เจษอาบน้ำอาบท่าเสร็จ ขณะที่เขากำลังแต่งตัวอยู่นั้น เขาก็พลันถามทั้งสองสาวขึ้น
"ตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้วใจไหม?"ร่างแกร่งยืนแต่งตัวอยู่หน้าตู้กระจกพลางกล่าวถาม
ทั้งสองสาวที่นั่งอยู่ที่เตียงนอนพบางสบตากันในเวลาต่อมา ในเวลานี้ไม่มีกระแสไฟฟ้าช็อตเหมือนเมื่อก่อนเพราะพวกเธอตกลงกันแล้วว่าจะต้องร่วมมือกันต่อจากนี้
ทั้งสองสาวพลางพยักหน้าตอบรับเจษอย่างเขินอาย
"อื้ม!!"
เจษรู้สึกมีความสุขทันทีที่ทั้งสองสาวรับปาก เขาพลันกระโจนเข้าไปกอดพวกเธอทันที พลางจุ๊บหน้าผากไปคนละทีอีกด้วย ในเวลานี้เขารู้สึกชุ่มชื่นหัวใจมาก..
"ขอบใจพวกเธอมากนะที่รักฉันและขอโทษที่ฉันมักมากด้วย ฉันทิ้งพวกเธอคนใดคนหนึ่งไปไม่ได้จริงๆ.."
พอเจษพูดจบ ทั้งสองสาวก็หลัวตัวอ่อนลงมาซบตรงอกเขา สงสัยคำพูดของเจษจะทำให้พวกเธอเขินอายไม่น้อย
..
หลังจากที่แสดงความรักกับแฟนสาวทั้งสองของเขาแล้ว เจษกับพวกเธอก็ลงมาทานอาหารเช้าต่อทันทีเหมือนดั่งเช่นทุกๆวัน
เวลาผ่านไปประมาณสิบนาทีเขากับแฟนสาวทั้งสองก็ทานอาหารเสร็จ ซึ่งมีสายเรีกเข้าโทรศัพท์ของเขาในเวลานั้นพอดี อย่างกับรู้เวลา
ครืน!!!! ครืน!!!!
เจษลุกขึ้นไปรับโทรศัพท์ พอเห็นว่าเป็นแม่ตนเองเขาก็รีบรับสายอย่างไว
"ครับแม่ ผมเจษเองครับ.."ร่าหนารู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อยน้อยพลางพูดเสียงเบา เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาคุยกับแม่ตั้งแต่ย้อนเวลากลับมา ที่ผ่านมาเขาก็ทำใจได้ยากเหมือนกันจึงไม่ได้โทรไปหาเธอ
[เจษแม่คุยงานเสร็จแล้วนะ เดี๋ยวแม่จะกลับภายในสัปดาห์นี้แหละ..] ปลายสายตอบกลับอย่างอาลัยอาวรณ์เพราะคิดถึงชาย ก็เธอจากบ้านไปเป็นเดือนแล้ว
"..!?..แม่ครับ ไม่ต้องรีบกลับก็ได้ เดี๋ยวผมจะเดินทางไปหา.."เจ้าของร่างแกร่งพูดขึ้นด้วยเสียงเบาอย่างไม่มั่นใจ เพราะนี่เป็นการตัดสินใจของเขาฝ่ายเดียว เขายังไม่ได้ปรึกษาเรื่องนี้กับแม่เลย
"..ลูกจะมาหาแม่ทำไม?"ปลายสายถามกลับอย่างสงสัย
ซู๊ดดด
เจษสูดหายใจลึกในวินาทีถัดมาเพื่อตั้งสมาธิชั่วครู่หนึ่ง แล้วพูดสิ่งที่ตนเองต้องการออกมา..
"แม่ก็รู้ใช่ไหมครับว่าผมอยากเป็นนักฟุตบอลมาก..ดังนั้นผมจึงอยากจะไปคัดตัวที่นู้นดูสักครั้งครับ!"
อิงอรเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อครุ่นคิดอย่างหนัก เธอไม่ได้คิดว่าที่เจษพูดมาเป็นเขาล้อเล่นแม้แต่น้อย ลูกชายเธอไม่เคยพูดเล่นเรื่องฟุตบอลเลย..
