สุดยอดนักผจญภัย

พี่น้องเดิมพัน

เมื่อสองพี่น้องได้ยินเสียงตะโกนของพี่ใหญ่ ทั้งสองหยุดชะงักและหันหน้ามาพร้อมกับรอยยิ้มแห้งๆ

ทั้งสองกลัวว่าพี่ใหญ่จะอารมณ์เสียที่พ่ายแพ้ให้กับไลท์แล้วมาลงที่พวกพวกเขา แต่ปรากฏว่าพี่ใหญ่ของเธอไม่ได้โกรธอะไร เพียงแต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ

“ พี่ใหญ่ พวกเรา… ” ฟีเลียพูดแต่ก็ถูกฟีลิปป์ตัดบทก่อน

“ ไม่ต้องพูดอะไรหรอก ฉันไม่ได้โกรธพวกเธอสักหน่อย อีกอย่างฉันเองก็พอที่จะเดาได้อยู่แล้วตั้งแต่บอกให้ฟลินท์ไปดูแลเธอแล้ว ” ฟีลิปป์ส่ายหน้าบางๆ

สองพี่น้องที่ได้ยินพี่ใหญ่ของเธอพูดแบบนี้ก็กลายเป็นนิ่งอึ้ง 

‘ พี่ใหญ่กินยาผิดประเภทหรือเปล่า? ’ สองพี่น้องพากันครุ่นคิดพร้อมกัน

ถ้าหากเป็นเมื่อก่อน ทั้งสองคงได้โดนพี่ใหญ่บ่นจนหูชาแล้วหรือไม่ก็ถูกแช่แข็งด้วยน้ำแข็งสิบถึงสิห้านาทีแล้ว แต่จู่ๆวันนี้พี่ใหญ่ดันพูดจาดีแบบนี้มันผิดปกติชัดๆ

“ พวกนายคงรู้แล้วใช่ไหมว่าฉันพ่ายแพ้ให้กับไลท์ ” ฟีลิปป์ถามขึ้นพร้อมกับมองไปที่ฟลินท์และฟีเลีย

ฟลินท์กับฟีเลียมองหน้ากัน พวกเธอไม่เข้าใจว่าพี่ใหญ่จะมาแนวไหน แต่ถึงอย่างนั้นทั้งสองก็พยักหน้ารับเป็นคำตอบแทน

“ ฉันอยากจะบอกว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่ แม้แต่ฉันก็ยังพ่ายแพ้ให้กับคนอื่นเพราะฉะนั้นด้วยความแข็งแกร่งของพวกเธอ เกรงว่าในอนาคตพวกเธออาจจะตกอยู่ในอันตรายได้ เพราะฉะนั้นเมื่อกลับไปแล้วฉันจะบอกให้ท่านพ่อจับพวกเธอไปฝึกฝนที่หอฝึกฝนแบบจริงๆจังๆ ถ้าหากพวกเธอกล้าที่จะอู้หรือโดดการฝึกซ้อม รับรองได้เลยว่าพวกเธอได้ถูกจับเข้าห้องเย็นแน่ ” ฟีลิปป์ตอบ

เมื่อฟลินท์และฟีเลียได้ยินที่ฟีลิปป์บอกก็แสดงสีหน้าตื่นตระหนก

“ พี่ใหญ่ พี่จะบ้าไปแล้วหรอ อีกอย่างนะฉันเองก็แข็งแกร่งในระดับSSแล้วด้วย พี่ก็น่าจะรู้ไม่ใช่หรอว่าการที่จะพัฒนาจากระดับSSไปยังระดับSSSต้องใช้เวลามากแค่ไหน แม้แต่พี่เองก็ต้องใช้เวลาเจ็ดถึงแปดปีกว่าจะมาถึงระดับครึ่งขั้นระดับSSSได้ แถมตอนนี้พี่เองก็ยังไม่ได้เข้าสู่ระดับSSSเลยด้วยซ้ำ ” ฟลินท์ตะโกนออกมาด้วยความไม่พอใจ

“ ใช่แล้วพี่ใหญ่ เวทย์ของฉันไม่ใช่สายการต่อสู้ พี่จะให้ฉันฝึกไปทำไมกัน แล้วก็เวทย์ของฉันมีประโยชน์กว่าเวทย์ต่อสู้เสียอีก ” ฟีเลียตะโกนเสริม

