จักรพรรดิหมื่นเผ่าพันธุ์ ขอเกิดใหม่เพื่อขึ้นเป็นพระเจ้า

    ตอนที่ 54 สถานะความเป็นอยู่

            เมื่อรับรู้ถึงสถานะและความเป็นอยู่ของฮาฟเอลฟ์คนนี้ แน่นอนว่าหนานกงหลงเจียก็จะไม่ไปเยี่ยมมารดาของโอดินมือเปล่า


            หนานกงหลงเจียเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างชั่วครู่ ก่อนจะหันไปบอกกับคนขับด้วยน้ำเสียงแน่วแน่


            “ก่อนจะไปถึงบ้านของโอดิน แวะที่ร้านป่าเมฆาเงินหน่อย ข้าจะซื้อของฝากให้มารดาของเขาสักหน่อย!”


            คำสั่งนั้นทำให้โอดินถึงกับเหลือบสายตาขึ้นเล็กน้อยจากการจมอยู่ในห้วงความคิด


            เขาไม่ได้กล่าวอะไรออกมาเพิ่มเติม เพียงแต่นิ่งฟังโดยไม่แสดงความเห็น หนานกงหลงเจียเองก็ไม่ต้องการให้เกิดความเกรงใจอะไรอีก


            เพราะสำหรับมนุษย์ชาติแล้ว โอดินคือสมบัติของเผ่าพันธุ์มนุษย์คนใหม่ที่แข็งแกร่ง เป็นแสงสว่างในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยหมอกควันของสงคราม และผู้ถือครองศักยภาพระดับเทพเจ้าที่ไม่มีใครเทียบ ผู้ที่สามารถเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของยุคสมัยศักดิ์สิทธิ์นี้ได้อย่างแท้จริง


            ภายในเวลาไม่กี่นาที รถยนต์ก็เลี้ยวเข้าสู่ตรอกหินที่นำทางสู่ร้านอาหารชื่อดังที่สุดในเขตตะวันตกของเมือง


            ร้านป่าเมฆาเงิน คือสถานที่ที่กระทั่งชนชั้นสูงก็ยังต้องจองล่วงหน้าหลายวัน ทว่าเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์ของวิหารแห่งการลงทัณฑ์ติดอยู่ที่หน้ารถ เหล่าพนักงานที่เฝ้าประตูด้านหน้าก็พากันก้มหัวให้ด้วยความเคารพอย่างสุดซึ้งโดยไม่จะถามไถ่


            “สั่งอาหารให้หลากหลายที่สุด อะไรก็ได้ที่เหมาะสำหรับหญิงวัยกลางคน และเน้นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย”


            คำสั่งของหนานกงหลงเจียดังขึ้นสั้นๆอย่างหนักแน่น


            “ขะ.. เข้าใจแล้วขอรับท่านผู้นำวิหาร! พวกเราจะไปจัดการให้ในทันที!”

            

            พนักงานพากันรับคำและรีบรุดเข้าไปในครัวด้านในทันที ราวกับเป็นคำสั่งจากเทพเจ้าผู้มาจุติ


            “.................”


            โอดินนั่งอยู่ในรถเงียบๆ ดวงตาไล่มองความหรูหราและการต้อนรับที่อบอวลไปด้วยความเคารพและเกียรติยศที่รายล้อมผู้นำวิหารหนุ่ม เขาไม่ได้รู้สึกอิจฉา ไม่ได้รู้สึกริษยา ทว่าเพียงแค่ระบายลมหายใจออกเบาๆ พร้อมรอยยิ้มที่คล้ายจะเย้ยหยันตัวเองอยู่ในใจ


            “เอาเถอะ ท่านแม่เองก็ไม่ได้กินของอร่อยแบบนี้มานานแล้ว”


            “ให้ชายคนนี้ทำตามใจไปละกัน.. แต่มันก็แค่ครั้งนี้เท่านั้นแหละ”


            ความคิดที่สะท้อนอยู่ภายในจิตใจของโอดินราวกับดังก้องอยู่ภายในรถที่เงียบงัน


            “ในเมื่อข้าตอนนี้ได้กลายมาเป็นผู้วิวัฒน์อีกครั้งนึงแล้ว ข้าจะทำให้ท่านแม่หลิวเหมยมีความสุขในแบบที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้”


            “จะทำให้ตัวของนางมีทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนเองต้องการ ข้าจะทำมันให้ได้ในชาตินี้อย่างแน่นอน!”


