OSVALDO ผู้ปกครองทั้งสี่มิติ (ภาคโรงเรียนเวทมนตร์)

    ลัดเลาะรอบหอพักหญิง

    “ บ้าเอ๊ย จะเอาไงต่อละทีนี้ ! ” เสียงสบถเบา ๆ ดังขึ้นของอานนท์ หลังจากเดินเลาะข้างผนังอิฐขาวจากหอพักหญิงสายจอมกลยุทธ์มาจนสุดตึก เห็นผู้คนเดินผ่านไปมาอยู่เรื่อย ๆ แถวห้องน้ำส่วนกลาง ทำให้เด็กหนุ่มไม่กล้าก้าวเดินต่อไปอีก มืออีกข้างยังคงจับผ้าขนหนูผืนเดียวอย่างเหนียวแน่นไว้ กวาดตามองไปมากลัวใครเห็นเข้า พากันตกใจหมด แต่มันกับช้าไปในเมื่อถูกจับได้ซะแล้ว !“ นั่นใครน่ะ หันมาเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นข้าจะตะโกนให้ทุกคนรู้จริง ๆ ด้วย !! ไอเจ้าโรคจิต ! ” เสียงแหลมเล็กของผู้หญิงด้านหลังอานนท์ ทำให้เขาต้องหันมองข้าง ปรายตา ตัดสินใจประจันหน้าในที่สุด กับพบว่าเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ช่วยเขาในครั้งแรกเมื่อพบเจอ นั่นก็คือ...“ เมะ แมรี่... ! เจ้าอย่าตะโกนนะ ขอร้องล่ะ ” อานนท์ทำเสียงกระตุก มีสีหน้าตกใจรีบก้าวเข้าไปจับต้นแขนเล็กของแมรี่เพื่อห้ามไว้ ถ้าใครมาเจอเขาในสภาพแบบนี้คงดูไม่ดีอย่างแน่นอน“ อานนท์ ! ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ และดูสภาพเสื้อผ้าเจ้า มันหายไปไหน… ?! ” แมรี่รีบทัก ไล่มองหุ่นของอานนท์นิดหนึ่งก่อนเบี่ยงหน้าหลบไปทางอื่น เปลี่ยนมาสนใจกับคำตอบของเด็กหนุ่มต่อ“ เอ่อ.. เฮ้อ ! เอาเป็นว่า เจ้าช่วยข้าอีกสักครั้งหนึ่งได้หรือไม่ ” อานนท์เลือกถอนหายใจแทนคำตอบ เพราะความขี้เกียจที่ต้องอธิบายให้ผู้หญิงตรงหน้าฟัง  ความอ่อนเพลียเริ่มทวีคูณ ทำให้ขาเขาอ่อนทรุดลงกับพื้นในทันที แมรี่รีบเข้าพยุงอานนท์ขึ้น แต่เด็กหนุ่มส่ายหน้าเป็นเชิง ไม่อยากลุก พลังทั้งหมดภายในตัวเริ่มหมดลงขอพักสักหน่อยมันอาจดีขึ้นบ้าง“ งั้น เดี๋ยวเจ้ารออยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวข้าจะไปหาเสื้อผ้ามาให้ใส่ก่อนละกัน ” แมรี่ไม่ได้ซักถามอะไร นางเห็นหน้าอานนท์แล้วเลยรู้สึกว่าคงจะเหนื่อยล้ามาก ส่วนเรื่องอื่นค่อยมาถามให้รู้ทีหลังก็ยังไม่สายสำหรับนาง“ ขอบคุณนะ ! ”เสียงตะโกนของอานนท์ไล่หลังเล็ก วิ่งหายไปแถวห้องน้ำส่วนกลาง ตอนนี้เด็กหนุ่มพยายามเขยิบร่างกายตนไปนั่งพิงกำแพงอิฐเพื่อให้ลับตาคนมากขึ้น รอเวลาจากความช่วยเหลือของแมรี่มาหลายนาที ปรากฏร่างของผู้หญิงเดินเข้ามา บนมือหิ้วถุงฟ้ายื่นให้อานนท์ด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ “ อ่ะ ! เจ้าน่าจะใส่ได้นะ...”  