ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : ข้าปฏิเสธอาชีพผู้ควบคุมกองทัพอันเดดระดับ SSS แล้วสังเวยตนจนกลายเป็นเทพ!

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 44 สมาคมอินทรีดำและจอมราชันจับมือกัน?! แต่ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นอยู่ข้างหลัง!

            “หรูเยียนระวัง!”

            หลินเสวียหมิงตะโกนออกมาด้วยความร้อนรนทว่าเขากลับไม่ได้กระโจนเข้าไปขวางหน้าแม่ทัพซากศพโหลวหลันอย่างไม่คิดชีวิตแต่กลับหลบไปอีกทางเพื่อเอาตัวรอด “พวกนักรบถือโล่แนวหน้าน่ะต้านมันไว้สิ!”

            หลินเสวียหมิงคำรามเสียงกร้าวทว่าสมาชิกกลุ่มในสังกัดสมาคมจอมราชันที่เขาพามาด้วยนั้นล้วนเป็นผู้ตื่นรู้หน้าใหม่ของรุ่นนี้ทั้งสิ้น

            ระยะเวลาที่พวกเขาได้อยู่ร่วมกันมานั้นไม่นานพอและที่สำคัญคือไม่ได้มีความเลื่อมใสศรัทธาในตัวหัวหน้ากลุ่มคนนี้เลยแม้แต่น้อย

            เมื่อเผชิญหน้ากับบอสขั้นทองคำระดับ50อย่างแม่ทัพซากศพโหลวหลันที่บุกตะลุยฆ่าฟันเข้ามากลางวงล้อมทุกคนต่างขวัญกระเจิงและแตกพ่ายวิ่งหนีตายกันไปคนละทิศคนละทางทิ้งให้หลิวหรูเยียนซึ่งอยู่ใจกลางกลุ่มถูกดักทางไว้จนหมดสิ้นจนไม่เหลือหนทางให้หลบหนีได้เลย

            “พี่เสวียหมิง ช่วยฉันด้วย!”

            หลิวหรูเยียนกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกแต่ท่ามกลางความโกลาหลนั้น หลินเสวียหมิงกลับไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอด้วยซ้ำ

            ..........

            ขณะเดียวกันเซียวเยี่ยที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องลับของโถงหลักก็ได้เฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเย็นชาเขาช่วยไม่ได้ และที่สำคัญคือไม่คิดจะออกไปช่วยคนเราย่อมต้องชดใช้ให้กับการตัดสินใจของตัวเอง

            หากก่อนหน้านี้เซียวเยี่ยหลบเข้าห้องลับไม่ทันแล้วถูกหลินเสวียหมิงพบตัวเข้าเป้าหมายของคนจากสมาคมจอมราชันกลุ่มนี้คงไม่ใช่แม่ทัพซากศพโหลวหลันแต่คงเป็นตัวเขาเองเป็นแน่!

            หากหลินเสวียหมิงและคนของสมาคมจอมราชันต้องจบชีวิตลงในดันเจี้ยนแห่งนี้เซียวเยี่ยคงไม่มีความสงสารแม้แต่นิดเดียวตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกยินดีที่ได้เห็นเหตุการณ์นั้นเสียด้วยซ้ำ

            ทว่าตัวแปรของสถานการณ์ก็ได้ปรากฏขึ้น!

            ในขณะที่คนของจอมราชันกำลังหนีตายกระจัดกระจายจากการจู่โจมของแม่ทัพซากศพโหลวหลันคนอีกกลุ่มหนึ่งก็ได้เดินทางมาถึงโถงหลักแห่งนี้ซึ่งก็คือสมาคมอินทรีดำที่นำโดยหวังเปียวนั่นเอง!

            เมื่อได้เห็นภาพความอเนจอนาถและโกลาหลเบื้องหน้าหวังเปียวก็เผยยิ้มเยาะด้วยความสะใจเขาพาลูกน้องหลบอยู่ตรงประตูโถงหลักแล้วตะโกนเรียกหลินเสวียหมิงจากระยะไกล“หลินเสวียหมิงพวกแกจากสมาคมจอมราชันทำไมถึงตกอยู่ในสภาพดูไม่ได้แบบนี้ล่ะ?”

