
ตอนที่76 ฆ่ามันไม่ต้องปรานี
"องค์ชายสิบสี่ไม่มีสติแล้ว..ดูเหมือนว่าเขาจะสลบไปขณะเปิดม่านมิติ ถ้าไม่มีใครไปปลุกเขาขึ้นมาเก็บอาวุธเทพ พวกเราที่นี่คงจะไม่รอดต้องวอดวายดับสูญ...."
องค์หญิงเจ้าเฟิงรีบตะโกนบอกหลงไป๋
หญิงสาวจึงรู้ได้ว่าองค์ชายสิบสี่เข้าสู่ภวังค์ขณะเปิดม่านมิติ ตอนนี้เขาไม่มีสติรับรู้ ดังนั้นจึงไม่ได้เก็บวิญญาณอสูรเทพ แม้ว่านางจะยอมแพ้แล้วก็ตาม...
"ลูกรักเจ้า..จงรับกล้องยาสูบเปลี่ยนชีวิตไปปลุกองค์ชายสิบสี่ขึ้นจากภวังค์แล้วให้เก็บอาวุธของเขาซะ..ไม่งั้นพวกเราที่นี่ต้องตายหมดพลังของพ่อ และจตุรเทพไม่สามารถปกป้องค่ายกลได้อีกต่อไปแล้ว"
เจ้าสำนักหลงกัดฟันกรอดส่งกล้องยาสูบประจำตัวของเขาให้บุตรสาว มันเป็นโล่ศักดิ์สิทธิ์ที่ติดตัวเจ้าสำนักหลงไม่เคยห่าง มันเคยช่วยชีวิตเขามานับครั้งไม่ถ้วน
กล่าวว่าแม้แต่ไฟที่ร้อนแรงที่สุดในโลกอสูรก็ไม่สามารถเผาผลาญมันได้ เขาจึงเสี่ยงให้บุตรสาวใช้ปกป้องตัวเอง ไปปลุกกริชเพชรที่เปิดม่านมิติแล้วเข้าสู่ภวังค์
"ท่านพ่อแม้ตายข้าก็ต้องปลุกเขาขึ้นมาให้ได้..."
หญิงสาวกล่าวทั้งน้ำตา รีบคว้ากล้องยาสูบของบิดามาไว้ในมือ แล้วทะยานออกจากค่ายกลสำนักตระกูลหลงทันที
นางร่ายคาถาขยายกล้องยาสูบออกเกือบสามร้อยฟุต แล้วกระโดดเข้าไปอยู่ด้านในที่ใช้บรรจุยา มันก่อกำเนิดเป็นม่านมิติปกคลุมร่างของนาง แล้วทะยานไปหากริชเพชรทันที
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!!
เสียงสายฟ้าที่ฟาดลงมาแบบไม่ยั้งกล้องยาสูบแม้แข็งแรงทนทาน แต่เมื่อถูกสายฟ้าฟาดก็ทำให้มันสั่นสะท้าน การเคลื่อนตัวเข้าหาชายหนุ่มจึงค่อยๆ เป็นไปช้าๆ หลงไป๋กระอักเลือดออกมาทุกครั้งที่โดนสายฟ้าฟาด แม้นางจะเร้าบอลดวงจิตแก่นแท้ สร้างเกราะป้องกันตัวเองและยังอยู่ในกล้องยาสูบ ที่สามารถปกป้องชีวิตแต่ด้วยฤทธานุภาพ ของนอเขาสายฟ้ามังกรโลกันต์ หลอมละลายกล้องยาสูบนั้นทีละน้อย เมื่อมันเคลื่อนตัวเข้าหากริชเพชร
"ข้ายอมแพ้แล้วองค์ชายสิบสี่..หยุด..เก็บอาวุธของท่านทีเถอะ ข้าหลงไป๋ยอมแพ้ท่านแล้ว ข้ายอมแพ้จริงๆ ...."
เสียงนางกลั้นใจร้องตะโกนตลอดเวลาที่เคลื่อนตัวเข้าหาชายหนุ่มแต่มันเหมือนเขาจะไม่รับรู้
ดวงตาของกริชเพชรเบิกโพลงไร้แววร่างกายถูกห่อหุ้ม ด้วยพลังบอลดวงจิตแก่นแท้สีรุ้งของเขาเป็นประกายออกเป็นเจ็ดสีอยู่รอบๆ ตัว เหมือนมันกำลังปกป้องร่างกายของเขา ไม่ให้ถูกโจมตีขณะที่ชายหนุ่มอยู่ในภวังค์
"องค์ชายสิบสี่โปรดกรุณาละมือได้แล้ว..บิดาข้าทนไม่ไหวท่านจะทำบิดาข้าตายท่านรู้หรือไม่ข้ายอมขายทุกอย่างให้กับท่าน ข้ายอมเป็นเมียของท่านโปรดหยุดมือเดี๋ยวนี้..ท่านกำลังจะทำลายสำนักหลงให้แหลกลาญแล้วรู้หรือไม่ ..."
