ตอนที่ 147
เหวอ !! แฮ่ก !! แฮ่ก !! แฮ่ก !! เสียงสตีฟสะดุ้งตื่นลุกขึ้นมานั่ง
“บ้าจริงฝันร้ายซะงั้นตีอะไรแล้วเนี่ย” สตีฟพูดพลางหยิบมือถือออกมาเปิดดูเวลา
“ตีสามแล้วงั้นเหรอเฮ้อเพราะเธอแท้ๆซาร่าฉันเลยฝันถึงมัน” สตีฟหันไปมองซาร่าที่นอนอยู่ข้างกาย
“นอนเปิดพุงซะงั้นอ่ะเมียตรู เดี๋ยวเป็นหวัดกันพอดี อืม...แต่ซาร่าอ้วนขึ้นจริงๆนะคงต้องคุมอาหารอย่างจริงจังแล้วสิ” สตีฟพูดออกมาหลังจากเห็นว่าพุ่งของซาร่ามันยื่นออกมานิดหน่อย (เมียเอ็งท้องเว้ย !!)
“ถึงซาร่าจะขอโทษและหายเข้าใจผิดแล้วก็เถอะ แต่เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะโจดี้แท้ๆ คอยดูเถอะตรูจะเอาคืน” สตีฟหมายมั่นแก้แค้นโจดี้ที่นอนอยู่ในห้องรับแขกของบ้านแต่เขายังไม่รู้จะแก้เค้นเธอยังไงดี
“ว่าแต่ไอ้เจ้าตุ๊กแกนั่นมันมาอยู่นี่ได้ไง อย่าบอกนะว่ามันมุดท่อระบายน้ำมาเรื่อยๆจนมาถึงอเมริกาน่ะ นี่มันเป็นพันๆกิโลเมตรเลยนะเฮ้ย แล้วนี่ท่อระบายน้ำของอเมริกามันเชื่อมต่อกับเม็กซิโกเหรอฟระตรูพึ่งจะรู้” สตีฟพูดออกมาอย่างสงสัย
เฮ้อ...ช่างมันเถอะยังไงความลึกขนาดนั้นมันก็ขึ้นมาไม่ได้หวังว่าจะมีคนไปจัดการมันเร็วๆนี้นะเพราะถ้าเกิดมันออกลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมืองนิวยอร์คขึ้นมาตรูจะย้ายที่อยู่ให้ดู สตีฟคิดอย่างจริงจังเพราะถ้าเกิดเมืองนี้มีตุ๊กแกอยู่ทุกบ้านล่ะก็เขาจะรีบเผ่นให้ดู
“หลับไม่ลงแล้วแฮะกลัวฝันถึงมันอีก” สตีฟลุกขึ้นมาจากเตียงก่อนจะลงมาข้างล่างออกเดินไปที่สวนหลังบ้าน
“ฟู่ว !! เงียบสงบดีจริงๆเลย” สตีฟพ่นลมหายใจออกมา
“ใกล้หน้าหนาวแล้วสินะ หวังว่าปีนี้หิมะคงไม่ตกนานนะ” สตีฟมองขึ้นไปบนฟ้าที่อากาศเริ่มเย็นตอนนั้นเองก็มีเสียงของใครบางคนดังมาจากข้างหลังสตีฟ
“นอนไม่หลับเหรอสตีฟหรือว่าฝันร้ายถึงตุ๊กแก”
“ตลกละโจดี้นี่ผมยังไม่ได้คิดบัญชีเลยนะเพราะเธอแท้ๆผมเลยต้องไปเจอเจ้านั่น” สตีฟพูด
“ก็ขอโทษไปแล้วไงฉันเองก็นึกไม่ถึงว่าซาร่าจะมีนิสัยแบบนี้ด้วยแต่ก่อนตอนร่วมทีมด้วยกันซาร่าน่ะสุขุมที่สุดในหมู่พวกเราเลยนะ” โจดี้พูด