พวกไลท์มองดูเหตุการณ์นี้ด้วยความสนใจ

“ งั้นฉันขอถามพวกเธอหน่อย ฟลินท์ นายมั่นใจไหมว่าจะสามารถเอาชนะสมาชิกเดธปาร์ตี้ได้ไหม ส่วนฟีเลียมเธอมั่นใจว่าจะเอาชนะลูกศิษย์ของสมาชิกเดธปาร์ตี้ได้ไหม? ถ้าหากพวกเธอสามารถเอาชนะได้ฉันจะยกเลิกการฝึกให้และฉันก็จะไม่บังคับพวกเธออีก ถ้าหากพวกเธออยากไปไหนก็เชิญเลยฉันและท่านพ่อจะไม่ห้ามโดยเด็ดขาด แต่ถ้าหากพวกเธอแพ้ พวกเธอจะต้องฝึกฝนอย่างจริงจัง พวกเธอก็รู้ดีไม่ใช่หรอว่าอีกไม่นานจะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้ท่านพ่อได้ส่งผู้อาวุโสหลายคนออกไปสำรวจพื้นที่ในการสร้างตระกูลใหม่อีกครั้งที่โลกภายนอกแล้ว ” ฟีลิปป์พูดขึ้นพร้อมกับมองดูน้องของตัวเอง

ฟลินท์และฟีเลียรู้สึกว่าที่พี่ใหญ่พูดมาก็ถูก แต่มันผิดตรงที่พี่ใหญ่ให้พวกเธอมาเทียบกับสัตว์ประหลาดในร่างมนุษย์แบบนี้ไม่ได้ มันไม่ถูกต้อง ถ้าจะเทียบก็ได้โปรดไปเทียบกับคนธรรมดาหรือไม่ก็คนระดับเดียวกันเถอะ การที่เอาตัวเองมาเทียบกับพวกกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้นับว่าเป็นการตัดกำลังใจของตัวเองอย่างเห็นได้ชัด

“ พี่ใหญ่ พี่จะพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ เพราะขนาดพี่ใหญ่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะสมาชิกเดธปาร์ตี้ได้หมดทุกคนเลย แล้วพี่ใหญ่จะมาบอกให้ฉันเอาชนะพวกเขาเนี้ยนะ ฝันไปเถอะ ” ฟลินท์ส่ายหน้า

“ นั้นสิพี่ใหญ่ แม้ว่าพวกซีรอสจะฝึกฝนไม่กี่ปี แต่พวกเขาก็ได้รับทักษะฝึกฝนแบบพิเศษของไลท์ทำให้ความแข็งแกร่งของพวกเขาสูงมาก ซึ่งมันมากกว่ารุ่นเยาว์ในระดับเดียวกันเสียอีก อีกอย่างนะพี่ใหญ่ฉันไม่ใช่สายต่อสู้ ” ฟีเลียเสริม

ฟีลิปป์ที่มองดูน้องๆเถียงกลับมาก็ส่ายหน้า

“ ฟลินท์นายบอกว่าฉันไม่สามารถเอาชนะสมาชิกเดธปาร์ตี้ได้ทั้งหมดงั้นหรอ? ” ฟีลิปป์หรี่ตาพร้อมกับมองไปที่ฟลินท์ เขาไม่เชื่อหรอกว่านอกจากไลท์แล้วสมาชิกเดธปาร์ตี้คนอื่นๆจะแข็งแกร่งพอๆกับไลท์ 

“ แล้วก็ฟีเลีย เธอก็อย่าลืมว่าเธอเองก็กำลังฝึกฝนทักษะเดียวกับพวกเขา ความแข็งแกร่งของพวกเราเพิ่มสูงมากกว่าในอดีต ทั้งๆที่เธอฝึกฝนมานานมากกว่าพวกเขาหลายปีแล้วเธอจะมาบอกว่าเธออ่อนแอกว่าพวกเขาได้อย่างไร? เธออยากจะทำให้ตระกูลของพวกเราเสียหน้างั้นหรอ? ” ฟีลิปป์พูดต่อ

สองพี่น้องมองหน้ากันก่อนที่จะเห็นแววตาที่เจ้าเล่ห์ของกันและกันได้ทันที

“ เอาแบบนี้ไหมพี่ใหญ่ ถ้าหากพี่ใหญ่สามารถเอาชนะสมาชิกเดธปาร์ตี้ได้สักคน ฉันจะยอมฝึกฝนแบบจริงจังๆเลย แต่ถ้าหากพี่ใหญ่แพ้ พี่ใหญ่ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาบังคับให้ฉะนต้องกลับไปฝึกฝนอีก ” ฟลินท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์

