หลินจิ่วเหนียงกระซิบเสียงเบา จากนั้นหยุดฟังเงียบ ๆ สักพัก แล้วหันมาดึงหลิวซื่อหลางวิ่งไปข้างหน้า
“ท่านแม่?”
หลิวซื่อหลางถูกนางลากให้วิ่ง เขาวิ่งโซเซเล็กน้อยจนหายใจไม่ทัน
“อย่าพูดเหลวไหล ไม่อยากตายก็รีบวิ่งเร็วเข้า” หลินจิ่วเหนียงดึงเขาวิ่งไปในป่าสุดชีวิต สายตานางมองไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล แล้วรีบวิ่งไปโดยไม่ลังเล
“ปีนขึ้นไป”
หลินจิ่วเหนียงมองไปข้างหลังด้วยความกังวล แล้วผลักหลิวซื่อหลางให้ขึ้นไปด้วยมือทั้งสอง หลังจากที่หลิวซื่อหลางขึ้นไปได้แล้ว นางก็คว้าเถาวัลย์ข้างตัวปีนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี
ขณะที่นางปีนขึ้นไป พื้นดินก็ดูเหมือนจะสั่นะเื ทันใดนั้น ฝูงแพะป่าฝูงหนึ่งก็วิ่งห้อตะบึงมาจากระยะไกล อาการของพวกมันดูหวาดผวาอย่างยิ่ง
“ท่านแม่!”
“หุบปาก!”
หลินจิ่วเหนียงหันกลับไปมองเขา แล้วสั่งด้วยเสียงแ่เบา “อย่าพูด กลั้นหายใจไว้”
ทันใดนั้นเอง
โฮก!
...............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
อะไรก็ไม่น่ากลัวเท่าความหิวและความยากจนอีกแล้ว ถึงเอาชีวิตไปเสี่ยง แต่ถ้าได้กินอิ่มสักมื้อก็ยอมแหละ
คราวนี้เจอเสือเข้าแล้วสินะ จะสร้างวีรกรรมฆ่าเสือด้วยมือเปล่าแล้วถลกหนังไปขายหรือ?
ไหหม่า(海馬)