“แม่เกตุแก้วยังไม่ยอมสวมแหวนของฉันทำยังไงดีบุญอิ่ม” ิญญาของคุณหลวงภัสดามีสีหน้ากังวล
“เื่นี้ให้บุญอิ่มเป็ธุระให้เถิดเ้าค่ะ”บ่าวผู้จงรักเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเ้าเล่ห์
“บุญอิ่มจะทำยังไง?บอกฉันหน่อยซิ” คุณหลวงอยากรู้
“คงต้องอาศัยร่างมนุษย์เป็สื่อเ้าค่ะ”เสียงบุญอิ่มหนักแน่น แม้คุณหลวงภัสดาจะยังไม่มั่นใจแต่แววตาทอแสงแห่งความหวังวิบวับ
ขณะเดียวกันคุณการุญกับคุณวาทินก็นั่งคุยกันที่ห้องนั่งเล่นอีกด้านหนึ่งของตึกเรืองรินซึ่งออกมาตามหาอธิป เดินเข้ามาเห็นพอดีจึงแอบฟังอยู่หน้าประตูเงียบๆหญิงสาวอยากรู้ว่าพ่อกับคุณอาวาทินกำลังคุยอะไรกันอยู่
“ฉันอยากให้เ้าธิปเป็ฝั่งเป็ฝาซึ่งมองดูแล้วก็ไม่เห็นมีลูกสาวบ้านไหนจะเหมาะสมไปกว่าบ้านนี้” คุณวาทินพูดขึ้นแบบไม่อ้อมค้อม
“จะได้มาช่วยกันดูแลธุรกิจของสองตระกูลให้รุ่งเรืองลูกสาวนายก็มีตั้งสามคน ต้องมีสักคนที่มีใจให้ตาธิปบ้างล่ะนะส่วนลูกชายฉันไม่มีปัญหาเลยเพราะตอนนี้ตาธิปก็ยังไม่มีใคร” เรืองรินได้ยินดังนั้นก็รีบยกมือปิดปากแอบดีใจนึกว่าเป็ตัวเองเพราะที่ผ่านมาทั้งอาวาทินและอธิปก็ไปมาหาสู่บ้านเธอเป็ระยะๆมันทำให้เรืองรินค่อนข้างที่จะรู้จักกับชายหนุ่มมากกว่าทั้งสองพี่น้องนั่นแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้นเรืองรินก็รีบวิ่งขึ้นไปข้างบนเพื่อจะไปหาคุณรัศมีผู้เป็แม่โดยไม่รอฟังต่อว่าผู้ใหญ่ทั้งสองคุยอะไรกันเรืองรินออกไปได้ไม่นานอธิปก็เดินเข้ามาคุณวาทินหันมาเห็นก็กวักมือเรียกให้บุตรชายเข้ามานั่งคุยด้วยกันทั้งสามคนคุยกันอยู่นานสองนาน ส่วนเรืองรินก็วิ่งกระหืดกระหอบมาบอกคุณรัศมีด้วยความดีใจ“คุณแม่คะ คุณแม่ ทำอะไรอยู่” เรืองรินส่งเสียงเรียกแม่อย่างลิงโลด
“มีอะไรยัยริน เอะอะโวยวายไปทั่วบ้าน”คุณรัศมีดุลูกสาวที่ทำให้ใ
“เมื่อสักครู่นี้รินได้ยินคุณพ่อกับคุณอาวาทินคุยกันค่ะคุณแม่”บุตรสาวเล่าอย่างรวดเร็ว
“คุยกัน” คุณรัศมีสงสัย
“เื่อะไร?” เธอรีบถามเรืองรินทันที
“คุณอาบอกว่าจะให้พี่อธิปมาดูตัวและหมั้นกับหนูค่ะ”เรืองรินสรุปเอาเองทั้งหมด
“ห๊า! จริงเร๊อะ?” คุณรัศมีอุทานเสียงสูงรีบลุกขึ้นทันทีสีหน้าแววตาดีใจจนออกนอกหน้า
“หนูได้ยินไม่ผิดนะลูก” ผู้เป็แม่ยังไม่วางใจถามย้ำอีกครั้ง
