ราชันเวทเทพองเมียว

    39 สัญญาสิบหกปี

            ค่ายทหารนอกประตูราโชมอน

            มินะโมะโตะ โนะ ซาซาเอะรออยู่ในกระโจมด้วยใจกระวนกระวาย ผุดลุกผุดนั่ง กว่าจะมาถึงที่นี่เธอเฝ้าทบทวนหาเหตุผลหลายหลากเพื่อให้บิดาเห็นด้วยกับเธอ

            ‘นี่คือหน้าที่ต่อตระกูล’ 

            ‘ลูกหลานควรแบ่งเบาภาระบนบ่าของผู้อาวุโส’ 

            ‘คนเราควรเสียสละตนเองเพื่อส่วนรวม’

            มาบัดนี้เธอตัดสินใจละทิ้งข้ออ้างสวยหรู เลือกพูดความจริง เลือกพูดสิ่งที่เธอคิดสิ่งที่เธอเชื่อสิ่งที่เธอรู้สึก

            สิ่งที่จะทำต่อจากนี้ไปสามารถมองว่าเป็นการเสียสละก็ได้ แต่เนื้อแท้แล้วคือการทำเพื่อตัวเอง ด้วยความเห็นแก่ตัว แน่นอนการหนีจากการหมั้นหมายเป็นแค่ผลพลอยได้

            คืนนั้นหลังจากพบกับท่านเซียนที่ย่านคนยากไร้ ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิม

            เธออยากเป็นมิโกะผู้รับใช้เทพเจ้า!

            ไม่ใช่สาวพรหมจรรย์ที่ละทิ้งบ้านเรือนไปอยู่ตามศาลเจ้าพวกนั้น เธอไม่รู้ว่าตนจะได้เป็นมิโกะแบบไหน อนาคตอาจกลายเป็นแบบนั้นก็เป็นได้ แต่ก่อนอื่นคนที่จะทำให้โองการของเทพอามาเทราสึ โอวมิคามิ (天照大御神) เป็นจริงได้ สิ่งที่บรรพชนยังทำไม่แล้วเสร็จ…

            เธอจะเป็นผู้สานต่อเอง เพราะคนที่ระบุอยู่ในโองการนั้นคือเธอ!

     

            ที่ประชุมสภาขุนนาง (太政官 ไดโจวคัน)

            “พวกเจ้าตกลงกันก่อนแล้วค่อยให้เราลงนามยอมรับ บัดซบ! เจ้า เจ้า เจ้ายังเห็นเราเป็นจักรพรรดิอยู่หรือ” เรเซย์เทนโนทรงนั่งอยู่หลังพระวิสูตร (ม่าน) และทรงพิโรธอย่างยิ่ง ชี้นิ้วไปทางขุนนางใหญ่สามคน

            เสนาบดีฝ่ายซ้าย ไทระ โนะ อิเอะคะสึ

            เสนาบดีฝ่ายขวา มินะโมะโตะ โนะ โยชิโมะโตะ

            อัครมหาเสนาบดี ทาจิบานะ โนะ โทชิอุเอะ

            การประชุมคราวนี้มีเพียงผู้นำของสี่ตระกูลใหญ่เข้าร่วม โดยมีหัวหน้าสำนักโหรหลวงและเจ้าอาวาสวัดไดโกจินั่งเป็นพยานอยู่ด้านข้าง

     

            เรื่องหารือมีเพียงเรื่องเดียว ‘ให้สมเด็จพระจักรพรรดิยินยอมทำตามสัญญาสงบศึก’

     

            “ฝ่าบาท นี่อาจจะผิดโบราณราชประเพณีก็จริง แต่เมื่อเกี่ยวข้องกับการอยู่รอดของบ้านเมือง กฎระเบียบใดก็สามารถยกเลิกได้ทั้งนั้นพ่ะย่ะค่ะ” 

    ทาจิบานะ โนะ โทชิอุเอะ ในฐานะราชบัณฑิตย่อมเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบ

            “ฝ่าบาท ในฐานะแม่ทัพของพระองค์ กองทัพของเราไม่สามารถต่อกรกับราชันปีศาจทั้งสามได้ แค่ปีศาจของเรือนมารแห่งเดียว พวกเราก็แทบเอาตัวไม่รอดแล้ว หากไม่ได้ท่านคะโมะ โนะ ทาดายูกิและท่านผู้นั้นช่วยเหลือล่ะก็ ป่านนี้เราท่านคงไม่ได้มานั่งสนทนากันอย่างนี้หรอกขอรับ” 

            มินะโมะโตะ โนะ โยชิโมะโตะ ในฐานะผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ ควบตำแหน่งผู้บัญชาการทหารภาคทักษิณ (ใต้) ย่อมทราบดีว่าทหารของตนมีความสามารถเพียงใด

