แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้าสาดส่องผ่านแมกไม้หนาทึบในป่าท้ายจวนแม่ทัพ เสียงนกป่าเริ่มขับขานรับรุ่งอรุณที่กำลังจะมาถึง ทว่าสำหรับ เม่ยเหลียน รุ่งเช้านี้กลับไม่ใช่จุดเริ่มต้นของวันใหม่ที่สดใส แต่มันคือจุดเริ่มต้นของ "ความลับ" ที่หนักอึ้งและเร่าร้อนที่สุดในชีวิต
นางขยับกายลุกขึ้นจากเตียงไม้ไผ่ที่ปูด้วยหนังเสือผืนหนา ความรู้สึกแรกที่ััได้คือความปวดหนึบที่บั้นเอวและเรียวขา ความเ็ปที่แฝงไปด้วยความซ่านสยิวนี้คือหลักฐานที่มีชีวิตของพายุอารมณ์ที่เพิ่งสงบลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน นางก้มลงมองกายาของตนเองที่บัดนี้มีรอยแดงจางๆ ประดับอยู่ตามเนินอกและลำคอระหง รอยรักจากััที่ดิบเถื่อนของอาซานเปรียบเสมือนตราชับบนผิวพรรณที่เคยขาวสะอาดดุจหิมะของนาง
อาซาน ยังคงนอนหลับใหลอยู่ข้างกาย แผ่นอกกว้างของเขาสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่สม่ำเสมอ กลิ่นกายของบุรุษเพศที่ผสมปนเปกับกลิ่นเหงื่อและกลิ่นไอของป่ารกชัฏช่างแตกต่างจากกลิ่นหอมปรุงแต่งของกำยานในจวนที่นางเคยชิน เม่ยเหลียนเอื้อมมือไปลูบไล้แผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็จากการล่าสัตว์ของเขาอย่างแ่เบา ใจของนางเต้นผิดจังหวะเมื่อนึกถึงรสสวาทที่เขาเพิ่งมอบให้ มันช่างรุนแรง ดุดัน และเต็มไปด้วยความปรารถนาที่กระหายสตรีคนหนึ่งอย่างแท้จริง... สิ่งที่แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่อย่างเฉินหยางมองข้ามไปโดยสิ้นเชิง
"ข้าต้องไปแล้ว..." นางกระซิบแ่เบาพรางหยิบอาภรณ์สีแดงมงคลที่บัดนี้ยับย่นและเปรอะเปื้อนขึ้นมาสวมใส่
อาซานลืมตาขึ้น แววตาของเขาไม่ได้มีความง่วงงุนแม้แต่น้อย เขาลุกขึ้นนั่งแล้วรวบร่างบางเข้าไปกอดจากทางด้านหลัง กดจมูกโด่งคมลงบนลาดไหล่ที่นวลเนียน "ความลับยามรัตติกาลจะถูกชะล้างด้วยแสงตะวันอย่างนั้นหรือ ฮูหยินเอก?"
"ร่างกายข้าอาจต้องกลับไปอยู่ในกรงทองนั่น แต่อารมณ์รัญจวนที่ท่านมอบให้... มันจะยังคงอยู่ใต้ิัของข้าตลอดไป" เม่ยเหลียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว นางหันกลับไปสบตาเขา แววตาของนางบัดนี้ไม่มีความขี้ขลาดของลูกไก่ในกำมืออีกต่อไป
นางก้าวออกจากกระท่อมไม้ไผ่ มุ่งหน้ากลับสู่จวนแม่ทัพด้วยหัวใจที่พองโตอย่างประหลาด ทุกก้าวย่างที่ย่ำลงบนพื้นดินเย็นเฉียบทำให้นางนึกถึงความเร่าร้อนในกระท่อมหลังนั้น นางลอบเข้าทางประตูลับที่กำแพงจวนซึ่งน้อยคนนักจะรู้ เดินลัดเลาะผ่านสวนดอกโบตั๋นที่บานสะพรั่งมุ่งสู่เรือนเอกของตนเองอย่างเงียบเชียบที่สุด
ทว่า... เมื่อผลักประตูห้องนอนเข้าไป เม่ยเหลียนก็ต้องตัวแข็งทื่อ
กลิ่นสุราที่คุ้นเคยยังคงหลงเหลืออยู่ในอากาศ และที่โต๊ะกลางห้อง แม่ทัพเฉินหยาง นั่งรออยู่ด้วยใบหน้าที่ทะมึนทึง แววตาของเขาดุดันและฉายแววโทสะอย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน ชุดเ้าบ่าวสีแดงของเขายังไม่ได้ถูกเปลี่ยน ราวกับว่าเขาไม่ได้นอนทั้งคืนเช่นกัน
"เ้าไปที่ใดมาในคืนเข้าหอ?" น้ำเสียงของเขาต่ำและสั่นเครือด้วยความโกรธ
เม่ยเหลียนพยายามข่มใจไม่ให้สั่น นางจัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่พรางก้าวเข้าไปในห้องด้วยท่าทีที่นิ่งสงบเกินคาด "ข้าเพียงแต่ออกไปเดินเล่นระบายความอัดอั้นใจที่ท้ายจวน ท่านพี่ลืมไปแล้วหรือว่าท่านทิ้งข้าไว้ให้เผชิญกับความอ้างว้างในคืนสำคัญนี้"
เฉินหยางลุกขึ้นยืนด้วยความเร็วที่ทำให้นางเกือบสะดุ้ง เขาเดินเข้ามาประชิดตัวนาง กลิ่นกายของบุรุษอื่นที่ยังติดอยู่บนตัวนางทำให้เขารู้สึกแปลกใจ แม้จะเป็กลิ่นที่เบาบางมากทว่าสัญชาตญาณแม่ทัพของเขากลับรับรู้ถึงความผิดปกติ "เดินเล่นจนอาภรณ์เปรอะเปื้อนดินแดงถึงเพียงนี้เชียวหรือ? และเหตุใด... แววตาของเ้าถึงได้ดูเย่อหยิ่งนักเม่ยเหลียน?"
