เมื่อรับรู้ถึงสถานะและความเป็นอยู่ของฮาฟเอลฟ์คนนี้ แน่นอนว่าหนานกงหลงเจียก็จะไม่ไปเยี่ยมมารดาของโอดินมือเปล่า
หนานกงหลงเจียเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างชั่วครู่ ก่อนจะหันไปบอกกับคนขับด้วยน้ำเสียงแน่วแน่
“ก่อนจะไปถึงบ้านของโอดิน แวะที่ร้านป่าเมฆาเงินหน่อย ข้าจะซื้อของฝากให้มารดาของเขาสักหน่อย!”
คำสั่งนั้นทำให้โอดินถึงกับเหลือบสายตาขึ้นเล็กน้อยจากการจมอยู่ในห้วงความคิด
เขาไม่ได้กล่าวอะไรออกมาเพิ่มเติม เพียงแต่นิ่งฟังโดยไม่แสดงความเห็น หนานกงหลงเจียเองก็ไม่ต้องการให้เกิดความเกรงใจอะไรอีก
เพราะสำหรับมนุษย์ชาติแล้ว โอดินคือสมบัติของเผ่าพันธุ์มนุษย์คนใหม่ที่แข็งแกร่ง เป็นแสงสว่างในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยหมอกควันของสงคราม และผู้ถือครองศักยภาพระดับเทพเจ้าที่ไม่มีใครเทียบ ผู้ที่สามารถเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของยุคสมัยศักดิ์สิทธิ์นี้ได้อย่างแท้จริง
ภายในเวลาไม่กี่นาที รถยนต์ก็เลี้ยวเข้าสู่ตรอกหินที่นำทางสู่ร้านอาหารชื่อดังที่สุดในเขตตะวันตกของเมือง
ร้านป่าเมฆาเงิน คือสถานที่ที่กระทั่งชนชั้นสูงก็ยังต้องจองล่วงหน้าหลายวัน ทว่าเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์ของวิหารแห่งการลงทัณฑ์ติดอยู่ที่หน้ารถ เหล่าพนักงานที่เฝ้าประตูด้านหน้าก็พากันก้มหัวให้ด้วยความเคารพอย่างสุดซึ้งโดยไม่จะถามไถ่
“สั่งอาหารให้หลากหลายที่สุด อะไรก็ได้ที่เหมาะสำหรับหญิงวัยกลางคน และเน้นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย”
คำสั่งของหนานกงหลงเจียดังขึ้นสั้นๆอย่างหนักแน่น
“ขะ.. เข้าใจแล้วขอรับท่านผู้นำวิหาร! พวกเราจะไปจัดการให้ในทันที!”
พนักงานพากันรับคำและรีบรุดเข้าไปในครัวด้านในทันที ราวกับเป็นคำสั่งจากเทพเจ้าผู้มาจุติ
“.................”
โอดินนั่งอยู่ในรถเงียบๆ ดวงตาไล่มองความหรูหราและการต้อนรับที่อบอวลไปด้วยความเคารพและเกียรติยศที่รายล้อมผู้นำวิหารหนุ่ม เขาไม่ได้รู้สึกอิจฉา ไม่ได้รู้สึกริษยา ทว่าเพียงแค่ระบายลมหายใจออกเบาๆ พร้อมรอยยิ้มที่คล้ายจะเย้ยหยันตัวเองอยู่ในใจ
“เอาเถอะ ท่านแม่เองก็ไม่ได้กินของอร่อยแบบนี้มานานแล้ว”
“ให้ชายคนนี้ทำตามใจไปละกัน.. แต่มันก็แค่ครั้งนี้เท่านั้นแหละ”
ความคิดที่สะท้อนอยู่ภายในจิตใจของโอดินราวกับดังก้องอยู่ภายในรถที่เงียบงัน
“ในเมื่อข้าตอนนี้ได้กลายมาเป็นผู้วิวัฒน์อีกครั้งนึงแล้ว ข้าจะทำให้ท่านแม่หลิวเหมยมีความสุขในแบบที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้”
“จะทำให้ตัวของนางมีทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนเองต้องการ ข้าจะทำมันให้ได้ในชาตินี้อย่างแน่นอน!”
