ถ้าย้อนกลับไปเมื่อก่อน1 ปีก่อนเมืองแห่งนี้ ก็ยังคงคึกคักและรุ่งเรืองเช่นปัจจุบัน แต่ที่แตกต่างกัน เห็นทีจะเป็ จำนวนของโรงทาน และเหล่าขอทานที่ดูผอมแห้งนั่นต่างหากคือที่เปลี่ยนไป
“นี้คือเงิน 30 อีแปะ กับซาลาเปาไส้เนื้อลูกตามที่ขอ” เสียงพ่อค้าขายซาลาเปายื่นไปให้กับ หลี่หย่ายเชียง มือผอมแห้งรับยื่นไปรับของทั้งสองอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็รีบนำมาเก็บไว้ ในย่ามที่เตรียมมาของตนเอง อย่างเรียบร้อย เพราะนี้คืออาหารของทั้งวันของพวกเขาเชียวนะ
ที่กว่าจะได้มาก็ต้องแลกกับยาแก้ปวดหลัง ที่พี่สาวฝาแฝดของเขาต้องทำขึ้นมา พวกเขาจะต้องเดินเข้าป่าลึก กว่าจะได้สมุนไพรที่้า ก็ใช้เวลาหลายวัน และอาหารและเงินทองที่ได้ต้องนำไปให้แม่น่าตายคนนั้นรีดไถอีก พวกเขาอายุเพียงสี่หนาวเองนะ เหตุใด์ช่างใจร้ายลงโทษ คนน่ารักเช่นพวกเขาทั้งสองคนได้ลงคอเช่นนี้
เมื่อได้ทุกอย่างมาเรียบร้อยแล้ว จากนั้นทั้งสองก็รีบตรงไปทางกลับบ้านทันที เพราะตอนนี้ก็ใกล้เวลาเที่ยงแล้ว ถ้าพวกเขาไปช้าเพียงสักนิด หูพวกเขาต้องชาเป็แน่ เพราะ ต้องฟังคำดุด่า จากแม่น่าตายนั้น ระหว่างเส้นทางกลับบ้านนั้น ก็เหมือน์กลั่นแกล้งให้ต้องพบเจอกับต้องเจอกับกลุ่มอันธพาน ที่แม้กระทั้งเด็กสี่หนาว พวกมันยังรีดไถได้อีก
“ส่งเงินมาให้ข้าเสียดีๆ” เสียงข่มขู่เกิดขึ้นทันที เมื่อเห็นว่าเหล่าลูกสมุนได้รุมล้อม สองพี่น้องฝาแฝดไว้เรียบร้อยแล้ว เสียงของผู้เป็หัวหน้ากลุ่มที่มีอายุเพียง 15 หนาว เกิดจากการร่วมกลุ่มของเหล่าขอทานที่อายุยังไม่เยอะ และมักมองหาเหยื่อที่อ่อนแอ กว่าตัวเอง
หลี่ย่าเสียน มองหน้า น้องชายฝาแฝดทันที เมื่อเห็นเหล่าอันธพาล อย่างไรเสีย วันนี้พวกเขาจะไม่ยอมเป็เหยื่อ ของพวกนี้อีกแล้ว นอกจากไม่ตอบสิ่งใดแล้วสองพี่น้องฝาแฝดยิ้มแสยะออกมา คล้ายเยาะเย้ยผู้เป็หัวหน้ากลุ่มอันธพาลนั้นอีกด้วย
“ข้าบอกให้รีบของส่งมาให้หมด ทั้งเงินนั่นและซาลาเปานั่นด้วย” น้ำเสียงโกรธเกรี้ยวดังลั่นขึ้นอีกกรอบ เมื่อเห็นว่าเหยื่อทั้งสองยังไม่ยอมทำตามคำสั่ง เพราะปกติแล้วสองพี่น้องนี่ กลัวพวกเขายิ่งกว่าอะไร แค่เขาขู่เพียงนิดหน่อย ก็ยินยอมยกข้าวของทั้งหมดให้พวกเขาแล้วแต่นี่นอกจากจะไม่ทำตามแล้ว ยังกล้ายิ้มเยอะเย้ยเขาอีก สงสัยคงอย่างโดนดีเข้าแล้ว ผู้เป็หัวหน้าอันธพาลมองหน้าสองพี่น้องฝาแฝด