เสียงของหญิงสาวสั่นเครือแผ่วเบาเพราะร่างกายของนาง ไม่สามารถทนพลังสายฟ้าอาวุธอสูรเทพของกริชเพชรได้อีกต่อไป แม้ว่านางจะอยู่ในกล้องยาสูบเปลี่ยนชีวิตของบิดาก็ตาม
"องค์ชายสิบสี่ข้าขอโทษ ข้ายอมแพ้แล้ววว~.."
สิ้นเสียงของหญิงสาวที่กลั้นใจร้องบอกกริชเพชรขณะห่างจากเขาห้าสิบฟุต ก่อนที่จะสิ้นสติลงด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งร่างกาย
"อ๊าสสส! "
ฉับพลันดวงตาของกริชเพชรก็สว่างขึ้นเขาได้ยินเสียงของผู้หญิงแว่วๆ ข้างหู ให้เก็บอาวุธเทพนางยอมแพ้แล้วทำให้ชายหนุ่มฟื้นสติขึ้นทันเวลา
"วิญญาณมังกรโลกันตร์..มา..."
สิ้นเสียงของเขาฉับพลันม่านมิติก็ปิดลง ดึงอสูรร้ายหายวับไปกับตา
ทุกอย่างสู่ความสงบเงียบสงัดแม้แต่ลมหายใจของแต่ละคนก็แทบจะกลั้นไว้ เมื่อต่างรู้ถึงภัยพิบัติจะเกิดขึ้นในอึดใจต่อไปแน่
ถ้ายังคงสภาพอยู่เช่นนี้แต่เมื่อทุกอย่างหายวับไปทุกคนต่างล้มลงสิ้นสติด้วยความเหนื่อยอ่อน และเจ็บปวดไม่เว้นแม้แต่เจ้าสำนักหลงและจตุรเทพ เพราะพวกเขาเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้สร้างค่ายกล ปกป้องสำนักหลงไว้จนเฮือกสุดท้าย
ถ้าช้ากว่านี้ต่อไปตลาดมืดคงต้องถูกลบจากดินแดนอสูรวารีน้ำจืดไปตลอดกาล พร้อมกับชีวิตของคนในสำนักหลง
กริชเพชรก็ร่วงหล่นจากฟากฟ้าลงมากระแทกพื้นอีกครั้งแล้วสลบไป องค์หญิงเจ้าเฟิงทะยานออกมาอุ้มตัวเขากลับสำนักหลงเพื่อไปรักษาอาการบาดเจ็บ หลังจากเจ้าสำนักหลงได้สติคืนมา จึงเรียกกล้องยาสูบของเขากลับสำนักหลงนำเอาหลงไป๋ไปรักษาตัว การซื้อขายคาถาประสานวิญญาณภูตอสูรครั้งนี้ เกือบทำให้สำนักหลงและตลาดมืดย่อยยับไป ตระกูลหลงปิดตลาดมืดชั่วคราวบูรณะสำนักอย่างเร่งด่วน
จตุรเทพให้เจ้าสำนักหลงเข้าฌานรักษาตัวสามวันเต็มๆ ก่อนที่เจ้าสำนักจะปรากฏตัวอยู่ที่ห้องรับรองแขก เรียกหลงไป๋ที่ฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บอย่างสมบูรณ์มาปรึกษา เรื่องการขายคาถาประสานวิญญาณให้กับองค์ชายสิบสี่
"ลูกไป๋..การพ่ายแพ้ของพวกเราครั้งนี้ทำให้พ่อต้องทำตามสัญญา ส่วนเจ้าล่ะจะว่ายังไงพร้อมจะไปเป็นคนขององค์ชายสิบสี่หรือไม่ ถ้าไม่พร้อมบิดาก็จะขอร้องเขาเป็นการส่วนตัว เราอาจจะกำนันของวิเศษให้กับองค์ชายสิบสี่สักชิ้นสองชิ้น เพื่อความสบายใจของลูก..."