            นั่นไม่ใช่คำสัญญาที่กล่าวออกมาด้วยปาก แต่เป็นพันธะที่สลักอยู่บนจิตวิญญาณของชายหนุ่ม


            ไม่มีสิ่งใดในโลกใบนี้ที่จะหยุดยั้งเจตจำนงของเขาได้อีกแล้ว


            ผ่านไปชั่วครู่นึง เมื่ออาหารทั้งหมดถูกจัดเตรียมอย่างเรียบร้อย พนักงานหลายคนช่วยกันขนกล่องบรรจุอาหารที่ตกแต่งอย่างประณีตไปยังห้องโดยสารด้านหลังของรถ เสียงของคนขับผู้สูงวัยดังขึ้นด้วยความเคารพ


            “ท่านผู้นำขอรับ ของฝากทั้งหมดถูกเก็บเอาไว้ที่ด้านหลังเรียบร้อยแล้ว งั้นเราควรไปกันต่อเลยนะขอรับ”


            “โอเค รีบมุ่งหน้าไปกันเถอะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นเสียก่อน”


            หนานกงหลงเจียตอบรับทันที ก่อนจะเหลือบมองไปยังชายหนุ่มข้างกาย


            “หวังว่านี่จะเป็นของฝากสำหรับมารดาเจ้านะ โอดิน”


            โอดินเพียงแต่ส่งเสียงออกมาเบาๆ เป็นการตอบรับที่แฝงไว้ด้วยความขบขันบางอย่าง ก่อนจะกล่าวออกมาช้าๆ


            “มันก็ไม่เลวนักหรอก”


            หลังจากนั้นห้วงเวลาก็ผ่านไปอีกกว่า 10 นาที


            ในที่สุดรถยนต์ก็เคลื่อนตัวมายังเขตชานเมืองที่ล้อมรอบด้วยอาคารเตี้ยๆ สีซีดจางซึ่งดูเก่าโทรมเหมือนถูกลืมจากผู้มีอำนาจ ถนนคับแคบเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว เสาไฟฟ้าที่มีสายเวทย์พันกันยุ่งเหยิงตั้งเรียงรายอยู่ข้างทางอย่างไร้ระเบียบ


            บ้านเรือนเล็กๆถูกจัดเรียงติดกันเหมือนกล่องไม้เรียงซ้อน ไม่มีแม้กระทั่งรั้วกั้นที่เหมาะสม และยิ่งไม่มีอะไรที่เรียกได้ว่าความปลอดภัย


            หนานกงหลงเจียเมื่อเห็นภาพนั้นก็นิ่งงันชั่วครู่ สายตาของเขาสะท้อนถึงความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย


            มันทั้งเจ็บปวด สมเพช และโกรธแค้นในเวลาเดียวกัน


            ไม่ใช่โกรธที่โอดินต้องอาศัยอยู่ในสถานที่แบบนี้ แต่โกรธที่โลกใบนี้ยังคงมีพื้นที่ที่เลวร้ายถึงเพียงนี้ให้กับคนที่ไม่เคยเลือกเกิดมาก่อน


            โอดินลงจากรถก่อน เขายืนนิ่งอยู่หน้าห้องพักหมายเลข 22 ซึ่งเป็นห้องขนาดเล็กไม่ถึง 30 ตารางเมตร


            ประตูเก่าที่มีรอยขีดข่วนจากการใช้งาน ผนังที่มีรอยแตกร้าวเป็นแนวยาวและบันไดที่เสื่อมสภาพจากการขาดการซ่อมแซม ชายหนุ่มจ้องมองมันด้วยแววตาแน่วแน่ มือที่กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นเล็กน้อย บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นที่ซุกซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าที่สงบเสงี่ยม


            หนานกงหลงเจียก้าวลงจากรถตามมาติดๆ


            เขาเดินมาหยุดยืนข้างๆก่อนจะยกมือขึ้นตบไหล่ชายหนุ่ม พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจ


            “ไม่ต้องห่วงโอดิน วิหารแห่งการลงทัณฑ์จะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้กับเจ้าเอง ทั้งบ้านพักและความปลอดภัย”


            “หลังจากนี้เจ้าและมารดาของเจ้าจะไม่ต้องมาอยู่ในสถานที่อันน่าอึดอัดและไม่ปลอดภัยเช่นนี้อีก!”


            คำพูดนั้นทำให้ชายหนุ่มที่ยืนสงบอยู่เกิดอาการสะเทือนเล็กน้อย แต่โอดินก็ไม่ได้ตอบกลับทันที


            เพียงแค่สูดลมหายใจเข้าลึกๆและพ่นมันออกมา ก่อนจะเคาะประตูห้องพักเบาๆด้วยท่าทางอันตื่นเต้น


            “ท่านแม่.. ผมกลับมาแล้วครับ”


    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิหมื่นเผ่าพันธุ์ ขอเกิดใหม่เพื่อขึ้นเป็นพระเจ้า ที่คุณอ่าน