แมรี่พูด เดินเข้าไปช่วยพยุงอานนท์ขึ้น นางหมุนตัวกลับเพื่อให้ผู้ชายด้านหลังได้มีเวลาใส่เสื้อผ้า จัดแจงทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อย เพียงไม่ถึงหนึ่งนาที เด็กหนุ่มเรียกให้เพื่อนสาวต่างสายหันมา นางถึงกับตะลึง เพราะเสื้อผ้าที่ตัวเองได้เสกขึ้นมากับมือ ไปสวมบนร่างกายของอานนท์ได้อย่างพอดีเช่นนี้ ถึงตอนแรกนางทำเป็นหอบให้สมจริงก็ตามเด็กหนุ่มก้มมองเสื้อยืดแขนสั้นสีฟ้า มีลายขาวคาดยาวแนวตั้งอยู่ทางซ้ายของตัวเสื้อ ไล่ลงไปเป็นกางเกงยีนส์ขาเดฟสีดำอย่างแน่นคับ ยิ่งเฉพาะตรงเป้าเขาอย่าได้พูดถึงเชียว อานนท์เปลี่ยนมายิ้มแห้งให้กับแมรี่ พากันเดินออกไปจากหอพักสายนี้ในเวลาต่อมา เมื่อเด็กสาวบอกระหว่างทางไปด้วยว่าจะไปโรงอาหาร ซึ่งเขาเลยหาโอกาสเลี้ยงข้าวแทนคำขอบคุณให้ซะเลย
    +++++++++++++++++++++15.24 นาที ณ ทางเดินเข้าหอพักจากปากทางบี“ ไว้เจอกันใหม่นะ แมรี่ ขอบคุณมากวันนี้ ” อานนท์ยกมือลา ยิ้ม ให้แมรี่หลังจากเขาเลี้ยงข้าวให้กับเพื่อนสาวเสร็จแยกย้ายกันกลับหอพักของตัวเอง  ในระหว่างเดินกลับเด็กหนุ่มรู้สึกว่าบริเวณทางเดินของบรรดาหอพักมีผู้คนยืนจับกลุ่มคุยกันหรือไม่ก็เดินตรงไปยังทางที่ตั้งของหอพักสายจอมเวลของเขาใกล้ทางออกจากปากทางเออานนท์รีบเร่งฝีเท้า จนมาถึงหน้าหอพักตน กับพบว่ามีผู้คนยืนมุงกันเต็มทางเดิน จนเด็กหนุ่มต้องแหวกทางโผล่หน้าเข้าไปดูได้สำเร็จ เห็นบุคคลจำนวนห้าคนแต่งกายคล้ายบอดี้การ์ดชุดดำทั้งตัว กำลังยืนเรียงบังทางเข้าภายในห้องนั่งเล่นของหอพักชายอยู่ราวกำแพงปิด เขารีบก้าวเข้าไป ทำให้ทุกคนละแวกนี้ต่างซุบซิบกันดังมากขึ้น อานนท์ไม่สนใจ เดินมาหยุดตรงหน้าบุคคลทั้งห้าอย่างสงสัยและคิดจะถาม“ ม มี.. ”  ยังไม่ทันเอ่ยจบ มือปริศนาดึงเขาเข้าไปภายในห้องอย่างชักกะเย่อเริ่มสตาร์ท อานนท์พุ่งและเบรกได้ทัน เห็นเพื่อนของเขาเป็นอันดับแรกยืนยิ้มฝืดให้ตรงมุมขวาห้อง และบุคคลถัดไปอยู่ชุดโซฟาตัวใหญ่ส้มตรงกลางห้อง ทำให้เด็กหนุ่มถึงเบิกตากว้างไม่เชื่อว่านั่นจะเป็น...