จารึกที่ 342 : มหาเซียนจุติ : ถอดรหัสโซ่ตรวนทลายขอบเขตปฐพี
แสงจันทร์ที่เคยสาดส่องอย่างเยือกเย็นในค่ำคืนของ เดือนสี่ไหวเยว่ร่มเงาไม้ผลิใบ 槐月 (ฮว๋ายเยว่ - ต้นตั๊กแตนผลิใบ) พลันถูกกลืนกินจนสิ้นประดุจเทียนที่ถูกเป่าดับ ท้องฟ้าเหนืออาณาเขตสำนักหมื่นอักขระ 万符宗 (วั่นฝูจง) บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีทองคำอมแดงเดือดพล่าน ท้องคลื่นแห่งหมู่เมฆปริร้าวและถูกฉีกกระชากออกด้วยแรงกดดันที่ไร้รูป รัศมีแห่งความตายและความหยิ่งยโสอันไร้ขอบเขตพุ่งทะยานลงมาจากรอยต่อของมิติเบื้องบน
เซินตู่เหยียน แม่ทัพแห่งวิหารเทพอนันตกาล 无尽神殿 (อู๋จิ้นเสินเตี้ยน) ผู้ดำรงอยู่ในขอบเขตเซียนปฐมพี (Earth Immortal) ได้ละทิ้งมหานาวาสวรรค์ที่พังทลาย ร่างกายของเขากลายสภาพเป็นดาวตกสีทองคำที่ลุกไหม้ด้วยเจตจำนงแห่งการทำลายล้าง ทุกก้าวย่างที่เขาเหยียบย่ำลงมากลางอากาศธาตุ ล้วนทำให้พื้นที่รอบด้านเกิดเสียงระเบิดกึกก้อง กฎเกณฑ์ของโลกเบื้องล่างสั่นสะท้านราวกับกำลังกรีดร้องเมื่อต้องรองรับตัวตนที่ทรงพลังเกินกว่าขีดจำกัดของโลกใบนี้
ความมืดมิดก่อนรุ่งอรุณสาดส่องถูกแทนที่ด้วยแสงสว่างบาดตา ทว่ามันมิใช่แสงสว่างแห่งความหวัง แต่เป็นแสงสว่างแห่งทัณฑ์ประหาร
แรงกดดันจากจิตสัมผัสระดับเซียนปฐมพีกดทับลงมายังทะเลสาบหมึกวารีเบื้องล่าง ผิวน้ำที่เคยบีบอัดจนแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าบัดนี้แตกร้าวและยุบตัวลงไปเป็นหลุมลึกขนาดมหึมา ศิษย์สำนักหมื่นอักขระนับหมื่นคนที่นั่งบำเพ็ญอยู่ตามริมฝั่งต่างกระอักโลหิตออกมาพร้อมกัน ร่างกายทรุดฮวบลงแนบกับพื้นดิน ไม่อาจแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ราวกับมีขุนเขาเหล็กกล้านับร้อยลูกหล่นทับกระดูกสันหลังของพวกเขา
"นี่หรือคืออำนาจของเซียนปฐมพี... เพียงแค่จิตสัมผัสคุกคามก็แทบจะบดขยี้วิญญาณแรกเริ่มของพวกเราแล้ว" เฟิงอี้หรานกัดฟันกรอด สองขาของเขาสั่นสะท้าน เปลวเพลิงอัคคีบรรพกาลที่ลุกโชนอยู่รอบกายถูกแรงกดดันบีบจนเหลือเพียงลูกไฟขนาดเท่ากำปั้น
ฉินมู่หลางปักกระบี่หยกเย็นลงกับพื้นศิลาเพื่อพยุงร่าง รังสีอำมหิตในดวงตาของเขายังคงแหลมคม ทว่าหยาดเหงื่อเย็นเฉียบกลับไหลซึมเต็มหน้าผาก "มิติถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์ ข้าสัมผัสได้ถึงเจตจำนงกระบี่ที่ถูกแช่แข็ง... ชิงเสวี่ย ปิงอวิ๋น พวกเจ้าถอยร่นเข้าไปในค่ายกลพิทักษ์ตำหนักซะ!"