เพราะคำบอกเล่าของสมุนก่อนหน้านี้ ว่าเห็นสองพี่น้องแฝด พูดคุยกับพ่อค้าซาลาเปา และได้เห็นพ่อค้าซาลาเปา ยื่นเงินพร้อมของกินให้สองพี่น้องนี้ด้วย เมื่อรู้ดังนั้นพวกเขาจึงมาดักรอเพื่อรีดไถเสียให้หมด อย่างไรวันนี้พวกเขา ต้องได้กินซาลาเปาและได้เงินนั้นมา วันนี้ช่างเป็วันแห่งโชคจริงๆ
แต่นี้อะไรพวกเขาข่มขู่อยู่ตั้งนาน สองคนพี่น้องนั่นยังคงนิ่งเฉย มันจะหยามหน้าอันธพาล ของเขามากเกินไปแล้ว
“จัดการ” เสียงเข้มของผู้หัวหน้ากลุ่มดังขึ้น พร้อมกันกับเหล่าลูกสมุนที่ต่างกรูเข้ามา เพื่อจับตัวของสองฝาแฝด
"โอ๊ยๆๆ คันๆ โอ๊ยๆๆ" เสียงโหยหวนของเหล่าอันธพาล ดังลั่นขึ้นทั่วทั้งตรอกถนน ทั้งพยายามใช้มือเกาตามร่างกายตัวของตน อย่างไม่สนใจสิ่งใดอีก ความคันที่อยู่ดีๆ โจมตีพวกเขาเข้าอย่างจัง มันคันจนแทบยืนไม่ไหว ถึงขนาดที่มีบางคนต้องลงไปนอน ดิ้นอยู่กับพื้นดินเลยก็มี ผู้เป็หัวหน้า เมื่อเห็นเหล่าสมุน เกิดพลาดท่าเช่นนั้นก็เกิดความโกรธ มากกว่าเดิม จึงพุ่งตรงไปหาเ้าฝาแฝดสองคนพี่น้อง แต่ว่ายังไม่ทันได้ถึงตัว ละอองฝุ่นบางอย่างที่ออกจากมือ ของเด็กสาวผู้พี่นั้นเมื่อโดยร่างกายเขา ความคันที่ไม่รู้ที่มาก็เข้าโจมตีร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว
“ว้าว ได้ผลเกินคาด” เสียงของหลี่ย่าเสียนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจ พร้อมแววตาที่เปล่งประกายตื่นเต้น
“ข้าบอกแล้วว่ามันต้องสำเร็จ” เสียงแฝดชายผู้น้องกล่าวสมทบ พร้อมใบหน้าสุดแสนจะภูมิใจ
“พวกเรากลับบ้านกันดีกว่า” แฝดผู้พี่ กล่าวกับน้องชายด้วยน้ำเสียงสดใส และใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม โดยไม่สะทกสะท้านกับภาพสุดแสนอนาถ การดิ้นรนโหยหวนของเหล่าอันธพาล ตรงหน้าแม้แต่น้อย
“ได้เลย กลับบ้านกินซาลาเปากัน เต็มท้องดีกว่า” ผู้เป็น้องบอกพร้อมรอยยิ้มสดใส
สองคนพี่น้องที่เดินจับมือ ด้วยหน้าเปื้อนรอยยิ้ม เพื่อกลับบ้านของตนเอง แต่ว่ารอยยิ้มนั่นก็ค่อยหายไป จากหน้าผู้เป็น้องชาย เมื่อมาคิดถึงเื่จริงที่ว่า ต่อให้เหล่าอันธพาลพวกนั้นจะไม่ได้รีดไถพวกเขา แต่ว่ายังมีแม่น่าตายผู้นั้น ที่คอยไถเงินกับของกินจากพวกเขาอยู่ดี ์ช่างใจร้าย ใจร้ายกับคนน่ารักอย่างพวกเขาเสียจริง
ย้อนกลับไปเหตุการณ์อันธพาลเมื่อครู่ ความดีความชอบครั้งนี้ก็ต้องยกให้ หลี่หย่ายเชียง เป็เพราะตอนที่พวกเขา เข้าไปหาสมุนไพรแก้ปวดหลังในป่านั้น เ้าแฝดผู้น้องก็ได้ัักับต้นไม้ต้นหนึ่งเขา และอาการคันอย่างมากก็โจมตีเข้าอย่างจัง เสียงโหยหวนของน้องชาย เรียกความสนใจจากพี่สาวฝาแฝดเป็อย่างดี สุดท้ายแล้วพี่สาวอย่าง หลี่ย่าเสียนก็ได้ใช่พลังแฝงในร่างกายตัวเอง