“ น น้า.. ผอ. ! ”  เสียงฟังดูกระตุกช่วงแรกและเปลี่ยนมาเบาลงช่วงหลัง เมื่อตนรู้ว่าต้องเรียกบุคคลท่านนี้เหมือนกับนักเรียนคนอื่น ๆ จนชายวัยกลางคนยกมือห้าม เปลี่ยนเป็นกวักนิ้วเรียกให้หลานชายเข้ามานั่งใกล้ ๆ แทนอานนท์ก้มหัวเคารพน้าชาย รีบก้าวเข้ามาตรงโซฟาเดี่ยวข้างซ้ายและนั่งลง มองพวกเพื่อนและรุ่นพี่กำลังเดินออกไปจากห้องด้วยท่าทางเกร็งพิกลปรากฏ  เด็กหนุ่มเลิกมองหันมาสนใจน้าชายเหมือนเดิม“ มีอะไรจะอธิบายให้น้าฟังไหมอานนท์ ?  ”จู่ ๆ เสียงเรียบแฝงความเข้มขรึมดังขึ้น เรียกสติอานนนท์ให้กลับคืนมา เมื่อรู้สึกมีไอแปลก ๆ เต็มทั่วห้องจนน่ากลัวและเย็นเยือกไปพร้อมกัน ทำให้เด็กหนุ่มหลุบตาลง เรียบเรียงเหตุการณ์ทั้งหมดในวันนี้ขึ้นมาอย่างมึนงง และกับคำถามของน้าชายที่ยิงมา อานนท์ไม่เข้าใจว่าท่านต้องการคำตอบอะไรจากปากเขา ในเมื่อตัวเองยังไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นหลังจากร่างกายตนดิ่งลงใต้น้ำลึก !“ คือว่า ผอ.ครับ ข้า... ” เด็กหนุ่มคิดถามแทนที่จะตอบ ต้องหยุดก่อนเมื่อชายวัยกลางคนส่ายหน้าเบา ๆ บอกให้เรียกเหมือนเดิมคือคำว่า น้า  เขาพยักหน้าและเอ่ยต่อ“ ข้าไม่รู้ครับน้า ว่ามันเกิดอะไรขึ้น หลังจากที่ข้าโดนเจ้าไทแรนโนซอรัสเล่นงานเอา ”  อานนท์ยังคงหลุบตาลง มอง ลูบเล็บตัวเองไปมา เมื่อเขาดูไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี และนึกขึ้นได้ว่า... “ แต่ข้ารู้สึกว่าพลังนั้น มันเหมือนกับพลังของข้าครับน้า พลังแห่งแสงสว่าง ! แต่ก็... ข้าก็ไม่รู้อีกว่าใครเป็นคนช่วยข้าไว้... ” หลังจากเขาพูดจบ มองไปยังน้าชายตน  แต่เดลล์ได้ส่ายหน้าเมื่อรู้สึกสายตาของอานนท์ที่สงสัยว่าเขาเป็นคนมาช่วย ซึ่งมันไม่ใช่เลย ตนพึ่งมารู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหลานชายไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง เลยรีบเข้ามาตรวจสอบและกับพบว่า...“ แล้วยังไงต่อ... เล่ามาให้จบ น้ากำลังฟังอยู่ ” เดลล์เปลี่ยนมานั่งไขว่ห้าง กอดอกฟังหลานชายต่อด้วยท่าทางสงบนิ่ง ในระหว่างนั้นมีบรรดานักเรียนด้านนอก โผล่หน้าหาช่องทางให้มองได้ชัดของบุคคลด้านในไปด้วยผ่านบอดี้การ์ดชุดดำยืนบังไว้อยู่ ไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเลยอย่างกับท่อนไม้“ พอข้าตื่นขึ้นมา  รู้สึกตัวได้เพียงแค่นิดเดียวก็โดนเจ้าสัตว์ตัวนั้นเข้าสิงร่างอีกครับ เขาขอให้ข้าช่วย เพื่อที่อยากจะมอบกล่องใบหนึ่งให้กับเพื่อนสาวของเขา !  ” อานนท์มองน้าชายตรง ๆ คิดจะพูดต่อ แต่ชายวัยกลางคนส่ายหน้าห้าม แบมือข้างขวาขึ้น ปรากฏดวงจิตสีเขียวอมฟ้าชมพู กำลังลอยขึ้นไปมาราวกับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง อานนท์เพ่งมองดวงจิตนั้นสลับกับใบหน้าหล่อของน้าชายอยู่สักพัก ตัดสินใจถามในเมื่อตัวเองเริ่มรู้ว่านั่นมันคืออะไร“ นั่นมันคือดวงวิญญาณของรุ่นพี่เทย์ใช่ไหมครับ ”เด็กหนุ่มขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย เพราะดวงวิญญาณที่เขาเจอมันเป็นโครงกระดูกอันน่าเกลียดน่ากลัวอยู่ในตู้เสื้อผ้า แต่ด้านหน้านั้นมันช่างรู้สึกว่ารุ่นพี่เทย์ได้กลับมาเป็นมนุษย์แล้ว เพราะมีทั้งความสุข ความสงบ ความโศกเศร้า ความอ้างว้างและโดดเดี่ยวปะปนผสมกันราวกับได้เกิดใหม่ แต่เดลล์ได้อธิบายว่าทุกคนย่อมมีเกิดและดับไป ไม่มีวันหวนช่วงเวลาสิ้นดวงจิตและร่างกายได้กลับคืนมา แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือความรู้สึกและความทรงจำภายในใจของคนรอบข้างนั้นมันไม่เคยหายไปตราบชั่วนิรันดร์กาล“ อานนท์ ” เดลล์เรียกหลานชายให้หลุดภวังค์ไปช่วงหนึ่ง ทำให้เด็กหนุ่มสะดุ้ง ขานตอบทันที “ ครับ ! ”“ เทย์ต้องการให้หลานช่วยส่งเขาไปสู่ภพภูมิใหม่ เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน หลานจงนำสิ่งนี้ไปไว้ใต้ต้นอมาดิอัสและสวดให้เขาด้วยคัมภีร์เซอร์คิลิส เป็นการส่งดวงวิญญาณไปอย่างสมบูรณ์และเรียบง่ายที่สุดแล้ว ”ชายวัยกลางคนพูดจบเสกกล่องไม้สีฟ้าไว้บนมือข้างซ้าย ส่วนข้างขวาปรากฏคัมภีร์เล่มเล็ก หน้าปกสลักลายเถาวัลย์เป็นกรอบเล่มสวยขาวบริสุทธิ์ มีตัวอักษรสีแดงสดเป็นประโยคเดียวเขียนชื่อตรงตัว เซอร์คิลิส ไว้กลางเล่ม ยื่นให้หลานชายรับไว้ ลุกขึ้นเตรียมเดินออกไปแต่ต้องชะงักเท้าเมื่ออานนท์เรียกเสียงดังอย่างไม่เข้าใจและงุนงงเอามาก ๆ“ เอ่อ น้าเดลล์ครับ ! เดี๋ยวก่อนครับ ! ” เดลล์หันมายิ้มและถาม “ ว่าไง ” จนอานนท์ต้องขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจเป็นรอบที่สอง “ คือ ที่น้ามาหาข้า เพราะเรื่องแค่นี้เหรอครับ ? ”  เด็กหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจกับท่าทางของน้าชายที่เคยทำให้เขางุนงงมาหลายรอบแล้ว เหมือนมีอะไรจะพูดมากกว่านี้ แต่พอเอาเข้าจริงไม่เห็นจะมีอะไรเลย“ เอาะ น้าลืมบอกไปอย่าง... คนที่ช่วยหลานขึ้นมาคือคุณมาร์ชิน เอสโทเลีย ถ้าว่าง ๆ เจ้าก็ไปขอบคุณเขาด้วยล่ะ  ”  เดลล์ทำหน้าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ยังทำท่าเหมือนพูดต่อ แต่อานนท์ได้ชิงถามก่อนที่ว่า “ อ๋อ แต่น้า... กล่องนี้ !  