หลินชิงเสวี่ยและเย่ปิงอวิ๋นมีใบหน้าซีดเผือด ทว่าทั้งสองสตรีหาได้ก้าวถอยหลังไม่ พลังมิติและปราณพฤกษาของพวกนางยังคงเชื่อมต่อเป็นโครงข่ายบางๆ เพื่อพยุงศิษย์ร่วมสำนักที่อ่อนแอกว่า
ท่ามกลางพายุแรงกดดันที่บ้าคลั่ง อาเจียยังคงหยัดยืนอยู่บนโขดหินริมทะเลสาบ อาภรณ์สีครามเข้มของเขาสะบัดกระพืออย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังพึ่บพั่บ ชายหนุ่มมิได้ปลดปล่อยปราณคุ้มกันออกมารับแรงกระแทกโดยตรง ทว่าเขาใช้ อักขระสูญตา 空性符 (คง-ซิ่ง-ฝู) สร้างเป็นวงแหวนเกราะบางๆ ลื่นไหลอยู่รอบผิวหนัง เพื่อเบี่ยงเบนแรงกดดันเหล่านั้นให้ไหลลงสู่ผืนดิน
ทว่าช่องว่างของพลังนั้นกว้างใหญ่เกินไป แม้จะเบี่ยงเบนแรงกดดันได้ ทว่าน้ำหนักของเจตจำนงที่พุ่งตรงมายังเขาโดยเฉพาะ ก็ส่งผลให้ สมอแห่งเต๋า 道锚 (เต้าเหมา) ภายในห้วงวิญญาณเกิดเสียงดังลั่นเปรี๊ยะ โลหิตสีข้นไหลซึมออกจากมุมปากของอาเจียอย่างเงียบเชียบ
"เจ้านาย! โครงสร้างของอักขระสูญตากำลังแบกรับความถี่ที่ผันผวนเกินไป!" องค์หญิงน้อย จิตวิญญาณแห่งพู่กันนิรันดร์ 永恒笔 (หย่งเหิงปี่) ลอยอยู่เหนือไหล่ของเขา ใบหน้าเล็กๆ นั้นเต็มไปด้วยความร้อนรน นางประสานมุทราเร่งเร้าพลังจากชั้นหนังสือวิญญาณในตัวพู่กันอย่างสุดกำลัง "ร่างเนื้อของเซียนปฐมพีผู้นี้อัดแน่นไปด้วยกฎเกณฑ์แห่งการ 'ทำลายล้างจากเบื้องบน' หากเขากระแทกตัวลงมาถึงพื้น เตาหลอมกฎเกณฑ์ใต้ทะเลสาบจะต้องแตกสลายเป็นแน่!"
มู่เฉินที่ยืนอยู่ไม่ไกลก้าวเท้าออกมาเบื้องหน้าหนึ่งก้าว ร่างเนื้ออักขระบรรพกาล 远古符肉身 (หย่วนกู่ฝูร่วเซิน) ของปรมาจารย์เฒ่าเปล่งประกายแสงสีเทาเงินอันเก่าแก่และหนาหนัก กลิ่นอายเซียนแท้ดั้งเดิมพุ่งทะยานขึ้นไปต้านทานแรงกดดันของเซินตู่เหยียนไว้ได้กว่าครึ่ง "อาเจีย... ถอยมาอยู่เบื้องหลังเปิ่นจั้ว การปะทะกับตัวตนระดับนี้โดยตรง ร่างกายและวิญญาณของเจ้าจะถูกลบเลือนจนไม่เหลือร่องรอย!"
