“หรูเยียนระวัง!”
หลินเสวียหมิงตะโกนออกมาด้วยความร้อนรนทว่าเขากลับไม่ได้กระโจนเข้าไปขวางหน้าแม่ทัพซากศพโหลวหลันอย่างไม่คิดชีวิตแต่กลับหลบไปอีกทางเพื่อเอาตัวรอด “พวกนักรบถือโล่แนวหน้าน่ะต้านมันไว้สิ!”
หลินเสวียหมิงคำรามเสียงกร้าวทว่าสมาชิกกลุ่มในสังกัดสมาคมจอมราชันที่เขาพามาด้วยนั้นล้วนเป็นผู้ตื่นรู้หน้าใหม่ของรุ่นนี้ทั้งสิ้น
ระยะเวลาที่พวกเขาได้อยู่ร่วมกันมานั้นไม่นานพอและที่สำคัญคือไม่ได้มีความเลื่อมใสศรัทธาในตัวหัวหน้ากลุ่มคนนี้เลยแม้แต่น้อย
เมื่อเผชิญหน้ากับบอสขั้นทองคำระดับ50อย่างแม่ทัพซากศพโหลวหลันที่บุกตะลุยฆ่าฟันเข้ามากลางวงล้อมทุกคนต่างขวัญกระเจิงและแตกพ่ายวิ่งหนีตายกันไปคนละทิศคนละทางทิ้งให้หลิวหรูเยียนซึ่งอยู่ใจกลางกลุ่มถูกดักทางไว้จนหมดสิ้นจนไม่เหลือหนทางให้หลบหนีได้เลย
“พี่เสวียหมิง ช่วยฉันด้วย!”
หลิวหรูเยียนกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกแต่ท่ามกลางความโกลาหลนั้น หลินเสวียหมิงกลับไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอด้วยซ้ำ
..........
ขณะเดียวกันเซียวเยี่ยที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องลับของโถงหลักก็ได้เฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเย็นชาเขาช่วยไม่ได้ และที่สำคัญคือไม่คิดจะออกไปช่วยคนเราย่อมต้องชดใช้ให้กับการตัดสินใจของตัวเอง
หากก่อนหน้านี้เซียวเยี่ยหลบเข้าห้องลับไม่ทันแล้วถูกหลินเสวียหมิงพบตัวเข้าเป้าหมายของคนจากสมาคมจอมราชันกลุ่มนี้คงไม่ใช่แม่ทัพซากศพโหลวหลันแต่คงเป็นตัวเขาเองเป็นแน่!
หากหลินเสวียหมิงและคนของสมาคมจอมราชันต้องจบชีวิตลงในดันเจี้ยนแห่งนี้เซียวเยี่ยคงไม่มีความสงสารแม้แต่นิดเดียวตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกยินดีที่ได้เห็นเหตุการณ์นั้นเสียด้วยซ้ำ
ทว่าตัวแปรของสถานการณ์ก็ได้ปรากฏขึ้น!
ในขณะที่คนของจอมราชันกำลังหนีตายกระจัดกระจายจากการจู่โจมของแม่ทัพซากศพโหลวหลันคนอีกกลุ่มหนึ่งก็ได้เดินทางมาถึงโถงหลักแห่งนี้ซึ่งก็คือสมาคมอินทรีดำที่นำโดยหวังเปียวนั่นเอง!
เมื่อได้เห็นภาพความอเนจอนาถและโกลาหลเบื้องหน้าหวังเปียวก็เผยยิ้มเยาะด้วยความสะใจเขาพาลูกน้องหลบอยู่ตรงประตูโถงหลักแล้วตะโกนเรียกหลินเสวียหมิงจากระยะไกล“หลินเสวียหมิงพวกแกจากสมาคมจอมราชันทำไมถึงตกอยู่ในสภาพดูไม่ได้แบบนี้ล่ะ?”
หลินเสวียหมิงที่กำลังหนีอย่างหัวซุกหัวซุนเมื่อเห็นหวังเปียวยืนดูเรื่องตลกก็ขบฟันแน่นด้วยความโกรธจนฟันแทบหัก“หวังเปียว อย่ามามัวแต่พูดจาถากถางอยู่ตรงนั้น!”
“นี่มันบอสขั้นทองคำระดับ 50 เชียวนะ!”
หวังเปียวได้ยินดังนั้นก็ชะงักด้วยความตกใจบอสขั้นทองคำระดับ 50 งั้นหรือ?
นั่นคือสิ่งที่ผู้ตื่นรู้รุ่นพวกเขาเพิ่งจะเคยได้เจอเป็นครั้งแรกหากสามารถนำกลุ่มโค่นมันลงได้ย่อมต้องกลายเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วอย่างแน่นอน!
