ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 123 ไม่มีลมหายใจแล้ว? ยังไม่ตาย

            เสียงกีบม้าที่ก้องกังวานนี้เป็นเสียงเฉพาะของอาชาเปินเหลย

            เสียงสุนัขหอนก้องสะท้อนไม่หยุดสั่นสะเทือนไปทั้งป่าก่อนหน้านี้

            แม้เสียงหอนกึกก้องของหมาป่าจะไม่นานแต่จากการรับรู้อันเฉียบคมที่ติดตัวมาแต่กำเนิดของหลงเซี่ยวอวี่เพียงชั่วขณะเดียวเขาก็หาจุดกำเนิดของเสียงได้อย่างแม่นยำจึงรีบร้อนมาอย่างไม่รีรอ

            เสียงกีบม้าค่อยๆ ใกล้เข้ามา

            เวลาเดียวกันในป่าไม่ไกลก็ปรากฏเงาร่างสีแดงเย้ายวนขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียง

            เดิมทีเย่จื่อมู่นั้นไปแล้วแต่เขาได้ยินเสียงหอนของหมาป่าที่เดิมกึกก้องไม่หยุดได้ไม่นานก็ขาดหายไป

            เสียงหอนของหมาป่าที่หายไปอย่างกะทันหันอยู่เหนือความคาดหมายของเขาไปมาก เขารู้สึกประหลาด จึงได้ย้อนกลับมาดู

            เมื่อเขามองเห็นมู่จื่อหลิงบนต้นไม้ก็ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้เมื่อครู่เสียงหมาป่าหอนกึกก้องไปทั่วฟ้าดิน ยายหนูผู้นี้ยังนอนหลับได้อยู่อีกไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย

            เด็กสาวผู้นี้รู้ว่าเขายังอยู่ข้างกายนางใช่หรือไม่ดังนั้นจึงวางใจ หลับลึกถึงขั้นฟ้าผ่าก็ยังไม่สะเทือน!

            เพียงแต่ไม่คิดว่า ฝูงหมาป่าที่ยิ่งใหญ่จะหายไปอย่างไร้ร่องรอยสนามหญ้าที่เขียวชอุ่มมาแต่เดิมก็กลายเป็นสีดำขลับส่งกลิ่นเหม็นของคาวเลือดคละคลุ้ง

            เลือดสีดำพวกนี้คือ...ยาพิษ!

            เย่จื่อมู่รู้สึกว่าน่าประหลาดยิ่งนัก!

            เมื่อครู่นี้เกิดเรื่องใดขึ้น? มิใช่อุบายของยายเด็กคนนี้ใช่ไหม?

            แล้วเย่จื่อมู่ก็ส่ายหน้าปฏิเสธเขามัดเข็มขัดบนต้นไม้เป็นเงื่อนตาย มิอาจแกะได้อย่างสิ้นเชิง ยายเด็กผู้นี้จึงมิอาจลุกขึ้นได้

            นอกจากนี้ถ้ายายเด็กคนนี้ฟื้นขึ้นมาพบว่าทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยกลิ่นคาวของเลือดหมาป่าและไม่เห็นเขาแล้ว เช่นนั้นจะยังไม่โมโหและยังงีบหลับต่ออย่างสบายอารมณ์ได้อย่างไร

            ไม่ว่าอย่างไร การหายไปของหมาป่าฝูงใหญ่เหนือไปจากการคาดเดาของเขา ทว่าก็ยังมิได้ทำลายแผนการที่เขาวางไว้แต่แรก

            เพราะยังมีสิ่งที่เหนือความคาดหมายนั่นก็คือความเร็วของผู้ที่เขารอคอยนั้นมีมากกว่าที่เขาคิดเสียอีก

            ดังนั้น...