"ท่านอาจารย์โปรดรั้งรออยู่เบื้องหลังเถิดขอรับ" อาเจียตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อยทว่าหนักแน่นดุจศิลาผา ชายหนุ่มยกหลังมือขึ้นเช็ดคราบโลหิตที่มุมปาก แววตาของเขาปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงความเยือกเย็นและเจ้าเล่ห์อันลึกล้ำที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าที่แสร้งทำเป็นโศกเศร้า "ร่างเนื้อของท่านเพิ่งหล่อหลอมสำเร็จ หากนำไปปะทะโดยตรงกับหอกสวรรค์ ย่อมเกิดความเสียหายต่อรากฐานบรรพกาลของสำนัก... วิกฤตครานี้ ให้ศิษย์เป็นผู้คลี่คลายเองเถิดขอรับ"
อาเจียสูดลมหายใจลึก เขาเงยหน้าขึ้นมองดาวตกสีทองคำที่ห่างออกไปไม่ถึงหมื่นจั้ง ชายหนุ่มระบายลมหายใจออกมายาวเหยียด ตีหน้าเศร้าเล่าความชอบธรรมอีกครา น้ำเสียงของเขาถูกขยายด้วยวิถีแห่งเต๋า ดังกังวานก้องไปทั่วทั้งห้วงฟ้าและผืนดิน
"สวรรค์เบื้องบนช่างเปี่ยมด้วยความเมตตาเสียนี่กระไร..." อาเจียเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แสร้งทำเป็นรันทดใจอย่างถึงที่สุด "แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งวิหารเทพอนันตกาล ผู้ครอบครองตบะขอบเขตเซียนปฐมพีอันสูงส่ง ทว่ากลับลงมือทุ่มสุดตัวเพื่อรังแกผู้เยาว์และศิษย์สำนักเล็กๆ ในโลกเบื้องล่าง... เพียงเพราะสายโซ่ตรวนของท่านถูกผืนแผ่นดินอันบริสุทธิ์ปฏิเสธ ท่านถึงกับบันดาลโทสะ ละทิ้งความสง่างามของมหาเซียน ลงมากระทืบมดปลวกด้วยตนเอง... หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปสู่สายตาของสรรพชีวิตในสามภพ พวกเขาจะยกย่องสรรเสริญความเก่งกาจของท่าน หรือจะสมเพชในความคับแคบและตระหนี่ถี่เหนียวในอำนาจของวิหารเทพอนันตกาลกันแน่?"
วาจาที่เฉียบคมและแทงใจดำของอาเจียประดุจเข็มพิษที่พุ่งเข้าปักกลางอกของเซินตู่เหยียน ดาวตกสีทองคำชะงักงันกลางอากาศไปเสี้ยววินาที ความหยิ่งยโสในฐานะมหาเซียนถูกถ้อยคำของมนุษย์ขอบเขตวิญญาณแรกเริ่มฉีกทึ้งจนไม่เหลือชิ้นดี
"ไอ้เด็กปากสุนัข! กล้าใช้ลิ้นสามนิ้วของเจ้ามาบิดเบือนสัจธรรมและหมิ่นเกียรติเปิ่นจั้วงั้นหรือ!" เซินตู่เหยียนแผดเสียงคำรามลั่น โทสะที่ปะทุขึ้นทำให้กฎเกณฑ์รอบกายของเขาปั่นป่วน "วันนี้บิดาจะฉีกปากเจ้าออกมา แล้วนำวิญญาณของเจ้าไปลนไฟบรรลัยกัลป์นับหมื่นปี ให้เจ้าได้ลิ้มรสว่าการท้าทายสวรรค์มีจุดจบเช่นไร! หอกสวรรค์ทลายบรรพต!"
เซินตู่เหยียนง้างหอกศักดิ์สิทธิ์ในมือสุดแขน พลังปราณสีทองคำผสานกับสายฟ้าสวรรค์ควบแน่นอยู่ที่ปลายหอกจนพื้นที่รอบๆ เกิดหลุมดำขนาดเล็ก เขาทะยานร่างลงมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าแสง ทิ่มแทงหอกนั้นลงมายังจุดที่อาเจียยืนอยู่โดยตรง!
การโจมตีนี้ไม่มีกลไกซับซ้อน ไม่มีค่ายกลบังคับ มีเพียง 'พลังทำลายล้างบริสุทธิ์' ของเซียนปฐมพีที่ตั้งใจจะบดขยี้ทุกสิ่งในรัศมีร้อยลี้ให้กลายเป็นเถ้าธุลี!