ในตอนนี้ความคิดในใจของหวังเปียวก็ไม่ต่างจากหลินเสวียหมิงเมื่อครู่ ใครๆ ก็อยากสร้างชื่อโดยเฉพาะเขาที่เป็นถึงลูกชายประธานสมาคมอินทรีดำยิ่งโหยหาโอกาสที่จะพิสูจน์ตัวเองใจจะขาด
ทว่าเมื่อมองไปยังสภาพยับเยินของสมาคมจอมราชันหวังเปียวก็เริ่มสับสนอยู่ในใจเพราะเขารู้ดีว่าความแข็งแกร่งของกลุ่มที่หลินเสวียหมิงพามานั้นไม่ได้ด้อยไปกว่ากลุ่มของเขาเลย!
แม้ในตอนนี้พลังชีวิตของบอสขั้นทองคำระดับ50จะถูกคนของจอมราชันตอดจนลดลงไปพอสมควรแล้วแต่พวกเขาก็ยังไม่มีความมั่นใจเต็มร้อยว่าจะรับช่วงต่อได้สำเร็จ นอกจากว่า...
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแววตาของหวังเปียวก็เปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว เขาตะโกนบอกหลินเสวียหมิงจากที่ไกลๆ“หลินเสวียหมิง!”
“มาตกลงกันหน่อยดีกว่า อินทรีดำของพวกเราจะช่วยจอมราชันสู้ด้วย!”
“แต่หลังจากเสร็จสิ้นแล้ว อุปกรณ์ที่ดรอปออกมาเราจะแบ่งกันคนละครึ่ง!”
หลินเสวียหมิงได้ยินคำนั้นก็อดไม่ได้ที่จะถ่มน้ำลายออกมาด้วยความโกรธแค้น“ถุย! ไอ้บ้าเอ๊ย...”
พวกเขาสมาคมจอมราชันต้องสู้กันแทบตายเสียสละชีวิตเพื่อนร่วมกลุ่มไปหลายคนแต่ผลสุดท้ายต้องมาแบ่งของรางวัลให้สมาคมอินทรีดำครึ่งหนึ่งอย่างนั้นหรือ?
ทว่าในตอนนี้หลินเสวียหมิงไม่มีทางเลือก!
หากไม่ร่วมมือกับสมาคมอินทรีดำความพยายามที่ผ่านมาทั้งหมดก็จะสูญเปล่า...
“แบ่งคนละครึ่งก็ได้ แต่พวกเราจอมราชันต้องได้เลือกก่อน!”
“เพราะพวกเราสูญเสียคนไปมากแล้ว...”
หลินเสวียหมิงกัดฟันพูดออกมาการพากลุ่มลงดันเจี้ยนครั้งแรกแล้วต้องเสียสมาชิกในกลุ่มไปหลายคนเช่นนี้หากไม่มีผลงานกลับไปให้เห็น ทางเบื้องสูงของสมาคมจอมราชันคงไม่ปล่อยเขาไว้แน่!
หวังเปียวเองก็ไม่อยากเสียเวลาต่อความยาวสาวความยืดในเมื่อจอมราชันช่วยตัดกำลังบอสไปมากแล้วการร่วมมือกันครั้งนี้สำหรับสมาคมอินทรีดำจึงถือเป็นกำไรเน้นๆ เขาจึงพยักหน้าทันที“ตกลง!”
หลินเสวียหมิงรีบตะโกนสั่งด้วยความร้อนใจ“ถ้าอย่างนั้นก็รีบให้พวกแนวหน้าของอินทรีดำขึ้นมาสิ!”
ฝ่ายหวังเปียวเองก็ไม่ได้อิดออดเขาพานักรบแนวหน้าของอินทรีดำพุ่งเข้าใส่ทันที
ตัวเขาเองนั้นมีอาชีพระดับSสายแนวหน้าอย่างนักพรตยุทธ์มังกรพันซึ่งโดดเด่นทั้งการรับและการรุก! หากพูดถึงพลังป้องกันแล้วเขาสูงกว่านักกระบี่เหมันต์ที่เน้นความแข็งแกร่งและความคล่องตัวอย่างหลินเสวียหมิงมาก!
ในฐานะโล่มนุษย์อันดับหนึ่งของกลุ่มหวังเปียวพุ่งทะยานขึ้นไปข้างหน้าเป็นคนแรก เขาชูกระบองมังกรพันอาวุธถนัดมือขึ้นแล้วใช้ท่าแหวกฟ้าทะลายมิติเพื่อดึงค่าความเกลียดชังของบอสมาที่ตัวเอง!
ในขณะนั้นกลุ่มสมาคมอินทรีดำทั้งหมดก็ได้เข้าสู่สนามรบ ทั้งแนวหน้า จอมเวท และหน่วยรักษาต่างจัดกระบวนทัพจนสถานการณ์มั่นคงขึ้น
ส่วนคนของจอมราชันก็ได้จังหวะจัดระเบียบกลุ่มใหม่แล้วสอดแทรกเข้าไปในกระบวนทัพของสมาคมอินทรีดำ
“หน่วยรักษาแนวหลังทั้งหมด เล็งเป้าหมายมาที่ฉัน!”