“หือ...ซาร่ามีด้านแบบนั้นด้วยงั้นเหรอ” สตีฟเอ่ยอย่างแปลกใจ
“นี่นายไม่รู้ ???” โจดี้ถาม
“อืมผมไม่เคยรู้เลย นี่เล่าเรื่องตอนที่ซาร่าเป็นฮีโร่ให้ฟังหน่อยสิผมอยากฟัง ถ้าเล่าล่ะก็ผมจะไม่คิดบัญชีเรื่องที่เธอทำเอาไว้ว่าไง” สตีฟพูด
“นายพูดแล้วนะสตีฟ !!” โจดี้พูดพลางมองหน้าสตีฟด้วยสายตาเป็นประกายเธอเองก็กลัวสตีฟเอาคืนเรื่องที่เธอแกล้งอยู่เหมือนกันก็นะสตีฟเลเวลเกือบสองร้อยห้าสิบ แค่ฟาดมือใส่เธอทีเดียวเธอก็ปางตายแล้วมั้ง
“อืม...ไปนั่งคุยกันตรงนั้นแล้วกัน” สตีฟชี้ไปที่เก้าอี้ที่สวนหลังบ้านก่อนทั้งคู่จะพากันเดินมานั่งโจดี้นั่งหลับตาพลางนึกถึงเรื่องในอดีต
“ถ้าให้นึกย้อนกลับไปเรื่องมันก็คงราวๆเจ็ดหรือแปดปีที่แล้วฉันเองก็จำไม่ค่อยจะได้แล้ว ตอนนั้นฉันเจอซาร่าที่เท็กซัส” โจดี้พูด
“เหเท็กซัสเลยงั้นเหรอติดกับเม็กซิโกเลยนะนั่นแปดปีก่อนถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นซาร่าเลเวลราวๆห้าสิบเองนี่เธอไปไกลถึงนั่นเลยงั้นเหรอเนี่ย” สตีฟเอ่ยอย่างแปลกใจเพราะนึกไม่ถึงว่าซาร่าจะไปถึงนั่น
“อืม..ใช่ตอนนั้นเธอเลเวลห้าสิบห้าตอนแรกฉันก็ตกใจเหมือนกันนะที่เธอบอกว่ามาจากนิวยอร์คเพราะเอาจริงๆแถวนิวยอร์คก็มีสัตว์กลายพันธ์เลเวลในช่วงเลเวลห้าสิบให้ล่าอยู่นะ แต่ตอนนั้นเห็นซาร่าบอกว่าที่นิวยอร์คมีฮีโร่เยอะเกินไปล่าได้วันนึงไม่ถึงสามสี่ตัวก็ต้องเลิกเธอจึงต้องออกมาไกลๆหน่อยจะได้หาเงินได้เยอะๆ” โจดี้พูด
อืมตอนนั้นพวกเราพึ่งจะซื้อคอนโดใหม่ๆนี่นา ช่วงนั้นค่าใช้จ่ายติดตัวแดงเชียวล่ะเราเองยังไปสมัครงานเป็นคนล้างจานช่วยหาเงินเข้าบ้านเลย สตีฟนึกถึงตอนนั้น
“แต่พอนึกถึงตอนนั้นแล้วมีความสุขมากเลยนะทีมของพวกเราน่ะสมบูรณ์มาก ซาร่าเป็นตัวล่อ ฉันสนับสนุน เอ็ดดี้เป็นคนจัดการสัตว์กลายพันธ์ที่ซาร่าลอมา อืมจะว่าไปตอนนั้นเอ็ดดี้มีลูกเล็กอยู่นี่นาตอนนี้จะกี่ขวบแล้วนะคงสิบสี่หรือสิบห้าล่ะมั้ง” โจดี้นึกถึงเพื่อนร่วมทีมอีกคนที่ตอนนี้ไม่รู้เป็นยังไงบ้าง
“ทีมพวกเธอมีสามคนเองงั้นเหรอ” สตีฟถาม