            เย่จื่อมู่คลี่รอยยิ้มร้ายกาจอันทรงเสน่ห์ดวงตาเฉลียวฉลาดเปล่งประกายอย่างสนอกสนใจ

            ในเมื่อมาแล้วเหตุใดเขาจะไม่ดูหลุมพรางที่เขาตั้งใจวางไว้แล้วค่อยไปเล่า

            และมู่จื่อหลิงในยามนี้ที่หลับใหลไม่ได้สติก็ทำให้ละครฉากนี้แสดงออกมาได้สมจริงยิ่งขึ้นไปอีกพอดี

            ไม่รอให้อาชาเปินเหลยหยุดลงหลงเซี่ยวอวี่ก็เห็นชุดกระโปรงสีขาวที่ย้อมด้วยเลือดบนต้นไม้สูงตระหง่านในทันที

            กระโปรงสีแดงโลหิตพลิ้วไหวไปตามลมแม้จะสวยงาม แต่ก็น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

            และคนที่อยู่บนต้นไม้ใบหน้าที่งดงามมาแต่เดิมในยามนี้ถูกแต้มไปด้วยคราบโลหิตอันน่าหวาดกลัว

            นางหลับตาทั้งสองข้างอย่างสงบเงียบสองมือห้อยลงอย่างเป็นธรรมชาติ นอนพิงบนลำต้นไม้ที่ใหญ่และแข็งแรงไม่ไหวติง

            สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ...เขาจับลมหายใจแห่งการมีชีวิตอยู่ของนางไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

            ไม่มีลมหายใจแล้ว?

            มู่จื่อหลิงนาง...นาง...ไม่มีทาง!

            เพียงชั่วพริบตาสีหน้าหลงเซี่ยวอวี่ก็เปลี่ยนไป สมองขาวโพลนไปทันใด

            เงาร่างของเขาลอยขึ้นไปในอากาศพุ่งตัวขึ้นไปบนต้นไม้อย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา!

            หลงเซี่ยวอวี่มองมู่จื่อหลิงที่ตัวอ่อนปวกเปียกนอนอยู่บนต้นไม้เพียงลำพังก็หยุดหายใจทันที

            ฉีอ๋องที่เยือกเย็นสุขุมหนักแน่นดั่งภูเขา ไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องใดมาแต่ไหนแต่ไรในชั่วขณะนี้ก็กระวนกระวายขึ้นมาแล้ว

            ณ ขณะนี้เขาไม่รู้สึกถึงความผิดปกติของคราบโลหิตสีแดงบนตัวมู่จื่อหลิง

            เขามองไม่เห็นแสงสีม่วงเจิดจ้าที่หมอบอยู่บนตัวมู่จื่อหลิงอย่างเรียบร้อย

            เขาไม่สังเกตเห็นเข็มขัดสีแดงที่กลมกลืนไปกับกระโปรงย้อมสีแดงรัดบริเวณเอวของนางแน่น

            เขาไม่ได้ไปคิดว่าทำไมมู่จื่อหลิงถึงถูกมัดอยู่บนต้นไม้

            เขารู้เพียงว่าผู้หญิงโง่งมที่กล้าโต้เถียงกับเขา กล้าถลึงตาใส่เขา กล้าไม่มีมารยาทกับเขาร่างกายได้รับบาดเจ็บจนมีลมหายใจเพียงเบาบาง

            เขารู้เพียงว่าเป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของเขาทำให้มู่จื่อหลิงเกิดเรื่องขึ้น

            เย่จื่อมู่เห็นฉากนี้มุมปากเย้ายวนก็โค้งยิ่งขึ้น ละครเรื่องนี้แม้ไม่เหมือนกับที่เขาจินตนาการไว้แต่เจริญหูเจริญตากว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก

            เขาส่ายศีรษะส่งเสียงจุ๊ๆคิดไม่ถึงเลย เดิมก็แค่อยากทดสอบเล็กน้อย คาดไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ

            ฉีอ๋องผู้เย็นชาสูงศักดิ์หยิ่งยโส นึกไม่ถึง...นึกไม่ถึงว่าจะเสียการควบคุมเช่นนี้

            คุ้มค่าที่เขามารอบนี้จริงๆ

            เย่จื่อมู่กลับไม่รู้เลยว่าเพียงแค่แผนเล็กๆ น้อยๆ ของเขานั้นไม่เพียงพอจะทำให้หลงเซี่ยวอวี่ผู้เฉียบแหลมสูญเสียการควบคุม เหตุผลที่หลงเซี่ยวอวี่เสียการควบคุมจริงๆนั้นก็คือการหลับใหลของมู่จื่อหลิงหลับได้อย่างประจวบเหมาะ หลับเหมือน ‘ตาย’

