ระบบเทพยุทธ์แห่งวันสิ้นโลก : จูหงเฟย

    บทที่ 36 ไข่เจียวหมูสับ

      ภายในห้องวอร์รูมขนาดกว้างขวางใหญ่โตของศูนย์บัญชาการทหารสูงสุด มีผู้ทรงอำนาจของประเทศจีนาอยู่หลายต่อหลายท่าน รวมไปจนถึงบรรดาที่ปรึกษาและเจ้าหน้าที่ขององค์กร UN : SW จำนวนมากที่กำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับแป้นคีย์บอร์ดและข้อมูลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์นับ 100 จอ

      กลางห้องวอร์รูม ภาพโฮโลแกรม 3 มิติที่ถูกฉายขึ้นจากโต๊ะกลมสีขาวขนาดใหญ่ ซึ่งยังคงเป็นภาพของการรบระหว่างเครื่องบินรบขับไล่กับพวกฝูงอสูรบินได้จากประตูมิติยักษ์ทั้ง 7 ประตู


      เครื่องบินรบขับไล่ถึงแม้ว่าจะมีอาวุธที่ทันสมัยและมีความเร็วที่เหนือกว่าพวกอสูรผึ้งแดงมรณะที่อยู่ตรงประตูมิติทั้ง 5 ประตูบนแผ่นดิน รวมถึงพวกอสูรนกนางนวลทมิฬที่อยู่ตรงประตูมิติอีก 2 ประตูบนมหาสมุทร

      แต่..การโจมตีของฝูงเครื่องบินรบขับไล่ก็ไม่สามารถที่จะลดจำนวนของพวกอสูรบินได้ทั้ง 2 สายพันธุ์นี้ลงได้เลย

      แถมเครื่องบินรบขับไล่เหล่านั้นต่างก็โดนพวกอสูรบินได้ใช้วิธีโจมตีแบบกามิกาเซ่พลีชีพ พากันรุมบินเข้าพุ่งชนกับเครื่องบินรบขับไล่ จนอสูรบางตัวหลุดเข้าไปในช่องดูดอากาศของเครื่องยนต์เจ็ตทำให้เครื่องบินรบขับไล่ต้องร่วงจากท้องฟ้าลงไปลำแล้วลำเล่า ส่วนนักบินรบที่ดีดตัวออกมาจากเครื่องบินรบขับไล่ต่างก็หมดโอกาศรอด พวกเขาต่างก็ถูกพวกอสูรบินได้เข้าโจมตีซ้ำกลางอากาศจนต้องตกตายกันลงไปทั้งหมด


      ในตอนนี้ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีหลินหยาง,ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งพฤกษาอี้คุน กำลังยืนอยู่กับจูหงเฟยภายในห้องวอร์รูมขนาดใหญ่ห้องนี้


      จากนั้นท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งพฤกษาอี้คุนก็กล่าวกับจูหงเฟยว่า "ท่านผู้อาวุโสจูขอรับ ข้าน้อยต้องขอเชิญท่านผู้อาวุโสและครอบครัวเดินทางไปที่ศูนย์ฝึกนักรบพลังปราณของประเทศจีนา ในเมืองอานคาง มณฑลส่านซีขอรับ"

      "พวกเราจะได้เริ่มดำเนินการฝึกและสนับสนุนให้ท่านผู้อาวุโสจูเลื่อนเลเวลและยกระดับแรงค์ขึ้นโดยเร็วที่สุด ตามที่ท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติได้สั่งการมาขอรับ"


      จูหงเฟยจึงตอบว่า "อ้อ..ครับ พี่พฤกษาอี้ ผมเองก็รู้สึกเวียนหัวไปหมดแล้ว เจ้าหน้าที่แต่ละคนก็ดูยุ่งวุ่นวายไปหมด วิ่งสวนกันไปมาจนผมชักจะตาลายแล้วครับ"