"พี่มู่หลาง! อี้หราน! ชิงเสวี่ย! ปิงอวิ๋น! ถอยออกไปให้พ้นรัศมีเตาหลอมเดี๋ยวนี้!" อาเจียตวาดเสียงกร้าว สลัดคราบของเด็กหนุ่มผู้รันทดทิ้งไปในพริบตา แววตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นอันดุดันประดุจจอมราชันย์ผู้กุมชะตาฟ้าดิน
สหายทั้งสี่กัดฟันทะยานร่างถอยฉากออกไปตามคำสั่ง พวกเขารู้ดีว่าระดับการต่อสู้นี้ หากฝืนยื่นมือเข้าไปสอดแทรก ไม่เพียงแต่จะช่วยไม่ได้ แต่จะกลายเป็นภาระให้อาเจียต้องเสียสมาธิ
ทันทีที่สหายพ้นรัศมี อาเจียประสานมือยก พู่กันนิรันดร์ ขึ้นเหนือศีรษะ สมอแห่งเต๋าในวิญญาณหมุนวนด้วยความเร็วสูงสุดจนเกิดรอยปริร้าว โลหิตไหลทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด ทว่าเขาหาได้สนใจไม่
"การต่อสู้กับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าด้วยพลังตรงๆ คือความโง่เขลา... ในเมื่อเป้าหมายของท่านคือการทำลายล้าง เช่นนั้นข้าก็ขอเปิดประตูต้อนรับ!"
อาเจียวาดพู่กันลงบนอากาศธาตุอย่างรวดเร็ว เส้นสายสีเทาเงินยวงของ อักขระสูญตา 空性符 (คง-ซิ่ง-ฝู) ปรากฏขึ้นนับหมื่นตัว พวกมันไม่ได้ก่อตัวเป็นโล่ป้องกัน แต่กลับถักทอรวมกันกลายเป็น 'รอยแยกของมิติ' รูปกรวยขนาดมหึมา ปากกรวยหันขึ้นสู่ท้องฟ้า ส่วนปลายกรวยเชื่อมต่อพุ่งตรงลงสู่ แก่นภพปฐมกาล 原始界核 (หยวนสื่อเจี้ยเหอ) ที่อยู่ใต้ก้นทะเลสาบหมึกวารี
*เปรี้ยงงงงงงงงงง!*
ปลายหอกศักดิ์สิทธิ์ของเซินตู่เหยียนปะทะเข้ากับปากกรวยแห่งความว่างเปล่า!
เสียงระเบิดดังกึกก้องจนผู้คนในรัศมีพันลี้หูดับไปชั่วขณะ คลื่นกระแทกสีทองคำกวาดออกไปรอบด้าน ทำลายป่าไม้และหินผาจนราบเป็นหน้ากลอง ทว่าสิ่งที่น่าตกตะลึงที่สุดคือ หอกของเซินตู่เหยียนมิได้เจาะทะลุร่างกายของอาเจีย!
อักขระสูญตาได้กลืนกินแรงกระแทกทางกายภาพและพลังปราณส่วนใหญ่ลงไป นำพาความบ้าคลั่งของเซียนปฐมพีไหลเวียนลงสู่ เตาหลอมกฎเกณฑ์ ใต้ดินอย่างรวดเร็ว อาเจียใช้ร่างกายและวิญญาณของตนเองเป็น 'สะพานเชื่อม' ระหว่างความพิโรธของสวรรค์กับความลึกล้ำของแก่นภพปฐมกาล!
"อั้ก!" อาเจียกระอักโลหิตออกมาคำโต ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ผิวหนังปริแตกออกเป็นริ้วๆ ปรากฏแสงสีทองคำแลบแปลบปลาบอยู่ใต้ผิวหนัง การใช้ตนเองเป็นทางผ่านของพลังระดับเซียนปฐมพีนั้นแลกมาด้วยต้นทุนมหาศาล บาดแผลที่ทารกวิญญาณซึ่งเพิ่งได้รับการซ่อมแซมเริ่มเกิดรอยร้าวขึ้นอีกครา
"เจ้าเด็กเหลือขอ! คิดจะใช้เตาหลอมบัดซบนั่นกลืนกินพลังของเปิ่นจั้วอีกงั้นหรือ! ฝันไปเถอะ!" เซินตู่เหยียนลอยตัวอยู่เหนือหัวของอาเจียเพียงไม่กี่สิบจั้ง เขาแสยะยิ้มอำมหิต มือที่จับด้ามหอกบิดหมุนอย่างรุนแรง "พลังของข้าคือพลังปฐพีอันหนักอึ้งแห่งสวรรค์ หากเตาหลอมของเจ้ารับไหว ก็จงรับเอา 'วิถีแห่งการขยี้ดารา' ของข้าไปให้หมด!"