“มีสี่น่ะแต่ฉันไม่ค่อยอยากนึกถึงหมอนั่นเท่าไหร่หมอนั่นเป็นคนคอยรับการโจมตีจากสัตว์กลายพันธ์ที่ซาร่าล่อมาเพราะหมอนั่นแปรงร่างเป็นมนุษย์หมาป่าได้ แถมยังมีค่าพลังกายและการฟื้นตัวที่สูงมากๆหมอนั่นเลยรับหน้าที่นั้นไป” โจดี้พูด
“หือหมอนั่นชื่อคาลอสหรือใช่เปล่า” สตีฟพูดพลางนึกถึงตอนที่เขาไปที่เม็กซิโก (ตอนที่ 55)
“นายรู้จักคาลอสด้วย !!” โจดี้อุทานเพราะนึกไม่ถึงว่าสตีฟจะรู้จัก
เหอะๆไม่รู้จักได้ไงตรูเนี่ยแหละซัดเจ้าคาร์ลอสอะไรนั่นจนซี่โครงหักไปหลายซี่ สตีฟคิดในใจ
“ก็นิดหน่อยน่ะพอดีไปเจอมาที่เม็กซิโกเมื่อไม่กี่เดือนก่อน” สตีฟพูด
“อ๊ะบ้านเกิดหมอนั่นอยู่เม็กซิโกนี่นาหมอนั่นกลับบ้านหรอกเหรอเนี่ย” โจดี้นึกขึ้นได้ว่าคาลอสเคยเล่าว่าตัวเขาเกิดที่เม็กซิโก
“ป่านนี้คงอยู่วอชิงตันล่ะมั้ง” สตีฟเองก็ไม่แน่ใจเพราะล่าสุดประชากรในเม็กซิโกส่วนใหญ่อพยพไปที่วอชิงตัน
“อ้อสงสัยว่างๆคงต้องลองตามหาดู ถ้าได้รวมทีมกันอีกครั้งก็ดีสิ” โจดี้พูดพลาง
“นี่ๆแล้วเธออยู่กับซาร่ากี่ปีเหรอ” สตีฟถาม
“ก็ราวๆสี่ปีได้มั้ง ตอนนั้นน่ะนะ.....” โจดี้เริ่มเล่าถึงตอนที่เธอและทีมออกล่าสัตว์กลายพันธ์กันไปทั่ว เดือนๆนึงพวกเธอจะพักแค่ไม่กี่วันเท่านั้น
ตอนนั้นซาร่ากลับบ้านเดือนละเจ็ดวันนี่นะนึกไม่ถึงว่าเธอจะโหมล่าสัตว์กลายพันธ์ขนาดนี้แต่จะว่าไปสัตว์กลายพันธ์เลเวลประมาณนั้นในช่วงนั้นตัวละไม่กี่หมื่นเองนี่แถมยังต้องแบ่งหารสี่อีก ปีๆนึงเธอจะหาได้กี่ล้านเหรียญกันนะ ค่าคอนโดเราตอนนั้นผ่อนดึงนึงก็หลายแสนเหรียญแล้ว สตีฟคิดในใจขณะที่ฟังโจดี้เล่าเรื่องของซาร่า
สองชั่วโมงต่อมา
“หือนี่พระอาทิตย์ขึ้นแล้วงั้นเหรอ นี่ฉันเล่ามานานเท่าไหร่แล้วเนี่ยจะว่าไปรู้สึกคอแห้งจริงๆเลย” โจดี้พูด
“เหอะๆเธอเล่ามาเกือบสองชั่วโมงละ” สตีฟพูดเขาเองก็นึกไม่ถึงว่าชีวิตสมัยก่อนซาร่าจะโลดโผนขนาดนี้
“ฮ้าว...ฉันกลับไปงีบสักหน่อยดีกว่า นี่สตีฟยังไงเรื่องเมื่อวานก็ขอโทษนะ” โจดี้พูดพลางลุกขึ้น
“ไม่เป็นไรช่างมันเถอะเธอเองก็คงนึกไม่ถึงว่าซาร่าจะมีนิสัยแบบนี้เวลาอยู่บ้าน” สตีฟพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“ถ้าอย่างนั้นไปนอนสักหน่อยป่ะผมเองจะเข้าไปครัวสักหน่อยวันนี้อยากอบคุกกี้” สตีฟพูด
