Jong Lua เกรียนเทพ!!! เย้ยฟ้าข้าคือตำนาน

    ตอนที่ 10 สองเด้ง

    ตอนที่ 10

    สองเด้ง

     

                    เมื่อโจรอีกกระจ๊อกอีกสามคนเห็นท่าทางยอมจำนนแต่โดยดีของจงลั่วจึงรีบจ้ำขึ้นไปสมทบกับลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์วันในทันที

     

                    "เอามือลงได้แล้วมีของมีค่าอะไรก็โยนออกมาให้พวกข้าเลย ถ้าว่าง่าย ๆ ยังงี้เจ้าก็ไม่ต้องเจ็บตัวไม่แน่ว่าพวกเราอาจจะเหลือของไว้ให้แกพอไปใช้จ่ายนิด ๆ หน่อย ๆ ที่บาร์นก็ได้นะ"

     

                    "ว้าว"จงลั่วที่ลดมือลงมาแล้วอุทานขึ้น"พวกพี่นี่เป็นโจรที่ใจดีจังเลยนะครับ"

     

                    "แน่นอนพวกเราใจดีพอ ๆ กับหน้าตานี่ละ"ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์ทรีที่เดินตามมาทีหลัง เอ่ยขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะร่วนไปพร้อมกับเพื่อนโจรทั้งหมดอีกครั้ง

     

                    "แต่..."จู่ ๆ จงลั่วก็เร่งความเร็วเข้าประชิดตัวของลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์วัน"ท่าทางวันนี้พวกพี่จะดวงซวยนะเป็นพิเศษนะครับ"

     

                    ป้าบ!!! ป้าบ ป้าบบบบบบบ !!!

                    ฝ่ามือของจงลั่วแผ่ซ่านด้วยเปลวเพลิงสีแดงของบอลไฟฟาดใส่เต็มกบาลของลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์วัน จนหน้าคะมำลงไปจูบดินบนพื้น ปากแตก ฟันร่วงกราว

     

                    "ไอ้เวรนี่!!!! เล่นมันเลย..." ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์ทรีรีบเอ่ยขึ้น แต่เมื่อหันไปมองเพื่อนอีกสองคน หน้ามันก็ซีดเผือดลงในทันที"เฮ้ย..."เพื่อนโจรอีกสองคนตอนนี้ก็ลงไปกองกับพื้น กุมท้องแน่นอยู่ เพราะโดนบอลน้ำของจงลั่วอัดเข้าไปเต็มเปา

     

                    จงลั่วยกยิ้มที่มุมปากขึ้นพร้อมเอ่ยด้วยเสียงเย็นเยียบยานคางอีกครั้ง"ยังงงง....จะปล้นผมอีกไหมครับ...คุณโจรรรรร"

     

                    "มมมะ...มม...ไม่แล้วครับเชิญคุณน้องสุดหล่อตามสบาย"ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์ทรียกหางเสียงสูง"พวกพี่แค่ล้อเล่น" และเสียงที่แหลมสูงกว่าเดิมอีกครั้ง

     

                    จงลั่วตอบกลับเพียงสั้นๆ ด้วยเสียงสูงเช่นกัน"...เหรอออออ..."

     

                    ป้าบป้าบ ป้าบบบบบ !!!

    .

    .

                    "ทำไมพวกมันไปนานจังวะ"รถถังบ่นกับตัวเองเมื่อมันรู้สึกว่าอากาศใต้ร่มไม้ร้อนอบอ้าวเกินกว่าที่มันจะนอนหลับมันต้องการให้ลูกน้องของมันมาพัดให้ "เฮ้ย!!!! รีบ ๆ กลับมาได้แล้ว" รถถังตะโกนโหวกเหวกเสียงดัง"พวกมึงไปปล้นกันถึงไหนวะ..." แต่ไม่ทันที่จะเอ่ยจบประโยค...ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์ทรีก็ปรากฏขึ้นที่เนินเตี้ยด้านหน้าและกำลังเดินตรงมาที่รถถัง "เออ ดี ๆ เจ้าสามแกมาช่วยพัดให้ข้าทีสิวะ"รถถังหยีตาเล็กลงอีกครั้ง "แล้วนั่นมันไอ้หนุ่ม ที่พวกแกออกไปปล้นไม่ใช่เหรอวะแกจะเอามันกลับมาทำไม" รถถังมองดูจงลั่วที่เดินอย่างสบายอารมณ์ตามหลังเจ้าสามมา"รึว่า แกชอบแบบนั้นกัน..." รถถังเอ่ยด้วยท่าทางสัปดน"ไอ้นี่รสนิยมชอบไม้ป่าเดียวกันก็ไม่บอก"

     

