คัมภีร์เทพอสูรเทวะ

    ตอนที่ 91: ปรมาจารย์ผู้ถูกย่อยสลาย

    เทือกเขาเมฆาคราม...


    หนึ่งในเสาหลักแห่งวิถีเซียนของดินแดนตะวันออก


    ยอดเขาสีครามนับร้อยลูกตั้งตระหง่านท่ามกลางทะเลเมฆา สายน้ำวิญญาณไหลลดหลั่นผ่านหน้าผาราวกับสายแพรจากสรวงสวรรค์ กังวานระฆังเช้าแว่วมาจากตำหนักกลางหุบเขา ศิษย์รุ่นเยาว์กำลังฝึกกระบี่อยู่บนลานหินกว้าง ขณะที่ควันธูปจากศาลบรรพชนลอยเอื่อยขึ้นสู่เวหา


    ทุกสิ่งดูสงบ


    ทุกสิ่งดูรุ่งเรือง


    ราวกับสำนักแห่งนี้จะคงอยู่ชั่วนิรันดร์


    ทว่า...


    สายลมบาดาลสายหนึ่งพลันพัดผ่าน


    กลิ่นคาวโลหิตจางๆ ลอยแทรกเข้ามาในอากาศ


    จากนั้นจึงเป็นกลิ่นเน่าเฟะที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ


    จนแม้แต่นกวิญญาณบนยอดไม้ยังแตกตื่นบินหนีจนขนร่วงหล่น


    ณ ทวาราศิลาหยกหน้าสำนัก


    ศิษย์เฝ้าประตูหลายร้อยคนเริ่มหันมองไปยังหุบเขาเบื้องล่าง


    ตึก...


    ตึก...


    ตึก...


    กังวานฝีเท้าหนักอึ้งดังสะท้อนขึ้นมาตามทางขึ้นเขา


    ช้า


    สม่ำเสมอ


    และเต็มไปด้วยแรงกดทับที่บีบรัดขั้วหัวใจ


    หมอกสีเถ้าเริ่มไหลเอื่อยเข้ามา ราวกับมีบางสิ่งกำลังลากความตายขึ้นมาจากขุมนรก


    "ผู้ใดอยู่เบื้องล่าง!"


    ผู้อาวุโสเฝ้าประตูตวาดก้อง


    แต่ไม่มีสำเนียงใดตอบกลับ มีเพียงกังวานฝีเท้าที่คืบคลานใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งหมอกสีเถ้าค่อยๆ แยกออก และสัณฐานหนึ่งก้าวออกมาสู่สายตาทุกคน


    อาภรณ์สีหมึกชุ่มโชกไปด้วยคราบโลหิตและกรดพิษ


    กายหยาบแข็งแกร่งดุจโลหะอเวจี


    ทัณฑ์ปฐพีสีเลือดถูกพาดอยู่บนบ่า


    ส่วนกลางทรวงอก... เตาหลอมวิปลาสกำลังเต้นเป็นจังหวะ คล้ายหัวใจของเดรัจฉานจากยุคบรรพกาล


    เพียงได้เห็นใบหน้านั้น เพียงได้สบกับเนตรมารสีเลือดข้างเดียว ศิษย์จำนวนหนึ่งกลับรู้สึกเยียบเย็นจนทะเลวิญญาณแทบหยุดการทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ


    เย่เฉินเงยหน้ามองทวาราสำนัก และในชั่วขณะนั้น ภาพอดีตก็ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกของจุดชีพจร


    โต๊ะทดลองสีดำ... โซ่ตรวนที่ตรึงร่าง... คลื่นความถี่ของการกรีดร้องจากผู้ถูกหลอมรวม... กลิ่นเลือด... กลิ่นเนื้อไหม้... และสำเนียงหัวเราะเยือกเย็นของหลิวหยวน...


    ความทรงจำเหล่านั้นแล่นผ่านไปเพียงเสี้ยวอึดใจ แต่เพียงพอให้รอยยิ้มวิรูปปรากฏขึ้นบนมุมปากที่ฉีกขาด


    "ในที่สุด... ก็กลับมาถึงที่นี่" สำเนียงต่ำลึกดุจกระดูกบดทับกันดังแผ่วเบา


    ทันใดนั้นเอง ศิษย์ผู้หนึ่งพลันคุกเข่าลงกับพื้น


    อัก!