“จริงสิคะคุณแม่นี่คุณพ่อก็ยังคุยอยู่กับคุณอาวาทินที่ห้องนั่งเล่นอยู่เลยค่ะรินว่าเรารอฟังคุณพ่อดีกว่าค่ะเดี๋ยวคุยเสร็จก็คงจะมาเล่าให้คุณแม่ฟังแน่ๆ”เรืองรินร่ายยาวสองแม่ลูกนั่งกอดกันอย่างดีใจเพราะคิดว่าความโชคดีนั้นจะเป็ของตนจริงๆโดยลืมความขุ่นเคืองเื่มรดกไปเสียสิ้น
่หัวค่ำที่เรือนไทย กลุ่มของเมขลานั่งกินข้าวเย็นร่วมกันพูดคุยกันอย่างสนุกสนานโดยมีคุณหลวงภัสดากับบุญอิ่มยืนมองอยู่ห่างๆ เพื่อเตรียมตัวจะทำอะไรบางอย่าง!!แววตาของิญญาทั้งสองดูมุ่งมั่นกับสิ่งที่กำลังจะทำอย่างยิ่งเมื่อเริ่มดึกมากแล้วทุกคนต่างแยกย้ายเข้าห้องนอนของตัวเองเมขลากับมินตราอยู่กันคนละห้องเพราะทั้งคู่ไม่กลัวที่จะนอนคนเดียวส่วนดาด้ากับนุดีจับคู่นอนด้วยกันเพราะดีกรีความกลัวของทั้งสองสูงลิบพอๆ กัน
เวลาเคลื่อนคล้อยสู่่ดึกสงัด ทุกคนต่างหลับสนิทบริเวณเรือนไทยจู่ๆ ก็มีลมพัดแรงเป็่ๆ สักพักเงาดำปริศนาก็ค่อยๆเคลื่อนไหลมุ่งตรงไปที่ห้องของดาด้าและนุดี โดยที่ทั้งสองคนไม่รู้ตัวเลยว่าสิ่งที่ทั้งสองกลัวที่สุดในชีวิตกำลังจะย่างกรายเข้ามาหาอย่างเชื่องช้าและน่าขนพองยิ่งนัก!
ในขณะที่ดาด้ากำลังหลับสนิทฉับพลันเธอก็รู้สึกเย็นะเืขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้สักพักก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนเดินไปเดินมาอยู่รอบๆ เตียง หญิงสาวแปลกใจและรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูกจึงรีบหันไปทางที่นุดีนอนอยู่ก็เห็นเพื่อนร่วมเตียงหลับสนิทอยู่ข้างๆจากความแปลกใจเริ่มแน่ใจแล้วว่าสิ่งที่ได้ยินมิใช่มนุษย์!เพราะในห้องมีเธอสองคนเท่านั้น แล้วเสียงฝีเท้าของใครกันที่เดินอยู่รอบๆ เตียง
ดาด้าหันมองไปทางประตูด้านทางเข้าห้องนอนเธอไม่พบอะไร จากนั้นก็ค่อยๆ หันกลับมามองด้านหน้าต่างข้างๆ ฝั่งที่เธอนอนและเมื่อหันมาทางฝั่งของเธอเท่านั้นเองดาด้าถึงกับตาเบิกโพลงหัวใจหล่นวูบเพราะภาพที่เห็นข้างหน้าคือสิ่งที่ดาด้าไม่เคย้าจะเห็นสักนิด ผีบุญอิ่มยืนก้มหน้านิ่งใบหน้าขาวซีด สักพักก็เงยหน้าขึ้นมาช้าๆแล้วมองสบตากับสาวร่างอวบเพื่อนสนิทของเมขลาที่ตอนนี้ยังคงตกตะลึงตาค้างไม่หายดวงตาที่ไร้แววแห่งความมีชีวิตค่อยๆ หลุบลง แล้วพลันก็กลายเป็สีขาวไปทั้งดวงตาพร้อมรอยแสยะยิ้มจากปากที่แห้งผาก ก่อนร่างนั้นจะค่อยๆ เดินเข้ามาหาดาด้าทีละนิดทีละนิด!!