เขากระชากแขนนางขึ้นมาดู รอยแดงจางๆ ที่ลำคอที่เขาเพิ่งสังเกตเห็นทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความสงสัยและความโกรธที่อธิบายไม่ได้ "รอยนี่... ใครทำมัน?"
เม่ยเหลียนยิ้มเยาะในใจ ความกลัวที่เคยมีต่อชายผู้นี้ถูกชะล้างไปหมดสิ้นด้วยรสสวาทของอาซาน นางเชิดหน้าขึ้นมองสบตาเขาอย่างท้าทาย "รอยที่ท่านเห็นอาจจะเป็เพียงรอยที่เกิดจากกิ่งไม้ หรืออาจจะเป็รอยจากสิ่งที่ท่านไม่เคยคิดจะมอบให้ข้า... ความปรารถนาอย่างไรเล่า ท่านแม่ทัพ"
"เ้า!" เฉินหยางบีบข้อมือนางแรงขึ้น ทว่าเม่ยเหลียนกลับไม่แสดงความเ็ป นางกลับรู้สึกสะใจที่เห็นเขากระวนกระวาย การนอกใจครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการแก้แค้นด้วยร่างกาย แต่มันคือการประกาศอิสรภาพทางจิตใจของนางต่อหน้าชายที่เคยคิดว่าตนเองเป็เ้าชีวิตของนาง
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังปะทะคารมกันอยู่นั้น เสียงฝีเท้าเบาๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าห้อง "ท่านพี่... ท่านอยู่ที่นี่หรือเ้าคะ?" เสียงหวานเลี่ยนของ อนุชิง ดังเข้ามาทำลายบรรยากาศที่ตึงเครียด
เฉินหยางชะงัก เขาปล่อยข้อมือนางเอกแล้วหันไปมองประตู แววตาที่เคยมั่นคงของเขาบัดนี้ฉายแววสับสนเป็ครั้งแรก เขามองมาที่เม่ยเหลียนอีกครั้งราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้น "เ้าอย่าคิดว่าจะตบตาข้าได้ตลอดไป เม่ยเหลียน... หากข้ารู้ว่าเ้าทำเื่เสื่อมเสียเกียรติจวนแม่ทัพ ข้าจะไม่ไว้หน้าตระกูลเ้าแม้แต่นิดเดียว"
เขาสะบัดชายเสื้อเดินออกจากห้องไปหาอนุคนโปรด ทิ้งให้เม่ยเหลียนยืนอยู่ลำพังในห้องหอที่บัดนี้ดูโอ่โถงแต่ไร้ความหมาย นางเดินไปที่กระจกทองเหลือง มองดูเงาสะท้อนของตนเองในกระจก รอยมลทินบนคอที่เขาเพิ่งััไปนั้นช่างเป็รอยบาปที่แสนหวาน นางปลดอาภรณ์สีแดงออกช้าๆ เผยให้เห็นกายานวลเนียนที่บัดนี้เต็มไปด้วยรอยประทับจากอาซาน นางลูบไล้มันอย่างทะนุถนอมพรางนึกถึงคำพูดของพรานหนุ่มยามรัตติกาล
การต่อสู้ที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และนางจะเป็ผู้กำหนดกติกานี้เอง
เม่ยเหลียนลงไปแช่ในอ่างไม้ที่มีน้ำอุ่นโรยด้วยกลีบดอกไม้ ความร้อนของน้ำช่วยผ่อนคลายความล้า แต่ความทรงจำเกี่ยวกับััของอาซานกลับยิ่งเด่นชัดขึ้นในหัว นางเอนกายพิงขอบอ่าง หลับตาลงพรางจินตนาการถึงคืนถัดไป... คืนที่นางจะได้กลับไปหา "ชู้รัก" ที่มอบชีวิตใหม่ให้แก่นาง