    โลหิตข้นหนืดทะลักออกจากปากโดยไร้สาเหตุ คนข้างๆ รีบหันไปมอง แต่ก่อนจะทันเอ่ยถาม เขาก็รู้สึกว่าหัวเข่าของตนหนักอึ้งขึ้นหลายเท่า


    ตุบ!


    กายหยาบนั้นทรุดลงเช่นกัน จากหนึ่งคน กลายเป็นสองคน จากสองคน กลายเป็นสิบคน!


    ความแตกตื่นเริ่มลุกลามไปทั่วแนวป้องกัน แต่ไม่มีผู้ใดหนีพ้นมิติแห่งการย่อยสลาย


    ครืนนนนนน!!!


    เจตจำนงแห่งการกลืนกินแผ่กระจายออกจากร่างของเย่เฉิน ห้วงมิติรอบบริเวณวิรูปผิดสัณฐาน แรงกดทับมหาศาลร่วงหล่นลงมาราวกับภูผาเหล็กหลายหมื่นลูกถล่มจากฟากฟ้า


    กร๊อบ! แกรก!


    กังวานกระดูกแตกหักดังระงม ศิษย์จำนวนมากถูกกดจนร่างจมฝังลงไปในพื้นศิลา ข้อเข่าแตกละเอียด กระดูกสันหลังหักสะบั้นงอพับ จุดชีพจรทั่วร่างปริแตกพร้อมกัน โลหิตพิษเดือดพล่านพุ่งทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด ผู้คนที่เคยภาคภูมิใจในฐานะศิษย์เมฆาคราม บัดนี้กลายเป็นเพียงแอ่งเนื้อบดที่ชุ่มโชกอยู่บนลานศิลา


    และในวินาทีเดียวกันนั้นเอง... วูมมมม!!!


    ค่ายกลพิทักษ์สำนักเริ่มทำงาน ระฆังเตือนภัยโบราณส่งคลื่นสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเทือกเขา มังกรพลังงานสีครามขนาดมหึมาก่อตัวขึ้นเหนือประตูสำนัก มันแหงนหน้าคำรามพร้อมพุ่งทะยานลงมาหวังบดขยี้ผู้บุกรุก


    ทว่ายามที่มังกรพลังงานสบกับเนตรมารบรรพกาล สัณฐานขนาดมหึมานั้นกลับชะงักไปชั่วครู่ ราวกับสัญชาตญาณสัตว์ตรอกสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่บนโลกใบนี้


    เย่เฉินเพียงยื่นมือออกไป ฝ่ามือสีหมึกอ้ากว้างออกอย่างเชื่องช้า


    ซูมมมมมม!!!


    ม่านปราณกัดกร่อนจากเตาหลอมวิปลาสพุ่งสวนขึ้นไป! มังกรพลังงานมิได้แตกสลาย แต่มันถูกฝ่ามือสีหมึกจิกทึ้งและ "สูบกลืน" เข้าไปอย่างป่าเถื่อน! ร่างสีครามของมันเหี่ยวแห้งและถูกบีบอัดลงกลายเป็นเพียงสายธารพลังงาน ไหลทะลักเข้าสู่เตาหลอมกลางอกของเย่เฉินอย่างไร้หนทางขัดขืน!


    ค่ายกลนับร้อยชั้นแห้งกรอบกะทันหัน บานประตูหยกอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองของเมฆาครามสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนจะแตกกระจายเป็นผุยผง ร่วงหล่นลงมาเป็นเพียงเศษทรายที่ไร้ค่า


    เย่เฉินก้าวข้ามซากประตูที่ผุพัง ข้ามแอ่งโลหิตเนื้อบด มุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางสำนักอย่างเยียบเย็น เนตรมารสีเลือดทอดมองลึกเข้าไป


    "หลิวหยวน... งานเลี้ยงครั้งนี้ ข้าจะกินเจ้าเป็นรายแรก"


    มัจจุราชก้าวล่วงเข้าสู่ใจกลางลานศิลามังกรหมอบ...