“เหอะๆสมกับฉายาสุดยอดพ่อบ้านจริงๆเลยนะ แม้กระทั่งขนมก็ยังทำเป็น” โจดี้พูด
“ก็นะซาร่าทำอะไรไม่เป็นเลยนี่นา ก็เลยต้องทำมาตลอดแถมยังมีสกิลทำอาหารด้วยเวลาหยิบจับอะไรเลยคล่องไปหมด แถมสูตรก็คิดและจำได้อย่างรวดเร็ว” สตีฟพูด
“พูดอย่างน่าภูมิใจจริงๆเลยนะ ชักอิจฉาซาร่าแล้วสิที่มีสามีทำงานบ้านได้ทุกอย่างแบบนี้ สงสัยต้องหาสามีดีๆบ้างแล้วสิ” โจดี้พูด
“เหอะๆขอให้หาได้ไวๆนะ” สตีฟพูดประชด
“เหอะจะหาให้หล่อกว่านายแล้วกัน” โจดี้บอก
“นี่โจดี้เธอว่าช่วงนี้ซาร่าอ้วนขึ้นป่ะ ไม่สิถามเธอไปก็ไม่มีประโยชน์เธอไม่เจอซาร่าหลายปีนี่นา ช่างมันละกันถือว่าไม่ได้ถาม” สตีฟพูดก่อนจะส่ายหน้าพลางเดินเข้าบ้านไปทันที
“เหอะๆอ้วนบ้าอ้วนบออะไรยัยซาร่าท้องต่างหากเล่าตาสตีฟซื่อบื้อ” โจดี้พูดเบาๆโดยไม่ให้สตีฟได้ยินก่อนจะเดินตามเข้าบ้านมุ่งตรงไปนอนต่อ
ทางด้านสตีฟ
“เตรียมแป้งคุกกี้ดีกว่าเราเอาเป็นรสกาแฟแล้วกันไม่อยากทำหวานจะได้คุมอาหารให้ซาร่าหน่อย แต่เอวันนี้หนูแอนนาจะมามั้ยนะทำเผื่อด้วยดีกว่าของหนูแอนนาเอาเป็นรสอัลมอนด์กลิ่นวานิลาแล้วกัน” สตีฟพลางนึกถึงหนูแอนนาขึ้นมา
สตีฟใช้เวลานวดแป้งไม่นานก็ได้ที่ก่อนเขาจะแบ่งแป้งออกเป็นสองก้อนและปรุงรสชาติและกลิ่นเข้าไปซึ่งก้อนแรกเป็นของที่ทำไว้ให้ซาร่ามันเป็นรสกาแฟ ซึ่งไม่มีน้ำตาลเลยส่วนอีกก้อนทำไว้ให้แอนนาซึ่งมันมีรสหวานและใส่กลิ่นวานิลาลงไป
“เอาล่ะที่เหลือก็พักแป้งสักยี่สิบนาที ระหว่างนี้มาวอร์มเตาอบหน่อยดีกว่า” สตีฟจัดการใช้แร็ปใสพันแป้งเอาไว้ก่อนจะทิ้งพักไว้สักยี่สิบนาทีทว่าระหว่างที่สตีฟกำลังจะเปิดเตาอบนั้นเองจู่ๆเสียงกริ่งบ้านเขาก็ดังขึ้น
ติ๊งต่อง !! เสียงกริ่งดังทำให้สตีฟชะงักก่อนจะทำสีหน้าประหลาดใจทันที
“ใครมากันฟระยังไม่หกโมงเช้าเลยนะเนี่ย” สตีฟพูดก่อนจะเดินไปที่หน้าประตูบ้านพลางส่องช่องตาแมวดู
“หือคุณอิจิยะ กับใครล่ะนั่นอีกสองคน !!” สตีฟแปลกใจที่เห็นอิจิยะอยู่หลังประตูบ้านเขา
แกร๊ก !! สตีฟเปิดประตูต้อนรับทันที
