ซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 43 ใช้เวลาไปนานมาก

            ซูหมิงเยว่ชะงักไปอีกครั้งแล้วมองจี๋โม่หานอย่างไม่เข้าใจนางรู้สึกประหลาดใจนิดหน่อยที่วันนี้เขามีคำถามมากมายเช่นนี้ เหตุใดจู่ๆถึงได้อยากรู้เรื่องพวกนี้กัน?

            ณ ขณะนั้น ซูหมิงเยว่คิดแล้วก็ยังไม่เข้าใจ นางพูดออกไปราวกับไม่ได้ไตร่ตรองให้ชัดเจน“องค์ชายห้าหรือเพคะ ดีนะเพคะ”

            จี๋โม่หานฟังจบก็เงียบไปครู่หนึ่งแล้วก็ไม่ได้พูดอีกไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

            ซูหมิงเยว่เองก็ไม่มีความคิดที่จะอ่านหนังสือต่อแล้ว นางวางแขนลงบนที่เท้าแขนแล้วเอามือมายันหน้าผากสายตามองไปยังจี๋โม่หานอย่างพิจารณา

            ครึ่งชั่วยามผ่านไปอย่างรวดเร็ว ซูหมิงเยว่ลุกขึ้นยืดตัวก่อนจะเดินไปตรวจที่ข้างถังน้ำอยู่ครู่หนึ่ง“องค์ชายสามเพคะ ได้เวลาพอสมควรแล้ว หม่อมฉันจะดึงเข็มออกให้นะเพคะ”

            นางดึงเข็มบนตัวของจี๋โม่หานออกแล้วเช็ดให้สะอาดก่อนจะเก็บเข็มใส่เข้ากระเป๋าเข็ม“เรียบร้อยแล้ว องค์ชายสาม ท่านลุกขึ้นเถิด หม่อมฉันจะให้หลิงชวนมาเปลี่ยนน้ำแล้วดำเนินการรักษาขั้นที่สอง”

            จี๋โม่หานไม่ขยับ

            ซูหมิงเยว่ยืนรออยู่ข้างถังน้ำอยู่นาน คิ้วเริ่มขมวดเข้าหากันตอนที่นางกำลังจะเอ่ยเร่งอีกรอบก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่าที่จี๋โม่หานไม่ลุกขึ้นมาคงไม่ใช่เพราะครึ่งล่างไม่ได้สวมกางเกงหรอกนะ

            พอคิดเช่นนี้ ซูหมิงเยว่ก็รู้สึกว่ากกหูเริ่มร้อนขึ้นมา นางหมุนตัวไปอย่างเขินอาย“องค์ชายสาม หม่อมฉันหันหลังให้แล้ว ท่านลุกขึ้นได้แล้ว”

            มุมปากของจี๋โม่หานยกขึ้นเล็กน้อย เขารู้ว่าซูหมิงเยว่เข้าใจผิดเสียแล้วจึงหันหน้าไปทางที่ซูหมิงเยว่อยู่ริมฝีปากบางยกขึ้นเล็กน้อย “ไม่ใช่เปิ่นหวังไม่คิดจะลุก แต่ขาของเปิ่นหวังไม่สะดวกจะลุกขึ้นรบกวนคุณหนูซูพยุงขึ้นหน่อยเถิด”

            ซูหมิงเยว่หมุนตัวมากอดอกยืนอยู่ข้างถังน้ำก่อนจะมองพิจารณาจี๋โม่หานจากบนลงล่างรอบหนึ่งเมื่อครู่นางคิดว่าจี๋โม่หานไม่ได้สวมเสื้อผ้า ตอนนี้นางเข้าใจแล้วว่าจี๋โม่หานนั้นคิดจะเล่นแง่

            ซูหมิงเยว่เลิกคิ้วขึ้นพูดออกมาตามความจริง “ที่นี่ไม่มีคนอื่นนะเพคะเหตุใดองค์ชายสามต้องมาเสแสร้งกับหม่อมฉันด้วย?”

            “หืม?” จี๋โม่หานขมวดคิ้ว“เปิ่นหวังไม่เข้าใจว่าคุณหนูซูพูดอะไร?”