บิดามองหน้าบุตรสาวเขาย่อมเข้าใจนางดีเหมือนมองดูลายมือของตัวเอง หญิงสาวนั่งหน้านิ่งเฉยเป็นน้ำแข็งพันปีเหมือนเดิม ดวงตาของนางไม่มีวี่แววอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น จนเจ้าสำนักหลงต้องขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจถึงความในใจของบุตรสาวตอนนี้ว่าคิดอะไรอยู่
"บิดาเมื่อลูกสัญญากับเขาแล้วลูกก็ต้องทำตามสัญญา แม้ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม ข้าขอบคุณท่านพ่อยิ่งนักที่ช่วยคิดแทนข้าทุกอย่าง องค์ชายสิบสี่ก็ถือว่าไม่เลวเลยที่จะฝากชีวิตไว้ในมือของเขา ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าองค์ชายสิบสี่จะรับข้าเป็นภรรยา หรือเป็นคนรับใช้ เพราะดูจากภายนอกแล้ว เขาคงจะไม่ชอบผู้หญิงอย่างข้าหรอก...."เสียงของนางพูดมาอย่างเรียบเฉยปราศจากอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น
"เฮ่ออ..."
จนเจ้าสำนักหลงต้องถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก็เพราะกิริยาท่าทางของนางเช่นนี้ บุรุษใดจะพึงพอใจในตัวนางเล่าแม้ว่ารูปกายของนางจะสวยล้ำ แต่ใครจะไปครองชีวิตกับก้อนน้ำแข็งอย่างมีความสุขได้
"ถ้าเป็นเช่นนั้นบิดาก็จะพูดกับองค์ชายสิบสี่เรื่องให้เจ้าเป็นชายา และจะมอบของกำนัลให้กับเขาเพื่อจะไม่ให้เจ้าเป็นแค่หญิงรับใช้ บิดาคงจะทนไม่ได้ ที่ลูกสาวตระกูลใหญ่เป็นได้แค่คนรับใช้...."
ชายชราถอนใจอย่างเหน็ดเหนื่อยสุดๆ กับบุตรสาวผู้นี้
ถ้านางมีฝีเด่นล้ำกว่าสามีชีวิตของนางจะโดดเด่นไปไกล แต่กลับมีบุรุษที่เข้มแข็งกว่าสยบนางได้ ก็เหมือนเศษหินที่ไร้ค่าในสายตาชายผู้นั้น
"บิดาไม่ต้องคิดแทนข้าหรอก..ข้าเลือกเองตัดสินใจเองข้าย่อมรับผลของมัน เรื่องราวระหว่างข้ากับองค์ชายสิบสี่..ท่านพ่อก็อย่าได้หนักใจเลยเดี๋ยวข้าจะดำเนินการเอง แม้ว่าจะเป็นตัวอะไรในการปกครองของเขาข้าก็ยินดี ไม่มีบ่ายเบี่ยงเด็ดขาด
ศักดิ์ศรีของตระกูลหลงต้องไม่เสื่อมสูญไปในมือข้าอย่างแน่นอน...เมื่อพวกเราตกปากรับคำใครแล้วตระกูลหลงจะไม่มีวันบิดพลิ้ว"
เสียงของนางกล่าวพร้อมกับหันหน้าออกไปนอกหน้าต่างเพ่งมองเมฆที่ล่องลอยไปในอากาศ เหมือนกับว่าหญิงสาวได้ปลงในชีวิตแล้วทุกอย่าง นางได้เลือกทางที่ดีที่สุดและจะไม่เสียใจ
"ไปเชิญองค์หญิงเจ้าเฟิงและองค์ชายสิบสี่มาพบข้า...."