            ทว่าเย่จื่อมู่ก็ขำไม่ออกอย่างรวดเร็ว

            เพราะ

            หลงเซี่ยวอวี่ยื่นมืออันสั่นเทาน้อยๆไปอังลมหายใจของมู่จื่อหลิง เขายินยอมให้การสังเกตของเขาผิดพลาดเสียดีกว่า

            แต่ ในยามนี้สัมผัสไม่ได้ถึงลมหายใจใดๆของมู่จื่อหลิงจริงๆ

            “มู่มู่! มู่มู่!” หลงเซี่ยวอวี่เสียสติไปในชั่วพริบตา ร้องเรียกรอบแล้วรอบเล่า

            เขาเขย่าตัวของมู่จื่อหลิงอย่างรุนแรงดวงตาที่ยโสเย็นชามาแต่เดิม เจือไปด้วยแววเจ็บปวดอย่างลึกซึ้ง

            มู่มู่ ขอโทษนะ...เปิ่นหวางมาช้าไปเปิ่นหวางไม่ควรให้เจ้าสืบคดีนี้ด้วยตนเอง ไม่ควรให้เจ้ามาที่ป่าสายหมอก ไม่ควร...

            หลงเซี่ยวอวี่ในยามนี้รู้เพียงว่าส่วนที่ใกล้กับหัวใจทุกข์ทรมานราวกับถูกฉีกทึ้ง

            สิ่งที่ตามมาคือหัวใจบีบรัดจนแทบขาดใจเจ็บจนเขาจะหายใจไม่ออก

            อีกด้านหนึ่ง

            รอยยิ้มทรงเสน่ห์ของเย่จื่อมู่ชะงักค้างอยู่ที่มุมปากโดยพลัน สติหลุดในชั่วพริบตา

            เกิดอะไรขึ้น? แม้นี่จะไม่ใช่การแสดงแต่ก็เกินไปแล้วกระมัง

            นี่ นี่ดูเหมือนจะเล่นใหญ่ไปแล้ว!

            เขาคลายจุดสลบของมู่จื่อหลิงไปแล้วต่อให้นางไม่สนใจเสียงเห่าหอนสะเทือนฟ้าของหมาป่าสามารถนอนหลับบนต้นไม้ได้อย่างสบายใจเฉิบได้

            แต่หลงเซี่ยวอวี่จะปลุกนางไม่ตื่นได้อย่างไร? และถูกเขย่าเพียงนี้จะยังไม่ตื่นได้อย่างไร?

            แล้วถ้าเสี่ยวหลิงเอ๋อร์ไม่ตายต่อให้หลงเซี่ยวอวี่กังวล ก็คงไม่สูญเสียการควบคุมเช่นนี้

            หรือว่าเขาจะจับลมหายใจที่มั่นคงของเสี่ยวหลิงเอ๋อร์ไม่ได้?

            ลมหายใจ? เมื่อครู่หลงเซี่ยวอวี่ทำอะไร? จับลมหายใจ?

            หรือว่า...หรือว่าเสี่ยวหลิงเอ๋อร์จะไร้ลมหายใจ?

            หรือว่าหลิงเอ๋อร์จะเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ? หรือว่าหลังจากที่เขาจากไปมีคนมา?

            ทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้าเขาบอกเขาว่าเป็นไปได้

            ในตอนนี้หัวใจของเย่จื่อมู่ก็เต้นผิดจังหวะขึ้นมาทันที เขารู้สึกผิดจนลำไส้เขียว ถ้ามู่จื่อหลิงเกิดเรื่องขึ้นเพราะเขาจากไปจริงๆเขาควรทำเช่นใดดี?

            เย่จื่อมู่ยันกายลุกขึ้นในทันทีในใจทั้งตื่นตระหนกและร้อนรน เขาอยากเข้าไปใกล้อีกนิดเพื่อจับลมหายใจของมู่จื่อหลิงแต่ก็กลัวถูกหลงเซี่ยวอวี่พบเข้า

            ทว่าเสี่ยวหลิงเอ๋อร์หมดสติไปจริงๆเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ แล้ว เขาถูกพบแล้วเป็นอย่างไร?

