พวกโจได้มุ่งหน้ากลับไปที่เขตชายแดนเก่า เขตชายแดนเก่าก็คือเขตชายแดนก่อนหน้าที่จะเริ่มบุกยึดอาณาเขตอื่นๆ ทำให้เขตชายแดนได้ขยายตัวไปไกลมากขึ้น อาณาเขตที่เคยเป็นเขตชายแดนมาก่อนในตอนนี้ไม่ใช่เขตชายแดนอีกต่อไปจึงถูกเรียกว่าเขตชายแดนเก่า
ในขณะที่พวกเขากำลังมุ่งหน้ากลับอยู่นั้นก็ได้ถูกขัดขวางโดยกลุ่มยานรบของสหพันธ์ พวกนั้นขวางเส้นทางของพวกโจทำให้พวกเขาต้องออกจากสภาวะความเร็วเหนือแสงฉุกเฉิน
“หัวหน้าครับมีคนขวางเส้นทางของพวกเราทำให้ระบบป้องกันฉุกเฉินทำงาน” ชายที่มีหน้าที่ควบคุมเส้นทางเดินยานกล่าวรายงาน
“พวกมันเป็นใคร?” โจกล่าวถาม
ในพริบตาตรงหน้าก็ปรากฏภาพของยานรบจำนวนหนึ่งที่มีสัญลักษณ์ลูกบาศก์ติดอยู่ข้างยาน
“พวกสหพันธ์ พวกมันคิดจะทำอะไร?” โจขมวดคิ้ว
ติ๊ดๆๆ!! ก่อนที่จะได้ทำอะไรต่อไปเสียงสัญญาณเตือนก็ดังขึ้นจังหวะหนึ่ง
“หัวหน้าครับ มีกองยานมาจากทางด้านหลังของพวกเรา” ชายหนุ่มที่ดูแลในเรื่องสัญญาณเตือนภัยกล่าวขึ้น
และเป็นอีกครั้งที่ภาพของกองยานพวกนั้นก็มีสัญลักษณ์ลูกบาศก์ ยานทุกลำเป็นยานของสหพันธ์ พวกโจอยู่ตรงกลางโดยถูกล้อมเอาไว้
และยานที่ตามมาทีหลังไม่ใช่ยานที่ไหนแต่เป็นยานรบที่ติดตามโจมาจากระบบดาวที่พวกเขาถูกโจมตีโดยพวกสเปค เมื่อเห็นว่าพวกโจถอยหนีพวกเขาก็ตามมาติดๆ
ไม่นานหลังจากนั้นภาพโฮโลแกรมก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของโจ เป็นภาพของชายคนหนึ่งที่มีผิวหนาและมีเม็ดเล็กใหญ่ขึ้นเต็มทั่วผิวของเขาไม่เว้นแม้แต่ใบหน้า
“คิดจะทำอะไร?” โจไม่คิดจะเสียเวลาและกล่าวถามขึ้นมาตรงๆ เขาไม่เชื่อหรอกว่าการเอายานรบมาปิดล้อมพวกเขาไว้จะไม่มีปัญหาอะไร
“พวกคุณทำผิดกฏร้ายแรงของสหพันธ์ หนีทัพทำให้เกิดความสูญเสียต่อสหพันธ์ โทษสูงสุดคือประหารชีวิต!!…แต่ถ้าพวกคุณยอมจำนนแต่โดยดีพวกเราจะพาคุณกลับไปที่สหพันธ์เพื่อขึ้นศาลทหาร หากโชคดีบางทีอาจได้ละเว้นโทษประหาร” พลตรีโกจากล่าวด้วยความเย็นชา
“ฮ่าๆๆๆๆๆ!!” โจหัวเราะออกมาราวกับได้เจอเรื่องตลกที่สุดในจักรวาล
โจถ่มน้ำลายแล้วกล่าวขึ้นว่า “หนีทัพ? คิดจะให้พวกเราไปตายโง่ๆแบบนั้นน่ะเหรอ? ทำไมพวกแกไม่ทำเองล่ะ”
“พันเอกโจระวังคำพูดและน้ำเสียงของคุณด้วย ผมเป็นพลตรีและมียศมากกว่าคุณหนึ่งขั้น ในฐานะนายพลผมสามารถสั่งให้คุณทำตามคำสั่งแต่คุณขัดคำสั่งของผมและหนีมา ถ้าไม่เรียกว่าหนีทัพจะให้เรียกว่าอะไร?” พลตรีโกจากล่าว