      "แล้วถึงผมจะอยู่ที่นี่ก็คงช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้ ถ้าลุงเฉินตื่นขึ้นมาแล้วจะให้ทำอะไร ก็ค่อยโทรติดต่อกันดีกว่าครับ"


      "ขอรับ..เชิญท่านผู้อาวุโสจูขอรับ" ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งพฤกษาอี้คุนกล่าว จากนั้นจึงค้อมตัวอ้วนๆของเขาแล้วผายมือ เดินนำจูหงเฟยออกไปจากห้องวอร์รูม โดยที่ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีหลินหยางไม่ได้ตามมาด้วย


      ที่สนามบินของกองทัพอากาศในนครหลวงปักกิ่ง จูหงเฟยกับครอบครัวและท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งพฤกษาอี้คุนก็มาถึงยังลานจอดเครื่องบิน


      "เอ๋..เครื่องบินสุดหรูยังกับเครื่องแอร์ ฟอร์ซ วัน นี่มีตั้ง 2 ลำเลยเหรอครับพี่พฤกษาอี้ แถมยังเหมือนกันอย่างกับเเกะทั้ง 2 ลำเลย" จูหงเฟยสงสัย จึงถามพี่พฤกษาอี้ของเขา


      "อ้อ..เครื่องบินพวกนี้ทางปรมาจารย์ยุทธ์จะมีไว้ใช้ส่วนตัวกันคนละลำขอรับ เพื่อความสะดวกในการเดินทางไปเป็นอาจารย์สอนการฝึกปราณยุทธ์ให้กับนักรบพลังปราณที่อยู่ในศูนย์ฝึกนักรบพลังปราณตามประเทศต่างๆน่ะขอรับ"

      "ลำซ้ายมือนั่นเป็นของท่านหลินหยาง ที่ท่านผู้อาวุโสจูและครอบครัวนั่งมานครหลวงปักกิ่ง ส่วนลำขวามือลำนี้เป็นของข้าน้อยเองขอรับ" ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งพฤกษาอี้คุนกล่าวตอบจูหงเฟย


      "โห..ปรมาจารย์ยุทธ์มีกันตั้ง 20 คน มันก็ต้องมีเครื่องบินสุดหรูแบบนี้ตั้ง 20 ลำน่ะสิครับพี่พฤกษาอี้ องค์กร UN : SW นี่ช่างรวยอภิมหารวยจริงๆ"

      "แล้วอย่างนี้ถ้าผมจะขอไว้ใช้สักลำจะได้ไหมครับ พี่พฤกษาอี้" จูหงเฟยถามทีเล่นทีจริง ก็จูหงเฟยเป็นถึงผู้อาวุโส แถมคนพวกนี้ยังคิดว่าเขาเป็นลูกศิษย์ของลุงเฉิน ซึ่งเป็นถึงจักรพรรดิเซียนอีก จะลองหน้าด้านขอเครื่องบินสุดหรูไปใช้ส่วนตัวสักลำจะเป็นไรไป


      แม่ของจูหงเฟยซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆกับจูหงเฟยถึงกับออกอาการตาเขียวปั๊ด เธอเอาคีมปากแบนออกมาจากกระเป๋าถือขนาดใหญ่ของเธอ แล้วจับคีมอันนั้นหนีบไปที่ใบหูของจูหงเฟย จากนั้นก็ออกแรงบิดหมุนคีมอันนั้นอย่างแรง ชนิดที่แทบจะเรียกได้ว่า บิดอย่างไม่ปราณีปราศัย

      ปฏิบัติการบิดหูจากแม่ของจูหงเฟยนี้เกิดขึ้นรวดเร็วมาก รวดเร็วเสียจนจูหงเฟยหลบไม่ทัน แสดงว่าแม่ของจูหงเฟยผ่านการปฏิบัติการบิดหูแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้วจนกระทั่งเธอมีความชำนาญเป็นอย่างมาก