                     แต่ดูเหมือนเจ้าสามจะไม่ตลกด้วยเพราะมันพยายามเบ้ปากก็แล้ว บุ้ยปากไปซ้ายทีขวาทีก็แล้ว แต่ดูเหมือนรถถังจะไม่เข้าใจมันแม้แต่นิดเดียว

     

                    "อ๋อ...แกจะให้ข้าหลบไปก่อนไอ้เวรนี่ข้าเป็นหัวหน้าแกนะเว้ย ข้าไม่หลบแล้วก็ไม่ได้อยากดูอะไรที่แกจะทำหรอกไป...ไป ไปหาที่ไกล ๆ สายตาข้าซะอ๋อ...ก่อนไปช่วยตามเจ้าหนึ่งมาพัดให้ข้าทีข้าร้อนจน....อ๊อค...อ๊อค"จงลั่วที่ผลักลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์ทรีล้มลงไปกองเปลี่ยนเป้าหมายพุ่งไปคว้าจับคอของรถถังพร้อมออกแรงยกร่างใหญ่โตของมันให้ลอยขึ้นจากพื้นก่อนจะปล่อยลงให้กระแทกกับพื้นอย่างจัง

     

                    ตุบ!!!

                    "แคก...แคก" รถถังใช้มือจับลำคอตัวเองที่ยังคงแสบและร้อนลวกอยู่"นี่มันอะไรกันวะ" รถถังเหลือบมองไปทางลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์ทรี

     

                    "ถ้าจะถามให้หายสงสัยทำไมไม่ถามข้าละ" รถถังเงยหน้ามองดูชาวบ้านเลเวลสิบของมัน

     

                    ...เรดฟลูสวิง...หมัดที่อาบไล้เพลิงสีแดงฉานอัดเข้าเต็มหน้าของรถถัง

                    เปรี้ยง!!!

                    ร่างอันใหญ่โตของรถถัง ลอยไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่ที่ด้านหลัง และแน่นอนว่าสุดท้ายรถถังก็ได้นอนหลับใต้ต้นไม้อย่างสมใจ...โดยไม่ต้องอาศัยลูกน้องมาพัดโบกคลายร้อนให้แม้แต่คนเดียว

     

                    "นั่น...นั่น...นั่นดูสิ" จงลั่วทำหน้าตายชี้ไปที่กองกระเป๋ามิติที่หล่นอยู่รอบ ๆ ต้นไม้"คุณโจรดูสิ" จงลั่วหันไปทางลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์ทรี"คนสมัยนี้ทิ้งขยะเรี่ยราดจริง ๆ เลยเนอะ...ว่ามั้ยยยย" คำ...ว่ามั้ย...จงลั่วจงใจเน้นเสียงต่ำและเย็นเยียบ

     

                    "เออ...มันของพวก..."

     

                    "อะไรนะ"จงลั่วพูดเสียงดังกลบเสียงของลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์ทรี"พูดใหม่อีกทีสิ รู้สึกว่าช่วงนี้หูข้าไม่ค่อยดีด้วยสิ สงสัยต้องตบบ้องหูเอาขี้หูออกเสียหน่อย" จงลั่วเอ่ยพรอ้มฉีกยิ้มกว้าง "เมื่อกี้ข้าฟังไม่ค่อยได้ยินเจ้าลองพูดใหม่อีกทีซิ" จงลั่วเอ่ยพร้อมกระทืบเท้า จนพื้นที่รองรับแตกระเบิดเป็นหลุมกว้างพลางหันกลับไปจ้องเขม็งไปที่ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์ทรี

     

                    "ผู้คนสมัยนี้มันช่างมักง่ายกันจริง ๆ ทิ้งขยะไม่เป็นที่เลยนะขอรับ" พูดจบเจ้าลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์ทรีก็เอาก้มหน้าลงกับพื้นด้วยความเศร้าใจ"พี่สุดหล่อจะทำอะไรกับขยะก็แล้วแต่พี่เลยขอรับ"

     

                    "อืม...ดีมาก...ดีมาก...ว่าง่ายๆ ยังงี้สิ ถึงจะคุยกันรู้เรื่องหน่อย" จงลั่วเอ่ยคำเช่นเดียวกับของของลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์วันก่อนจะค่อย ๆเดินไปเก็บกระเป๋ามิติที่กลุ่มของรถถังปล้นมาได้ตลอดหลายวันอย่างสบายอารมณ์

    .

    .