            “ฝ่าบาท กระหม่อมทราบดีถึงความลำบากพระทัยของพระองค์ แต่ราชินีหิมะน่ากลัวจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ ทหารของหม่อมฉันได้แต่่รักษาเมืองไว้เท่านั้น ไม่กล้ายั่วยุนางเลย

            ไทระ โนะ อิเอะคะสึ ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษานครหลวง เลี่ยงไม่เอ่ยถึงความผิดพลาดของตนในการรักษาความสงบเรียบร้อย กลับกล่าวถึงความลำบากของทหารในแดนเหนือที่ตนรับผิดชอบแทน 

            เขาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารภาคพายัพ (เหนือ) อีกตำแหน่งหนึ่ง

            “ฝ่าบาท นางกำนัลเกินครึ่งถูกสังหาร กระหม่อมทราบดีว่าพระองค์ทรงพระเมตตา ดังนั้นได้จัดเตรียมเงินปลอบขวัญไว้แล้ว โอ้! ใครจะคิดยังมีทรัพย์สินเสียหายอีกมหาศาล กระทั่งบัดนี้ยังตรวจสอบไม่เรียบร้อย หากนับรวมกับบ้านเรือนราษฎร์ด้วยแล้ว เกรงว่าภาษีที่เก็บได้ปีนี้คงไม่พอ ต่อให้รวมของปีหน้าด้วยก็คงลำบาก คงได้แต่ขอความร่วมมือจากเชื้อพระวงศ์และตระกูลขุนนางชั้นสูง”

            ฟูจิวาระ โนะ ยาสึฮิโตะ ในฐานะเสนาบดีฝ่ายในย่อมไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องสังหารศัตรู ทว่าการที่คนดูแลการเบิกจ่ายเอ่ยออกมาเช่นนี้เท่ากับบอกเป็นนัยว่า หากต้องการให้พระราชวังงดงามดังเดิมไม่อาจขาดเงินสนับสนุนจากตระกูลใหญ่ทั้งสี่ได้

            “เจ้าก็ด้วยอีกคนเหรอ”

            เรเซย์เทนโนเอ่ยด้วยความคับข้องในพระทัย ตระกูลฟูจิวาระเป็นตระกูลเดียวที่สนิทกับราชวงศ์ที่สุด หากตระกูลนี้ยังอยู่ตรงข้ามกับพระองค์ก็เท่ากับว่าไม่เหลือทางใด ได้แต่ยอมรับเท่านั้น

     

            สามวันต่อมามีพระราชโองการที่สั่นสะเทือนไปทั้งแผ่นดิน ใจความสำคัญมีอยู่สามข้อ

            หนึ่ง สมเด็จพระจักรพรรดิทรงประกาศสละราชสมบัติ*

            สอง สมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่คือ โมริฮิระชินโน พระอนุชา 

            สาม พิธีราชาภิเษกจะจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนให้หลัง

            ทว่ายังมีประกาศเป็นการภายในอยู่อีกฉบับหนึ่ง

            สมเด็จพระจักรพรรดิทรงประกาศการหมั้นหมายระหว่างพระราชธิดาองค์เล็ก องค์หญิงทากาโกะ กับอาเบะ โนะ เซเมย์ เจ้าหน้าที่ดูแลเวลา (นาฬิกาน้ำ) กำหนดพระราชทานสมรสในอีกสิบหกปีให้หลัง

            เนื้อความทั้งสี่ข้อนี้ หากมองผ่าน ๆ จะไม่เห็นข้อพิรุธอะไร แต่หากมองถึงลำดับเวลาให้ดีจะพบหมากกลที่ซ่อนอยู่

            ลำดับของเหตุการณ์!

     

            อุทยานหลวง

            “ท่านสบาย”

            “ท่านสบาย”

            คำทักทายอย่างเป็นกันเองระหว่างสหายสองคนดังขึ้น

            “พวกเราไม่เจอกันมากี่ปีแล้วนะ”

            “อืม สักสิบปีแล้ว”

            “สิบปีผ่านไปไวเหลือเกิน”

            “ใช่”

            “ต่อไปนี้คงได้เจอกันบ่อยขึ้น”

            “ใช่ คงได้เจอกันบ่อยขึ้น”

            ทั้งสองหันมาสบตา ยิ้มให้กัน

            “ท่านคิดเห็นอย่างไรกับประกาศหมั้นหมาย”

            “คงต้องบอกว่า ตามคาด”

            “ท่านทราบใช่ไหมว่ามีสายสนกลในซ่อนอยู่”

            “ทราบ”

            “ท่านไม่กังวล?”

            “ทำไมต้องกังวล?”