เซินตู่เหยียนเร่งเร้าพลังปราณในแก่นวิญญาณเซียนของตนจนถึงขีดสุด พลังทำลายล้างที่อัดแน่นไปด้วยกฎเกณฑ์แห่งการบดขยี้ถูกสูบฉีดผ่านหอกศักดิ์สิทธิ์ลงมาอย่างต่อเนื่อง หมายจะทำลายค่ายกลเตาหลอมจากภายในให้ล้นทะลักและระเบิดออก
"เจ้านาย! เตาหลอมกฎเกณฑ์ใต้ดินกำลังโอเวอร์โหลด! แก่นภพปฐมกาลย่อยสลายพลังงานไม่ทันแล้ว โครงสร้างอักขระสูญตากำลังจะพังทลาย!" องค์หญิงน้อยกรีดร้องเตือนเสียงหลง ชั้นหนังสือวิญญาณในตัวพู่กันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
อาเจียกัดฟันกรอด ดวงตาของเขาแดงก่ำ ทว่าสติปัญญายังคงเฉียบแหลมดุจใบมีด "ความกดดันนี้... คือสิ่งที่ข้ารอคอย"
ชายหนุ่มไม่ได้ตื่นตระหนกกับความล้มเหลวที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาใช้ห้วงเวลาที่เฉียดใกล้ความตายนี้ 'วิเคราะห์และค้นพบข้อบกพร่อง' อย่างรวดเร็ว
*วิถีของเซียนปฐมพีผู้นี้คือการบดขยี้จากบนลงล่าง อาศัยตำแหน่งที่สูงส่งกว่าเพื่อข่มเหงผู้ที่อยู่ต่ำกว่า หากข้าพยายามจะย่อยสลายพลังนี้ ข้าย่อมตกเป็นรองทางกฎเกณฑ์ ทว่า... หากข้าเปลี่ยนจากการ 'รับน้ำหนัก' เป็นการ 'แบ่งปันน้ำหนัก' เล่า?*
"องค์หญิงน้อย! ถ่ายโอนสมการทั้งหมดของ 'โซ่ตรวนเทพสยบหล้า' ที่พวกเราเพิ่งย้อนศรไปเมื่อครู่ กลับเข้ามาในห้วงวิญญาณของข้าเดี๋ยวนี้!" อาเจียสั่งการเด็ดขาด
"เจ้าจะทำบ้าอะไร! วิญญาณของเจ้าจะแหลกสลายนะ!"
"ทำตามที่ข้าบอก!"
องค์หญิงน้อยไม่มีทางเลือก นางประสานมุทราส่งข้อมูลสมการอักขระของโซ่ตรวนแห่งความหนักอึ้งพุ่งตรงเข้าสู่แก่นวิญญาณของอาเจีย
ชายหนุ่มรวบรวมสมาธิถึงขีดสุด มือขวาที่ชุ่มไปด้วยโลหิตกำพู่กันนิรันดร์แน่น เขาไม่ได้วาดอักขระลงบนอากาศหรือผืนดินอีกต่อไป ทว่าเขาตวัดปลายพู่กันทิ่มแทงเข้าที่ กลางอก ของตนเอง!
ฉึก!
"อาเจีย!" มู่เฉินและเหล่าสหายต่างอุทานด้วยความตกตะลึง
อาเจียใช้โลหิตแก่นแท้ของตนเอง ผสมผสานกับเศษเสี้ยวเจตจำนงของเซินตู่เหยียนที่แฝงมากับแรงกระแทก เขาใช้ร่างของตนเองเป็นกระดาษไม้ไผ่ร้อยปี จารึกอักขระเส้นสายใหม่ทับซ้อนลงไปบน สมอแห่งเต๋า ในห้วงวิญญาณโดยตรง!
