ข้า โคลเอ้ วินเชนท์เป็บุตรสาวเพียงคนเดียวของผู้นำตระกูลขุนนางนักรบดาบ วินเชนท์
อย่างที่รู้ๆกันว่าตระกูลเราเป็ตระกูลดาบเพียวๆแถมท่านพ่อและท่านแม่เป็คนที่ค่อนข้างมีอคติกับเวทมนตร์พอสมควร
ข้าจึงถูกจับให้ฝึกดาบั้แ่จำความได้จนตอนนี้อายุ 14 แล้ว.. และด้วยความที่ข้ามีพรวิเศษที่มีเฉพาะนักรบดาบ
พรของข้ามันไม่เหมาะกับการต่อสู้เลยด้วยซ้ำมันเหมือนกับ ‘ทักษะ’ ที่ได้รับมาเมื่อทำพันธสัญญากับเทพบนโลกมากกว่า
พรของข้าถูกเรียกว่า‘ผู้รู้เห็น’ มันทำให้ข้ารู้ถึงความเป็ไปได้อื่น.. อืม อาจจะไม่เข้าใจข้ายกตัวอย่างมาง่ายๆ
สมมุติมีขนมเค้กอยู่สองจาน จานแรกเป็เค้กช็อกโกแลต อีกอันเป็เค้กสตอเบอรี่ข้าในตอนนี้เลือกกินเค้กช็อกโกแลต
แต่ในอีกความเป็ได้ข้าอาจจะเลือกกินสตอเบอรี่แทน..ด้วยเหตุนี้ข้าถึงเรียกมันว่า ความเป็ไปได้อื่น
แน่นอนว่าไม่ใช่แค่่เวลาในปัจจุบันแต่ความเป็ไปได้อื่นยังรวมถึงอดีต หรืออนาคตด้วยเช่นกัน
ซึ่งไอ้ความเป็ไปได้อื่นเนี่ยถ้าข้าใช้มันจะทำให้ข้าเห็นความเป็ไปได้อื่นนับอนันต์ความเป็ได้เลยมันจะทำให้ข้าสับสนว่าอะไรคือความจริงกันแน่
ดังนั้นข้าจึงเคยใช้อยู่ครั้งเดียวและไม่ใช้มันอีกเลยอันที่จริงต้องเรียกว่าเผลอใช้เพราะข้าไม่สามารถควบคุมมันได้แต่ยังไงซะมันก็คือ‘พร’ ดังนั้นการฝึกดาบสามารถทำให้ข้าพัฒนามันได้
หลายปีต่อมาข้าจึงเริ่มสามารถควบคุมพลังนี้ได้และทำให้เห็นในสิ่งที่้าได้ทำให้ข้าสามารถเลือกที่จะเห็นได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต
ซึ่งมันช่วยในการต่อสู้มาก..แต่มันคือการโกงอ่ะนะ.. อีกอย่างข้ายังมีความสามารถด้านเวทมนตร์ด้วย
เื่นี้ข้าไม่ได้บอกท่านพ่อหรือท่านแม่ข้าแอบไปฝึกพลังเวทคนเดียวแต่ไม่ว่าข้าจะหาหนังสือมาอ่านแค่ไหนก็ใช้เวทมนตร์ไม่ได้
คือเวทมนตร์เนี่ยมัน้าความรู้และแทรกแซงใช่ไหมแต่ข้าทำแบบนั้นไม่ได้เนี่ยสิ
แต่ข้ากลับสามารถใช้เวทมนตร์ได้อืม.. มันคงเป็พร์ละมั้ง ข้าคิดแบบนั้นนะ แถมปริมาณพลังเวทข้าค่อนข้างเยอะ
และเมื่อแปดปีก่อนข้าได้รู้จักกับองค์หญิงของอาณาจักรแห่งนี้ว่ากันตามตรงข้าก็ไม่คิดว่าจะได้ฝึกดาบกับเธอเลยนะ
เธอมีชื่อว่า เลทิเซียเธอเป็ผู้หญิงแปลกๆ ดูโง่ เอ่อ.. นินทาองค์หญิงแบบนี้ข้าจะโดนตัดหัวไหมนะ?