นั่นไม่ใช่คำสัญญาที่กล่าวออกมาด้วยปาก แต่เป็นพันธะที่สลักอยู่บนจิตวิญญาณของชายหนุ่ม
ไม่มีสิ่งใดในโลกใบนี้ที่จะหยุดยั้งเจตจำนงของเขาได้อีกแล้ว
ผ่านไปชั่วครู่นึง เมื่ออาหารทั้งหมดถูกจัดเตรียมอย่างเรียบร้อย พนักงานหลายคนช่วยกันขนกล่องบรรจุอาหารที่ตกแต่งอย่างประณีตไปยังห้องโดยสารด้านหลังของรถ เสียงของคนขับผู้สูงวัยดังขึ้นด้วยความเคารพ
“ท่านผู้นำขอรับ ของฝากทั้งหมดถูกเก็บเอาไว้ที่ด้านหลังเรียบร้อยแล้ว งั้นเราควรไปกันต่อเลยนะขอรับ”
“โอเค รีบมุ่งหน้าไปกันเถอะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นเสียก่อน”
หนานกงหลงเจียตอบรับทันที ก่อนจะเหลือบมองไปยังชายหนุ่มข้างกาย
“หวังว่านี่จะเป็นของฝากสำหรับมารดาเจ้านะ โอดิน”
โอดินเพียงแต่ส่งเสียงออกมาเบาๆ เป็นการตอบรับที่แฝงไว้ด้วยความขบขันบางอย่าง ก่อนจะกล่าวออกมาช้าๆ
“มันก็ไม่เลวนักหรอก”
หลังจากนั้นห้วงเวลาก็ผ่านไปอีกกว่า 10 นาที
ในที่สุดรถยนต์ก็เคลื่อนตัวมายังเขตชานเมืองที่ล้อมรอบด้วยอาคารเตี้ยๆ สีซีดจางซึ่งดูเก่าโทรมเหมือนถูกลืมจากผู้มีอำนาจ ถนนคับแคบเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว เสาไฟฟ้าที่มีสายเวทย์พันกันยุ่งเหยิงตั้งเรียงรายอยู่ข้างทางอย่างไร้ระเบียบ
บ้านเรือนเล็กๆถูกจัดเรียงติดกันเหมือนกล่องไม้เรียงซ้อน ไม่มีแม้กระทั่งรั้วกั้นที่เหมาะสม และยิ่งไม่มีอะไรที่เรียกได้ว่าความปลอดภัย
หนานกงหลงเจียเมื่อเห็นภาพนั้นก็นิ่งงันชั่วครู่ สายตาของเขาสะท้อนถึงความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย
มันทั้งเจ็บปวด สมเพช และโกรธแค้นในเวลาเดียวกัน
ไม่ใช่โกรธที่โอดินต้องอาศัยอยู่ในสถานที่แบบนี้ แต่โกรธที่โลกใบนี้ยังคงมีพื้นที่ที่เลวร้ายถึงเพียงนี้ให้กับคนที่ไม่เคยเลือกเกิดมาก่อน
โอดินลงจากรถก่อน เขายืนนิ่งอยู่หน้าห้องพักหมายเลข 22 ซึ่งเป็นห้องขนาดเล็กไม่ถึง 30 ตารางเมตร
ประตูเก่าที่มีรอยขีดข่วนจากการใช้งาน ผนังที่มีรอยแตกร้าวเป็นแนวยาวและบันไดที่เสื่อมสภาพจากการขาดการซ่อมแซม ชายหนุ่มจ้องมองมันด้วยแววตาแน่วแน่ มือที่กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นเล็กน้อย บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นที่ซุกซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าที่สงบเสงี่ยม
หนานกงหลงเจียก้าวลงจากรถตามมาติดๆ
เขาเดินมาหยุดยืนข้างๆก่อนจะยกมือขึ้นตบไหล่ชายหนุ่ม พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจ
“ไม่ต้องห่วงโอดิน วิหารแห่งการลงทัณฑ์จะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้กับเจ้าเอง ทั้งบ้านพักและความปลอดภัย”
“หลังจากนี้เจ้าและมารดาของเจ้าจะไม่ต้องมาอยู่ในสถานที่อันน่าอึดอัดและไม่ปลอดภัยเช่นนี้อีก!”
คำพูดนั้นทำให้ชายหนุ่มที่ยืนสงบอยู่เกิดอาการสะเทือนเล็กน้อย แต่โอดินก็ไม่ได้ตอบกลับทันที
เพียงแค่สูดลมหายใจเข้าลึกๆและพ่นมันออกมา ก่อนจะเคาะประตูห้องพักเบาๆด้วยท่าทางอันตื่นเต้น
“ท่านแม่.. ผมกลับมาแล้วครับ”