ส่วนทางด้านฟีเลียเธอก็ยิ้มออกมาเหมือนกันและพูดขึ้นว่า “ ใช่แล้วพี่ใหญ่ ถ้าหากพี่ใหญ่สามารถเอาชนะได้ฉันจะยอมกลับไปฝึกฝนเลย แต่ถ้าแพ้ก็อย่ามายุ่งกับพวกฉันอีกเป็นอย่างไง? ” 

พวกไลท์ที่ได้ยินก็ได้แต่หัวเราะออกมา 

“ ให้ตายเถอะ สองพี่น้องนี้เก่งกาจในเรื่องหาทางหนีจริงๆ ” เบเรียลกลั้นขำ คนอื่นๆเองก็เข้าใจดีว่าทำไมฟลินท๋ถึงกล้าที่จะยื่นการพนันแบบนี้ออกมา เพราะพวกเขารู้ดีว่าพวกเขานั้นสามารถเอาชนะฟีลิปป์ได้จริงๆ

“ พวกเธอคิดว่าฉันไม่สามารถเอาชนะสมาชิกเดธปาร์ตี้ได้สักคนเลยงั้นหรอ? ” ฟีลิปป์พูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ แค่ไลท์คนเดียวก็ทำให้เขารู้สึกว่าเจอกับสัตว์ประหลาดแล้ว แต่นี้จะบอกว่าสมาชิกกลุ่มเดธปาร์ตี้ก็เป็นสัตว์ประหลาดเหมือนกันงั้นหรอ? 

“ ใช่ พี่ใหญ่ไม่สามารถเอาชนะพวกเบเรียลได้แน่นอน ” ฟีเลียพยักหน้าอย่างมั่นใจ 

“ พี่ใหญ่ ถ้าหากเป็นฉันนะ ฉันจะยอมรับการเดิมพันในครั้งนี้แล้ว ” ฟลินท์แสยะยิ้มออกมาราวกับว่าเขาควบคุมสถานการ์ได้ทั้งหมดแล้ว

คิ้วของฟีลิปป์กระตุก

“ตกลง ฉันจะเดิมกันกับพวกนาย งั้นก็มาดูกันว่าฉันสามารถเอาชนะกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ได้ไหม ” ฟีลิปป์พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา จากนั้นเขาก็หันมามองพวกไลท์

“ ทุกคนคงได้ยินแล้วใช่ไหม ฉันขอท้าประลองกับสมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกคน ฉันขอให้ทุกคนต่อสู้อย่างเต็มที่และห้ามออมมือให้เด็ดขาด ฉันต้องการทำให้พวกน้องคิดผิดว่าฉันไม่สามารถเอาชนะพวกคุณได้ ” ฟีลิปป์พูดขึ้นด้วยสีหน้าและท่าทีจริงจัง

ในอดีตเขาเคยได้ยินมาว่าสมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกคนสามารถต่อสู้กับตัวตนระกับSSSได้ แถมถ้าหากร่วมมือกันอย่างน้อยสองถึงสามคนก็จะสามารถสังหารตัวตนระดับSSSได้เลย

แต่แล้วอย่างไงล่ะในเมื่อเขาก็เป็นถึงตัวตนในระดับครึ่งก้าวระดับSSS ความแข็งแกร่งของเขาสามารถต่อสู้หรือแม้แต่สังหารตัวตนระดับSSSมาแล้ว เพราะฉะนั้นเขาจึงเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของตัวเองอย่างมาก นอกจากไลท์แล้วก็คงไม่มีใครที่ทำให้เขายอมรับได้ แม้แต่ยูเวสเขาก็ยังรู้สึกว่าถ้าหากเขาฝึกฝนอย่างจริงจังและมีความมุ่งมั่น เขาก็จะสามารถไล่ตามและเอาชนะได้

แต่กลับไลท์มันไม่ใช่แบบนั้น สำหรับไลท์เหมือนกับภูเขาขนาดใหญ่ที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถก้าวผ่านไปได้ และยิ่งปล่อยทิ้งไว้ภูเขาลูกนี้ก็จะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆไม่มีวันสิ้นสุด