เสียงของเจ้าสำนักร้องบอกทหารองครักษ์ประจำสำนักหลง
กริชเพชรนอนพักรักษาตัวอยู่ในห้องพักรับรองของตะกูลหลงหนึ่งวันเต็มๆ จึงฟื้นขึ้นจากอาการบาดเจ็บเขาพาองค์หญิงเจ้าเฟิงเข้าไปรักษาตัวในห้องสีชมพูอีกสองวันจึงกลับออกมาด้วยพลังที่เต็มเปี่ยม
ที่จริงชายหนุ่มอยากจะเข้าไปผ่านมรสุมการเพิ่มพลังบอลดวงจิตในห้องแปดเหลี่ยม เพื่อเพิ่มพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ ให้ขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกันกับกายอสูรของเขา
แต่กริชเพชรก็ไม่แน่ใจว่าจะใช้เวลายาวนานเพียงใดเกิดหลับใหลไปเป็นปี การช่วงชิงองค์รัชทายาทของกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด เขาก็คงจะต้องพลาดโอกาสไป
และผู้ที่เสียใจที่สุดก็คือพระมารดาองค์ฮองเฮาฝ่ายขวาเจ้าจิงจง ที่ต้องการให้เขาได้ตำแหน่งนี้เพื่อจะเดินทางเข้าสู่อาณาจักรดินแดนอสูรวารี เพื่อช่วงชิงตำแหน่งรัชทายาทสายตรงของจอมจักรพรรดิอสูรวารีผู้เป็นปู่ของนาง
"องค์ชายสิบสี่ข่าวของเราคงกระจายไปถึงนครหลวงแน่ๆ พี่หญิงคาดคิดว่าพระมารดากับเสด็จป้าคงจะรู้ข่าวแล้ว พวกเราก็รักษาตัวหายดีแล้ววันนี้เราเดินทางกลับตำหนักกันเถอะ...."
เสียงขององค์หญิงเจ้าเฟิง กล่าวขึ้นขณะที่นั่งข้างๆ กริชเพชร
นางกลัวว่าพระมารดาจะเป็นห่วงในข่าวคราวที่องค์ชายสิบสี่เจ็บหนัก ถ้าไม่รีบเดินทางกลับมารดาอาจจะเดินทางมาถึงตลาดมืดนี่ก็ได้ ดังนั้นหญิงสาว จึงคิดเดินทางกลับนครอสูรวารีน้ำจืดก่อน เพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันชิงตำแหน่งรัชทายาท ของจอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด
"ขออนุญาตองค์หญิงเจ้าเฟิงและองค์ชาย สิบสี่ ท่านประมุขตระกูลหลงขอเชิญท่านเข้าพบ.."
เสียงของหญิงรับใช้ดังอยู่หน้าห้องของกริชเพชร
"สงสัยเจ้าสำนักหลงต้องการเจรจาการซื้อขาย คาถาประสานชีวิตภูตอสูรกับพวกเราแล้วล่ะ..."
องค์หญิงเจ้าเฟิงกล่าวพร้อมหันมามองชายหนุ่ม กริชเพชรพยักหน้ารับ
"เดี๋ยวพวกเราจะตามไปบอกเจ้าสำนักรอสักครู่.."
กริชเพชรร้องบอกสาวใช้ตระกูลหลง พร้อมรีบลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วตามหญิงรับใช้ไปพบกับเจ้าสำนักหลงและลูกสาว
"คารวะท่านเจ้าสำนักข้าขออภัยท่านอย่างยิ่ง ที่ทำลายสำนักของท่านเสียหายอย่างมาก ข้ายินดีชดใช้..."
กริชเพชรเมื่อปรากฏตัวขึ้นก็ยกมือคารวะเจ้าสำนักหลง พร้อมกับเสนอการชดใช้ค่าเสียหายเพราะเขารู้สึกว่าการกระทำ ของตัวเองมันเกินเหตุจนเกือบทำให้สำนักหลงล่มสลาย
และสิ่งที่กลัวอย่างยิ่งคือกลัวเจ้าสำนักหลงพาลจะไม่ขายคาถาประสานชีวิตภูตอสูรให้กับเขา
"องค์ชายสิบสี่อย่ากล่าวอย่างนั้นเลยคนตระกูลหลงไม่ตระบัดสัตย์แน่นอน พวกเราประลองกันอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม
ความเสียหายเกิดขึ้นเพราะเกินความควบคุมของข้า เป็นความผิดของผู้เฒ่าเองที่ไม่มีความสามารถปกป้องสำนักแห่งนี้ได้
ถ้าไม่ใช่เพราะองค์ชายเมตตาไม่รู้ว่าสภาพของพวกเราจะเป็นเช่นไร.."
