ยอดมนุษย์ทะลุเกมกลายพันธุ์

    บทที่ 53 ถอยออกไปชั่วคราว

     

    มาได้ก็ดี!

     

    เมื่อเห็นจางต๋ากำลังพุ่งตัวเข้ามา เซี่ยฮุยก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาในทันที

     

    เขากระชับกระบี่เงาคะนึงไว้แน่น ขณะที่กระบี่ในมือแอบสั่นเล็กน้อย

     

    เซี่ยฮุยก้มหน้าลงเล็กน้อยจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาปรากฏแสงสว่างวาบขึ้นด้วยความตื่นเต้น

     

    กระบี่ในมือของเขาหยุดสั่นแล้ว และถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นความนิ่งสงบอีกครั้ง

     

    สกิลกระบี่มั่นคงดั่งเขาไท่ซาน!

     

    เปิดใช้งาน!

     

    กระบี่เงาคะนึงมีความเรียวยาว แต่กลับเคลื่อนไหวได้ถึงขั้นนี้ช่างเหนือความคาดหมายจริง ๆ

     

    สายตาของเซี่ยฮุยจ้องมองไปที่จางต๋าที่กำลังพุ่งตรงเข้ามา หลังจากที่เปิดใช้สกิล ท่าทางของเขาก็นิ่งสงบถึงขั้นสุด

     

    จางต๋าที่กำลังซัดหมัดออกมา เมื่อเห็นกระบี่ของเซี่ยฮุย จู่ ๆ สายตาของเขาก็แสดงออกถึงความประหลาดใจ

     

    ถึงจะเป็นเช่นนั้นเขาก็ไม่คิดที่จะถอยหนี แต่เลือกที่จะพุ่งตัวไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดยอมแพ้

     

    หมัดคู่เกิดแสงสว่างสีทองขึ้น หมัดทั้งคู่เกิดเป็นพลังทอร์นาโดมวลใหญ่สองสายที่เตรียมเผชิญหน้ากับกระบี่ของเซี่ยฮุย

     

    เพียงชั่วอึดใจ พวกเขาทั้งคู่ก็ปะทะเข้าหากันอีกครั้ง

     

    พลังทอร์นาโดมวลใหญ่ทั้งสองสายกระแทกเข้าใส่กระบี่เงาคะนึงอย่างดุเดือดราวกับต้องการจะฉีกมันให้แหลกเป็นเสี่ยง ๆ

     

    ทว่าถึงแม้ว่ากระบี่เงาคะนึงจะเรียวยาวและดูบางเบา แต่หมัดทองของจางต๋ากลับไม่สามารถทำให้กระบี่เล่มนั้นหักครึ่งได้อย่างที่คิดไว้

     

    เซี่ยฮุยยังคงใช้พลังที่มีผลักร่างของจางต๋าให้ถอยออกไปอย่างต่อเนื่อง

     

    กระบี่นี้ทรงพลังมากจริง ๆ!

     

    ภายในใจของจางต๋าเริ่มส่งเสียงร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทว่าดวงตาของเขากลับมีแสงสว่างที่ร้อนระอุมากยิ่งกว่า

     

    การขยับมือของเขาเปลี่ยนไปจากเดิม จากที่เคยกำหมัดแน่น จู่ ๆ จางต๋าก็ดึงหมัดกลับมาและซัดออกไปใหม่อีกครั้งอย่างรวดเร็ว

     

    ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วและยืดหยุ่น เท้าทั้งสองข้างยืนอยู่บนพื้นได้อย่างมั่นคง

     

    ร่างกายส่วนบนของเขาเอนไปด้านข้างขณะที่ขายังยืนนิ่งอยู่กับที่ ท่าทางของเขาเป็นแนวทแยงที่ดูผิดธรรมชาติอย่างมาก

     

    วินาทีต่อมาหมัดก็ถูกซัดออกไปอีกครั้ง การโจมตีด้วยองศานี้ที่กำลังพุ่งเข้าใส่ข้อมือของเซี่ยฮุยเป็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่สามารถจินตนาการได้

     

    “ผัวะ!”