            หลินเสวียหมิงที่กำลังหนีอย่างหัวซุกหัวซุนเมื่อเห็นหวังเปียวยืนดูเรื่องตลกก็ขบฟันแน่นด้วยความโกรธจนฟันแทบหัก“หวังเปียว อย่ามามัวแต่พูดจาถากถางอยู่ตรงนั้น!”

            “นี่มันบอสขั้นทองคำระดับ 50 เชียวนะ!”

            หวังเปียวได้ยินดังนั้นก็ชะงักด้วยความตกใจบอสขั้นทองคำระดับ 50 งั้นหรือ?

            นั่นคือสิ่งที่ผู้ตื่นรู้รุ่นพวกเขาเพิ่งจะเคยได้เจอเป็นครั้งแรกหากสามารถนำกลุ่มโค่นมันลงได้ย่อมต้องกลายเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วอย่างแน่นอน!

            ในตอนนี้ความคิดในใจของหวังเปียวก็ไม่ต่างจากหลินเสวียหมิงเมื่อครู่ ใครๆ ก็อยากสร้างชื่อโดยเฉพาะเขาที่เป็นถึงลูกชายประธานสมาคมอินทรีดำยิ่งโหยหาโอกาสที่จะพิสูจน์ตัวเองใจจะขาด

            ทว่าเมื่อมองไปยังสภาพยับเยินของสมาคมจอมราชันหวังเปียวก็เริ่มสับสนอยู่ในใจเพราะเขารู้ดีว่าความแข็งแกร่งของกลุ่มที่หลินเสวียหมิงพามานั้นไม่ได้ด้อยไปกว่ากลุ่มของเขาเลย!

            แม้ในตอนนี้พลังชีวิตของบอสขั้นทองคำระดับ50จะถูกคนของจอมราชันตอดจนลดลงไปพอสมควรแล้วแต่พวกเขาก็ยังไม่มีความมั่นใจเต็มร้อยว่าจะรับช่วงต่อได้สำเร็จ นอกจากว่า...

            หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแววตาของหวังเปียวก็เปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว เขาตะโกนบอกหลินเสวียหมิงจากที่ไกลๆ“หลินเสวียหมิง!”

            “มาตกลงกันหน่อยดีกว่า อินทรีดำของพวกเราจะช่วยจอมราชันสู้ด้วย!”

            “แต่หลังจากเสร็จสิ้นแล้ว อุปกรณ์ที่ดรอปออกมาเราจะแบ่งกันคนละครึ่ง!”

            หลินเสวียหมิงได้ยินคำนั้นก็อดไม่ได้ที่จะถ่มน้ำลายออกมาด้วยความโกรธแค้น“ถุย! ไอ้บ้าเอ๊ย...”

            พวกเขาสมาคมจอมราชันต้องสู้กันแทบตายเสียสละชีวิตเพื่อนร่วมกลุ่มไปหลายคนแต่ผลสุดท้ายต้องมาแบ่งของรางวัลให้สมาคมอินทรีดำครึ่งหนึ่งอย่างนั้นหรือ?

            ทว่าในตอนนี้หลินเสวียหมิงไม่มีทางเลือก!

            หากไม่ร่วมมือกับสมาคมอินทรีดำความพยายามที่ผ่านมาทั้งหมดก็จะสูญเปล่า...

            “แบ่งคนละครึ่งก็ได้ แต่พวกเราจอมราชันต้องได้เลือกก่อน!”

            “เพราะพวกเราสูญเสียคนไปมากแล้ว...”