            ซูหมิงเยว่ถอนหายใจน้อยๆ “หม่อมฉันรู้วิชาแพทย์องค์ชายสามคิดว่าจะหลอกหม่อมฉันได้หรือ? องค์ชายสามไม่ต้องหลอกหม่อมฉันแล้ว”

            พอนางพูดจบ สองมือของจี๋โม่หานก็ยันที่ขอบอ่างจากนั้นเสียงน้ำก็ดังซ่าตามการลุกขึ้นของเขา

            เขายืนไวเกินไปจนซูหมิงเยว่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวภายในชั่ววินาทีนางก็ยกมือมาปิดตา แต่เพราะปิดแค่ครึ่งเดียว นางถึงได้รู้ว่าจี๋โม่หานสวมกางเกงตัวกลางเอาไว้จึงรีบเอามือลง

            ซูหมิงเยว่เบิกตากว้างเล็กน้อยสายตามองจี๋โม่หานที่ยืนอยู่ในอ่างด้วยความตกตะลึง แม้นางจะรู้ความจริงอยู่ก่อนแล้วว่าขาของจี๋โม่หานไม่ได้พิการ

            นางสัมผัสถึงชีพจรที่ส่วนขาได้ ปกติแล้วคนที่นั่งอยู่บนรถเข็นมาหลายสิบปีกล้ามเนื้อครึ่งล่างจะลีบและหดตัวเข้าหากันจนเหลือแค่กระดูกแต่จี๋โม่หานไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยสักนิด

            จี๋โม่หานเปลือยท่อนบนยืนอยู่ในถังน้ำ น้ำโอสถสีดำไหลบนแผ่นอกขาวมันวาวราวกับกระเบื้องขาวของเขาปกติแล้วซูหมิงเยว่เห็นเขานั่งอยู่ตลอดจึงไม่รู้เลยว่า พอจี๋โม่หานยืนขึ้นมาจะสูงกว่านางสองช่วงหัว

            จี๋โม่หานยกมุมปากขึ้นแล้วก้าวออกมาจากถังน้ำ เขาเดินเท้าเปล่ามาหยิบชุดตัวบนที่วางอยู่ด้านข้างแต่การสวมครั้งนี้ก็เหมือนไม่ได้สวมเพียงครู่เดียวน้ำที่อยู่บนตัวก็ทำให้เสื้อเปียกจนแนบเนื้อ

            ซูหมิงเยว่ไม่รู้ตัวว่ากำลังมองอะไรอยู่ จนกระทั่งจี๋โม่หานเดินมายืนตรงหน้านางเงาพาดทับลงมาตรงหน้า พอได้สติกลับมาก็มองคนที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะถอยหลังไปหนึ่งก้าวทันที

            “เจ้ากำลังกลัวอะไร?” จี๋โม่หานก้มหน้าลงเสียงแหบของเขาแฝงไปด้วยแรงดึงดูดรุนแรงจนแทบจะเอาชีวิตไปได้เลย

            ใบหน้าของซูหมิงเยว่ปรากฏความว้าวุ่นเล็กน้อยหากไม่ใช่ว่านางวางใจกับวิชาแพทย์ของตัวเองนางก็ไม่มีทางเชื่อว่าคนคนนี้ตาบอดจริงๆ

            “ไม่ ไม่มีอะไรเพคะ” ซูหมิงเยว่สูดหายใจเข้าลึกๆพยายามสงบนิ่ง “หม่อมฉันกำลังคิดว่า ขาขององค์ชายสามก็ไม่ได้หัก เหตุใดถึงต้องหลอกคนทั้งโลกด้วยเพคะ?”

            “ใช่หรือ” จี๋โม่หานเลิกคิ้วขึ้น จากนั้นก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วนั่งลงตรงเก้าอี้ที่ซูหมิงเยว่นั่งก่อนหน้านี้เขาพูดเสียงเรียบ “ไม่ใช่หรอก ขาของเปิ่นหวังเคยหักมาก่อนส่วนเหตุใดถึงหักนั้นจะไม่พูดถึงแล้วกัน ก็เหมือนกับคุณหนูซูนั้นแหละ ทั้งๆ ที่รู้วิชาแพทย์แต่กลับไม่พูดออกมา”

            ซูหมิงเยว่มองจี๋โม่หานอย่างทำอะไรไม่ถูก นางอ้าปากน้อยๆ จู่ๆ ก็เข้าใจอะไรขึ้นมาเล็กน้อย จี๋โม่หานคือคนในราชวงศ์

            ราชวงศ์น่ะ เวิ่นจิ่นหยางฮ่องเต้ในตอนนี้เลอะเลือนไร้ความสามารถส่วนจี๋โม่หานองค์ชายสามในตอนนั้นกลับเป็นเทพสงครามที่มีความกล้าหาญถนัดในการรบมีความกล้า มีแผนการ หากตอนแรกจี๋โม่หานไม่ขาหักไปตำแหน่งฮ่องเต้จะไปตกที่เวิ่นจิ่นหยางได้อย่างไร