ในการตามหายาแก้พิษคันนั้น เพื่อช่วยน้องชาย ให้เขาพ้นจากความทรมานนั้น และนั้นก็เกิดเป็ที่มาของผงผื่นคัน ที่พี่สาวเขาได้ปรุงขึ้น พร้อมทั้งยาแก้พิษคันนั้นอีก จากนั้นก็ได้แบ่งยานั่นให้พวกเขาทั้งสองคน เพื่อพกพาไว้ป้องกันตัว จากผู้ไม่หวังดี คาดไม่ถึงว่าจะได้ทดลองใช้รวดเร็วขนาดนี้
ตอนที่อันธพาลพวกนั้น ที่กำลังกรูเข้ามาทำร้ายพวกเขาสองคน มือของสองฝาแฝดก็ได้หยิบมาเม็ดยาขึ้นมา แล้วจัดการขยี้ให้แตกเป็ผง รอเวลาที่ถูกพุ่งเข้าหา ละอองของผงยาก็โปรยไปโดนตัว เหล่าอันธพาลพวกนั้น อาการคันก็เริ่มโจมตีขึ้นมาทั่วทั้งราง แม้ว่าอาการเหล่านี้จะอยู่ได้หนึ่งชั่วยามท่านั้น แล้วจึงจะหายเป็ปกติ แค่นั้นก็เพียงพอต่อการหลบหนีแล้วส่วนยาที่ใช้ถอนพิษนั่น พี่สาวและเขาได้ดื่มมันมาเรียบร้อยแล้ว
ดังนั้นพิษคันนั้นจึงไม่อาจทำอะไรพวกเขาได้อีก และในย่ามที่ซ่อนไว้ติดตัวของพี่สาว ก็จะนำยาแก้พิษนั้นพกติดตัวไว้ เผื่อว่าคนที่ไม่รู้เื่โดนผลกระทบเขา ก็จะได้ช่วยเหลือได้ทันที
หลังจากเหตุการณ์นั้นเป็ต้นมา เหล่าอันธพาลเ่าั้ ก็ไม่กล้าเขามาหาเื่สองพี่น้องฝาแฝดอีกเลย พวกเขาจึงได้ใช้ชีวิตโดยต้องกังวนในเื่รีดไถอีกเลย
โดยอาชีพที่สองพี่น้องได้ทำเลี้ยงตัวเอง คือการหายาต่างๆแลกกับอาหารและเงินไปเรื่อยๆ ได้บ้างไม่ได้เป็บางวัน เพราะด้วยความเป็เด็ก จึงไม่ค่อยมีคนยอมเชื่อมากนัก และถ้ายอมเชื่อก็มักเป็คนที่ไม่ได้ร่ำรวย และมักไม่มีทางอื่นให้เรียกใช้แล้ว ทางเลือกสุดท้ายที่มี จึงตกมาให้แก่พวกเขาสองพี่น้องฝาแฝด
จนอยู่ๆ วันหนึ่ง ขณะที่สองพี่น้องฝาแฝดนั้งมอง ผู้คนเพื่อหาลูกค้าที่เจ็บป่วยอยู่นั้น หนึ่งในกลุ่มอันธพาลขอทานนั้น ก็เดินตรงมาหาและขอให้พวกเขา ไปช่วยเหลือขอทานผู้เฒ่าที่อยู่ดีๆ ก็ล้มป่วยขึ้นมา และไม่มีหมอที่ไหนรับรักษา เพราะไม่มีเงินจ่ายค่ายาที่ใช้อยู่ดี
จึงเป็ที่มาของการตัดสินใจมาขอความช่วยเหลือ จากสองพี่น้องฝาแฝดที่มีข่าวลือว่า พวกเขามียาที่ช่วยรักษาโรคได้ แม้จะรู้สึกเสียหน้า ที่สุดท้ายต้องแบกหน้ามาหา สองพี่น้องฝาแฝดที่ตนเองเคยรีดไถ แต่ก็ไร้ทางเลือก ผู้เป็หัวหน้าอันธพาลจึงพุ่งไปยังเด็กน้อยที่ผอมบาง ที่นั้งตรงมุมหนึ่งท้ายตลาดแห่งนี้
“มีธุระอันใดกับพวกข้า ยังไม่เข็ดอีกยังไง” หลี่หย่ายเชียง รีบเอ่ยปาก พร้อมทั้งมือน้อย ที่เตรียมจับยาพิษคันนั้นเอวไว้ในมือ เพราะจำหน้าของกลุ่มอันธพาลขอทานคนนี้ได้ขึ้นใจ