เจ้าสำนักหลงกล่าวด้วยความจริงใจพร้อมกับผายมือออก เชิญกริชเพชรและองค์หญิงเจ้าเฟิงนั่งโต๊ะรับรองด้านข้าง ซึ่งเป็นที่ต้อนรับผู้สูงศักดิ์
"แม่นางหลงไป๋อาการบาดเจ็บของเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง "กริชเพชรหันไปถามหญิงสาวที่ยังนั่งหน้าเมินเฉย เป็นแท่งน้ำแข็งไม่มีแม้แต่รอยยิ้มดวงตาทอดยาวออกไปด้านนอก หาสนใจคำพูดขององค์ชายสิบสี่ไม่
"หลงไป๋เจ้าอย่าเสียมารยาทกับองค์ชายสิ.."เสียงบิดากล่าวตำหนิหลงไป๋อย่างหนักแบบไม่เคยเป็นมาก่อน
จนนางต้องขมวดคิ้วหันมามองหน้าเจ้าสำนักหลง ก่อนที่จะยกมือคารวะองค์ชายสิบสี่
"ข้าไม่เป็นไร ขอบคุณท่านมากที่เป็นห่วง..."
นางกล่าวสั้นๆ แล้วยกมือโค้งคำนับ พร้อมกับนั่งคอตั้งเชิดหน้าวางท่าแบบเก่า
"เฮ่อ..องค์ชายสิบสี่อย่าถือสานางเลย นางคงจะทำใจไม่ได้ที่พ่ายแพ้ท่าน.."เจ้าสำนักหลงเน้นเสียงตอนท้าย จนบุตรสาวต้องสะดุ้งเฮือกขึ้นเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่าบิดากำลังคิดอะไรอยู่ นางหันมามองหน้าผู้เป็นบิดา เขาขยิบตาให้หญิงสาวหนึ่งครั้งจนนางต้องเมินหน้าหนี หูทั้งสองข้างเริ่มแดงก่ำขึ้นมา อย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป
"ที่ข้าเชิญองค์ชายสิบสี่มาปรึกษาก็คือเรื่องการค้าขายคาถาประสานชีวิตภูตอสูร.."เขาเอ่ยปากเจรจาการค้าขายทันที สมกับเป็นพ่อค้ามือเยี่ยมของนครอสูรวารีน้ำจืด
"หนึ่งล้านดอร์ก็คงไม่มีปัญหาสำหรับองค์ชาย สิบสี่นี่คือเงื่อนไขที่หนึง..เงื่อนไขที่สองคือชนะจตุรเทพของสำนัก..นี่ก็ไม่มีปัญหาท่านเกือบทำให้สำนักของข้าล่มสลาย..เงื่อนไขที่สามก็คือ"
เจ้าสำนักหลงกล่าวได้เพียงเท่านั้นก็หันไปมองบุตรสาวอีกครั้ง ตอนนี้หน้าที่พอกด้วยน้ำแข็งของนาง แดงระเรื่อขึ้นก้มศีรษะลง สุดที่จะระงับความรู้สึกภายในได้อีกต่อไป เพราะสิ่งที่บิดากำลังพูดถึงคือการยกนางให้กับองค์ชายสิบสี่
"เงื่อนไขที่สามนี้มันสำคัญต่อตระกูลหลงอย่างมาก คาถาประสานชีวิตภูตอสูรของสำนักเราเดิมทีข้าต้องการหาภูตอสูรระดับเทพ มาเป็นกำลังรบให้กับตระกูลของเรา เพื่อให้หลงไป๋เดินทางไปแสวงหาความก้าวหน้าในดินแดนอสูรวารี
ดังนั้นเมื่อท่านทำการซื้อขายคาถาชิ้นนี้ไปแล้วต้องทำสัญญาผูกมิตรกับตระกูลหลง ว่าจะปกป้องคุ้มครองตระกูลของเรา และส่งเสริมหลงไป๋ให้เจริญก้าวหน้าในดินแดนอสูรวารีเงื่อนไขของพวกเราก็มีแค่นี้
ท่านจะรับหรือไม่ก็ให้ตัดสินใจเอา พวกเราไม่บีบบังคับ ถ้าองค์ชายเห็นว่ามันหนักเกินไปก็ไม่ต้องซื้อขายคาถาชิ้นนี้ พวกเราก็จะไม่ว่าอะไรท่านแม้แต่คำเดียว.."เขากล่าวแบบยืดยาวอธิบายอย่างละเอียด
กริชเพชรล่วงรู้ถึงเงื่อนไขเหล่านี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ามาสู่ตระกูลหลงแล้ว มีหรือเขาจะไม่ยอมรับเงื่อนไขการซื้อ
'ข้ายอมเสี่ยงตายเพื่อคาถาบทนี้จะไม่ให้ข้าซื้อได้ยังไง เจ้าสำนักก็พูดเกินไปสงสัยยังเสียดายคาถาไม่หาย..เฮ่อ! ..'
