Rebirth to King Football ย้อนเวลามาเป็นราชาฟุตบอล

    ตอนที่ 38 ออกเดินทาง

            เจษอาบน้ำอาบท่าเสร็จ ขณะที่เขากำลังแต่งตัวอยู่นั้น เขาก็พลันถามทั้งสองสาวขึ้น

            "ตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้วใจไหม?"ร่างแกร่งยืนแต่งตัวอยู่หน้าตู้กระจกพลางกล่าวถาม

            ทั้งสองสาวที่นั่งอยู่ที่เตียงนอนพบางสบตากันในเวลาต่อมา ในเวลานี้ไม่มีกระแสไฟฟ้าช็อตเหมือนเมื่อก่อนเพราะพวกเธอตกลงกันแล้วว่าจะต้องร่วมมือกันต่อจากนี้

            ทั้งสองสาวพลางพยักหน้าตอบรับเจษอย่างเขินอาย

            "อื้ม!!"

            เจษรู้สึกมีความสุขทันทีที่ทั้งสองสาวรับปาก เขาพลันกระโจนเข้าไปกอดพวกเธอทันที พลางจุ๊บหน้าผากไปคนละทีอีกด้วย ในเวลานี้เขารู้สึกชุ่มชื่นหัวใจมาก..

            "ขอบใจพวกเธอมากนะที่รักฉันและขอโทษที่ฉันมักมากด้วย ฉันทิ้งพวกเธอคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้จริงๆ.."

            พอเจษพูดจบ ทั้งสองสาวก็หลัวตัวอ่อนลงมาซบตรงอกเขา สงสัยคำพูดของเจษจะทำให้พวกเธอเขินอายไม่น้อย

            ..

            หลังจากที่แสดงความรักกับแฟนสาวทั้งสองของเขาแล้ว เจษกับพวกเธอก็ลงมาทานอาหารเช้าต่อทันทีเหมือนดั่งเช่นทุกๆวัน

            เวลาผ่านไปประมาณสิบนาทีเขากับแฟนสาวทั้งสองก็ทานอาหารเสร็จ ซึ่งมีสายเรีกเข้าโทรศัพท์ของเขาในเวลานั้นพอดี อย่างกับรู้เวลา

            ครืน!!!! ครืน!!!!

            เจษลุกขึ้นไปรับโทรศัพท์ พอเห็นว่าเป็นแม่ตนเองเขาก็รีบรับสายอย่างไว

            "ครับแม่ ผมเจษเองครับ.."ร่าหนารู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อยน้อยพลางพูดเสียงเบา เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาคุยกับแม่ตั้งแต่ย้อนเวลากลับมา ที่ผ่านมาเขาก็ทำใจได้ยากเหมือนกันจึงไม่ได้โทรไปหาเธอ

            [เจษแม่คุยงานเสร็จแล้วนะ เดี๋ยวแม่จะกลับภายในสัปดาห์นี้แหละ..] ปลายสายตอบกลับอย่างอาลัยอาวรณ์เพราะคิดถึงชาย ก็เธอจากบ้านไปเป็นเดือนแล้ว

            "..!?..แม่ครับ ไม่ต้องรีบกลับก็ได้ เดี๋ยวผมจะเดินทางไปหา.."เจ้าของร่างแกร่งพูดขึ้นด้วยเสียงเบาอย่างไม่มั่นใจ เพราะนี่เป็นการตัดสินใจของเขาฝ่ายเดียว เขายังไม่ได้ปรึกษาเรื่องนี้กับแม่เลย

            "..ลูกจะมาหาแม่ทำไม?"ปลายสายถามกลับอย่างสงสัย

            ซู๊ดดด

            เจษสูดหายใจลึกในวินาทีถัดมาเพื่อตั้งสมาธิชั่วครู่หนึ่ง แล้วพูดสิ่งที่ตนเองต้องการออกมา..

            "แม่ก็รู้ใช่ไหมครับว่าผมอยากเป็นนักฟุตบอลมาก..ดังนั้นผมจึงอยากจะไปคัดตัวที่นู้นดูสักครั้งครับ!"

            อิงอรเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อครุ่นคิดอย่างหนัก เธอไม่ได้คิดว่าที่เจษพูดมาเป็นเขาล้อเล่นแม้แต่น้อย ลูกชายเธอไม่เคยพูดเล่นเรื่องฟุตบอลเลย..

            ในเวลาต่อมาเธอก็พูดขึ้น

            "การคัดตัวนักฟุตบอลที่นี่ยากมากนะลูก ลูกมั่นใจว่าตัวเองจะคัดผ่านหรอ! ถึงจะผ่านมาได้ก็เถอะการแข่งขันที่นี่สูงมากนะ ลูกคิดว่าลูกไหวไหม?" อิงอรพูดออกมาด้วยความเป็นห่วง เธอกลัวว่าลูกของตนเองจะล้มเหลวและไม่มีความสุขหลังจากนั้น คนเป็นแม่เห็นลูกทุกข์ใจเธอก็จะทุกข์ใจไปด้วย

            "ไหวครับแม่! ผมมั่นใจในฝีเท้าของตนเองครับ"เจษตอบกลับไปอย่างมั่นใจ ถึงฟุตบอลบอลจะไม่ได้ใช้ฝีเท้าอย่างเดียวก็เถอะ

            ".."

            "งั้นแม่จะสนับสนุนลูกและรอให้กำลังใจที่นี่ แล้วลูกทำพาสปอร์ตรึยัง?"

            "คุณตาจักการเรื่องนี้ให้ผมเรียบร้อยแล้วครับ ผมพร้อมเดินทางได้ทุกเมื่อ"

            "งั้นเดินทางมาพรุ่งนี้เลยลูก แม่มีเวลาว่างต่อจากนี้พอดี"

            "ครับ!"

            เมื่อคุยธุระของตนเองเสร็จ ปากเจษก็แข็งไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ ถึงภายในใจจะมีเป็นหมื่นล้านคำก็ตาม 

            ทว่าอิงอรผู้เป็นแม่ไม่ได้ปากเเข็งเหมือนเขา เธอพูดขึ้นในเวลาต่อมา..

            "..แม่ได้ยินข่าวมาว่าหนูแอนนากับหนูอิงฟ้าค้างบ้านเราทุกวันเลย จริงรึเปล่า?!"น้ำเสียงของอิงอรเริ่มจริงจัง

            "..!!?" ทั้งสองสาวที่นั่งฟังอยู่ไม่ไกลก็ดวงตาสั่นไหวเมื่อได้ยินปลายสายถามอย่างนั้น

            "..ชะ..ใช่ครับ"เจอตอบเสียงสั่นๆ เพราะรู้สึกว่ารางไม่ดี

            "จะทำอะไรก็ให้มันพอเหมาะพอควร อย่าถลำลึกจนเกินไป..แม่ขอหลานสี่คนนะ ครอบครัวเราขาดคนช่วยบริหารอย่างมาก.."แม่อรพูดความในใจออกมา เพราะเธอก็เริ่มเหนื่อยแล้ว

            เจอก็รู้สึกเสียวๆที่ประโยคเเรกเหมือนจะตำหนิ ทว่าเสียงกระซิบประโยคหลังนี่มัน..เขาถึงกับพูดไม่ออกจริงๆ

            "..ผมจะพยายามครับ ไว้เจอกันนะครับ"เจษตอบแบบไม่ค่อยมั่นใจอย่างสุดซึ้ง เพราะเขายังไม่ได้คิดเรื่องการมีลูกเลยแม้แต่น้อย..

            "ไอ้ลูกคนนี้ทำมาเป็นเขินอายกับแม่!"อิงอรพลางบ่นอย่างมีความสุข

            พอเจษพูดจบ เขาก็ตัดสายทันที แค่เจ้าเจมส์กับเจ้าบาสรู้เรื่องนี้เขาก็เขินอายมากพออยู่แล้ว นี่แม่แท้ๆของเขายังจะมาแหย่เพิ่มอีก..มันช่างน่าอายนัก

            'เฮ้อ..นี่สินะการมีแฟนที่เราใฝ่ฝัน..'

            เจษถอนหายใจอย่างหนักหน่วง อย่างไรก็ตามเขาก็ทีความสุขกับอารมณ์แบบนี้มาก

            แอนนาและอิงฟ้าที่นั่งอยู่ข้างๆเจษพลันจับมือกันอย่างปรองดองในเวลานี้ พวกเธอก็คิดหนักไม่ต่างจากเขาเสียเท่าไหร่..