    พื้นศิลาหยกที่เคยอวดอ้างสัจธรรมแห่งการบูชาบรรพชน บัดนี้จมอยู่ใต้แอ่งโคลนโลหิตข้นหนืด กลิ่นคาวสนิมและกลิ่นไหม้ของอวัยวะภายในที่ถูกปราณกัดกร่อน ลอยคลุ้งผสมกับหมอกสีเถ้าจนห้วงอากาศหนักอึ้งดุจปอดของซากศพ


    เหนือยอดตำหนักบรรพชนที่พังทลาย... บุรุษชราในอาภรณ์สีชาดยืนผยองอยู่ท่ามกลางม่านปราณสีเลือดที่เดือดพล่าน หลิวหยวน สถาปนิกแห่งความวิปลาส ผู้ให้กำเนิดวิถีหลอมมารฟ้า เนตรสีขุ่นของมันกวาดมองกายหยาบสีหมึกเบื้องล่างอย่างตะกละตะกลาม ราวกับกำลังทอดมองติ่งเนื้อชั้นเลิศ


    “สัจธรรมอันงดงาม...” สำเนียงแหบพร่าดุจเศษกระจกบดทับกันดังลอดไรฟัน “งดงาม... เกินกว่ารากฐานใดที่ข้าเคยวาดฝัน เจ้ามิใช่ของเสียที่ข้าคายทิ้งอีกต่อไป... เย่เฉิน แต่เจ้าคือ ‘ภาชนะ’ ชิ้นเอกของข้า!”


    เบื้องล่างก้นหุบเขา...


    ก้อนเนื้อโสมมเพียงเงยหน้าขึ้นมอง เนตรมารบรรพกาลหมุนวนอย่างเยียบเย็น ไร้ความอาวรณ์ เป็นเพียงสายตาที่มองเศษกากอาหารบนลานเขียง ทัศนคติที่ว่างเปล่าดุจสภาวะไร้ปราณนั้น กลับกรีดทะลวงศักดิ์ศรีของเซียนเฒ่าจนขาดสะบั้น!


    “ในเมื่อมดปลวกอย่างเจ้าปฏิเสธที่จะเป็นภาชนะ... ข้าก็จะถลกข่ายเส้นเอ็นของเจ้า ออกมาหลอมใหม่ทั้งเป็น!”


    สิ้นคำพิพากษาจอมปลอม ฝ่ามือชรากำหมัดแน่น!


    อักขระเนื้อตายสีโลหิตนับหมื่นจุดที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ชั้นผิวของศิษย์และผู้อาวุโสทั่วเทือกเขา พลันปริแตกและสาดแสงสีแดงฉานพร้อมกัน!


    “อ๊ากกกกกก!”


    ก้อนเนื้อในคราบมนุษย์นับร้อยเบิกตากว้างจนเส้นเลือดฝอยระเบิด อักขระทากมารที่พวกมันหลงคิดว่าเป็นเคล็ดวิชาคุ้มกายเริ่มทำงานอย่างป่าเถื่อน! เปลือกผิวปริแตก โลหิตข้นหนืดทะลักทลาย ข่ายเส้นเอ็น แก่นวิญญาณ และไขกระดูกสันหลัง ถูก “กระชาก” ออกจากรูขุมขนทีละเส้น! สัจธรรมที่โสมมที่สุดถูกเปิดเผย ทุกสรีระเป็นเพียง “เสบียง” ที่หลิวหยวนเพาะปลูกไว้ป้อนค่ายกล!


    แก่นโลหิตและซากวิญญาณนับร้อยสายพุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงเวหา ถักทอเกี่ยวกระหวัดกันเป็นวังวนสีเนื้อเน่า กลายเป็นเตาหลอมโลหิตขนาดมหึมาที่คว่ำครอบลานมหาวิถีทั้งหมด! รากเนื้อสีแดงคล้ำนับหมื่นเส้นดิ้นพล่านชอนไชออกมาจากผนังค่ายกล ทิพย์วารีสลายวิญญาณไหลเยิ้ม ส่งคลื่นความถี่ฟ่อดุจอสรพิษหิวโหย


    “เบิกตาดูสัจธรรมของข้าซะ!” หลิวหยวนแหงนหน้าหัวเราะ “นี่คือมรดกแห่งการสูบกลืน! ค่ายกลโลหิตกลืนสวรรค์!”