พวกไลท์มองหน้ากันก่อนที่จะเป็นเมลิซ่าที่เดินออกมาด้านหน้า

“ งั้นฉันในฐานะตัวแทนกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ ฉันจะขอสู้เป็นคนแรก นอกจากนี้ฉันยังเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดอีกด้วย ถ้าหากนายยังเอาชนะฉันไม่ได้ก็อย่าฝันเลยว่าจะเอาชนะคนอื่นๆได้ ” เมลิซ่าพูดขึ้นพร้อมกับหยิบธนูออกมาจากอุปกรณ์มิติ

ฟีลิปป์มองไปที่เมลิซ่าด้วยแววตาจริงจัง เขาสัมผัสได้ว่าความแข็งแกร่งของเมลิซ่าอยู่ในระดับSSเท่านั้น แต่สัญชาตญาณของเขาก็ร้องเตือนว่าเธอคนนี้เป็นคนที่อันตราย 

ฟีลิปป์เป็นคนที่เชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองเป็นที่สุด และมันไม่เคยผิดพลาดแม้แต่ครั้งเดียว

“ ฉันขอพักสักครู่แล้วกันหวังว่าเธอคงจะไม่ว่ากันนะ ” ฟีลิปป์พูดขึ้นเพราะเขาเพิ่งจะทุ่มสุดตัวกับไลท์ไปแล้ว เพราะฉะนั้นเขาต้องใช้เวลาพักฟื้นอยู่พอสมควร

เมลิซ่าไม่ได้ปฏิเสธ เธอให้ฟีลิปป์ฟื้นฟูความแข็งแกร่งให้กลับมาเหมือนเดิม ไม่อย่างนั้นอาจจะมีข้ออ้างว่าเขายังไม่ได้ใช้พลังเต็มที่เพราะเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับไลท์มาก่อน

เดซี่รักษาอาการบาดเจ็บให้กับฟีลิปป์ 

ฟีลิปป์หยิบมานาคริสตัลระดับสูงออกมาและดูดซัพเพื่อฟื้นฟูมานาในร่างกายของตัวเอง 

ด้วยความช่วยเหลือของมานาคริสตัลทำให้เขาใช้เวลาไปประมาณสิบห้านาทีในการฟื้นฟูมานาให้กลับมาเต็มเหมือนเดิม

ในช่วงที่ฟีลิปป กำลังดูดซัพมานาจากมานาคริสตัลอยู่นั้น ฟลินท์และฟีเลียก็มาพูดคุยกับพวกไลท์พร้อมกับขอให้พวกไลท์สู้อย่างเต็มที่และสามารถอัดพี่ใหญ่ให้หมดสภาพไปเลยก็ยิ่งดี

ฟีลิปป์ที่อยู่ไม่ไกลถึงกับสำลักน้ำลายของตัวเองพร้อมกับคิ้วที่กระตุกอย่างต่อเนื่อง สายตาของเขามองไปที่ฟีเลียและฟลินท์ด้วยความไม่พอใจขึ้นมา

‘ กลับไปฉันจะจัดการให้ร้องเลยทีเดียว ’ ฟีลิปป์ครุ่นคิด

ฟลินท์และฟีเลียที่กำลังพูดคุยกับพวกไลท์ก็ตัวสั่นขึ้นมาพร้อมกันอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่สายตาของทั้งสองก็มองไปที่พี่ใหญ่ของตัวเองที่ตอนนี้กำลังดูดซัพมานาจากมานาคริสตัลอยู่

“ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า สำหรับการต่อสู้พวกเราเดธปาร์ตี้ไม่เคยออมมือให้กับคูต่อสู้ไม่ว่าจะเป็นคู่ต่อสู้จะเป็นใครก็ตาม นอกจากนี้หัวหน้าก็ชอบบอกว่ายิ่งกำจัดศัตรูได้เร็วแค่ไหน โอกาศรอดของตัวเองก็จะยิ่งสูงขึ้น เพราะฉะนั้นแนวทางการต่อสู้ของเดธปาร์ตี้คือการกำจัดหรือสังหารคู่ต่อสู้ให้เร็วที่สุด จะดีที่สุดถ้าหากสามารถสังหารโดยที่พวกมันกำลังพล่ามเรื่องไร้สาระอยู่ เพราะตอนนั้นจะเป็นตอนที่พวกมันไม่ได้ระมัดระวังตัวเองและเราก็จะสามารถสังหารพวกมันได้อย่างง่ายดาย ” เวโรนิก้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ฟีลิปป์ที่กำลังดูดซัพมานาอยู่ก็ได้ยินที่เวโรนิก้าพูดและเขาก็เห็นด้วยกับไลท์