“เอ่อ เอ่อข้าแค่อยากให้พวกเ้า ช่วยให้ยารักษาป่วยสักคนเท่านั้นเอง” เสียงตะกุกตะกักของหัวหน้ากลุ่มพูดขึ้นอย่างแ่เบา
“ไม่” เสียงของผู้เป็น้องชายเอ่ยขึ้นอย่างไม่ต้องคิด
“ได้” เสียงของผู้เป็พี่สาวเอ่ยขึ้นทันที
คำพูดของสองพี่น้องฝาแฝดดังขึ้นมาพร้อมๆ กัน และใบหน้าของเ้าสองพี่น้องที่กำลังนั้นจ้องหน้ากันแบบที่ไม่มีใครยอมใคร หัวหน้าอันธพานแทบไม่กล้าหายใจ เพื่อรอดูว่าพี่น้องฝาแฝดนั้นสุดท้ายจะมีความคิดเห็นอย่างไร และแล้วเสียงถอนหายใจเล็กๆ ก็ดังขึ้นอีกรอบจากหลี่หย่ายเชียง ผู้เป็น้องชาย เขาแพ้ทางให้กับฝาแฝดผู้พี่เสมอซินะ คนเป็น้องคิดในใจ
“เออ คือข้าไม่ได้ขอให้ช่วยเฉยๆ นะพวกเรามีหมันโถวให้เ้าด้วยสองลูก เป็การตอบแทนด้วย” หัวหน้าอันธพาลพูดขึ้น เมื่อเห็นท่าทีอ่อนลงของแฝดผู้น้องคนนั้น
“ได้ว่าแต่ใครละที่จะให้ช่วยนะ” เ้าฝาแฝดผู้น้องถามขึ้นอย่างเบื่อหน่าย อย่างน้อยๆ ก็ได้หมันโถวสองก้อนก็ยังดี
“ขอทานผู้เฒ่าโจว”
เมื่อได้ยินคำตอบสองพี่น้องก็พยักหน้าทันที เนื่องจากขอทานเฒ่าโจวผู้นี้ ก็เคยให้อาหารแก่พวกเช่นกัน ยามที่ยาขายไม่ออก จากนั้นทั้งหมดก็ออกเดินทาง ไปตามกันตรงเข้าไปยังตรอกเล็กๆ โซนที่มีแต่บ้านร้างหลายหลังตั้งอยู่
และตรงไปที่บ้านร้างหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่เกือบสุดทาง โดยเป็ที่รู้กันดีว่าโซนบ้านร้างเหล่านี้จะถูกใช้เป็ที่หลับนอนนอนของเหล่าขอทานทั่วไป เมื่อไปถึงก็ได้ขอทาน ที่อยู่ตรงนั้นไม่มากมายเท่าไหร่ เพราะเวลานี้ขอทานส่วนมาก มันจะไปประจำที่กันอยู่แถวตลาดร้านรวงที่มีคนเยอะ หนาแน่นมากกว่า
ภาพขอทานผู้หนึ่งที่กำลังนอนโหยหวน และใช้มือกุมท้องอยู่ ปรากฏแก่สายตาของฝาแฝดทั้งสอง หัวหน้ากลุ่มอันธพาลพร้อมกับลูกเหล่าน้อง ก็ยังนั้งเฝ้าขอทานผู้เฒ่าไว้อยู่อย่างนั้น
“ท่านเจ็บตรงท้องใช่ไหม” หลี่ย่าเสียนรีบเอ่ยถามท่านผู้เฒ่า เพราะนางไม่ใช่หมอ จึงสามารถไม่วินิฉัยโรคและรักษาคนได้ นางแค่รู้จักพืชสมุนไพร ว่าสิ่งใดใช้เป็ยารักษาอะไรได้บ้าง และต้องใช้เช่นไร แต่นางไม่สามารถตรวจโรคต่างๆ และบอกว่าคนผู้นั้นป่วยเป็อะไรได้ นั้นก็คือจุดอ่อนของนาง ดังนั้นนางจึงต้องถามเอากับคนป่วยเสียเองว่าเจ็บป่วยตรงไหน และรักษาได้ตามอาการที่บอกเท่านั้น
“เจ็บท้อง เจ็บท้องเพราะกินของที่น่าจะเน่าเสีย” น้ำเสียงแหบแห้งสั่นเครือเอ่ยปาก บอกอาการของตนเองให้ เด็กหญิงได้ฟัง