    รากเนื้ออาบกรดพิษนับหมื่นเส้น พุ่งทะลวงดิ่งลงมาหมายเสียบก้อนเนื้อสีหมึกให้พรุน!


    ฉึก! ฉึก! ฉึก!


    ทว่า... เมื่อฝุ่นเถ้าและหมอกเลือดจางลง รอยยิ้มอัปลักษณ์ของหลิวหยวนกลับแข็งค้างดุจศพแช่แข็ง รากวิปลาสที่ควรจะแทงทะลุขั้วหัวใจ กลับเจาะผ่านเกล็ดสีหมึกเข้าไปได้เพียงครึ่งชุ่น!


    ฉ่าาาาาา!!!


    รากเนื้อโลหิตเริ่มสั่นกระตุกอย่างบ้าคลั่ง พวกมันพุพอง เดือดพล่าน และ “ละลาย” กลายเป็นเมือกสีดำขุ่น! ปราณแห่งการย่อยสลายสีหมึก ไหลย้อนกลับขึ้นไปตามรากเนื้อเหล่านั้นอย่างตะกละตะกลาม ลุกลามกัดกินกลับไปยังต้นตอของค่ายกล!


    เย่เฉินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างเชื่องช้า เนตรมารบรรพกาลหมุนวนดุจฟันเฟืองเครื่องบดเนื้อ


    “เจ้าเข้าใจสัจธรรมผิดไปข้อหนึ่ง...” สำเนียงแหบพร่าทะลวงเข้าสู่ขั้วหัวใจของเซียนเฒ่า “สิ่งที่เจ้าเรียกว่าเตาหลอมกลืนสวรรค์... สำหรับห้วงกลืนกินของข้า... มันเป็นแค่... ของว่างแก้เลี่ยน!”


    วูมมมมมมมม!!!


    แรงสูบกลืนที่ละเมิดกฎแห่งฟ้าดิน ปะทุระเบิดออกจากเตาหลอมวิปลาส! พายุหมุนสีหมึกก่อตัวขึ้น กระชากทุกสรรพสิ่งเข้าหาศูนย์กลาง โลหิตพิษ รากเนื้อเน่า แก่นชีวิตของศิษย์นับร้อย ทั้งหมดถูก “ดูดกลืน” พุ่งทะยานเข้าสู่ร่างของเย่เฉินอย่างบ้าคลั่ง! ผนังเนื้อของค่ายกลวิรูป ปริแตก และถูกฉีกกระชากเข้าไปในวังวนทีละชิ้น!


    ตูมมมม!!!


    ค่ายกลโลหิตกลืนสวรรค์ระเบิดแหลกละเอียดเป็นผุยผง! พายุเนื้อและโลหิตบนฟากฟ้าถูกสูบหายวับเข้าไปในเตาหลอมของชายหนุ่มจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัจธรรมเดียวที่สะท้อนก้อง...


    กร้วม... กร้วม...


    คลื่นความถี่ของการกลืนน้ำลายข้นหนืด และกังวานบดเคี้ยวกากวิญญาณ ดังก้องจากกรงอกของอสุรกายหนุ่ม!


    บนยอดตำหนักที่พังทลาย หลิวหยวนขย้อนลิ่มเลือดสีดำคล้ำคำโต ทะเลวิญญาณของมันสั่นคลอนและฉีกขาดอย่างรุนแรง เมื่อวิชาอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความภูมิใจทั้งชีวิตถูกย่อยสลาย เศษเสี้ยววิญญาณและอัตตาของมันก็ถูกเคี้ยวขาดไปด้วย มันทรุดเข่าลง สัมผัสได้ถึงความหวาดผวาจากการตกเป็นอาหาร!