มันเหมือนกล่องที่รุ่นพี่เทย์มอบให้เพื่อนสาวของเขาเลยนะครับ ? ข้าจำได้ ” อานนท์ก้มมองกล่องสีฟ้าที่บรรจุของสำคัญอยู่แวบหนึ่งด้วยสีหน้าสงสัย ได้คำตอบกลับมาว่า “ มันเป็นกล่องเลียนแบบน่ะ เพราะดวงจิตของรุ่นพี่เจ้ายังคงมีความอยากได้มันอยู่ภายในกล่องใบนี้ยังไงล่ะ... ถึงดวงวิญญาณจะล่องลอยไปไหนแล้วก็ตาม แต่ถ้าเมื่อได้ยินบทสวดบทนี้และกับผู้สวดให้จะรีบมาปรากฏตรงหน้าเจ้าเลย ”“ เอ่อ ปรากฏขึ้นตรงหน้าข้าเลยเหรอครับน้า ?!” อานนท์รีบถามเสียงสั่น“ ใช่ เพราะการปรากฏในครั้งสุดท้ายจะเป็นร่างจิตที่สมบูรณ์ที่สุด ” เดลล์ตอบ ทำหน้าสงสัยมองหลานชายอยู่นิดหนึ่ง“ อ๋อ ครับ ๆ” เด็กหนุ่มพยักหน้าและถามต่อ“ แต่น้าเดลล์ครับ ข้าคงออกหอไม่ได้หลังจากสี่ทุ่มไปแล้ว... ” เด็กหนุ่มถามต่อ ทำให้เดลล์ส่ายหน้าเบา ๆ เป็นเชิง เดี๋ยวจัดการให้ กวักมือเรียกรุ่นพี่หัวหน้าหอพักที่ยืนอยู่ตรงมุมเดียวกับพวกเพื่อนอานนท์เข้ามาพบ  “ เรื่องนี้ข้าต้องฝากด้วยนะ ดาวิน ”  เดลล์เอ่ยเสียงเรียบ พยักหน้านิดหนึ่ง ทำให้ดาวินก้มหัวอย่างรับทราบและเดินไปยืนที่เดิม อานนท์มองตาม หันมาสนใจกับน้าชายตนต่อ“ งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว น้าไปทำงานก่อนล่ะกัน ” เดลล์พูดต่อ ลุกขึ้น อานนท์ลุกตาม ก้มหัวเคารพให้น้าชาย  เดินไปส่งยังด้านหน้าหอพักพร้อมกับพวกเพื่อนและรุ่นพี่ของเขา เด็กหนุ่มมองหลังชายบอดี้การ์ดห้าคนอย่างสงสัยแต่ไม่คิดถาม เพราะน้าตนอาจไปทำธุระข้างนอกกับพวกนั้นต่อก็ได้เวลาผ่านไปจนใกล้เที่ยงคืน อานนท์ตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อกับพิธีส่งดวงวิญญาณของรุ่นพี่เทย์ด้วยความยินดีและรู้สึกกลัวอยู่นิดหนึ่ง ตอนนี้เด็กหนุ่มกำลังเดินถือของสำคัญในการเริ่มพิธีที่ใกล้มาถึงไม่กี่นาทีข้างหน้าไว้ข้างซ้าย เขากวาดตามองบริเวณรอบ ๆ มันช่างเงียบเชียบอย่างกับป่าช้า รู้สึกแปลก ๆ พิกลจนทำให้จู่ ๆ ขนลุกซู่ขึ้นมา และยิ่งภูตตัวดีของเขายังหายเงียบไปอีกด้วย หลังจากส่งเสียงบอกวิธีการทำคร่าว ๆ เพิ่มเติมให้เท่านั้น ส่วนพวกเพื่อนตอนแรกอยากออกมาด้วย แต่รุ่นพี่ดาวินไม่อนุญาต ทำให้เขาต้องฉายเดี่ยวอีกตามเคย !