บทที่ 18 งานประมูล
ตลอดทาง เฉินอวี่แวะเวียนไปตามร้านขายยาหลายแห่ง แต่กลับพบว่าสมุนไพรที่มีอายุยาวนานนั้นหายากยิ่งนัก
เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวัง การจะปรุงโอสถในโลกนี้นั้นช่างยากเย็นแสนเข็ญจริง ๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงรีบกลับไปยังเขาัทะยานเพื่อเริ่มบำเพ็ญเพียรต่อ
หลายวันผ่านไป เฉินอวี่ตื่นขึ้นจากการเข้าฌาน
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเขาก็สั่นเตือน เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและพบว่าเป็สายจากหยวนเทาหง
เมื่อกดรับสาย เสียงของหยวนเทาหงก็ดังมาจากปลายสายด้วยความนอบน้อม "คุณชายเฉิน เื่สมุนไพรหายากที่ท่านให้พวกเราช่วยสืบหา ตอนนี้ได้เบาะแสแล้วครับ"
"เป็งานประมูลครับ เห็นว่ามีสมุนไพรล้ำค่าหลายชนิดถูกนำออกมาวางขายด้วย"
เฉินอวี่ตอบเสียงเรียบ "แกก็แค่ไปประมูลซื้อมาก็พอ ไม่เห็นต้องโทรมาบอกฉัน"
น้ำเสียงของหยวนเทาหงดูสั่นเล็กน้อย "คุณชายเฉิน คืออย่างนี้ครับ... ข่าวว่าในงานจะมี 'อาวุธเวท' ออกมาประมูลด้วย และยังมีพวกผู้มีวิชาอาคมนำของมาวางขาย ผมมันก็แค่คนธรรมดา ตาถึงไม่พอ กลัวจะดูพลาดไป เลยอยากเชิญคุณชายช่วยไปดูให้หน่อยครับ หากเป็ของดีจริง ผมจะได้ประมูลมาไว้ปรนนิบัติท่าน"
พอได้ยินคำว่า ‘อาวุธเวท’ เฉินอวี่ก็เริ่มเกิดความสนใจขึ้นมาบ้าง "เมื่อไหร่?"
"ห้าโมงเย็นวันนี้ครับ เดี๋ยวผมจะไปรับท่าน"
"ไม่ต้อง บอกที่อยู่มา เดี๋ยวฉันเดินไปเอง"
....
เวลา 16.30 น. เฉินอวี่เริ่มออกเดินทาง งานประมูลจัดขึ้นที่โรงแรมฮุ่ยหวง บริเวณชานเมืองเสาโจว
เมื่อเขานั่งแท็กซี่ไปถึง ก็พบว่ามีรถหรูจอดเรียงรายอยู่หน้าประตูเต็มไปหมด
ส่วนใหญ่เป็รถระดับไฮเอนด์อย่าง บูกัตติ เวย์รอน หรือ โรลส์-รอยซ์ แฟนธอม แม้แต่รถระดับ ‘ล่าง’ สุดในงานนี้ ก็ยังเป็มาเซราติที่มีมูลค่ากว่า 5 ล้านหยวน
หยวนเทาหงยืนรออยู่ที่หน้าประตูเป็เวลานาน เมื่อเห็นเฉินอวี่เดินมา เขารีบกุลีกุจอเข้าไปต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทันที
"คุณชายเฉิน!"
ภาพที่เกิดขึ้นทำให้แขกที่มาร่วมงานประมูลหลายคนถึงกับตาค้าง อ้าปากด้วยความตกตะลึง
เดิมทีพวกเขาคิดว่าหยวนเทาหงกำลังยืนรอแขกผู้ใหญ่ระดับบิ๊กที่ไหนอยู่ ที่ไหนได้... คนที่เขายืนรอมาตั้งนานกลับเป็ไอ้หนุ่มหน้าตาธรรมดา ๆ ที่สอดตัวอยู่ในชุดเสื้อผ้าข้างทางราคาถูก
หลายคนเริ่มคาดเดาตัวตนของเฉินอวี่ บ้างก็คิดว่าเขาอาจจะเป็ลูกชายของมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลสักคน หยวนเทาหงถึงได้ให้ความเคารพขนาดนี้
เมื่อเข้ามาด้านใน เฉินอวี่ที่ไม่มีอะไรทำจึงเดินไปที่โซนบุฟเฟต์แล้วเริ่มลงมือกิน
กินไปได้ไม่นาน ก็มีเสียงอุทานด้วยความแปลกใจดังขึ้นจากด้านหลัง
"เฉินอวี่! นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?"