ในเวลาต่อมาเธอก็พูดขึ้น
"การคัดตัวนักฟุตบอลที่นี่ยากมากนะลูก ลูกมั่นใจว่าตัวเองจะคัดผ่านหรอ! ถึงจะผ่านมาได้ก็เถอะการแข่งขันที่นี่สูงมากนะ ลูกคิดว่าลูกไหวไหม?" อิงอรพูดออกมาด้วยความเป็นห่วง เธอกลัวว่าลูกของตนเองจะล้มเหลวและไม่มีความสุขหลังจากนั้น คนเป็นแม่เห็นลูกทุกข์ใจเธอก็จะทุกข์ใจไปด้วย
"ไหวครับแม่! ผมมั่นใจในฝีเท้าของตนเองครับ"เจษตอบกลับไปอย่างมั่นใจ ถึงฟุตบอลบอลจะไม่ได้ใช้ฝีเท้าอย่างเดียวก็เถอะ
".."
"งั้นแม่จะสนับสนุนลูกและรอให้กำลังใจที่นี่ แล้วลูกทำพาสปอร์ตรึยัง?"
"คุณตาจักการเรื่องนี้ให้ผมเรียบร้อยแล้วครับ ผมพร้อมเดินทางได้ทุกเมื่อ"
"งั้นเดินทางมาพรุ่งนี้เลยลูก แม่มีเวลาว่างต่อจากนี้พอดี"
"ครับ!"
เมื่อคุยธุระของตนเองเสร็จ ปากเจษก็แข็งไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ ถึงภายในใจจะมีเป็นหมื่นล้านคำก็ตาม
ทว่าอิงอรผู้เป็นแม่ไม่ได้ปากเเข็งเหมือนเขา เธอพูดขึ้นในเวลาต่อมา..
"..แม่ได้ยินข่าวมาว่าหนูแอนนากับหนูอิงฟ้าค้างบ้านเราทุกวันเลย จริงรึเปล่า?!"น้ำเสียงของอิงอรเริ่มจริงจัง
"..!!?" ทั้งสองสาวที่นั่งฟังอยู่ไม่ไกลก็ดวงตาสั่นไหวเมื่อได้ยินปลายสายถามอย่างนั้น
"..ชะ..ใช่ครับ"เจอตอบเสียงสั่นๆ เพราะรู้สึกว่ารางไม่ดี
"จะทำอะไรก็ให้มันพอเหมาะพอควร อย่าถลำลึกจนเกินไป..แม่ขอหลานสี่คนนะ ครอบครัวเราขาดคนช่วยบริหารอย่างมาก.."แม่อรพูดความในใจออกมา เพราะเธอก็เริ่มเหนื่อยแล้ว
เจอก็รู้สึกเสียวๆที่ประโยคเเรกเหมือนจะตำหนิ ทว่าเสียงกระซิบประโยคหลังนี่มัน..เขาถึงกับพูดไม่ออกจริงๆ
"..ผมจะพยายามครับ ไว้เจอกันนะครับ"เจษตอบแบบไม่ค่อยมั่นใจอย่างสุดซึ้ง เพราะเขายังไม่ได้คิดเรื่องการมีลูกเลยแม้แต่น้อย..
"ไอ้ลูกคนนี้ทำมาเป็นเขินอายกับแม่!"อิงอรพลางบ่นอย่างมีความสุข
พอเจษพูดจบ เขาก็ตัดสายทันที แค่เจ้าเจมส์กับเจ้าบาสรู้เรื่องนี้เขาก็เขินอายมากพออยู่แล้ว นี่แม่แท้ๆของเขายังจะมาแหย่เพิ่มอีก..มันช่างน่าอายนัก
'เฮ้อ..นี่สินะการมีแฟนที่เราใฝ่ฝัน..'
เจษถอนหายใจอย่างหนักหน่วง อย่างไรก็ตามเขาก็ทีความสุขกับอารมณ์แบบนี้มาก
แอนนาและอิงฟ้าที่นั่งอยู่ข้างๆเจษพลันจับมือกันอย่างปรองดองในเวลานี้ พวกเธอก็คิดหนักไม่ต่างจากเขาเสียเท่าไหร่..