    เย่เฉินยกกรงเล็บสีหมึกขึ้นเช็ดคราบปราณกัดกร่อนที่มุมปาก รอยยิ้มวิรูปฉีกรั้งกว้าง “กากเดนวิญญาณของเจ้า... รสชาติพอใช้ได้ ทีนี้... ก็ถึงคราวที่ข้าจะเคี้ยวหัวพ่อครัวเสียที”


    กายหยาบสีหมึกทะยานขึ้นสู่ยอดตำหนักบรรพชนที่แตกสลายเป็นหลุมมรณะ


    หลิวหยวนทรุดกายอยู่กลางกองซากปรักหักพัง ท่อนแขนทั้งสองข้างสั่นกระตุก อาภรณ์สีชาดชุ่มโชกไปด้วยไขกระดูก ทว่าในดวงตาที่ฝ่อแฟบคู่นั้น... มันคือความวิปลาสของสัจธรรมที่กำลังพังพินาศ!


    “เหตุใดภาชนะเช่นเจ้า... ถึงวิวัฒนาการมาถึงสัณฐานนี้ได้...” มันพึมพำดุจคนเสียสติ พยายามค้นหาคำตอบในสมการวิญญาณที่ผิดเพี้ยน “รากวิญญาณของเจ้าควรจะถูกทิพย์วารีเน่าสลายไปแล้ว... กฎแห่งการหลอมรวมของข้า ผิดพลาดที่จุดใด...”


    คลื่นความถี่แห่งความคลุ้มคลั่งแผ่กระเพื่อม เพราะหากมันยอมรับความจริง... นั่นหมายความว่า การดำรงอยู่ของมันทั้งชีวิต เป็นเพียงการอนุบาล “ผู้ล่า” ที่จะมากินมันเอง!


    ตึก... ตึก...


    กังวานฝีเท้าสีหมึกของเย่เฉินย่ำลงบนกระเบื้องหลังคา ทุกย่างก้าวบดขยี้ตะกรันความทรงจำของหลิวหยวนให้แหลกละเอียด เศษซากอดีตทะลักทะลวงขึ้นมา... ลานชำแหละใต้บาดาล... คลื่นความถี่แห่งการกรีดร้อง... ถ้อยคำดูแคลนของมันเอง... บัดนี้กำลังย้อนกลับมาทิ่มแทงทะลุเบ้าตา!


    “ไม่... เจ้ามันก็แค่ความล้มเหลวในสมการของข้า...” หลิวหยวนดิ้นรน แม้แต่มารในใจของมันก็กำลังกรีดร้องว่ามันคืออาหาร!


    ฟุ่บ!


    เย่เฉินมาหยุดยืนอยู่ห่างเพียงระยะเอื้อมมือ เนตรมารบรรพกาลจ้องทะลวงลึกเข้าไปในกะโหลกที่แตกสลาย มีเพียงความตะกละตะกลามที่เย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็ง


    “ตลอดเวลาที่ข้าคลุกฝุ่นอยู่ใต้บาดาล ข้าเคยวาดฝันว่าจะชำแหละเจ้าเป็นหมื่นชิ้น” กรงเล็บสีหมึกยกขึ้น “แต่เมื่อข้าได้ลิ้มรสสัจธรรมที่แท้จริง ข้าถึงได้รู้ว่า... การให้เจ้าเบิกตาดูความต่ำต้อยของวิชาตนเอง... ก่อนถูกกลืนกินทั้งเป็น... มันหอมหวานกว่าทัณฑ์ทรมานใดๆ”


    ดวงตาของหลิวหยวนเบิกกว้างจนเส้นเลือดฝอยระเบิด เมื่อมองลึกเข้าไปในเตาหลอมของเย่เฉิน มันเพิ่งประจักษ์ถึงความโง่เขลาของตน ตลอดหลายร้อยปี มันเพียงแค่สร้าง “ห้วงกลืนกิน” ที่ไร้จุดสิ้นสุด... และมันกำลังจะตกเป็นเหยื่อรายแรก!


    “ไม่... อา... อั่ก!”