เฉินอวี่หันกลับไปมองและชะงักไปเล็กน้อย
ส่วนคนกลุ่มนั้นมองเขาด้วยท่าทางเหมือนเห็นผี
โดยเฉพาะจงมู่หย่าและโอวหยางรุ่ย ที่สีหน้าดูย่ำแย่และตื่นตะลึงสุดขีด
บ้าเอ๊ย! ทำไมเฉินอวี่ถึงมาโผล่ที่นี่ได้?
เมื่อพวกเขาจดจำภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นที่เฉินอวี่แสดงความป่าเถื่อนและฝีปากที่คมกริบ ความรู้สึกเ่าั้ยังคงตราตรึงอยู่ในใจไม่จางหาย
พวกเขายังจำโศกนาฏกรรมของหลิวเยี่ยนหลงที่ถูกหักแขนทั้งสองข้างได้ติดตา
"ไม่นึกเลยว่านายจะอยู่ที่นี่ด้วย เื่เมื่อคืนนั้นขอบใจนายมากนะ" โอวหยางรุ่ยปั้นหน้ายิ้มอย่างสุภาพ เพื่อรักษาภาพลักษณ์สุภาพบุรุษต่อหน้า ถังรั่วเซวียน
เฉินอวี่ไม่ได้ปรายตามองคนพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าพวกเขาเป็เพียงฝุ่นผงที่ไร้ค่า
สายตาที่มองข้ามทุกสิ่งของเฉินอวี่ ทำให้ในใจของโอวหยางรุ่ยเริ่มเดือดพล่านด้วยความโกรธ
ในขณะเดียวกัน เจิ้งจื่อเซวียนก็มองเฉินอวี่ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอกลั้นใจถามว่า "นายมาทำอะไรที่นี่?"
เฉินอวี่ตอบสั้น ๆ "มาดูงานประมูล"
สิ้นคำพูดของเขา จงมู่หย่าก็แค่นเสียงหัวเราะอย่างดูแคลน "งานประมูล? ฉันว่านายน่าจะแอบมุดเข้ามามากกว่ามั้ง ระบบรักษาความปลอดภัยที่นี่มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?"
เธอยังฝังใจกับท่าทางอวดดีของเฉินอวี่เมื่อคืนนั้นจนปล่อยวางไม่ได้ แม้เฉินอวี่จะสู้เก่ง แต่เธอก็ไม่กลัว เพราะตราบใดที่เจิ้งจื่อเซวียนอยู่ที่นี่ เธอเชื่อว่าเขาไม่กล้าทำอะไร
แอบมุดเข้ามางั้นเหรอ?
ทันใดนั้น หยวนเทาหงก็เดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเฉินอวี่ ก่อนจะตวัดสายตาเย็นเยียบไปทางจงมู่หย่าแล้วถามเสียงกร้าว "เขาคือแขกที่ฉันเชิญมาเอง... เธอมีปัญหาอะไรเหรอ?"
จงมู่หย่าเป็พวกอารมณ์ร้อนอยู่แล้ว เธอโต้กลับทันที "แล้วแกเป็ใคร? มีสิทธิ์อะไรมาชี้นิ้วสั่งฉัน?"
เธอเคยตัวกับการทำตัวจองหองพองขนมาตลอด เจอใครไม่ถูกใจก็พร้อมจะด่ากราดทันที
เพียะ!