      "โอ้ยๆๆๆ..!!!! แม่ครับ พอได้แล้วครับแม่ ผมเจ็บนะ..แล้วก็อายคนอื่นเค้าด้วย คนเค้ามองมาทั้งสนามบินแล้ว..โอ้ยๆๆๆๆ..!!!!" จูหงเฟยร้องโอดโอยพร้อมกับเอามือขึ้นมากุมใบหูของเขาเอาไว้อย่างน่าเวทนา

      "พ่อครับ..พ่อช่วยผมด้วยครับ โอ้ยๆๆๆๆ..!!!!" จูหงเฟยทำสายตาวิงวอนไปทางพ่อของเขา


      พ่อของจูหงเฟยรีบเบือนหน้าหนีจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับผิวปากเป็นเพลงออกมาอย่างไม่รู้ไม่ชี้


      "นี่ๆๆๆ..นี่แหนะ..ขอเครื่องบินเอาไว้ใช้ส่วนตัวสักลำหนึ่งเหรอ รู้ไหมค่าน้ำมันเครื่องบินมันลิตรละเท่าไหร่ ไหนจะค่าจ้างนักบิน ค่าช่อมบำรุง,ค่าอะไหล่,ค่าช่าง,ค่าเช่าโรงจอดอีก ครอบครัวเราจะไปเอาเงินที่ไหนมาจ่าย..นี่ๆๆๆ..นี่แหนะ..นี่แหนะ" แม่ของจูหงเฟยด่าไปบิดหูไปจนจูหงเฟยสำนึกแทบไม่ทัน


      ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งพฤกษาอี้คุนเห็นท่าไม่ดี เขาจึงกล่าวออกมาว่า "เอ้อ..คือว่า.. ปล่อยหูของท่านผู้อาวุโสจูก่อนเถิดขอรับคุณนายจู ทางองค์กร UN : SW ย่อมยินดีที่จะจัดหาเครื่องบินส่วนตัวให้กับทางท่านผู้อาวุโสได้เอาไว้ใช้อยู่แล้วขอรับ"

      "รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินและการเดินทาง องค์กร UN : SW ย่อมจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายต่างๆให้ทั้งหมดขอรับ" ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งพฤกษาอี้คุนอธิบาย


      "อย่างนั้นเหรอคะ.. หมายความว่าทั้งหมดฟรีใช่ไหมคะ..ฟรีใช่ไหมคะ..ท่านปรมาจารย์อี้" แม่ของจูหงเฟยถามย้ำกับท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งพฤกษาอี้คุน ด้วยดวงตาที่โตเป็นไข่ห่านจนปิดความโลภเอาไว้ไม่อยู่


      "จริงขอรับ..คุณนายจู ทางองค์กรจะจัดการเรื่องทุกเรื่องในการดำเนินชีวิตของท่านผู้อาวุโสจูและครอบครัวอย่างดีที่สุดขอรับ" ท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งพฤกษาอี้คุนยืนยัน


      แว๊บ..คีมปากแบนอันนั้นพลันหลุดออกจากใบหูของจูหงเฟย แล้วหายเข้าไปอยู่ในกระเป๋าสะพายของเเม่ของจูหงเฟยอย่างรวดเร็วในทันที โดยที่ไม่รู้ว่ามันหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่และหายไปตอนไหน


      "โอ๋ๆๆ..ไม่เจ็บนะไม่เจ็บ โอ๋ๆๆๆ..เฟยเอ๋อนี่ช่างเป็นเด็กดี เป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่ายจริงๆ ไม่ดื้อ ไม่ซน เดี๋ยวแม่จะทำไข่เจียวหมูสับที่ลูกชอบให้กินนะ โอ๋ๆๆ..ไม่เจ็บนะไม่เจ็บ"


      จูหงเฟยในตอนนี้เขากำลังเอามือนวดใบหูอยู่ป้อยๆ แล้วก็ปลงอนิจจากับชีวิตซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีแม่ดุขนาดนี้ของเขาอยู่อย่างเศร้าใจ..
































     

    คล้ายกับเรื่องระบบเทพยุทธ์แห่งวันสิ้นโลก : จูหงเฟย ที่คุณอ่าน