“ถ้างั้นคุณพลตรีต้องรู้สินะครับว่าสหพันธ์มีกฏห้ามออกคำสั่งให้ชั้นผู้น้อยไปตายน่ะ” โจกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“แก!!” พลตรีโกจากัดฟันด้วยความโกรธเพราะถูกหักหน้าแต่เขาก็เถียงไม่ได้เพราะสหพันธ์มีกฏเช่นนั้นอยู่จริงๆ
ในสหพันธ์มีกฏมากมายแต่ก็มีอยู่หลายกฏที่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือยศชั้นผู้น้อยกว่าสามารถปฏิเสธคำสั่งได้ หนึ่งในนั้นก็คือการปฏิเสธคำสั่งที่ส่งตัวเองไปตาย ที่มีกฏนี้ก็เพราะสหพันธ์มีมากมายหลายเผ่าพันธุ์ หากมีคนไปสั่งให้เผ่าพันธุ์อื่นไปตายมันจะต้องมีปัญหาตามมาแน่นอน
“แล้วสรุปคุณพลตรีจะเอายังไงต่อครับ?” โจยิ้มแต่ในใจมีความเกลียดชัง
เขาเกลียดคนที่ไม่เห็นค่าชีวิตของผู้อื่นและทำเหมือนว่าชีวิตของคนอื่นอยู่ในกำมือของตน
“ก็ได้ เรื่องนี้ผมผิดเอง ถือว่าเรื่องนี้ให้จบกันแค่แล้วกัน” พูดจบพลตรีโกจาก็ตัดสายทิ้งจากนั้นกองกำลังของเขาก็พากันจากไป
ใบหน้าของโจเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก เขาใส่ชื่อพลตรีโกจาไว้ในบัญชีดำเรียบร้อยแล้ว สักวันหนึ่งเขาจะต้องจัดการคนอย่างโกจาให้สิ้นซาก!!
จากนั้นโจและคนอื่นๆก็มุ่งหน้ากลับไปถึงเขตชายแดนเก่าในเวลาต่อมา โจเขียนรายงานและส่งไปให้หัวหน้าของที่นี่ ด้วยภารกิจที่ยาวนานกว่า 5 ปี ทำให้มนุษย์ได้รับทรัพยากรไม่น้อย
ทรัพยากรที่พวกเขาได้รับส่วนมากจะเป็นแร่ต่างๆที่ใช้ในการสร้างอุปกรณ์หรือวัสดุจำเป็นในการสร้างยานอวกาศ นอกจากนี้พวกเขายังได้รับเงินเครดิตจำนวนหนึ่งเป็นการตอบแทนเช่นกัน
โจให้พวกเขานำทรัพยากรทั้งหมดไปส่งที่โลก เขาเชื่อว่าด้วยทรัพยากรจำนวนนี้น่าจะช่วยให้มนุษย์เติบโตมากขึ้นกว่าเดิม
“ไม่มีอะไรแล้ว พวกเราก็กลับโลกกันเถอะ” โจกล่าวกับทุกคน พวกเขาส่งเสียงโห่ออกมาด้วยความดีใจ กว่าพวกเขาจะได้กลับไปที่โลกแต่ละครั้งมันก็ผ่านไปหลายปี
พวกเขาได้ออกเดินทางกลับโลก เนื่องจากได้ส่งรายงานไปแล้วโจและคนอื่นๆจึงใช้เส้นทางเดินยานตรงไปยังระบบสุริยะทันทีโดยไม่ผ่านสหพันธ์