ฝ่ามือของหยวนเทาหงสะบัดเข้าที่ใบหน้าของจงมู่หย่าอย่างแรง
“'หยวนเทาหง' สามคำนี้... พอจะมีสิทธิ์ไหมล่ะ?"
สิ้นเสียงนั้น สีหน้าของทุกคนในกลุ่มก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง โดยเฉพาะจงมู่หย่าที่ใจหล่นวูบราวกับถูกคลื่นั์ซัดสาดจนไม่อาจสงบใจได้
"ขะ... ขอโทษค่ะ! ฉันไม่ทราบว่าเป็ท่าน!" จงมู่หย่าสั่นไปทั้งตัวด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เธอไม่มีทางนึกฝันเลยว่าชายที่เธอด่าเมื่อครู่จะเป็หยวนเทาหง!
อดีตแฟนหนุ่มของเธอก็เพิ่งถูกลูกน้องของหยวนเทาหงหักแขนจนป่านนี้หลิวเยี่ยนหลงยังไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลเลยด้วยซ้ำ!
ตระกูลหลิวเองก็ไม่กล้าหาเื่หยวนเทาหง ทำได้เพียงไประบายความโกรธใส่จงมู่หย่าแทน
สุดท้ายจงมู่หย่าก็ต้องสูญเสียบ่อเงินบ่อทองอย่างแฟนหนุ่มไป และจากมาอย่างน่าสมเพช
ในขณะเดียวกัน โอวหยางรุ่ยกลับคิดในใจด้วยความริษยา "มิน่าล่ะไอ้หมอนี่ถึงเข้ามาได้ ที่แท้ก็มาเป็ 'หมา' ให้หยวนเทาหงนี่เอง"
ในสายตาของเขา เฉินอวี่คงจะได้รับความเอ็นดูจากหยวนเทาหง จนถูกรับมาเป็ลูกน้อง ไม่อย่างนั้น เขาที่กล้าอัดคนของหยวนเทาหง จะยังมีชีวิตรอดมาเดินลอยชายแบบนี้ได้ยังไง?
"เฉินอวี่ มานี่หน่อย ฉันมีเื่จะคุยด้วย" เจิ้งจื่อเซวียน ถอนหายใจออกมาเบา ๆ
หยวนเทาหงเองก็เคยสืบเื่ความสัมพันธ์ระหว่างเฉินอวี่กับเจิ้งจื่อเซวียนมาบ้าง เขาจึงรู้ดีว่าจังหวะไหนควรพูด และจังหวะไหนควรเงียบ
เมื่อมาถึงบริเวณบันได เฉินอวี่ก็เอ่ยถามเรียบ ๆ "มีธุระอะไรก็ว่ามา"
"เฉินอวี่ ฉันรู้สึกว่านายเปลี่ยนไปนะ... ฉันยังชอบนายคนเดิมที่ซื่อ ๆ มากกว่า" เจิ้งจื่อเซวียนทอดถอนใจออกมาเบา ๆ
เฉินอวี่ตอบ "เปลี่ยนไปงั้นเหรอ? ก็อาจจะใช่"
"ที่นายไปเกาะตระกูลถัง ฉันยังพอเข้าใจได้ แต่นี่นายมาเป็ลูกน้องให้หยวนเทาหง นี่มันหมายความว่ายังไง?"
"คนเราน่ะ จะยากจนหรือธรรมดาก็ไม่เป็ไร นายจะไปพึ่งใบบุญตระกูลถัง ฉันก็ไม่ได้ดูถูกอะไรนายนักหรอก"
"แต่นายมาเป็ลูกน้องให้หยวนเทาหง ฉันรับไม่ได้ พูดตรง ๆ นะ นายมันก็แค่หมาที่หยวนเทาหงเลี้ยงไว้ นายไม่รู้หรือไงว่าหยวนเทาหงทำธุรกิจสีเทา ทำเื่ผิดกฎหมายน่ะ?"