ไม่ข้าหมายถึงเธอดูประหลาดตั้งหาก บางครั้งก็ชอบทำตัวแปลกๆ แต่บางครั้งก็ดูฉลาด
มีครั้งหนึ่งตอนนั้นท่านพ่อไม่อยู่ ข้ากับองค์หญิงต้องฝึกในสวน เธอก็พึมพำอะไรแปลกๆออกมาประมาณว่า
“บางทีมือสังหารนั่นก็อาจจะกำลังวางแผนใหญ่เพื่อฆ่าฉัน”
อะไรแบบนี้แล้วเธอก็หันไประมัดระวังเมดส่วนตัวของเธอซะอย่างงั้น ดูบ้าไหมล่ะจะบอกว่าเมดเป็มือสังหารก็ไม่น่าจะใช่นะ
เพราะเมดคนนั้นก็คอยดูแลองค์หญิงอย่างดี..หรือบางครั้งก็บอกว่าบางทีท่านแม่ (หมายถึงแม่ในแดนปีศาจ) อาจจะส่งมาสังหารแต่รออะไรสักอย่าง
ข้าเองก็งงว่าทำไมราชินีต้องฆ่าลูกตัวเองไม่สิ แต่แรกเดิมทีราชินีออกจะเห่อลูกขนาดนั้นได้ยินว่าไม่เคยตีองค์หญิงด้วยซ้ำ
ดูแปลกๆ ไหมล่ะแต่พอบทจะฉลาดก็ดันฉลาดแบบคาดไม่ถึง เมื่อประมาณห้าปีก่อนองค์หญิงเริ่มทำเครื่องอะไรไม่รู้
มันจะหมุนตัวตลอดเวลาและดาบไม้จะฟันใส่คนที่อยู่ในระยะตลอดเวลาแล้วองค์หญิงก็กินยานอนหลับไปยืนให้ดาบฟัน
ฉลาดตรงที่ว่าสร้างเครื่องอะไรไม่รู้ได้แต่ทำไมต้องไปให้ตีฟรี ทำแบบนั้นอยู่สองปีจนข้าก็เข้าใจ
องค์หญิงจะสร้างสัญชาตญาณอัตโนมัติอืม.. นึกไม่ออกสินะ มันคือการตอบโต้จนเป็เหมือนระบบหนึ่งของร่างกาย
แบบเวลามีคนโจมตีมาด้านหลังแม้เ้าตัวไม่รู้ร่างกายก็จะตอบสนองหลบและสวนกลับทันที อะไรแบบนั้น
ดูเหลือเชื่อเหมือนใช้เวทมนตร์ใช่ไหมล่ะซึ่งมันไม่น่าจะเป็ไปได้แถมยังดูบ้าบอคอแตกมาก แต่เธอก็ทำแบบนั้นได้จริงๆข้าเลยทำบ้างจนทำสำเร็จเหมือนกัน
หลังจากนั้นข้าเริ่มที่จะเลียนแบบองค์หญิงทำให้พวกเราได้คุยกันมากขึ้น แม้ตอนแรกองค์หญิงจะระมัดระวังข้ามากก็ตามที
แต่ว่าเมื่อข้าฝึกแบบองค์หญิงเธอก็ดีใจมาก
แล้วหลังจากนั้นองค์หญิงก็บอกเล่าให้ฟังว่าเราไม่ควรเชื่อใจใครมากเกินไปไม่งั้นเราจะเสียใจ
อะไรแบบนั้น..แล้วก็เล่าเื่อะไรมากมายจนในที่สุดข้าก็ได้เข้าใจว่า
โลกนี้มันโหดร้ายอย่างแท้จริง!เมื่อมาพิจารณาว่าหากท่านพ่อท่านแม่รู้เื่ที่ข้ามีพลังเวทข้าเองก็คงถูกตั้งแง่เป็แน่
เหมือนกับที่องค์หญิงเคยบอกว่าท่านแม่อาจจะส่งเมดมาลอบสังหารมันคือการทำให้ตายใจบางทีมันอาจจะเป็แผนก็ได้
องค์หญิงเคยบอกว่า
“กันไว้ดีกว่าแก้”
เป็คำพูดที่เปิดโลกทัศน์ให้แก่ข้าเลยก็ว่าได้ข้าจึงเติบโตเป็ผู้ใหญ่ด้วยการสอนขององค์หญิง
ข้าไม่อ่อนต่อโลกอีกแล้ว!