     

    ยังไม่ทันที่เซี่ยฮุยก็ได้มีโอกาสดึงกระบี่กลับมา หมัดของจางต๋าก็กระแทกเข้าใส่ข้อมือของเขาอย่างแรง

     

    วินาทีต่อมาพลังมวลใหญ่ก็ทำให้แขนของเซี่ยฮุยอ่อนกำลังลง

     

    ด้วยเหตุนี้กระบี่เงาคะนึงจึงถูกพลังงานขนาดใหญ่ชนจนกระเด็นลอยออกไป

     

    หลังจากลอยออกไปสิบกว่าเมตร ปลายกระบี่ที่แหลมคมก็เจาะตึงอยู่บนกำแพง ทว่าแรงโจมตีที่เกิดขึ้นยังไม่ได้รุนแรงถึงขั้นที่กระบี่จะสามารถเจาะทะลุกำแพงได้ทั้งหมด ดังนั้นจึงมีแค่ปลายกระบี่ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่โผล่ออกไปถึงด้านนอกกำแพง

     

    การต่อสู้ของทั้งสองไม่ได้หยุดลงแค่นี้

     

    วินาทีที่การต่อสู้ชะงักไปและกระบี่ถูกส่งออกไปไกล เซี่ยฮุยก็รีบไหวตัวอย่างรวดเร็ว

     

    จางต๋าคือผู้ที่มีความสามารถในการต่อสู้สูงสุดของขอบเขตพิเศษขั้น 9 ดังนั้นเซี่ยฮุยจะประมาทไม่ได้อย่างเด็ดขาด

     

    เขารีบสวมใส่นวมอำนาจจักรพรรดิอย่างรวดเร็ว และเปิดใช้ค่าสถานะพลังลมปราณทันที จากนั้นก็ใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อซัดเข้าใส่หมัดอีกข้างหนึ่งของจางต๋า

     

    ครั้งนี้เป็นการต่อสู้กันระหว่างหมัดกับหมัด

     

    เขาไม่ได้เปิดใช้สกิลอื่น ๆ แต่เลือกที่จะสู้โดยใช้พลังทางกายภาพที่เขามีอยู่

     

    เพียงชั่วพริบตา หมัดของทั้งสองก็ปะทะเข้าใส่กันอีกครั้ง

     

    เสียงดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องราวกับเกิดเสียงอสนีบาตขึ้น แรงสั่นสะเทือนที่น่าตกใจถูกส่งออกไปด้านนอกห้อง

     

    ในเวลาเดียวกันระลอกคลื่นพลังที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าก็ปรากฏขึ้น เก้าอี้ที่ตั้งอยู่ภายในห้องแตกกระจุยกระจายเป็นเสี่ยง ๆ อีกทั้งยังชนเข้ากับกำแพงอย่างแรง

     

    ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกระจกที่ถูกติดตั้งทั่วทั้งห้อง วินาทีที่พลังถูกส่งออกมากระจกเหล่านั้นก็แตกกระจายไปคนละทิศคนละทาง หลังจากแตกละเอียดเศษกระจกเหล่านั้นก็ร่วงกราวลงสู่พื้นราวกับเม็ดฝนที่กระทบลงสู่พื้นอย่างต่อเนื่อง

     

    หมัดที่ปะทะเข้าหากันทำให้เซี่ยฮุยและจางต๋าถอยผงะออกไปห้าก้าวในเวลาเดียวกัน

     

    ตอนที่พวกเขาเงยหน้าขึ้นมองคู่ต่อสู้ สายตาของพวกเขาก็แอบประกายความตกตะลึงราวกับเป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของพวกเขา

     

    คิดไม่ถึงเลยว่าพลังของคู่ต่อสู้จะโหดถึงขั้นนี้

     

    “คิดไม่ถึงเลยนะว่าความสามารถในการใช้หมัดและเท้าของนายจะโหดขนาดนี้”

     

    จางต๋ากำหมัดทั้งสองข้างไว้แน่นและเปล่งเสียงพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

     

    จางต๋าถลึงตามองเซี่ยฮุยที่ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยท่าทางผ่อนคลาย “การทดสอบสิ้นสุดลงแล้ว หลังจากนี้ฉันจะใช้กระบวนท่าของฉันเพื่อจัดการกับแก”

     

    “สามกระบวนท่า!”