"ในเมื่อท่านปรารถนาจะบดขยี้โลกเบื้องล่างด้วยความหยิ่งยโส... ข้าก็จะให้ท่านได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับโลกเบื้องล่าง!" อาเจียแผดเสียงก้อง ดวงตาของเขาทอประกายแห่งการรู้แจ้ง "จารึกวัฏจักรกลืนสวรรค์ 吞天轮回符 (ทุนเทียนหลุนหุยฝู) ขั้นที่หนึ่ง... ผนึกเงาปฐพี!"
สิ้นคำประกาศ อักขระสูญตาที่เคยทำหน้าที่เป็นปากกรวยดูดซับพลัง พลันแปรสภาพและหมุนวนย้อนกลับ มันไม่ได้ส่งพลังงานลงสู่ใต้ดินอีกต่อไป แต่มันบิดเบี้ยวมิติและสะท้อน 'น้ำหนักของแก่นภพปฐมกาล' ทั้งหมด พุ่งสวนกลับขึ้นไปตามคันหอกของเซินตู่เหยียน!
"นี่มันวิชาอันใด?!" เซินตู่เหยียนเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เขาตั้งใจจะปล่อยมือจากด้ามหอกเพื่อถอยร่น ทว่าช้าไปเสียแล้ว
อักขระสูญตาได้เชื่อมต่อวิญญาณเซียนของเขา เข้ากับ เตาหลอมกฎเกณฑ์ ใต้สำนักหมื่นอักขระอย่างสมบูรณ์! น้ำหนักของขุนเขานับหมื่นลูก ความหนาหนักของผืนแผ่นดินทั้งทวีป และความลึกล้ำของแก่นภพปฐมกาล ถูกถ่ายโอนขึ้นไปกดทับลงบนรากฐานเต๋าของเซินตู่เหยียนโดยตรง!
"อ้ากกกกกกก!"
มหาเซียนผู้หยิ่งยโสแผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ร่างกายที่หล่อหลอมด้วยกฎเกณฑ์เซียนปฐมพีเริ่มเกิดรอยร้าวลึก โลหิตสีทองคำพุ่งทะลักออกจากปากและจมูก แรงกดดันที่เขาเคยใช้ข่มเหงผู้อื่น บัดนี้ถูกย้อนศรกลับมาด้วยน้ำหนักที่มากกว่าเดิมนับพันเท่า! เขาไม่ได้กำลังต่อสู้กับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง แต่เขากำลังต่อสู้กับน้ำหนักของโลกเบื้องล่างทั้งใบ!
"กลวิธานแห่งวิถีอักขระ... ไม่ใช่การดึงดันเอาชนะด้วยกำลัง" อาเจียค่อยๆ ดึงพู่กันออกจากอก บาดแผลสมานตัวอย่างรวดเร็วด้วยพลังปราณดั้งเดิม ชายหนุ่มเงยหน้ามองมหาเซียนที่กำลังดิ้นรนทุรนทุรายอยู่กลางอากาศ รอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนมุมปาก "ทว่ามันคือการใช้กฎเกณฑ์ของท่าน ย้อนกลับไปมัดตราสังข์ตัวท่านเอง... ท่านแม่ทัพสวรรค์ เชิญลิ้มรสสัจธรรมแห่งแผ่นดินที่ท่านดูแคลนเถิด!"
มู่เฉินมองดูภาพเบื้องหน้าด้วยความสั่นสะท้านในหัวใจ ศิษย์ของเขาผู้นี้ ไม่เพียงแต่ก้าวข้ามขีดจำกัด ทว่ายังสามารถเปลี่ยนวิกฤตความตายให้กลายเป็นการบรรลุเต๋าบทใหม่ สร้างจารึกที่สามารถทัดเทียมกับมหาเซียนขอบเขตปฐมพีได้อย่างแท้จริง.