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่ย่าเสียน จึงค้นหายาที่ทำไว้เผื่ออาการเจ็บท้อง ที่นางเองได้เตรียมเองไว้ขาย ให้ท่านขอทานผู้เฒ่าได้กิน โชคดีนักที่ท่านผู้เฒ่าผู้นี้ รู้ว่าตัวเองเป็ป่วยอะไร นางจึงจัดยาให้ได้ถูกต้องและแม่นยำ
และจุดอ่อนของฝาแฝดผู้พี่ข้อนี้ จึงทำให้ผู้คนเลยไม่ค่อยเชื่อถือยาของพวกเขา เพราะครั้งหนึ่งเคยมีคนให้หายารักษาอาการปวดท้อง พอพวกเขาถามว่าปวดท้องจากอะไร ก็ตอบไม่ได้ สุดท้ายกลับกล่าวหาว่าพวกเขาลวงโลก เป็พวกต้มตุ๋นบ้าง เลยทำให้ยิ่งหาลูกค้ายากขึ้นไปอีก
เมื่อให้ยาพร้อมบอกวิธีการกิน ให้กับคนดูแลของท่านขอทานผู้เฒ่าเรียบร้อย สองคนพี่น้องก็ขอตัวกลับ พร้อมหมันโถวอันแห้งแข็งในมืออีกสองก้อน ระหว่างเดินออกตรอกนั้น โดยมีกลุ่มอันธพาลขอทานเดินมาส่งนั้น อยู่ๆ เหล่าอันธพาลก็หยุดเดิน และหันหน้ายืนเรียงกันมองมา ที่หน้าสองพี่น้องฝาแฝด มือทั้งสองที่ล่วงจับยาพิษคันเอาไว้ ในขณะที่กำลังจะใช้นิ้วบดเม็ดยานั้นเอง
"ตึง" เสียงหัวเข่าที่กระแทกลงบนพื้นดิน ของเหล่าขอทานดังขึ้น พร้อมฝุ่นละอองฟุ้งไปให้คลุ้มคลั่งไปทั้งบริเวณ เรียกความจากสองพี่น้องฝาแฝดได้อย่างดี หยุดมือเล็กที่ขยี้เม็ดยาพิษคัน หยุดการไว้ได้ทันการพอดี
“ขออภัย ที่เคยล่วงเกิน” คือถ้อยคำที่เอ่ย ออกจากปากของเหล่าขอทาน พร้อมทั้งคำขอบคุณอีกมากมาย ที่ช่วยรักษาผู้เฒ่าขอทาน ซ้ำยังบอกว่าถ้ามีสิ่งใดที่ตอบแทน ได้ ก็พร้อมจะทำให้ทุกอย่าง
สองพี่น้องฝาแฝดกำลังตกตะลึง กับภาพตรงหน้ายิ่งนัก ที่เหล่าอันธพาลคุกเข่าขอโทษและเอ่ยปาก ว่าจะยอมทำตามขอสั่งของพวกเขาเป็การตอบแทน
“ดี เช่นนั้นพวกเ้าจงทำงานให้ข้าดีหรือไม่” อยู่เสียงของเด็กชายผู้น้องก็ดังขึ้นอีกครั้ง
หลี่ย่าเสียนเอง ที่กำลังจะบอกว่าไม่เป็ไร แต่ยังไม่ทันได้พูดเ้าน้องชายของนาง หลี่หย่ายเชียง ก็กลับชิงพูดออกมาเสียก่อน ไม่รู้ว่าตอนนี้สมองของน้องชายฝาแฝดนางนั้นคิดทำสิ่งใดอยู่กันแน่
“ห่ะ” เสียงอู่อี้ของเหล่าขอทานดังขึ้น เมื่อครูพวกเขาแค่พูดไป เพื่อให้ดูดีเท่านั้น เพื่อหวังคำว่าไม่เป็ไรแล้วแท้ๆ ทำไม ทำไมเ้าเด็กน้อยหน้าตายคนนี้ ถึงช่างหาญกล้าใช้พวกทำงานเช่นนี้กัน เมื่อหัวหน้าอันธพานเริ่มเห็นว่าเหล่าลูกน้องตนเอง เริ่มซุบซิบนินทากันแล้ว แต่ด้วยศักดิ์ศรีคำพูดลูกผู้ชาย ที่พูดแล้วย่อมต้องทำตาม จึงไม่มีทางเลือก
“ได้ พวกเราจะทำงานให้เ้า”