    ฝ่ามือสีหมึกขยุ้มเข้าที่ลำคอเหี่ยวย่น ยกกายชราขึ้นจากพื้นศิลาอย่างไร้ความปรานี กร๊อบ... กระดูกคอลั่นปริแตก


    “ต่อให้เจ้ากลืนกินข้า... ทวีปเบื้องบน... จะลงมาบดขยี้...” หลิวหยวนเค้นสำเนียงสุดท้าย


    “อาหารชั้นต่ำ... ไม่มีสิทธิ์เจรจา”


    ฉัวะ!!!


    กรงเล็บมือขวาแทงทะลวงฝ่ากรงซี่โครงของชายชรา! โลหิตข้นหนืดสาดกระเซ็น ฝ่ามือสีหมึกมุดลึกเข้าไปถึงแก่นกลางของทะเลวิญญาณ ก่อนจะคว้าขยุ้ม “แก่นวิญญาณเนื้อ” ที่เต้นตุบ... แล้วกระชากออกมาทั้งยวง!


    แควกกก!


    ในวินาทีที่วิญญาณถูกกระชากหลุดจากกาย สัจธรรมความจองหองทั้งหมดพังพินาศ อำนาจบารมีล้วนเป็นเพียงเครื่องปรุงรสชาติ ให้แก่นวิญญาณก้อนนี้หอมหวานขึ้นเท่านั้น!


    เย่เฉินอ้ากรามกว้าง... และยัดแก่นวิญญาณเนื้อของหลิวหยวน เข้าสู่โพรงปาก!


    กร้วม! กร้วม!


    กังวานบดเคี้ยวเส้นเลือดและกากวิญญาณดังก้องทะลวงห้วงมิติอับดาร ทันทีที่วิญญาณถูกบดขยี้ องค์ความรู้ สูตรค่ายกลโลหิต และความทรงจำนับร้อยปีของปราชญ์มาร ระเบิดซ่านในเตาหลอมวิปลาส เย่เฉินลิ้มรสความหวาดผวาและความอัปยศของหลิวหยวนได้อย่างแจ่มชัด กายหยาบที่ไร้วิญญาณของเซียนเฒ่าฝ่อแฟบลง ก่อนจะถูกเหวี่ยงทิ้งลงสู่แอ่งปราณกัดกร่อนให้ละลายกลาย ผู้กุมชะตาสำนักเมฆาคราม ถูกลบตัวตนออกจากห่วงโซ่อาหารโดยสมบูรณ์


    ชายหนุ่มยืนตระหง่านอยู่เหนือซากปรักหักพัง เตาหลอมวิปลาสส่งคลื่นกระหึ่ม หลอมรวมความรู้สายใหม่ให้แก่เขา เขาแลบลิ้นเลียโลหิต ทว่า... ความหิวโหยหาได้ดับสูญ


    ทันใดนั้นเอง—


    ครืนนนน!


    มิติฟ้าดินเหนือยอดเขาเมฆาครามพลันวิรูปผิดสัณฐาน ห้วงเวหาฉีกขาดออกเป็นรอยแยกสีดำคล้ำขนาดมหึมา แสงสว่างรอบด้านถูกบิดเบือนจนกลายเป็นเส้นโค้ง


    และท่ามกลางความมืดมิดที่ไร้กฎเกณฑ์เรขาคณิตนั้น... หนวดเนื้อสีแดงปนเถ้า ขนาดใหญ่ดุจเทือกเขา ค่อยๆ ทอดคืบคลานลงมาจากทวีปเบื้องบน!


    ดวงตาที่สามของเย่เฉินเบิกโพลง เขามิได้หวาดผวา ทว่ามุมปากกลับฉีกรั้งแสยะยิ้มวิปริตยิ่งกว่าเดิม


    ผู้ย่อยสลายเพิ่งจะเขมือบอาหารเรียกน้ำย่อยเสร็จ... และบัดนี้ “ฟาร์มเพาะพันธุ์” แห่งทวีปเบื้องบน... ก็ได้ส่งอาหารจานหลักลงมาให้เขาลิ้มลองแล้ว!


    [จบตอนที่ 91]

    คล้ายกับเรื่องคัมภีร์เทพอสูรเทวะ ที่คุณอ่าน