พูดมาถึงตรงนี้ น้ำเสียงของเจิ้งจื่อเซวียนก็เ็าลงหลายส่วน ในใจของเธอเปี่ยมไปด้วยความผิดหวังอย่างถึงที่สุด
"ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อรักนายเหมือนลูกชายแท้ ๆ ฉันก็ไม่อยากจะยุ่งกับนายหรอก" เจิ้งจื่อเซวียนยิ่งคิดก็ยิ่งเสียความรู้สึก
แม้เมื่อก่อนเฉินอวี่จะเป็แค่ลูกเขยแต่งเข้าบ้านตระกูลฉิน มาจากอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่มีทั้งอำนาจและอิทธิพล แต่วันหนึ่งสถานะของเขากลับดูเหมือนจะสูงส่งกว่าเธอ
ถ้าเป็การเข้าหาตระกูลถัง เธอยังพอรับได้ แต่การมาเป็เบี้ยล่างให้หยวนเทาหง ย่อมต้องทำเื่ผิดกฎหมายแน่นอน ลึก ๆ ในใจเธอจึงนึกเหยียดหยามคนประเภทนี้ที่สุด
เฉินอวี่มีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยช้า ๆ "เจิ้งจื่อเซวียนเอ๋ยเจิ้งจื่อเซวียน... ฉันเคยบอกเธอแล้วไงว่าอย่าใช้สติปัญญาและวิสัยทัศน์อันน้อยนิดของเธอมาคาดเดาตัวฉัน เพราะเธอไม่มีวันรู้หรอกว่าเธอกำลังคุยอยู่กับตัวตนระดับไหนอยู่"
"เก็บความอวดดีและความหลงตัวเองของเธอไปซะ ถ้าไม่มีคุณอาเฉวียนเฉิงอยู่ในสายตาฉัน เธอก็ไม่ต่างอะไรกับมดปลวกในหมู่มนุษย์หรอก"
สิ้นคำพูด เฉินอวี่ก็เดินจากไป ทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังที่ดูทรงอำนาจให้เจิ้งจื่อเซวียนมองตาม
เมื่อเห็นแผ่นหลังของเฉินอวี่ เจิ้งจื่อเซวียนก็รู้สึกน้อยใจจนบอกไม่ถูก เธอกล่อมเขาเพราะความเป็ห่วงล้วน ๆ ถ้าไม่เห็นแก่หน้าพ่อของเธอ เธอก็คงไม่เสียเวลามาสนใจเฉินอวี่ด้วยซ้ำ
"ไอ้คนจองหองไม่เห็นหัวคนอื่น! ทำคุณบูชาโทษจริง ๆ" เธอฮึดฮัดด้วยความโกรธพลางกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ
หลังจากนั้น เจิ้งจื่อเซวียนก็เดินกลับมา เมื่อจงมู่หย่าเห็นสีหน้าอมทุกข์ของเพื่อนรักจึงถามขึ้น "จื่อเซวียน เป็อะไรไป? ทำไมหน้าบึ้งแบบนั้น หรือว่าไอ้หมอนั่นทำให้เธอไม่พอใจ?"
"อย่าไปพูดถึงไอ้คนอวดดีคนนั้นเลย งานประมงงานประมูลอะไรนี่ฉันไม่ดูมันแล้ว!" พูดจบ เจิ้งจื่อเซวียนก็สะบัดหน้าเดินจากไปด้วยความโมโห
โอวหยางรุ่ยมองตามเจิ้งจื่อเซวียนไป พลางคิดในใจอย่างอาฆาต "ถ้าไม่ใช่เพราะแกมีหยวนเทาหงหนุนหลังอยู่ ฉันคงฆ่าแกทิ้งไปนับร้อยครั้งแล้ว"
จากนั้นเขาก็เดินตามเธอออกไปเช่นกัน
"เฉินอวี่ ฉันจะต้องกระชากหน้ากากจอมปลอมของแกออกมาให้ได้!" จงมู่หย่าเคียดแค้นในใจ เมื่อนึกถึงรอยฝ่ามือที่หยวนเทาหงตบลงมา เธอก็อยากจะฉีกเืฉีกเนื้อเฉินอวี่ให้สาแก่ใจ