     

    จางต๋ายกนิ้วขึ้นมาสามนิ้วด้วยสีหน้าและท่าทางที่มั่นอกมั่นใจ

     

    เซี่ยฮุยมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มจาง ๆ แต่ภายในใจของเขากลับระมัดระวังตัวในทันที

     

    จางต๋ามีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะเป็นศัตรูที่อยู่ในกลุ่มของขอบเขตพิเศษขั้น 9

     

    นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะสามารถสู้กับศัตรูได้อย่างยุติธรรมหลังจากเปิดใช้พลังลมปราณ

     

    จางต๋าพูดจบเขาก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะเริ่มโจมตีในทันที

     

    อีกฝ่ายกำหมัดแน่นและยืนนิ่งอยู่กับที่ วินาทีต่อมาแขนหนา ๆ ของเขาก็ขยายใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม

     

    ร่างกายของเขาบวมเป่งทั้งตัว อีกทั้งยังสูงขึ้นกว่าเดิมด้วย

     

    ตอนที่ร่างของเขาสูงขึ้นจนถึงเพดานบ้าน เสื้อผ้าที่อยู่บนร่างกายของเขาก็ฉีกขาดออกจากตัวจนกลายเป็นเศษผ้าไร้ราคา

     

    ด้วยเหตุนี้จึงเผยให้เห็นกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องและแขนของเขาที่ปูดขึ้นมา

     

    เส้นเลือดปูดขึ้นตามบริเวณผิวหนังราวกับมังกรที่มีเขาอยู่บนหัวกำลังเลื้อยอยู่บนร่างกายของเขา สิ่งนี้ทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกหวาดกลัว

     

    สายตาของเซี่ยฮุยเป็นประกายขึ้นพร้อมกับข้อมูลที่ปรากฏขึ้นหนึ่งแถว

     

    “สกิลขยายร่างงั้นเหรอ?”

     

    เมื่อตรวจสอบข้อมูลที่อยู่ตรงหน้า เซี่ยฮุยก็พูดพึมพำออกมา “ทำให้มนุษย์ขยายร่างใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว แถมยังเพิ่มความแข็งแกร่งทางร่างกายให้สูงขึ้นอีกหลายเท่าแบบนี้.......”

     

    เซี่ยฮุยมองจางต๋าที่ขยายใหญ่ขึ้นสามเท่า ภายในใจก็เริ่มคำนวณอย่างเงียบ ๆ

     

    หมายความว่ามีพลังเพิ่มขึ้นสามเท่าสินะ!

     

    เซี่ยฮุยคำนวณพลังของตัวเองที่อยู่ในโหมดเปิดใช้พลังลมปราณ หมัดที่เขาส่งออกไปก่อนหน้านี้น่าจะเพิ่มการโจมตีขึ้นราว ๆ 50%

     

    ตอนนี้เซี่ยฮุยเปิดใช้โหมดพลังลมปราณทั้งหมดแล้ว ซึ่งเป็นพลังทางกายภาพที่เขาสามารถควบคุมได้ในเวลานี้ ตอนนี้เขาจำเป็นต้องใช้พลังอย่างล้นหลามเพื่อทำลายกระบวนท่าทั้งสามของจางต๋า

     

    เมื่อเห็นจางต๋าเปิดใช้กระบวนท่าของเขา เซี่ยฮุยก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังจะลงมือแล้ว

     

    แต่ในความเป็นจริงจางต๋ากลับไม่ได้ลงมือในทันที หลังจากที่ร่างของเขาขยายใหญ่ขึ้นสามเท่า พลังปราณที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นเริ่มหลอมรวมเข้าด้วยกันจากทั่วทั้งสี่ทิศ

     

    นั่นมัน?