            “อีกฝ่ายหนึ่งคงไม่รักษาสัญญา”

            “ไม่มีใครรักษาสัญญาอยู่แล้ว ข้าเพียงต้องการเวลา”

            สหายสองคนนี้คนหนึ่งอายุห้าสิบห้า อีกคนอายุสี่สิบแปด ด้วยเหตุจำเป็นบางอย่างทั้งสองไม่ได้พูดคุยต่อหน้ามาเป็นเวลาสิบปีแล้ว

            “ข่าวภายนอกคงบอกว่าข้าพ่ายแพ้ถูกคุมขังในคุกหลวง เหลวไหลทั้งเพ ใต้หล้านี้ไม่มีที่ใดกักขังข้าได้ ไม่มี” ชายคนอายุสี่สิบแปดหยุดครู่หนึ่งให้สหายได้มีเวลาคิดตาม ก่อนเอ่ยต่อ

            “พระธรรมแผ่ไพศาล ถึงจะสว่างไสวเพียงใดก็มีวันดับ”

            หัวคิ้วของสหายขมวดมุ่น คล้ายไม่อยากสนทนาเรื่องนี้ ทว่าสหายอีกคนยังคงกล่าวต่อไป

            “หึ ๆ อย่างที่ทราบกัน ฝ่ายพุทธถนัดมนต์มายาและข่ายเวทผนึกที่สุด สูงสุดสิบหกปี ร่างอวตารมีชีวิตอยู่ได้แค่นั้น”

            “แล้วอาจารย์ของท่านเล่า”

            “คงอยู่ได้ไม่เกินสิ้นปี” แววตาเศร้าหมองปรากฏขึ้นวูบหนึ่ง ไม่ใช่ความเสียใจในฐานะศิษย์อาจารย์ แต่เป็นความเสียดายที่คู่มือหายไปอีกคน การอยู่บนยอดเขาสูงย่อมอ้างว้างเสมอ**

            “มีข่าวว่าท่านผู้เฒ่ารับศิษย์อีกคน คืนวันนั้นมีคนเห็นทั้งสองอยู่ที่เขตคนยากไร้”

            “เขาชอบสร้างกุศลที่สุด”

            “จะให้ข้าทำเช่นไร”

            “สังหารมัน บอกคนในตระกูลของเจ้าให้นำศีรษะห่อผ้าขาวใส่กล่องไม้สน นำมาให้ข้ากับมือ”

            สหายพยักหน้าด้วยความเข้าใจ ข้อผิดพลาดร้ายแรงของอาชิยะ โดมันก็คือ ไม่ได้ทำลายส่วนศีรษะ

            “ตลอดสี่สิบปีมานี้เขาไม่เคยรับศิษย์ คนผู้นี้ต้องมีความพิเศษ ไม่อาจให้เติบโตไปกว่านี้”

     

            คำสั่งสังหารแผ่วเบาราวกับปุยนุ่นลอยละล่องไปกับสายลมฤดูวสันต์ กระทั่งแผ่กระจายไปทั่วแดนดิน

     

            ย้อนกลับไปคืนนั้น

            “ข้าไม่มีเวลาดูแลเจ้าแล้ว ดูนั่น!”

            กรรรรร!

            ดวงตาแดงก่ำอยู่ตรงชายป่า พวกเขาโชคดีตกลงริมน้ำ

            สุนัขป่าสีเทาเดินออกพ้นเงาของต้นไม้ หันมาแยกเขี้ยวคำราม น้ำลายหยดติ๋ง ๆ จากปาก

            แต่ก่อนที่พวกมันจะทันกระชับวงล้อม เด็กหญิงซึ่งยืนอยู่ด้านหน้าพลันบุกเข้าหา ร่างเตี้ยเล็กที่เห็นอยู่พลันยืดยาวขยายใหญ่ ขนยาวสีดำเงาปกคลุมทั่วร่าง

            แมวดำตัวใหญ่ขนาดเสือโคร่งโถมเข้าโรมรัน!

            ฝูงสุนัขไม่ทันจัดขบวนก็ถูกตีแตกกระเจิง ไม่มีโอกาสต่อสู้แม้แต่น้อย ปัญหาไม่ใช่ความดุร้าย สุนัขป่าเป็นฝูงย่อมดุร้ายอยู่แล้ว 

            ปัญหาคือลำดับชั้น ในสายตาของฝูงสุนัขป่า โนะฮิเมะไม่ใช่แมว แมวไม่มีทางตัวใหญ่ขนาดนี้ นี่คือเสือชัด ๆ

            เสือ ราชาแห่งป่า

            ยามสุนัขป่าเตลิดหนี ต้าหมินเกิดเนื้อตัวสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้ แข้งขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่

            เขาเพิ่งค้นพบว่า

     

            ตนกลัวแมว!!!

     

            *ในประวัติศาสตร์ เรเซย์เทนโนครองราชย์เพียงสามปี แล้วสละราชสมบัติให้พระอนุชาขึ้นเป็นจักรพรรดิแทน

            **การอยู่บนยอดเขาสูงย่อมอ้างว้างเสมอ เปรียบตนเองเป็นยอดฝีมือยืนอยู่บนยอดภูสูง ทัศนาทั่วหล้าอย่างหมิ่นแคลน หามีใครเสมอเหมือนตนไม่

    คล้ายกับเรื่องราชันเวทเทพองเมียว ที่คุณอ่าน