"นี่... ทำอะไรของแก ลุกขึ้นมาลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!!"
จ้าวลี่อิ่งมองฮัสกี้ที่นอนแผ่อยู่กับพื้นอย่างกับว่าตายไปแล้วเธออึ้งไปหลายวินาทีกว่าจะตั้งสติได้ จากนั้นก็หัวเราะทั้งน้ำตาพยายามออกแรงดึงสายจูงเพื่อให้มันลุกขึ้นมา แต่ฮัสกี้กลับแนบพื้นเหมือนปลาตายไม่ขยับแม้แต่น้อย แถมยังกรอกตาขาวใส่ เหมือนจะสื่อว่า 'ถ้าเธอไม่พาออกไปเล่น ฉันก็จะนอนอยู่นี่แหละ!'
จ้าวลี่อิ่งทั้งขำทั้งโมโห "นี่แอบเรียนรู้การเล่นตุกติกด้วยเหรอลุกขึ้นมานะ! กลับบ้าน!"
เธอดึงสายจูงแรงขึ้นอีกจนหัวฮัสกี้เงยขึ้นมาและลื่นไปข้างหน้าสองสามเซนติเมตรแต่มันก็ยังนอนนิ่งไม่ไหวติง
ฮัสกี้ยังหันมามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะหลับตา แกล้งทำเป็นตายต่อ
"นี่แก..." จ้าวลี่อิ่งพูดไม่ออกรู้สึกว่าแววตาเมื่อกี้ของมันราวกับบอกว่า 'อยากจะลากก็ลองดูถ้าลากขึ้นได้ก็ถือว่าเธอชนะ'
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเจอสุนัขหน้าด้านขนาดนี้
เธอจ้องฮัสกี้แล้วพูดเสียงเข้ม "ไม่ยอมลุกใช่ไหม"
ฮัสกี้ยังคงแกล้งตาย
"ได้! อยากลองดีก็ได้!"จ้าวลี่อิ่งฮึดฮัดขึ้นมาเหมือนจะท้าทายกัน เธอจับสายจูงแน่น แล้วเริ่มลากเต็มแรง
"ฉัน...ไม่เชื่อหรอกว่า...จะลากแกกลับบ้านไม่ได้!"จ้าวลี่อิ่งออกแรงดึงทีละนิดๆ ลากฮัสกี้ไปตามพื้นซีเมนต์แต่มันก็ยังไม่ขยับท่าเปลี่ยนทาง แค่ถูกลากถูลู่ถูกังไปกับพื้นเท่านั้น
พื้นซีเมนต์มีฝุ่นเล็กน้อย พอฮัสกี้ถูกลากไปก็ทิ้งรอยไว้เป็นทางยาว
ถึงร่างจะบอบบางแต่แรงไม่เบา จ้าวลี่อิ่งลากฮัสกี้ไปได้หลายเมตรจนถึงขั้นบันไดหน้าตึกแล้ว ใบหน้าเธอขึ้นสีแดงจัด แก้มพองเล็กน้อยบ่งบอกว่าเธอใช้แรงจนกลั้นหายใจเต็มที่
พอดีมีคนผ่านมาเห็นภาพนั้นเข้าก็แอบหัวเราะบางคนถึงกับชี้นิ้วคุยกันอย่างสนุกสนาน
"มั่วมั่วจอมดื้อ...ทำไมถึงได้หนักแบบนี้เนี่ย!!"
จ้าวลี่อิ่งหยุดยืนอยู่ตรงบันได หันไปมองฮัสกี้พลางหอบหายใจหนักหน้าแดงเพราะออกแรงเต็มที่พอเห็นว่าฮัสกี้ยังแกล้งตายอยู่เหมือนเดิมก็ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่
เธอก้าวขึ้นบันได หันกลับมาใช้มือทั้งสองข้างช่วยกันดึงสายจูงแม้มือหนึ่งจะยังถือถุงอาหารอยู่ก็เถอะ
เธอรวบรวมพลังทั้งหมด พยายามลากฮัสกี้ขึ้นบันไดให้ได้
แต่ลากในพื้นราบว่ายากแล้ว ลากขึ้นบันไดยิ่งยากกว่าเธอพยายามอยู่สองครั้ง ใช้แรงสุดชีวิตถึงจะดึงหัวฮัสกี้ขึ้นบันไดขั้นแรกได้แต่พอคลายแรงเมื่อไร ฮัสกี้ก็ไหลกลับลงไปทันที...