     

    เซี่ยฮุยเห็นเม็ดสีทองขนาดเล็กหลายสายกำลังรวมเข้าด้วยกันและพันรอบตัวของเขาอย่างต่อเนื่อง

     

    หลังจากที่พลังปราณควบแน่นเข้าด้วยกัน มันก็ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นโลหะที่สมบูรณ์

     

    ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่อึดใจก็เกิดเป็นโลหะจากอนุภาคเม็ดสีทองก่อนหน้านี้

     

    มันก่อตัวจนกลายเป็นเกราะขนาดใหญ่ และคุ้มกันจางต๋าที่อยู่ด้านในนั้น

     

    เซี่ยฮุยมองเกราะสีทองที่อยู่ตรงหน้า ตอนนี้เขาจะเพิกเฉยต่อสิ่งนี้ไม่ได้แล้ว หลังจากที่เขาตรวจสอบ เขาก็รับรู้ได้ในทันทีว่าจะยืนรอต่อไปแบบนี้ไม่ได้

     

    เกราะสีทองเสริมการป้องกันของจางต๋าให้เพิ่มขึ้นถึงสิบเท่า

     

    และมันก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถ้าหากยังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เซี่ยฮุยคงไม่สามารถทำลายการป้องกันของอีกฝ่ายได้ ท้ายที่สุดคืนนี้จางต๋าก็คงจะหนีตัวรอดออกไปจากที่นี่ได้แน่ ๆ

     

    ไม่มีเวลาให้คิดแล้ว

     

    เมื่อเห็นเม็ดอนุภาคสีทองที่กำลังหลอมรวมเข้าด้วยกัน เซี่ยฮุยกำหมัดแน่นและส่งพลังจากร่างกายไปรวมที่หมัดของเขา หลังจากเท้าของเขาขยับ ร่างของเซี่ยฮุยก็หายไปจากจุดเดิมทันที

     

    เขาปรากฏขึ้นตรงหน้าจางต๋าภายในชั่วพริบตาเดียว หมัดคู่ถูกส่งออกไปราวกับเป็นมังกรวายุสองตัวที่กำลังโผทะยานเข้าใส่คู่ต่อสู้

     

    หมัดพุ่งเป้าไปที่ศีรษะขนาดใหญ่ของจางต๋าด้วยการเลื้อยไปมาราวกับมังกร

     

    “หึ!”

     

    เมื่อเห็นหมัดที่กำลังจะทะยานเข้าใส่ จางต๋าก็เปล่งเสียงหัวเราะหึออกมาจากลำคอ ทว่าเขากลับไม่คิดที่จะหลบการโจมตีแม้แต่น้อย

     

    อีกฝ่ายก้มหน้าลงและมองหมัดของเซี่ยฮุยที่กำลังปะทะเข้าใส่ศีรษะของตัวเอง

     

    “ตึง!”

     

    เซี่ยฮุยรู้สึกได้ราวกับหมัดทั้งคู่ของเขากำลังปะทะเข้าใส่แผ่นเหล็กที่แข็งแรง แรงสั่นสะเทือนที่สะท้อนกลับมาทำให้หมัดของเขาสั่นระริก

     

    ตอนที่เขามองไปยังแขนทั้งสองข้างของจางต๋า ก็พบว่าแขนทั้งสองข้างกำลังพุ่งตรงมาทางเขา

     

    จะปล่อยให้อีกฝ่ายจับกุมตัวไม่ได้อย่างเด็ดขาด!

     

    เซี่ยฮุยรู้ดีว่าถ้าหากเขาถูกจางต๋าจับตัวได้ เขาต้องหมดโอกาสที่จะเป็นฝ่ายโจมตีอย่างแน่นอน

     

    กระโดดตลบวายุ!

     

    ระหว่างที่ลอยอยู่กลางอากาศ เซี่ยฮุยกระโดดพลิกตัวและใช้โอกาสนี้หลบหมัดทั้งสองข้างของจางต๋า

     

    “เทเลพอร์ตงั้นเหรอ?”