ยิ่งสังหารศัตรูได้รวดเร็ว ตัวเองก็จะมีสิทธิ์รอดตายมากขึ้นเพราะถ้าหากปล่อยเอาไว้เรื่อยๆไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะมีตัวแปรบางอย่างเกิดขึ้นโดยที่ไม่คาดคิดและตัวแปรนั้นก็อาจขะทำให้เราพ่ายแพ้ได้ 

ซึ่งการพ่ายแพ้นั้นสำหรับการต่อสู่ที่ต้องแลกด้วยชีวิต นั้นก็หมายถึงความตาย

ฟีลิปป์ที่กำลังดูดซัพมานาอย่ จู่ๆเขาก็ลืมตาขึ้นพร้อมกับเก็บหินมานาคริสตัลไว้ในอุปกรณ์มิติ

“ ฉันพร้อมแล้ว ” ฟีลิปป์พูดขึ้นและลุกขึ้นยืน

เมลิซ่าเดินออกมาด้านหน้าก่อนที่จะบินไปยังที่ว่างพร้อมกับหยิบธนูออกมาพร้อมสู้

ธนูของเมลิซ่าเป็นธนูแบบพิเศษที่สร้างขึ้นมาจากแร่พิเศษจำนวนมาก พร้อมกับวัสดุที่พิเศษที่สุดอย่างกิ่งของต้นไม้โลกหรือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง

คันศรของเมลิซ่าเป็นไม้ขนาดพอดีมือและที่ด้ามจับถูกพันผ้าสีทองเอาไว้ดูสวยงาม สำหรับลูกศรจะถูกสร้างขึ้นโดยพลังเวทย์ เพราะฉะนั้นนักธนูในโลกใบนี้จึงไม่จำเป็นต้องมีซองใส่ลูกธนูอยู่ที่ด้านหลัง เพราะทุกๆคนสามารถสร้างลูกธนูขึ้นมาได้เอง

เวลานี้ฟีลิปป์ครุ่นคิดที่กู้ศักดิ์ศรีที่น้องของเขาบอกว่าเขาไม่สามารถเอาชนะสมาชิกกลุ่มนักผจญภัยเกธปาร์ตี้ได้แม้แต่คนเดียว

“ เมลิซ่า เธอจะต้องทุ่มเทอย่างสุดกำลังเพื่อที่จะสู้กับฉันด้วยล่ะ ” ฟีลิปป์พูดขึ้นด้วยความจริงจัง

“ แน่นอน ทางนี้ก็ขอให้นายทุ่มเทอย่างเต็มที่ ” เมลิซ่าพยักหน้ารับพร้อมกับตั้งท่าต่อสู้ตามแบบฉบับของเธอ

คนอื่นๆที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ถูกไลท์ลากออกมาด้านนอก่อนที่จะสร้างพลังป้องกันขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้พวกซีรอสถูกลูกหลง

ไลท์และคนอื่นๆเข้าใจดีว่าเมลิซ่านั้นแข็งแกร่งแค่ไหน ทุกคนรู้ดีว่าถ้าหากเมลิซ่าได่รับการฝึกฝนลมปราณตั้งแต่แรกๆมความแข็งแกร่งของเธอก็ถูกนับว่าแข็งแกร่งอันดับต้นๆของกลุ่มเดธปาร์ตี้เลยก็ได้ นอกจากนี้แม้ว่าเวทย์ของเธอจะเป็นเวทย์แสง แต่ความรุนแรงในการโจมตีนับว่ารุนแรงอย่างถึงที่สุด แม้แต่ไลท์ก็ยังต้องยอมรับว่ามหาเวทย์ของเมลิซ่านั้นทรงพลังและมีความรุนแรงสูง นอกจากนี้มันยังกินพื้นที่กว้างหลายร้อยเมตรเลยทีเดียว

ฟีลิปป์และเมลิซ่าอยู่ห่างกันประมาณสองร้อยเมตร เนื่องจากระยะสองร้อยเมตรคือมาตรฐานของระยะที่จอมเวทย์ใช้เว้นระยะห่างจากกัน

หลังจากที่ทั้งสองคนพร้อมที่จะประลองกันแล้ว ไลท์ก็เป็นคนที่ตะโกนเริ่มการต่อสู้

 

คล้ายกับเรื่องสุดยอดนักผจญภัย ที่คุณอ่าน