"สะ..สี่คนเลยหรอ?"ทั้งสองสาวต่างพึมพำออกมาเบาๆอย่างหนักใจ
ถ้าจะเฉลี่ยก็มีลูกคนละสองคน ถึงอย่างนั้นพวกเธอก็ยังวิตกกังวลอยู่ดี
'ทำกันยังเจ็บขนาดนี้ คลอดลูกแล้วจะเจ็บขนาดไหน..'ทั้งสองสาวต่างคิดไปในทิศทางเดียวกัน พวกเธอหน้าซีดเผือดในวินาทีถัดมา
..
เมื่อเจษรู้สึกว่าศีรษะปลอดโปร่งแล้ว เขาก็หยิบโทรศัพท์โทรหาเพื่อนสนิททั้งสองของเขาทันที..
เมื่อเจมส์รับสาย เขาก็พูดขึ้น
"เจมส์ เย็นนี้กูไม่ว่างแล้วนะ ยกเลิกที่นัดกันไว้เลย อ้อ ฝากบอกไอ้บาสด้วยนะ"
[โอเค]
เมื่อเจมส์รับรู้แล้ว เจษก็ตัดสายทันที
ในเวลาต่อมาเขากับทั้งสองสาวได้ขึ้นไปที่ห้องของเขา เพื่อจัดกระเป๋าเดินทาง
ในระหว่าพับเสื้อผ้าอยู่นั้นแอนนาก็ถามขึ้น
"เจษจะไปพรุ่งนี้จริงๆหรอ?"แอนนาถามอย่างเศร้าๆ เพราะเธอไม่อยากแยกจากเขาเท่าไหร่นัก อิงฟ้าเหมือนกันด้วย
"..ใช่"เจษตอบกลับอย่างหนักใจ เขาก็อยากอยู่ด้วยกันกับทั้งสองสาวมากกว่านี้เหมือนกัน แต่จะทำอย่างไรได้..
"ต่อจากนี้พวกเธอก็ไปเรียนต่อที่อังกฤษ ส่วนฉันไปเตะฟุตบอลที่โปรตุเกส การแยกกันครั้งนี้ถือว่าเป็นการแยกกันไปเติบโตแล้วกันนะ..เมื่อพวกเราบรรลุเป้าหมายของตนเองแล้วให้มาอยู่ด้วยกัน เมื่อถึงตอนนั้นฉันสัญญาว่าจะแต่งงานกับพวกเธอ.."
"ใครเขาจะแต่งกับนายกัน!"ทั้งสองสาวพูดออกมาอย่างอายๆ
เจษก็ยิ้มพลางเก็บกระเป๋าต่อ เขาเอาไปแค่เสื้อผ้ากับอุปกรณ์ที่จำเป็นเท่านั้น
พอตกเย็น เขาก็จัดหนักกับทั้งสองสาวอีกคนละหลายรอบ เขาจัดแบบให้พอใจไปเลย ว่างเมื่อไหร่สะกิดเมื่อนั้น เพราะต่อจากนี้กว่าจะเจอกันก็อีกนาน..ทำเอาเขาพอใจไม่น้อย
เข้าวันถัดมา ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ
แอนา อิงฟ้า ยายและตาของเจษ รวมไปถึงเจมส์กับบาสได้มาส่งเขา พวกเขาล่ำลากันอย่างอบอุ่น
"ดูแลตัวเองดีๆนะ"
"รักษาสุขภาพด้วย"
"ขอให้ประสบผลสำเร็จนะเพื่อน"
"ขอบคุณมากนะทุกคน.."
สุดท้ายเจษโบกมือลาพวกเขา
..
..
ก่อนจะขึ้นเครื่อง เจษหันกลับไปมองท่าอากาศยานพลางคิดในใจ
'เดี๋ยวฉันกลับมาแน่ประเทศไทย ฉันขอไปประสบความสำเร็จที่ต่างประเทศก่อน..'
I’m number 4