     

    จางต๋าเห็นเซี่ยฮุยหายไปจากจุดที่ยืนอยู่ก่อนหน้านี้ สายตาของเขาก็แอบประกายความสงสัยออกมา

     

    ทักษะระดับสูงเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตพิเศษจะสามารถครอบครองได้

     

    สัญชาตญาณการต่อสู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น จางต๋าก็พบว่าตอนนี้เขาอยู่ห่างจากเซี่ยฮุยเพียงไม่กี่สิบก้าวเท่านั้น

     

    เขาล้มเลิกความคิดก่อนหน้านี้ที่คิดว่าเซี่ยฮุยเปิดใช้เทเลพอร์ต เพราะเขาไม่ได้รู้สึกถึงความผันผวนของมิติ

     

    “ไม่ใช่เทเลพอร์ต”

     

    จุดที่เซี่ยฮุยปรากฏตัวขึ้นเป็นด้านข้างของกำแพงที่กระบี่เงาคะนึงปักอยู่ก่อนหน้านี้

     

    เขาดึงกระบี่ออกมาและกลับมาใช้กระบี่ยาวอีกครั้ง หลังจากนั้นก็มองไปที่จางต๋าด้วยสายตาอึมครึม

     

    หลังจากที่ร่างกายของจางต๋าถูกปกคลุมด้วยเกราะทั้งตัว เซี่ยฮุยจึงเห็นแค่เพียงปากและดวงตาของเขาเท่านั้น

     

    “แกคิดว่าเศษกระบี่เล่มนั้นจะทำอะไรฉันได้งั้นเหรอ?”

     

    จางต๋าหัวเราะร่าหลังจากเห็นอาวุธในมือของเซี่ยฮุย หลังจากนั้นก็พูดต่อไปว่า “เจ้าหนู ยอมรับความจริงเถอะ ยอมตายแต่โดยดีก็สิ้นเรื่อง”

     

    “เหอะ ๆ”

     

    เซี่ยฮุยหัวเราะด้วยน้ำเสียงดูหมิ่น แต่ภายในใจของเขากลับเริ่มรู้สึกสับสน ต่อให้เขามีกระบี่เงาคะนึงอยู่ในมือ แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะทำอะไรจางต๋าที่อยู่ในโหมดป้องกันที่มีเกราะคุ้มกันอย่างแน่นหนานี้ได้

     

    ค่าการโจมตีของจางต๋าในตอนนี้สูงขึ้น 30% ส่วนการป้องกันก็สูงขึ้นถึงสิบเลเวลจนน่าตกใจ

     

    เซี่ยฮุยรู้สึกได้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำลายการป้องกันของจางต๋า

     

    “ภูเขาสีเขียวไม่แปรเปลี่ยน...เเม้ว่าเเม่น้ำสีเขียวจะไหลผ่าน”

     

    “บ๊ายบายนะ ชายร่างใหญ่”

     

    พูดจบเซี่ยฮุยก็หายไปต่อหน้าต่อตาจางต๋าทันที

     

    จางต๋าใช้ความรู้สึกจับพิกัดของเซี่ยฮุย และเขาก็พบว่าอีกฝ่ายออกไปจากที่นี่แล้วจริง ๆ นี่ไม่ใช่กลโกงแต่อย่างใด

     

    จางต๋าตะโกนออกมาเสียงดังลั่น “ไอ้เด็กบ้าอย่าให้ฉันจับได้นะ ไม่งั้นฉันฆ่าแกตายแน่!”

     

    เซี่ยฮุยที่ตัดสินใจหนีออกมาจากสำนักทะเลทรายได้วิ่งหนีออกมาไกลแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ยินเสียงของจางต๋าที่ตะโกนไล่ตามหลังมา

     

    เสียงคำรามด้วยความพิโรธของจางต๋าดังกึกก้องไปทั่วทั้งวิลล่าในยามราตรีของค่ำคืนนี้

    คล้ายกับเรื่องยอดมนุษย์ทะลุเกมกลายพันธุ์ ที่คุณอ่าน