จากเขตชายแดนใหม่ไปจนถึงเขตชายแดนเก่ามันมีระยะทางประมาณ 2,000 ปีแสง กว่าพวกเขาจะกลับมาถึงเขตชายแดนเก่าเพื่อรายงานก็กินเวลาไปราวๆ 15 วัน และจากเขตชายแดนเก่าจนถึงดาวโลกต้องใช้เวลาอีก 5-6 วันกว่าจะถึง รวมๆแล้วใช้เวลาไป 20 วันในการเดินทาง
ตอนนี้เมื่อพวกเขากำลังจะได้กลับบ้านทุกคนมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าขณะพูดคุยกัน พวกเขาคุยกันเรื่องว่าถ้ากลับไปแล้วจะทำอะไร หลายคนนัดกันไปทานอาหารที่ภัตตาคารหรู บางคนบอกกับเพื่อนว่าจะใช้เวลาไปอยู่กับครอบครัว
ในเรื่องความเสียหายบนตัวยาน โจได้ลองพูดคุยกับช่างเทคนิคเรียบร้อยแล้ว พวกช่างเทคนิคได้กล่าวว่ายานบัญชาการมีความเสียหายภายนอกค่อนข้างเยอะแต่ถายในมีความเสียหายเล็กน้อย อย่างไรก็ตามมันสามารถพาทุกคนกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยแน่นอน
ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่ต้องแวะไปที่สหพันธ์เพื่อซ่อมยานมันจะเสียเวลาอีกนานกว่าจะซ่อมเสร็จดังนั้นจึงตรงกลับโลกแล้วไปซ่อมที่โลกแทน
ด้วยทรัพยากรและเครดิต มนุษย์มีมากพอที่จะซ่อมความเสียหายไม่มากจนเกินไปได้
ไม่กี่วันต่อมาพวกเขาใกล้จะถึงระบบสุริยะ พวกเขาได้ส่งสัญญาณไปที่โลกเพื่อบอกล่วงหน้าว่าพวกตนกำลังไปถึง
ณ ดาวโลก องค์กรโลกสมัยใหม่มีหลายอย่างเปลี่ยนไป ตามอาคารและป้ายโฆษณามีวิดีโอชักชวนให้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรโลกสมัยใหม่
องค์กรโลกสมัยใหม่ได้เติบโตขึ้นจนตอนนี้ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญของมนุษย์ เหมือนกับรากฐานของมนุษย์ก็ว่าได้ มีหลายคนได้เข้าร่วมองค์กรจนตอนนี้กว่า 30% ของประชากรโลกทำงานให้กับองค์กรโลกสมัยใหม่
ห้องทำงานของประธาน มิ้นต์ในชุดเสื้อคอกลมกับกระโปรงสั้นสีชมพูกำลังจดจ่อกับเอกสารบนโต๊ะ ในฐานะที่เธอได้เป็นประธานเธอมีภาระหน้าที่สำคัญมากมาย
ก๊อกๆ!! มีใครบางคนเคาะประตูห้อง
“เข้ามาได้” มิ้นต์ตะโกนเล็กน้อย น้ำเสียงที่เธอใช้ค่อนข้างเคร่งขรึม
ประตูได้เปิดออกพร้อมกับเลขาสาวส่วนตัวของมิ้นต์ได้เดินเข้ามา
“ท่านประธานคะ พวกเราได้รับสัญญาณติดต่อมาจากกองกำลังของคุณหนูมายด์ค่ะ พวกเขากำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้”
มิ้นต์ได้ยินก็รีบวางปากกาลงและลุกขึ้นยืนก่อนจะรีบเดินออกไปด้านนอกโดยไม่พูดอะไร
ขอบตาของเธอได้ปรากฏหยดน้ำใสไหลออกมา ‘พี่…ในที่สุดพี่ก็กลับมา’