"แก... แกนี่มัน..."
จ้าวลี่อิ่งสุดจะทน มองฮัสกี้พลางกระทืบเท้าด้วยความโมโห "ก็ได้!ยอมแพ้แล้ว! ไม่กลับบ้านก็ได้! ไปเล่นอีกหน่อยก็แล้วกัน! พอใจรึยัง!"
พอใจ? แน่นอนสิ!
สวี่มั่วได้ยินก็เบิกบานใจ พลิกตัวลุกขึ้นยืนทันทีสายตาสดใสมองจ้าวลี่อิ่ง ก่อนจะหันหลังเดินออกไปข้างนอกอย่างกระฉับกระเฉง
จ้าวลี่อิ่งถึงกับโวยวายด้วยความโกรธ "โอ้โห! นี่แกล้งตายจริงๆด้วยสินะ! แกมันเจ้าหมาจอมเจ้าเล่ห์! กลับบ้านเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
หือ? จะเปลี่ยนใจงั้นเหรอ
สวี่มั่วหันมามองเธอแวบหนึ่ง แล้วล้มตัวนอนลงกับพื้นอีกครั้งทันที...
จ้าวลี่อิ่ง: "..."
เมื่อเห็นท่าทีของฮัสกี้ที่เหมือนหมูตายยอมทิ้งร่างไม่กลัวน้ำร้อนอีกต่อไปจ้าวลี่อิ่งก็อยากจะเอาน้ำเต้าหู้ในมือสาดใส่มันให้รู้แล้วรู้รอดไป
เธอยังพยายามดึงอยู่อีกสองสามที แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจยอมแพ้
"โอเค!! แกชนะ! พอใจรึยังจะเอายังไงก็ว่ามาเลย!!"
ฮัสกี้เงยหน้าขึ้นมองเธอเหมือนกำลังประเมินว่าเธอพูดจริงหรือเปล่าพอเห็นว่าน้ำเสียงจริงจัง ก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน สะบัดตัวสลัดฝุ่นแล้วหันหลังเดินออกไปทางนอกหมู่บ้านทันที
สายจูงตึงเปรี๊ยะ จ้าวลี่อิ่งไม่มีแรงจะสู้ต่อ ได้แต่จำใจเดินตามไป
มั่วมั่วจอมตายซาก... เดี๋ยวกลับถึงบ้านจะจัดการให้เข็ดเลย!
จ้าวลี่อิ่งมองฮัสกี้ที่ตอนนี้เดินตัวปลิวไปข้างหน้าอย่างอารมณ์ดีพลางคิดในใจอย่างคับแค้น
เฮ้อ... เพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ ชีวิตตูช่างลำบากจริงๆ...
สวี่มั่วเองก็รู้สึกปลงไม่ต่างกัน เพื่อจะเก็บแต้มให้กลับไปเป็นมนุษย์เขาก็ต้องทุ่มสุดตัว
"มั่วมั่ว แกจะพาฉันไปไหนเนี่ย!ถ้ายังเอาแต่ดื้อแบบนี้ ฉันจะโกรธจริงๆ แล้ว!อาหารเช้าก็ใกล้เย็นหมดแล้วด้วย!!"
เสียงของจ้าวลี่อิ่งปลุกสวี่มั่วจากห้วงความคิดเขาหันกลับไปมองเธอแวบหนึ่ง แล้วมองสำรวจไปรอบๆ จึงพบว่าพวกเขาเดินมาถึงสวนดอกไม้เล็กๆ ทางทิศเหนือของหมู่บ้านตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปยังศาลาไม้ที่อยู่ไม่ไกล
จ้าวลี่อิ่งเดินตามมาด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ พอเห็นฮัสกี้ไปนั่งอยู่ข้างม้านั่งไม้ก็เอ่ยอย่างสงสัยว่า "ทำไม อยากกินข้าวเช้าตรงนี้เหรอ"
"โฮ่งๆ"
ฮัสกี้เห่าเบาๆ เหมือนเป็นการยืนยัน
"ทำไมต้องมากินตรงนี้ด้วยนะ... เอาเถอะยอมแพ้แล้วก็ได้..."
จ้าวลี่อิ่งถอนหายใจอย่างปลงๆ ก่อนเดินไปนั่งบนม้านั่งไม้วางถุงอาหารและสายจูงลงข้างตัว แล้วหยิบซาลาเปาไส้เนื้อออกมายื่นให้ฮัสกี้
"เอ้า กินสิ"