“ขอโทษที่มารบกวนตั้งแต่เช้ามืดครับคุณสตีฟ” ทันทีที่สตีฟเปิดประตูอิจิยะก็ขอโทษเขาทันที
“ไม่เป็นไรครับว่าแต่หาบ้านผมเจอได้ไงเนี่ย แล้วสองคนนั้น” สตีฟมองไปที่ด้านหลังอิจิยะพลางใช้ระบบตรวจสอบ
สองคนนี้เป็นหนึ่งในสิบผู้ก่อตั้ง !! จากชื่อแล้วน่าจะมีโค้ดเนมว่าทรี กับทูงั้นเหรอ สตีฟคิดในใจพลางสงสัยเข้าไปอีกว่ามันเรื่องอะไรกันที่สามในสิบผู้ก่อตั้งต้องเดินทางมาบ้านของเขา
“คนๆนี้น่ะเหรออิจิยะ เลเวลเยอะมาก !!” ซานตาน่าพึ่งเคยเจอสตีฟครั้งแรกถึงจะได้ยินข้อมูลมาบ้างแต่พอมาเจอจริงๆก็อดตกใจไม่ได้
“เอ่อ...ยังไงก็เข้าบ้านมาก่อนแล้วกันครับมีอะไรคุยกันในบ้าน” สตีฟพูดพลางให้ทั้งสามคนเข้าไปในบ้าน
หลังจากทั้งสามคนเข้ามาในบ้านสตีฟก็ปิดประตูทันที
ปัง !! เสียงสตีฟปิดประตูบ้านลง
“บ้านสวยดีนะครับ” อิจิยะพูดพลางมองดูบ้านสตีฟ
“ขอบคุณครับเอาล่ะมาทางนี้เลย” สตีฟพูดพลางพาทั้งสามคนไปที่ห้องนั่งเล่น
“นั่งก่อนแล้วกันผมจะไปเอาน้ำมาให้” สตีฟบอกหลังจากพาทั้งสามคนมานั่ง
“อ๊ะลืมเปิดเตาอบเลยเปิดก่อนแล้วกัน” สตีฟนึกขึ้นได้ว่าต้องเปิดวอร์มเตาให้ร้อนไว้ก่อนหลังจากเปิดเตาแล้วสตีฟก็หยิบน้ำผลไม้ออกมาจากตู้เย็นก่อนจะเอาไปเสิร์ฟแขกทั้งสามคน
แกร๊ก !! สตีฟเดินเอาน้ำผลไม้ไปวางตรงหน้าทั้งสามคนก่อนจะนั่งลงที่โซฟา
“เอาล่ะครับผมจะแนะนำสองคนนี้ให้รู้จักนี่ซานตาน่า เป็นหนึ่งในสิบผู้ก่อตั้งโค้ดเนมทรี ส่วนนี่นิโคร โค้ดเนมทูครับ” อิจิยะแนะนำทั้งๆสองคนข้างๆ
“ครับยินดีที่รู้จักว่าแต่พวกคุณคงไม่ได้มานั่งกินน้ำผลไม้กับมาเพื่อแนะนำตัวเฉยๆแน่มีเรื่องอะไรกัน หรือว่าคุณหาไข่เจอแล้ว” สตีฟพูดพลางมองหน้าอิจิยะ
“ยังครับยังไม่เจอ” อิจิยะพูด
‘อ้าว !!” สตีฟร้องอ้าวออกมาพลางสงสัยว่ายังไม่เจอแล้วมาทำไม
“ถึงจะยังไม่เจอแต่เราก็ได้ข่าวมาแล้ว เมื่อไม่กี่วันก่อนมีฮีโร่สองคนมาเสนอส่งไข่มังกรขึ้นประมูล แต่ทางเจ้าของโรงประมูลนั้นไม่รับเพราะสินค้าประเภทไข่สัตว์กลายพันธ์นั้นมันอันตรายเกินไปเพราะตัวแม่มันมักจะหวงไข่เป็นอย่างมากแถมนี่ยังเป็นไข่ของมังกรเลเวลสามร้อยกว่าทางโรงประมูลจึงไม่ยอมเสี่ยงกับเรื่องนี้” ซานตาน่าที่นั่งข้างๆอิจิยะพูด