            หลินเสวียหมิงกัดฟันพูดออกมาการพากลุ่มลงดันเจี้ยนครั้งแรกแล้วต้องเสียสมาชิกในกลุ่มไปหลายคนเช่นนี้หากไม่มีผลงานกลับไปให้เห็น ทางเบื้องสูงของสมาคมจอมราชันคงไม่ปล่อยเขาไว้แน่!

            หวังเปียวเองก็ไม่อยากเสียเวลาต่อความยาวสาวความยืดในเมื่อจอมราชันช่วยตัดกำลังบอสไปมากแล้วการร่วมมือกันครั้งนี้สำหรับสมาคมอินทรีดำจึงถือเป็นกำไรเน้นๆ เขาจึงพยักหน้าทันที“ตกลง!”

            หลินเสวียหมิงรีบตะโกนสั่งด้วยความร้อนใจ“ถ้าอย่างนั้นก็รีบให้พวกแนวหน้าของอินทรีดำขึ้นมาสิ!”

            ฝ่ายหวังเปียวเองก็ไม่ได้อิดออดเขาพานักรบแนวหน้าของอินทรีดำพุ่งเข้าใส่ทันที

            ตัวเขาเองนั้นมีอาชีพระดับSสายแนวหน้าอย่างนักพรตยุทธ์มังกรพันซึ่งโดดเด่นทั้งการรับและการรุก! หากพูดถึงพลังป้องกันแล้วเขาสูงกว่านักกระบี่เหมันต์ที่เน้นความแข็งแกร่งและความคล่องตัวอย่างหลินเสวียหมิงมาก!

            ในฐานะโล่มนุษย์อันดับหนึ่งของกลุ่มหวังเปียวพุ่งทะยานขึ้นไปข้างหน้าเป็นคนแรก เขาชูกระบองมังกรพันอาวุธถนัดมือขึ้นแล้วใช้ท่าแหวกฟ้าทะลายมิติเพื่อดึงค่าความเกลียดชังของบอสมาที่ตัวเอง!

            ในขณะนั้นกลุ่มสมาคมอินทรีดำทั้งหมดก็ได้เข้าสู่สนามรบ ทั้งแนวหน้า จอมเวท และหน่วยรักษาต่างจัดกระบวนทัพจนสถานการณ์มั่นคงขึ้น

            ส่วนคนของจอมราชันก็ได้จังหวะจัดระเบียบกลุ่มใหม่แล้วสอดแทรกเข้าไปในกระบวนทัพของสมาคมอินทรีดำ

            “หน่วยรักษาแนวหลังทั้งหมด เล็งเป้าหมายมาที่ฉัน!”

            หวังเปียวตะโกนสั่งด้วยความมั่นใจด้วยอุปกรณ์ที่เขาสวมใส่อยู่ประกอบกับทักษะป้องกันพิเศษกระถางมังกรพันของนักพรตยุทธ์มังกรพัน ไม่เพียงแต่จะเพิ่มพลังป้องกันอย่างมหาศาลแต่ยังช่วยขยายพลังชีวิตของเขาให้สูงถึงแปดพันแต้ม!

            หวังเปียวกล้าประกาศตนว่าในบรรดาผู้ตื่นรู้รุ่นเดียวกัน หากเขาเป็นที่สองในด้านการป้องกันก็ไม่มีใครกล้าขานตัวว่าเป็นที่หนึ่ง!

            เมื่อมีคนยืนหยัดอยู่แนวหน้าเพียงคนเดียวเพื่อรับผลจากการรักษาทั้งหมดเขาก็ไม่ต่างอะไรกับโล่เหล็กกล้าที่ไม่มีวันทลาย

            และนี่ก็คือท่าไม้ตายก้นหีบของกลุ่มหวังเปียวเช่นกัน

            เมื่อหอกโลหิตของแม่ทัพซากศพโหลวหลันฟาดฟันลงบนร่างของหวังเปียวกลับสร้างความเสียหายได้เพียงพันกว่าแต้มเท่านั้น!

            [-1284!]