            "สะ..สี่คนเลยหรอ?"ทั้งสองสาวต่างพึมพำออกมาเบาๆอย่างหนักใจ 

            ถ้าจะเฉลี่ยก็มีลูกคนละสองคน ถึงอย่างนั้นพวกเธอก็ยังวิตกกังวลอยู่ดี

            'ทำกันยังเจ็บขนาดนี้ คลอดลูกแล้วจะเจ็บขนาดไหน..'ทั้งสองสาวต่างคิดไปในทิศทางเดียวกัน พวกเธอหน้าซีดเผือดในวินาทีถัดมา

            ..

            เมื่อเจษรู้สึกว่าศีรษะปลอดโปร่งแล้ว เขาก็หยิบโทรศัพท์โทรหาเพื่อนสนิททั้งสองของเขาทันที..

            เมื่อเจมส์รับสาย เขาก็พูดขึ้น

            "เจมส์ เย็นนี้กูไม่ว่างแล้วนะ ยกเลิกที่นัดกันไว้เลย อ้อ ฝากบอกไอ้บาสด้วยนะ"

            [โอเค]

            เมื่อเจมส์รับรู้แล้ว เจษก็ตัดสายทันที

            ในเวลาต่อมาเขากับทั้งสองสาวได้ขึ้นไปที่ห้องของเขา เพื่อจัดกระเป๋าเดินทาง

            ในระหว่าพับเสื้อผ้าอยู่นั้นแอนนาก็ถามขึ้น

            "เจษจะไปพรุ่งนี้จริงๆหรอ?"แอนนาถามอย่างเศร้าๆ เพราะเธอไม่อยากแยกจากเขาเท่าไหร่นัก อิงฟ้าเหมือนกันด้วย

            "..ใช่"เจษตอบกลับอย่างหนักใจ เขาก็อยากอยู่ด้วยกันกับทั้งสองสาวมากกว่านี้เหมือนกัน แต่จะทำอย่างไรได้..

            "ต่อจากนี้พวกเธอก็ไปเรียนต่อที่อังกฤษ ส่วนฉันไปเตะฟุตบอลที่โปรตุเกส การแยกกันครั้งนี้ถือว่าเป็นการแยกกันไปเติบโตแล้วกันนะ..เมื่อพวกเราบรรลุเป้าหมายของตนเองแล้วให้มาอยู่ด้วยกัน เมื่อถึงตอนนั้นฉันสัญญาว่าจะแต่งงานกับพวกเธอ.."

            "ใครเขาจะแต่งกับนายกัน!"ทั้งสองสาวพูดออกมาอย่างอายๆ

            เจษก็ยิ้มพลางเก็บกระเป๋าต่อ เขาเอาไปแค่เสื้อผ้ากับอุปกรณ์ที่จำเป็นเท่านั้น

            พอตกเย็น เขาก็จัดหนักกับทั้งสองสาวอีกคนละหลายรอบ เขาจัดแบบให้พอใจไปเลย ว่างเมื่อไหร่สะกิดเมื่อนั้น เพราะต่อจากนี้กว่าจะเจอกันก็อีกนาน..ทำเอาเขาพอใจไม่น้อย

            เข้าวันถัดมา ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

            แอนา อิงฟ้า ยายและตาของเจษ รวมไปถึงเจมส์กับบาสได้มาส่งเขา พวกเขาล่ำลากันอย่างอบอุ่น

            "ดูแลตัวเองดีๆนะ"

            "รักษาสุขภาพด้วย"

            "ขอให้ประสบผลสำเร็จนะเพื่อน"

            "ขอบคุณมากนะทุกคน.."

            สุดท้ายเจษโบกมือลาพวกเขา

            ..

            ..

            ก่อนจะขึ้นเครื่อง เจษหันกลับไปมองท่าอากาศยานพลางคิดในใจ

            'เดี๋ยวฉันกลับมาแน่ประเทศไทย ฉันขอไปประสบความสำเร็จที่ต่างประเทศก่อน..'

             

             

             

             

                                         I’m number 4