“อ่าวแล้วอย่างนี้ไข่มันหายไปไหนล่ะพวกคุณสืบได้หรือยัง” สตีฟถาม
“ยังสืบไม่ได้ครับแต่พวกเราคิดว่าพวกเราพอจะรู้ว่าไข่มันอยู่ที่รัฐไหน” นิโครพูด
“อย่าบอกนะว่า !!” สตีฟอุทานออกมาพลางนึกถึงเหตุผลที่ทั้งสามคนมาหาเขาที่บ้าน
“ใช่ครับพวกเราคิดว่ามันน่าจะอยู่ที่นิวยอร์ค” อิจิยะเห็นปฏิกิริยาของสตีฟก็เดาได้ทันทีว่าสตีฟรู้สึกตัวแล้วว่าพวกเขามาทำไม
“นิวยอร์คเนี่ยนะบ้าน่าคุณมีหลักฐานอะไรถึงบอกว่ามันอยู่ที่นี่” สตีฟลุกขึ้นพรวดอย่างตกใจพลางถามอิจิยะ
“เรื่องนี้ให้ผมอธิบายเองคืออย่างนี้เมื่อวานตอนบ่ายผมเป็นคนไปตรวจสอบเรื่องเจ้ามังกรบินนี่ด้วยตนเองก่อนจะพบว่ามันบินออกมาจากเยลโล่สโตนจริงๆ พวกมันบินอยู่ระดับเหนือก้อนเมฆ ดีที่ความเร็วของพวกมันไม่สูงนักพวกเราจึงยังพอมีเวลาเตรียมตัวทัน ผมตรวจสอบอยู่หลายชั่วโมงก่อนจะพบว่าเส้นทางที่มันกำลังบินไปนั้นไม่ได้มุ่งมาที่วอชิงตันแต่เป็นนิวยอร์ค !!” ซานตาน่าอธิบาย
“หือคุณมั่นใจได้ไงว่ามันบินตรงมานี่ มันเป็นสิ่งมีชีวิตนะ” สตีฟพูด
“คุณคิดว่าผมคำนวณผิดงั้นเหรอครับ เรื่องเส้นทางผมใช้สูตรการคำนวณ..........” ซานตาน่ากำลังจะอธิบายว่าคำนวณยังไงแต่ทว่าสตีฟกลับยกมือขึ้นเบรคเสียก่อน
“เดี๋ยวไม่ต้องบอกเรื่องสูตรโทษทีเรื่องวิชาคำนวณผมลืมไปหมดและทุกวันนี้ได้แค่บวก ลบ คูณ และหารเท่านั้น เอาเป็นว่าพวกคุณมั่นใจใช่มั้ยว่ามันกำลังตรงมานี่” สตีฟพูดพลางนึกขึ้นได้ว่าไอ้เจ้าพวกนี้ก่อนที่จะเป็นสิบผู้ก่อตั้งอะไรนี่พวกมันเป็นกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งที่สุดในโลก
“ครับ !!x3” ทั้งสามคนยืนยันกันเป็นเสียงเดียวทันทีที่สตีฟได้ยินการยืนยันอย่างมั่นใจเขาก็เอนตัวลงนอนกับโซฟาทันที
ปึก !! สตีฟปล่อยร่างตัวเองอย่างหมดเรี่ยวแรง
ไอ้เวรเอ้ยนี่วันซวยของตรูยังต้องดำเนินต่อไปงั้นเหรอเนี่ย รถมอเตอร์ไซค์พัง รถใหม่ก็มีปัญหาเกี่ยวกับเครื่อง แถมเจอยัยโจดี้แกล้งจนซาร่าเข้าใจผิดพาตรูไปลงโทษให้เจอกับไอ้เจ้าตุ๊กแก แล้วนี่ยังจะมีมังกรบุกมาอีกนี่พระเจ้าสาปส่งตรูหรือไงกันฟระ !! สตีฟคิดในใจ
จบ...