อานนท์เดินเลาะทางที่นำไปยังโบสถ์ด้านหลังสุดของตัวโรงเรียนแห่งนี้ ผ่านตึกสามของชมรมและโดมหลังส้มตั้งตรงข้ามกัน ถือตะเกียงทรงกลมเดินจนมาถึงด้านหน้าตัวโบสถ์ทำมาจากหินอ่อนสะอาด รูปทรงคล้ายกับโบสถ์คริสต์คาทอลิก เปล่งแสงสีขาวเป็นประกายระยิบระยับเหมือนวัดในตอนกลางคืน อานนท์เพ่งดูบานประตูเป็นรูปสตรีแต่งกายคล้ายชุดนักบวชขาว มีผ้าสีเหลืองคลุมหัวปกปิดเส้นผมเหมือนคนของศาสนาอิสลาม กำลังพนมมือทั้งสองข้าง จับสร้อยพระจันทร์เสี้ยวห้อยลงมาด้วยท่าทางนิ่งสงบที่หันหน้าเข้าหากันทั้งสองบาน เด็กหนุ่มกลับมากวาดตาหาต้นไม้สีขาวในบริเวณข้าง ๆ โบสถ์ จนซักพักก็เจอ เขารีบตรงไปด้านหน้าของต้นอมาดิอัส หยิบท่อนไม้บาง ๆ ที่ปะปนกับเศษดินด้านข้างใกล้มือตนเพื่อมาใช้การขุด นำกล่องสีฟ้าเอาลงฝังอย่างรวดเร็ว  เมื่อเสร็จก็หยิบเล่มคัมภีร์ขึ้นมาเปิดดู มีตัวอักษรภาษาเฟรด้าล่าอยู่สองท่อน ซึ่งเขารู้สึกว่าตัวเองดูคุ้นเคยกับบทสวดนี้อย่างน่าประหลาดใจ ซักพักก็ปรากฏร่างชายหนุ่มเปลือยกายทั้งตัวอยู่ตรงหน้าอานนท์อย่างที่น้าเดลล์ได้บอกไว้ เด็กหนุ่มอ้าปากค้าง รู้สึกตกใจ แอบอึ้งกับขนาดของพี่แกอยู่นิดหนึ่ง เรียกสติกลับมาได้รีบเอ่ยปากถามไปว่า“ เอ่อ... ทำไมพี่ถึงไม่ใส่เสื้อผ้าล่ะครับ ?! ”ชายหนุ่มนามว่าเทย์ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ยิ้มให้  เลื่อนสายตามองกล่องใบนั้นที่ถูกฝังลงไปเสร็จ ก็เงยขึ้นมา พยักหน้าพลันร่างกายกลับกลายเป็นเศษฝุ่นลอยหายไปคนละทิศคนละทาง เพียงช่วงวินาทีเดียวอานนท์รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขกับการช่วยเหลือคน(วิญญาณ) ถึงมีความกลัวอยู่นิดหนึ่งก็ตามที แต่สิ่งที่ได้กลับคืนมาอาจเป็นบุญมหาศาลสะสมไปภพภูมิหน้าที่ไม่อาจล่วงรู้ก็เป็นได้“ คงเสร็จแล้วสินะ ”อานนท์เปรย เงยหน้ามองพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวอันกำลังถูกเมฆดำเคลื่อนเข้าปกคลุมอยู่ซักพัก ตัดสินใจหมุนกลับไปยังหอตน ซึ่งระหว่างทางเดินเด็กหนุ่มรู้สึกมีอะไรจ้องมองเขาอยู่ด้านหลัง รีบหันกลับมองขึ้นบนหอนาฬิกาสูงด้านข้างโบสถ์ใหญ่ ปรากฏมีเงาดำร่างหนึ่งยืนตรงกลางระเบียงยื่นออกมาได้เห็นชัด ! อานนท์กำที่จับตะเกียงไว้แน่น