                    ดวงอาทิตย์ส่องแสงสีส้มอ่อนจางลงแล้วปรากฏเงาจันทร์จาง ๆ ลอยเด่นอยู่ลิบตา ราตรีกาลใกล้มาเยือนอีกครั้งนับเวลาจากที่กลุ่มรถถังปะทะกับจงลั่วก็ล่วงเลยเกือบห้าชั่วโมงเหล่าโจรทั้งหลายรวมถึงรถถังที่ฟื้นสติกลับมาแล้วกลับมานั่งประชุมกันที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นเดิมด้วยความเคร่งเครียดผลพลอยได้จากการปล้นมาร่วมสิบวันกลับสลายหายไปในพริบตาเพราะเจ้าเด็กหนุ่มหน้าหล่อนั่นเพียงคนเดียวแต่ยังนับว่าโชคดีที่เจ้านั่นไม่ได้สงสัยความวิเศษของแว่นตาวัดระดับพลังของรถถังแม้ว่าแว่นตาจะมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง แต่จากที่ทดลองใช้ในการปล้นมาสิบกว่าครั้งมันเพิ่งพลาดเพียงแค่สองหนเท่านั้นและทั้งสองหนล้วนพลาดเพราะ...ชาวบ้านเลเวลสิบ ซึ่งรถถังตัดสินใจว่าหากเจอชาวบ้านเลเวลสิบอีกมันจะไม่ยุ่ง แต่แน่นอนว่า หากยังมีแว่นตาอันนี้อยู่รถถังก็สามารถฟื้นความมั่งคั่งกลับมาได้อีกในไม่ช้าก็เร็ว

     

                    "แล้ววันนี้จะเอายังไงกันดีละพี่รถถัง"ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์วันเอ่ยขึ้น "เมื่อตอนสายพวกข้าทั้งสี่ยังหวังว่าคืนนี้จะได้กินอาหารอร่อยข้างกายได้กอดก่ายเลือดเนื้ออุ่น ๆ ของสาว ๆ ในเมืองบาร์นกันอยู่แล้วเชียว"

     

                    "ใจเย็นๆ เจ้าหนึ่งตราบใดที่ข้ามีไอ้นี่ ตราบนั้นโอกาสในการปล้นก็จะต้องเดินมาหาพวกเราอยู่ตลอดนั่นละ"รถถังเอ่ยพร้อมยืนขึ้น มันสวมแว่นวิเศษพร้อมกับชี้นิ้วไปที่เนินเตี้ยเบื้องหน้าซึ่งจู่ ๆ ก็ปรากฏเงาร่างใต้ผ้าคลุมเก่า ๆ ผืนหนึ่งค่อย ๆเดินตรงไปทางบาร์นอย่างช้า ๆ

                    รถถังจ้องไปที่ร่างนั้นอย่างเขม็งแว่นตาไม่สามารถมองทะลุผ้าคลุมเก่า ๆ ผืนนั้นได้ แต่ลมเย็นหอบหนึ่งกลับพัดผ่านผู้ที่อยู่ใต้ผ้าคลุม นำพาเอาความหอมจรุงอันน่าหลงใหลมายังเหล่าโจรทั้งห้า พวกมันทั้งหมดต่างเหม่อมองดูผ้าคลุมเก่า ๆผืนนั้นอย่างไม่อาจวางตา...แล้วจู่ ๆ สายลมก็โหมกรรโชกแรงขึ้น พัดพลิ้วจนผ้าที่คลุมปิดส่วนศีรษะนั้นหลุดร่วงลงเผยให้เห็นใบหน้างามซึ้งที่อาบไล้แสงตะวันที่กำลังจะลาลับไป

     

                    รถถังลืมเลือนทุกสิ่งแว่นวัดระดับตกหล่นลงไปที่พื้น สองเท้าของมันจ้ำไวตามติดหญิงสาวคนนั้นไปอย่างมิอาจห้ามใจพร้อมด้วยลูกน้องอีกสามคนคือเจ้าหนึ่ง เจ้าสอง และเจ้าสี่ มีเพียงเจ้าสามที่ยังห้ามใจตัวเองได้อยู่ก้มตัวลงเก็บแว่นวัดระดับที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมา

     

                    แต่เมื่อมันเงยหน้าขึ้นเหล่าเพื่อนโจร และหัวหน้าของมันก็เดินทิ้งห่างมันไปไกลนับสิบเมตรแล้วมันจึงถือวิสาสะใส่แว่นอันสุดหวงแหนของหัวหน้าตัวเองดู ว่ามันจะให้ความรู้สึกยังไงบ้าง

     

                    ทันทีที่มันใส่แว่นกลมและมองไปทางหญิงสาวผู้แสนงดงามใบหน้าของลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์ทรีก็กลายเป็นแหยเกอย่างมิอาจบังคับเข่าอ่อนทรุดลงไปตรงนั้น

     

                    ...อสูรระดับมายาระดับ 95...

    คล้ายกับเรื่องJong Lua เกรียนเทพ!!! เย้ยฟ้าข้าคือตำนาน ที่คุณอ่าน