            และความเสียหายเพียงพันกว่าแต้มนี้ภายใต้การรักษาพร้อมกันจากหน่วยรักษานับสิบคน จึงถูกฟื้นฟูกลับมาจนเต็มในพริบตา

            แนวหน้าเพียงหนึ่งคนที่ต้านทานไหวย่อมมีค่ามากกว่าแนวหน้าไร้คุณภาพนับสิบคนรวมกัน!

            หลินเสวียหมิงที่มองดูภาพนี้อยู่แววตาก็ฉายแววมืดหม่นลงไปแวบหนึ่ง... อาชีพนักพรตยุทธ์มังกรพันระดับ Sของหวังเปียว แข็งแกร่งไม่น้อยไปกว่าเขาเลยจริงๆ

            ทว่าในยามนี้สองสมาคมยักษ์ใหญ่อย่างอินทรีดำและจอมราชันจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อที่จะกำจัดแม่ทัพซากศพโหลวหลัน บอสขั้นทองคำระดับ 50ตนนี้ให้จงได้!

            เมื่อกลุ่มของสองสมาคมชั้นนำมารวมตัวกันไม่เพียงแต่จะมีโล่ที่แข็งแกร่งอย่างหวังเปียวอยู่ในแนวหน้าแต่อำนาจการโจมตีจากจอมเวทและหน่วยทำดาเมจในกลุ่มก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว!

            ศรแสงส่องหล้าโปรยปรายลงมาดุจห่าฝนคละเคล้าไปกับเปลวเพลิง ลิ่มน้ำแข็ง และอสนีบาตรวมถึงเวทมนตร์หลากธาตุที่ระเบิดเข้าใส่ร่างของแม่ทัพซากศพโหลวหลันอย่างต่อเนื่องแม้แต่บอสขั้นทองคำระดับ 50 ที่มีพลังชีวิตมหาศาลก็ยังเห็นได้ชัดว่าค่าพลังชีวิตลดฮวบลงเรื่อยๆ

            พลังชีวิตรวม500,000แต้มถูกลดทอนลงไปจนเหลือเพียงครึ่งเดียวภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง!

            การร่วมมือกันของสองสมาคมใหญ่ช่างราบรื่นอย่างเหลือเชื่อ!

            หากเป็นไปเช่นนี้เรื่อยๆอีกไม่นานพวกเขาคงจะสามารถคว้าสถิติการเคลียร์บอสขั้นทองคำเป็นกลุ่มแรกของรุ่นนี้ได้สำเร็จจริงๆ

            หวังเปียวและหลินเสวียหมิงหันมาสบตากันท่ามกลางฝูงชนต่างฝ่ายต่างมองเห็นประกายแห่งความตื่นเต้นในดวงตาของกันและกัน

            การเคลียร์บอสขั้นทองคำเป็นกลุ่มแรกนั่นคือเกียรติยศสูงสุดของผู้ตื่นรู้ในแต่ละรุ่น!

            ทว่าพวกเขาหารู้ไม่ว่าในห้องโถงหลักที่กำลังดุเดือดนี้ ยังมีอีกคนหนึ่งที่มีความตื่นเต้นไม่แพ้กันนั่นก็คือเซียวเยี่ยที่แอบซ่อนอยู่ในห้องลับ

            ในตอนนี้เซียวเยี่ยได้สวมใส่ผ้าคลุมจันทราดับไว้บนร่างแล้วเขากำลังคำนวณระยะทางจากห้องลับไปยัง แม่ทัพซากศพโหลวหลันและระยะทางไปยังทางออกของโถงหลักอย่างเงียบเชียบ... ระยะเวลา 30วินาที!

            ด้วยผลจากการเพิ่มความเร็วเคลื่อนที่มหาศาลของทักษะยามจันทราดับ!

            การจะชิงตัดหน้าสังหารบอสตนนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีความเป็นไปได้!

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : ข้าปฏิเสธอาชีพผู้ควบคุมกองทัพอันเดดระดับ SSS แล้วสังเวยตนจนกลายเป็นเทพ! ที่คุณอ่าน