            เมื่อเข้าใจถึงปัญหาพวกนี้แล้ว ซูหมิงเยว่ก็เหมือนจะรู้ความลับที่ราชวงศ์ไม่สามารถบอกใครได้ถึงจี๋โม่หานในตอนนี้จะไม่ถามถึงราชสำนัก ถึงแม้ขาจะหายดีแล้วก็ไม่อาจบอกใครได้ คงเป็นเพราะมีเหตุผลเช่นนี้ซ่อนอยู่ข้างใน

            ซูหมิงเยว่ไม่ได้พูดอะไรอีก นางเดินออกมาเรียกให้หลิงชวนเข้ามาเปลี่ยนยาตอนที่หลิงชวนเข้ามาเห็นจี๋โม่หานนั่งอยู่บนเก้าอี้ก็ชะงักไปก่อนจะมองไปทางซูหมิงเยว่เขาเอ่ยปากถามอย่างลังเล “องค์ชายสาม ขาของท่าน.....”

            ที่จี๋โม่หานไม่ได้เรียกเขาเข้ามานั้นหมายความว่าเขาออกจากถังน้ำด้วยตัวเองแต่เรื่องที่ขาขององค์ชายสามไม่เป็นอะไรก็มีแค่พวกเขาเท่านั้นที่รู้

            จี๋โม่หานโบกมือ พูดเสียงเรียบ “ไม่เป็นไร”

            ซูหมิงเยว่เองก็พยักหน้า “วางใจเถิด ข้าไม่พูดออกไปหรอก”

            หลิงชวนมองซูหมิงเยว่อยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายก็พูดออกมาอย่างจริงใจ “ขอบคุณขอรับ”

            ต่อมาหลังจากเปลี่ยนยาแล้ว ซูหมิงเยว่ก็ฝังเข็มให้จี๋โม่หานอีกครั้งหลังจากฝังเข็มครั้งสุดท้ายเสร็จก็ดึงเข็มออก ที่ปลายเข็มยังมีสีดำติดออกมาเล็กน้อย

            “นี่คืออะไรหรือ?” หลิงชวนที่ยืนอยู่ด้านข้างถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ

            เมื่อครู่หลังจากเปลี่ยนยาแล้วซูหมิงเยว่ก็ให้หลิงชวนอยู่ด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกกระอักกระอ่วน

            ซูหมิงเยว่ใช้ผ้ามาเช็ดสีดำที่ปลายเข็มออกจนสะอาด น้ำเสียงที่ตอบแฝงความดีใจ“นี่คือพิษที่อยู่ในดวงตาขององค์ชายสาม หากออกมาได้ก็หมายความว่าอาการเริ่มจะดีขึ้นแล้ว”

            “จริงหรือขอรับ?” หลิงชวนได้ยินเช่นนี้น้ำเสียงก็พลันตื่นเต้นขึ้นมาหลายส่วน “เช่นนั้นนานเท่าไหร่ถึงจะหายหรือขอรับ?”

            จี๋โม่หานเองก็หันไปทางซูหมิงเยว่ ดวงตาของเขาบอดมาหลายสิบปีตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้หาหมอมาหลายร้อยคนเพื่อมาตรวจดูอาการ แต่ก็ไม่มีใครรักษาได้เขาคิดไม่ถึงว่าซูหมิงเยว่จะมีวิธีการรักษาดวงตาของเขา

            “อย่ารีบร้อนไป” ซูหมิงเยว่เก็บเข็มใส่ในกระเป๋าเข็ม

            “ดวงตาขององค์ชายสามถูกพิษกัดกินเป็นเวลานานตอนนี้ส่งผลกระทบต่อเส้นเลือดรอบดวงตา ตอนนี้ข้ากำจัดพิษรอบดวงตาออกก่อน ซึ่งจะต้องค่อยๆทำ ยังต้องใช้เวลานานมาก”

            “ไม่เป็นไร” จี๋โม่หานที่นั่งพิงเก้าอี้พูดขึ้นเสียงเรียบเขาตาบอดมาหลายสิบปีแล้ว ดังนั้นจึงไม่สนใจเวลาพวกนี้

            ตอนที่ซูหมิงเยว่ออกมาจากจวนองค์ชายสามก็เป็นหลิงชวนที่มาส่งนางกลับไปยังโรงเตี๊ยมเยว่เจียงก่อนหน้านี้ซึ่งมีเสี่ยวอวี่รออยู่ที่นั่น

            “คุณหนู เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?”


    คล้ายกับเรื่องซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786