รีบเดินกลับเหมือนเดิมไม่เหลียวหลังไปมองอีก ถึงนั่นมันเป็นใครไม่สำคัญ เพราะเด็กหนุ่มไม่อยากสนใจอีกต่อไปเพียงห้านาทีจากการรีบเร่งฝีเท้าเริ่มรู้สึกปลอดภัยมาหยุดยืนพักตรงปลายทางบีเข้าหอแล้ว เด็กหนุ่มหันกลับไปมองอีกครั้ง เมื่อไม่มีอะไรตามมาตัดสินใจคิดเดินต่อพลันต้องชะงัก  อุทานขึ้น ! “ เฮ้ย ตกใจหมด ! ” เสียงสิ่งมีชีวิตสัตว์ปีกบินผ่านหน้าเขาไปอย่างเร็วจนมองไม่ทันว่านั่นเป็นตัวอะไร ซักพักเริ่มรู้สึกมึนหัวพร้อมเห็นไอขาวไร้ทิศทางปกคลุมไปทั่วรอบตัว สายตาเริ่มพร่ามัวเห็นร่างสตรีนางหนึ่งเดินเข้ามาอย่างช้า ๆ รีบเร่งก้าวไปรับตัวเด็กหนุ่ม เมื่ออานนท์เริ่มไม่รู้สึกอะไรอีกต่อไป พลันเงยหลังลงแต่มีคนรับไว้ทันพอดีเมื่อไอขาวได้จางลง เจ้าของเรือนผมสีฟ้าดุจน้ำทะเลโน้มใบหน้างาม คิ้วโค้งสวยจมูกเชิดริมฝีปากแดงใหญ่ได้เม้มเข้าหากัน รีบบรรจงจูบแก้มขาวของเด็กหนุ่มที่ชื่นชอบในอ้อนอกอย่างเร็ว เมื่อหอมชายผู้นี้จนพอใจก็คิดอยากจุมพิตดวงปากสวยช่างน่าลิ้มลองต่อ กำลังหลับใหลเข้าสู่ห้วงความฝันที่นางเจตนาสร้างขึ้นมาเพื่อให้พบกลับสิ่งเย้ายวนใจทุกอย่าง กระตุ้นความต้องการของอานนท์ให้ถึงที่สุดเด็กสาวผมฟ้ายิ้มมุมปาก เมื่อเห็นสีหน้าในยามหลับของอานนท์ดูมีความสุขอย่างมาก นางเอามือจับใบหน้าเด็กหนุ่มเบา ๆ ชะงักรีบหันหลังกลับไปพบกับสิ่งที่ตัวเองพึ่งจับพลังนั้นได้ก็คือ“ ……………….. ”เด็กสาวเบิกตากว้างไร้เส้นเสียงอุทานหรือคำถาม เมื่อปรากฏชายหนุ่มผมขาวเป็นหัวหน้าดูแลประจำหอพักสายจอมเวทยืนยิ้มเย็นให้ ปัดมือไปด้านข้าง ร่างเด็กสาวกำลังนั่งโอบกอดตัวรุ่นน้องของเขาแยกออกไปอย่างเร็ว ! ส่วนอานนท์นอนสลบกับพื้นแทนที่หนุนบนตักเล็ก ดาวินเดินเข้ามา เงยมือ ส่งผลให้ร่างเด็กหนุ่มลอยขึ้นนำหน้าชายหนุ่มไปทางกลับหอพักตัวเอง โดยไม่สนใจผู้หญิงคนนั้นอีกต่อไปผู้หญิงผมฟ้าที่นั่งอยู่เบื้องหลังพยายามลุกขึ้นแต่ต้องผงะ นั่งขาพับลงเหมือนเดิม เมื่อเห็นชายร่างสูงอีกคน แต่งกายชุดดำทั้งตัวกำลังยืนอยู่ตรงหน้า ก้าวขายาวเข้ามาประชิดตัวนาง รีบร่ายคาถาฟังไม่ได้ศัพท์อย่างรวดเร็วพลันบริเวณโดยรอบหมุนเป็นวงกลม ทั้งสองคนหายไปจากตรงนี้อย่างไร้ร่องรอย !..........................................................

    คล้ายกับเรื่องOSVALDO ผู้ปกครองทั้งสี่มิติ (ภาคโรงเรียนเวทมนตร์) ที่คุณอ่าน