“กรี๊ดดด!!!” เสียงดาด้าแผดดังอย่างขนพองสยองเกล้าแทรกความเงียบแห่งราตรีกาลแล้วก็สลบไปทันทีนุดีที่นอนอยู่ถึงกับสะดุ้งตื่นแล้วหันมาทางเสียงของดาด้า โดยที่มองไม่เห็นผีบุญอิ่ม
“ขอโทษนะเ้าคะ” บุญอิ่มรีบพูดก่อนจะนอนลงทับร่างของดาด้าแล้วหายวับไปในร่างนั้น
“พี่ดาด้า” นุดีที่ไม่รู้อะไรใกลัวเป็อย่างยิ่งเธอเห็นร่างของหญิงสาวนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นข้างล่างก็ใจคอไม่ดีหันซ้ายทีขวาทีทำอะไรไม่ถูกก่อนจะถลาลงไปเขย่าตัวดาด้าเพื่อปลุกให้ตื่นขณะที่นุดีกำลังอกสั่นขวัญแขวนกับอาการของดาด้าเสียงที่เธอรอคอยก็ดังขึ้นทำให้ใจชื้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูจากด้านนอก
“ดาด้า นุดีเสียงใครเป็อะไรเปิดประตูซิ” เมขลาส่งเสียงอย่างร้อนรนด้วยความเป็ห่วงเพื่อนของตัวเองและเพื่อนของน้องสาวมินตราที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็มีสีหน้ากังวลไม่แพ้พี่สาว นุดีรีบมาเปิดประตูละล่ำละลักบอกเล่าเหตุการณ์ด้วยเสียงสั่นรัว
“พี่ดาด้าค่ะ อยู่ดีๆ ก็ร้องขึ้นมา แล้วก็สลบไปไม่รู้ว่าเป็อะไรหรือเปล่า?” นุดีเล่าด้วยความใก่อนจะเดินไปหาเพื่อนของเธอ มินตราลูบไหล่นุดีเบาๆ เป็การปลอบใจเมขลารีบก้าวเข้าไปในห้องทันทีแล้วมองไปรอบๆ ห้องแต่ก็ไม่พบอะไรจึงให้ทุกคนช่วยกันประคองดาด้าขึ้นมานอนบนเตียงขณะที่ทุกคนกำลังจะเข้าถึงตัวดาด้า ฉับพลันเธอก็ลืมตาพรึ่บขึ้นมาทันทีทำเอาทุกคนผงะโดยพร้อมเพรียง
“ดาด้าเธอเป็อะไร?” เมขลาถามช้าๆเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลของอาการเพื่อนรัก ดาด้าไม่พูดไม่จาเดินออกจากห้องอ้อมศาลากลางเรือนที่ใช้สำหรับนั่งเล่นอย่างรวดเร็วเพื่อเข้าไปในห้องของเมขลา ทุกคนรีบตามไปทันที นุดีเกาะติดมินตราไม่ห่าง ส่วนมินตราก็เกาะแขนเมขลาไม่ปล่อยเช่นกันต่างคนมีความรู้สึกเดียวกันคือ ดาด้าเปลี่ยนไป!