            ดังนั้นเย่จื่อมู่จึงจะก้าวเท้าไปข้างหน้าโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด

            แต่วินาทีต่อมาฝีเท้าของเขาก็ชะงักลง!

            หลงเซี่ยวอวี่ฉีกเข็มขัดสีแดงที่รัดเอวมู่จื่อหลิงอยู่อย่างระมัดระวังเตรียมอุ้มนางลงไป

            “โอ้กๆๆ” นายน้อยยังไม่ตาย

            เสี่ยวไตกูที่ยังอยู่บนตัวมู่จื่อหลิงร้องเสียงต่ำ

            เมื่อครู่มันเห็นชายผู้นี้เขย่าตัวนายน้อยอยู่ตลอดราวกับอยากให้นางฟื้นขึ้นมา ดังนั้นมันจึงรู้ว่าชายผู้นี้จะต้องคิดว่านายน้อยเกิดเรื่องเหมือนมันก่อนหน้านี้เป็นแน่

            มันไม่กล้าร้องเสียงดังเพราะสัญชาตญาณบอกมันว่า ชายผู้แข็งแกร่งน่าเกรงขามผู้นี้ในยามนี้อันตรายนักหากยั่วโทสะเขาเข้า คงรับผิดชอบผลลัพธ์ไม่ไหวแน่

            เป็นเพราะเสียงร้องเบาๆ ของเสี่ยวไตกูทำให้หลงเซี่ยวอวี่ฟื้นคืนสติกลับมา

            หลงเซี่ยวอวี่ฉลาดในระดับใดกันแม้เขาจะไม่เข้าใจความหมายของคางคกม่วง แต่เจ้าคางคกม่วงตัวนี้เฉลียวฉลาดนักเห็นมู่จื่อหลิงเปลี่ยนเป็นเช่นนี้แล้ว มันยังคงสงบนิ่งเหมือนคราแรกอยู่บนตัวนางอย่างเรียบร้อย

            ตอนนี้คางคกม่วงไม่โหวกเหวกโวยวายนี่หมายความว่าอะไรกัน?

            “นางยังไม่ตาย?” ดวงตาหงส์ของหลงเซี่ยวอวี่หรี่ลงน้อยๆนัยน์ตาปรากฏแววสงสัย ทว่าในใจกลับมั่นใจ

            “โอ้ก”

            เสี่ยวไตกูจึงร้องออกมาหนึ่งครั้งแต่คิดว่าเขาฟังไม่เข้าใจ ดังนั้นมันจึงขยับร่างเล็กๆ อย่างทุ่มเทแรงใจแสดงออกอย่างมั่นใจว่ามู่จื่อหลิงยังไม่ตาย

            ไม่ตายจริงๆ? แล้วเหตุใด...

            สีหน้าหลงเซี่ยวอวี่สว่างวาบขึ้นมาเล็กน้อยจู่ๆ ก็นึกสิ่งใดขึ้นมาได้

            เขายกมือไปกุมรอบข้อมือมู่จื่อหลิงทันทีชีพจรเต้นปกติ เพียงแต่ไม่มีลมหายใจ

            ที่มู่จื่อหลิงสลบไปสามวันก็มีอาการเช่นนี้มีชีพจรไร้ลมหายใจ

            แม้ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดมู่จื่อหลิงจึงเป็นเช่นนี้แต่สิ่งที่มั่นใจได้ในขณะนี้คือ...นางไม่เป็นไร!

            หลงเซี่ยวอวี่จ้องมู่จื่อหลิงอยู่นานมองคราบโลหิตบนร่างนาง และรอยแผลบนใบหน้า

            ทันใดนั้น หลงเซี่ยวอวี่ก็ยกมือขึ้นช้าๆเช็ดคราบเลือดน่าสยดสยองบนใบหน้ามู่จื่อหลิง

            ไม่นานดวงหน้าเล็กขาวผ่องงดงามก็ปรากฏขึ้นสู่ครรลองสายตา ผิวนวลละเอียด ไม่มีร่องรอยตำหนิใดๆไม่มีร่องรอยได้รับบาดเจ็บ

            เย่จื่อมู่ที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าทึบตกตะลึงไป

            ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ยามนี้หลงเซี่ยวอวี่รู้แล้วว่าบาดแผลนั้นเป็นของปลอม

            เช่นนั้นเสี่ยวหลิงเอ๋อร์ไม่เป็นไรแล้ว? แต่เหตุใดนางยังไม่ฟื้น?