กริชเพชรคิดในใจพร้อมกับยกยิ้มสูงยก มือคารวะขอบคุณเจ้าสำนัก
"ข้ายินดีทำตามเงื่อนไขทุกอย่างและสัญญาว่าจะดูแลบุตรสาวของท่านให้ดีที่สุด พวกเราจะเป็นสหายที่ดีต่อกัน คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันไปสุดความสามารถของข้า..."
ชายหนุ่มกล่าวด้วยความจริงใจ เขาคิดมาหลายวันแล้วว่าจะทำยังไงดีกับผู้หญิงน้ำแข็งคนนี้
จะรับเป็นคนรับใช้ก็ใช่ที่ ตระกูลของนางใหญ่โคตรๆ จะรับเป็นเมียหรือก็อึดอัดใจที่นางนั่งเย็นชาตลอดทั้งวัน คงจะหาความสุขไม่ได้
ดังนั้นจึงปรึกษากับองค์หญิงเจ้าเฟิง นางเสนอให้ผูกมิตรกับหลงไป๋เป็นสหาย นั่นย่อมเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ควับ!!
หลงไป๋ลุกขึ้นพรวดเมื่อคำพูดขององค์ชายสิบสี่กล่าวจบลง นางทะยานออกจากห้องรับรองไปแบบไม่ร่ำลาบิดาและองค์ชายสิบสี่ ทำให้ทุกคนต่างงงงวยกับการกระทำของนาง หน้า เหวอไปตามๆ กัน
"หลงไป๋..เกิดอะไร? ขึ้น..เจ้าเป็นอะไร..."เจ้าสำนักหลงตะโกนไล่หลังนาง ไม่ทราบสาเหตุการกระทำของหญิงสาว ทั้งสามคนต่างหันมาสบตากันจนสุดท้ายเจ้าสำนักหลงยิ้มแห้งๆ
"นางคงจะดีใจมากละมั้ง..ที่ได้เป็นสหายขององค์ชายสิบสี่ สะกดกลั้นความดีใจไม่ไหวเลยรีบออกไป ข้าคิดว่าต้องเป็นเช่นนั้นแน่เลย..."
เสียงองค์หญิงเจ้าเฟิงกล่าวลอยๆ ขึ้น ในความเป็นผู้หญิงของนาง สัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลของหญิงสาวน้ำแข็งผู้นี้ หลังจากเซ็นสัญญาและรับคาถาประสานชีวิตภูตอสูรกับเจ้าสำนักหลงแล้ว พวกเขาก็ขอลาเดินทางกับราชสำนัก กริชเพชรขอกลายร่างเป็นหนอนชิเมโจได๋ ค่อยๆ บินกลับนครให้เหตุผลกับองค์หญิงเจ้าเฟิงว่า เขาอยากพักผ่อนชมธรรมชาติของอาณาจักรอสูรวารีน้ำจืดบ้าง
เพราะเหน็ดเหนื่อยกับการต่อสู้พัฒนากายอสูรและหาทรัพยากรมาหลายเดือนจึงทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอยากได้รับความสดชื่นกับธรรมชาติ
"พี่หญิงเจ้าเฟิงข้าไม่เข้าใจเลยว่า แม่นางหลงไป๋เป็นอะไร..ถึงรีบไปขณะที่กำลังคุยเรื่องการค้าสำคัญอยู่.."
กริชเพชรหันมาถามองค์หญิงเจ้าเฟิงขณะเขาล่องลอยอยู่กลางอากาศ ในสภาพของหนอนชิเมโจได๋เคียงคู่กับองค์หญิงในร่างงูนาคี
"คริคริ..ข้าไม่ใช่นางจะไปรู้ได้ยังไงองค์ชายก็อย่ากังวลจนเกินไปเลย ศึกชิงองค์รัชทายาท บิดานางสัญญาว่า จะให้นางมาสมทบกับท่าน ตอนนั้นท่านถามนางก็คงไม่สายเกินไปมั้ง.."
หญิงสาวพูดขณะหัวเราะคริคริ กลางหุบเขาระหว่างเขตแดนอาณาจักรอสูรวารีน้ำจืดกับสำนักตระกูลหลง
พรึบๆ ๆ ๆ!! ควับๆ ๆ!!
"ฆ่ามันไม่ต้องปรานี.."เสียงกัมปนาทดังก้อง ฉับพลันปรากฏกองทัพอสูร เข้ารายล้อมกริชเพชรและองค์หญิงเจ้าเฟิงอย่างรวดเร็ว
......................................................................................................................................................................................................