หวังเปียวตะโกนสั่งด้วยความมั่นใจด้วยอุปกรณ์ที่เขาสวมใส่อยู่ประกอบกับทักษะป้องกันพิเศษกระถางมังกรพันของนักพรตยุทธ์มังกรพัน ไม่เพียงแต่จะเพิ่มพลังป้องกันอย่างมหาศาลแต่ยังช่วยขยายพลังชีวิตของเขาให้สูงถึงแปดพันแต้ม!
หวังเปียวกล้าประกาศตนว่าในบรรดาผู้ตื่นรู้รุ่นเดียวกัน หากเขาเป็นที่สองในด้านการป้องกันก็ไม่มีใครกล้าขานตัวว่าเป็นที่หนึ่ง!
เมื่อมีคนยืนหยัดอยู่แนวหน้าเพียงคนเดียวเพื่อรับผลจากการรักษาทั้งหมดเขาก็ไม่ต่างอะไรกับโล่เหล็กกล้าที่ไม่มีวันทลาย
และนี่ก็คือท่าไม้ตายก้นหีบของกลุ่มหวังเปียวเช่นกัน
เมื่อหอกโลหิตของแม่ทัพซากศพโหลวหลันฟาดฟันลงบนร่างของหวังเปียวกลับสร้างความเสียหายได้เพียงพันกว่าแต้มเท่านั้น!
[-1284!]
และความเสียหายเพียงพันกว่าแต้มนี้ภายใต้การรักษาพร้อมกันจากหน่วยรักษานับสิบคน จึงถูกฟื้นฟูกลับมาจนเต็มในพริบตา
แนวหน้าเพียงหนึ่งคนที่ต้านทานไหวย่อมมีค่ามากกว่าแนวหน้าไร้คุณภาพนับสิบคนรวมกัน!
หลินเสวียหมิงที่มองดูภาพนี้อยู่แววตาก็ฉายแววมืดหม่นลงไปแวบหนึ่ง... อาชีพนักพรตยุทธ์มังกรพันระดับ Sของหวังเปียว แข็งแกร่งไม่น้อยไปกว่าเขาเลยจริงๆ
ทว่าในยามนี้สองสมาคมยักษ์ใหญ่อย่างอินทรีดำและจอมราชันจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อที่จะกำจัดแม่ทัพซากศพโหลวหลัน บอสขั้นทองคำระดับ 50ตนนี้ให้จงได้!
เมื่อกลุ่มของสองสมาคมชั้นนำมารวมตัวกันไม่เพียงแต่จะมีโล่ที่แข็งแกร่งอย่างหวังเปียวอยู่ในแนวหน้าแต่อำนาจการโจมตีจากจอมเวทและหน่วยทำดาเมจในกลุ่มก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว!
ศรแสงส่องหล้าโปรยปรายลงมาดุจห่าฝนคละเคล้าไปกับเปลวเพลิง ลิ่มน้ำแข็ง และอสนีบาตรวมถึงเวทมนตร์หลากธาตุที่ระเบิดเข้าใส่ร่างของแม่ทัพซากศพโหลวหลันอย่างต่อเนื่องแม้แต่บอสขั้นทองคำระดับ 50 ที่มีพลังชีวิตมหาศาลก็ยังเห็นได้ชัดว่าค่าพลังชีวิตลดฮวบลงเรื่อยๆ
พลังชีวิตรวม500,000แต้มถูกลดทอนลงไปจนเหลือเพียงครึ่งเดียวภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง!
การร่วมมือกันของสองสมาคมใหญ่ช่างราบรื่นอย่างเหลือเชื่อ!
หากเป็นไปเช่นนี้เรื่อยๆอีกไม่นานพวกเขาคงจะสามารถคว้าสถิติการเคลียร์บอสขั้นทองคำเป็นกลุ่มแรกของรุ่นนี้ได้สำเร็จจริงๆ
หวังเปียวและหลินเสวียหมิงหันมาสบตากันท่ามกลางฝูงชนต่างฝ่ายต่างมองเห็นประกายแห่งความตื่นเต้นในดวงตาของกันและกัน
การเคลียร์บอสขั้นทองคำเป็นกลุ่มแรกนั่นคือเกียรติยศสูงสุดของผู้ตื่นรู้ในแต่ละรุ่น!
ทว่าพวกเขาหารู้ไม่ว่าในห้องโถงหลักที่กำลังดุเดือดนี้ ยังมีอีกคนหนึ่งที่มีความตื่นเต้นไม่แพ้กันนั่นก็คือเซียวเยี่ยที่แอบซ่อนอยู่ในห้องลับ
ในตอนนี้เซียวเยี่ยได้สวมใส่ผ้าคลุมจันทราดับไว้บนร่างแล้วเขากำลังคำนวณระยะทางจากห้องลับไปยัง แม่ทัพซากศพโหลวหลันและระยะทางไปยังทางออกของโถงหลักอย่างเงียบเชียบ... ระยะเวลา 30วินาที!
ด้วยผลจากการเพิ่มความเร็วเคลื่อนที่มหาศาลของทักษะยามจันทราดับ!
การจะชิงตัดหน้าสังหารบอสตนนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีความเป็นไปได้!