            ไม่ใช่เพราะแผนการของเขาถูกค้นพบแล้ว? เลยถูกพวกเขาหลอกกลับกระมัง?

            นี่มิใช่ขโมยไก่ไม่สำเร็จแต่ยังเสียข้าวสารอีกหนึ่งกำมือหรือ?

            ไม่ว่าอย่างไร ยามนี้แน่ใจแล้วว่ามู่จื่อหลิงไม่เป็นไรหลงเซี่ยวอวี่ก็ได้สติกลับมาเป็นปกติแล้ว ที่แห่งนี้ไม่สะดวกจะอยู่ต่อ

            เย่จื่อมู่ตัดสินใจในใจเขาหันกายจากไปอย่างไร้สุ้มเสียง...

            ดวงเนตรหงส์ของหลงเซี่ยวอวี่หรี่ลงน้อยๆเขาถูคราบโลหิตที่ติดอยู่บนท้องนิ้วอย่างใคร่ครวญหลุบตามองเข็มขัดสีแดงที่ถูกเขาทิ้งไปใต้ต้นไม้

            หางตาของเขาเหลือบไปเห็นป่าที่สั่นไหวเบาๆไม่ไกล นัยน์ตาปรากฏความเย็นชาอันหนาวเหน็บ

            เย่ จื่อ มู่!

            สายตาของหลงเซี่ยวอวี่ย้ายกลับมาที่มู่จื่อหลิงมองใบหน้าสงบของมู่จื่อหลิงนิ่งๆ นัยน์ตาคมปลาบและลุ่มลึกราวกับหยั่งรู้ในทุกอย่าง

            สตรีผู้นี้ถูกผู้อื่นช่วยชีวิตแล้วมัดไว้บนต้นไม้? เลือดหมาป่าติดอยู่ทั่วทั้งตัว...

            เสียงหอนของฝูงหมาป่าเพื่อล่อเขามา? สีหน้าเย็นชาราวกับน้ำแข็ง

            สมควรตาย! ถึงกับล้อเล่นครั้งใหญ่เช่นนี้กับเขา

            -

            เหตุผลที่มู่จื่อหลิงอยู่ในระบบซิงเฉินมาระยะหนึ่งแล้วเป็นเพราะนางกำลังคิดค้นยาพิษชนิดใหม่

            นางคิดว่าในเมื่อต้องรอให้คนมาช่วยป่ากว้างใหญ่เพียงนี้การค้นหาคงไม่ได้รวดเร็วเพียงนั้นอีกอย่างนางไม่อยากไปฟังเย่จื่อมู่พูดจาไร้สาระอีก หาเรื่องให้ตนเองโมโห

            ดังนั้นนางจึงอยู่ในระบบซิงเฉินค้นคว้าพิษที่จัดการหมาป่าได้อย่างสมบูรณ์เสียเลย

            จริงดังคาดความพยายามไม่ทรยศผู้ที่ตั้งใจนางคิดค้นยาพิษชนิดใหม่ออกมาได้ภายในระยะเวลาอันสั้นได้จริงๆ

            และพิษชนิดนี้เพียงหยดลงไปบนพื้นมันก็จะกระจายไปได้ในวงกว้าง นี่สามารถจัดการหมาป่าที่จ้องเขม็งอยู่ใต้ต้นไม้ทันทีได้พอดี

            จัดการหมาป่าได้ก็สามารถกลับไปได้แล้ว

            มู่จื่อหลิงไม่รู้เลยว่าด้านนอกได้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

            ไม่รู้ว่าฝูงหมาป่าได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย

            ไม่รู้ว่าเพราะการหลับลึกของตนเองทำให้เกิดเรื่องผิดพลาดอันไม่คาดฝันจนเกือบก่อตัวเป็น ‘เรื่องใหญ่’

            หลงเซี่ยวอวี่อุ้มมู่จื่อหลิงทะยานกายลงไปและในเวลานี้เอง

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023