“ดาด้าเธอทำอะไร?” เมขลาถามเสียงเบาดาด้าเดินไปหยิบแหวนในถุงสีน้ำเงินที่เมขลาวางไว้ในลิ้นชักไม้ ตรงหัวเตียงออกมาแล้วเดินเข้ามาหาเมขลาด้วยอาการตัวแข็งทื่อ ทุกคนถอยหลังไปทันทีดาด้าพูดออกมาแต่ไม่ค่อยเต็มเสียง
“ขอโทษเ้าค่ะไม่ได้มาทำอะไรดอกไม่ต้องกลัว” แม้จะแหบเบาแต่น้ำเสียงดูนอบน้อมและสุภาพดาด้าพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปจับมือเมขลาแล้วสวมแหวนให้หญิงสาวที่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างรวดเร็วเมขลาและทุกคนต่างงุนงงกับพฤติกรรมของดาด้าเป็อย่างมาก เมื่อทำหน้าที่เสร็จผีบุญอิ่มก็ออกจากร่างดาด้าไปทันที ทำให้ดาด้าล้มพับกองลงไปกับพื้นอีกครั้งทุกคนรีบถลาเข้ารับร่างของดาด้าแทบไม่ทัน
เมื่อเหตุการณ์อันแปลกประหลาดผ่านไปแล้วดาด้าก็เอาแต่ฟูมฟายนั่งกอดเสาศาลาแน่นราวกับหาที่ยึดเหนี่ยวให้กับตัวเองทุกคนต่างยืนรายล้อมด้วยความเป็ห่วง ดาด้ายืนกรานจะกลับบ้านท่าเดียว
“ฉันเห็นจริงๆ นะเมย์” ดาด้ายืนยัน
“ให้ฉันกลับเถอะข้อร้อง ฉันไม่อยากอยู่ต่อ”เธออ้อนวอนทุกคนด้วยน้ำเสียงที่แสนรันทดแต่ทว่าเมขลากลับเสียงเขียวใส่
“ไม่ได้!” ดาด้าเซ็งทันทีที่เพื่อนห้ามเมขลาให้เหตุผล
“นี่มันก็ดึกมากแล้วเธอจะไปยังไงคนขับรถเขาก็นอนกันหมดแล้วถ้าเธอออกไปตอนนี้จะต้องเป็เื่ใหญ่แน่คนที่ตึกใหญ่คงจะตื่นตระหนกกันทั้งตึก”เมขลาให้เหตุผลที่น่าฟัง พร้อมกับเสนอทางออกให้ดาด้าทันที
“คืนนี้เธอไปนอนกับฉันก็แล้วกัน”แต่ข้อเสนอของเมขลาประหนึ่งเหมือนทำร้ายดาด้าทางอ้อม
“ไม่ ฉันไม่นอนห้องนั้น” เพื่อนสาวร่างอวบรีบปฏิเสธเสียงแข็งเพราะยังหวาดกลัวไม่หายมินตราจึงเสนอขึ้นบ้าง
“ถ้างั้นให้พี่ดาด้ากับนุดีไปนอนที่ห้องมินแล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับนะคะ” ดาด้าคิดตามเพราะยังไงคืนนี้เมขลาก็คงไม่ให้เธอกลับอยู่แล้วและถ้าไปนอนห้องมินตราก็คงจะดีกว่านอนกับนุดีแค่สองคนแน่ๆ ดาด้าท่าทีอ่อนลงทั้งสี่คนนั่งคุยกันต่อสักครู่เพื่อให้ดาด้าคลายความเครียดจากอาการหวาดกลัวเมื่อตกลงกันได้แล้วเมขลาก็เดินไปส่งทุกคนที่ห้องนอนและกำชับให้ทุกคนล็อกห้องให้ดีๆเมื่อส่งทุกคนเสร็จเมขลาก็เดินกลับมาที่ห้องของตัวเองขณะที่เดินกลับมืออีกข้างก็ดึงแหวนออกจากนิ้วเพื่อจะนำไปเก็บไว้ที่เดิมแต่ก็ต้องชะงักเพราะแหวนที่สวมอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอให้ถอดอย่างไรก็ถอดไม่ออก หญิงสาวรีบเดินไปที่ห้องทั้งพยายามถอดแหวนไปด้วยแต่ก็ไม่สำเร็จเ้าตัวชักเริ่มหงุดหงิด...