แต่องค์หญิงนี่สุดยอดจริงๆนะ อายุเท่าฉันแต่ก็ยังเข้าใจโลกโดยไม่มีคนสอนได้ ขนาดข้ายังต้องให้องค์หญิงสอน
อันที่จริงตอนแรกข้าไม่ค่อยชอบทัศนคติแบบนี้ขององค์หญิงเท่าไหร่ไอ้ทัศนคติที่มองโลกในแง่ร้ายสุดแสนจะบรรยายนี่น่ะ
จนกระทั่งวันหนึ่ง..
วันที่ข้าถูกลักพาตัวโดยใครไม่รู้ตอนฝึกดาบอยู่คนเดียว โชคดีที่องค์หญิงมาช่วยไว้ทันทำให้ข้าได้เรียนรู้ว่าเป็ข้ามากกว่าที่อ่อนต่อโลก
ที่ข้าคิดว่าองค์หญิงมีทัศนคติต่อโลกแย่เพราะข้าเด็กเกินไป! นั่นคือสิ่งที่องค์หญิงบอกหากข้าโตแล้วข้าก็จะเข้าใจเองว่าการรอบคอบคือเื่ธรรมดา
และข้าก็เข้าใจแล้ว!
จนตอนนี้อายุ 14ข้าเติบโตแล้วนะ
◆◇◆
ฉัน เลทิเซีย..วันนี้ฉันนั่งอยู่บนรถม้าที่ตัวรถทำออกมาจากไม้หรูหราราคาแพงประดับประดาไปด้วยไม้ชั้นยอด
ท่านแม่บอกว่าไม้นี้ต้านทานการโจมตีเวทมนตร์ทุกธาตุและซึมซับแรงกระแทกทุกอย่าง นี่มันโหดกว่ารถหรูอีกนะ
จะว่าไป..ฉันมีเพื่อคนหนึ่งที่เป็คนระมัดระวังเหมือนฉัน อันที่จริงตอนแรกฉันก็ระวังเธอมากแต่เมื่อพบว่าเธอเองก็เป็คนรอบคอบฉันเลยคุยกับเธอ
แต่ดูเหมือนว่าเธอจะมีประสบการณ์รอบคอบน้อยมากว่าง่ายๆ คือ ขี้ระแวงเลเวลหนึ่งนั่นแหละ!
คนขี้ระแวงน่ะไม่มีทางเป็คนไม่ดีหรอกนะ
ด้วยเหตุนี้ฉันเลยสอนเธอเกี่ยวกับทักษะการระแวงแต่เธอไม่ค่อยเชื่อฉันเนี่ยสิ แล้วจู่ๆ วันหนึ่งเธอก็เปลี่ยนไป
วันนั้นถ้าฉันจำไม่ผิดคือฉันเผลอใช้เวทมนตร์ปีศาจผิดจนะเิ มันทำให้พื้นที่ใกล้ๆ ฉันบิดเบี้ยวแล้วมิติก็บิดไปมา
แล้วมันก็โชคร้ายที่โคลเอ้เพื่อนฉันฝึกดาบอยู่ลานหญ้าใกล้ๆคฤหาสน์ถูกส่งไปยังห้องเก็บของในบ้านร้าง
ฉันไม่ได้ตั้งใจนี่น่าฉันไม่ผิดนะ.. แล้วดูเหมือนเธอจะสลบเพราะการข้ามมิติฉับพลันด้วย ทำเอาฉันปวดหัวไม่น้อยเพราะกว่าจะหาเธอเจอก็ใช้เวลาหลายชั่วโมง
แล้วพอไปเจอเธอก็ดันไปหลับอยู่ใต้ที่เก็บไม้ด้วยด้วยความที่ถ้ายกท่อนซุงไม้นับสิบคงถล่มลงมาเธอคงตื่นแล้วร้องไห้
ฉันไม่มีทางเลือกจึงเอาเชือกไปมัดตัวเธอแล้วค่อยๆดึงออกมา ก่อนจะใช้เวทมนตร์ฟื้นฟูให้ แล้วก็ลืมไปว่าพอใช้เวทฟื้นฟูมันเลยทำให้เธอตื่นซะงั้น
เธอเลยตื่นมาในสภาพที่ประมาณฉันกำลังแก้เชือกที่มัดอยู่ฉันคิดว่าเธอจะร้องไห้แต่เธอไม่ยักร้องแถมเธอดันกลายเป็คนเชื่อฟังฉันซะยังงั้น
อืม..แต่แบบนี้คงดีแหละนะ ที่เธอเข้าใจความโหดร้ายของโลกนี้แล้ว!