.....พ่อช่วยดาวด้วย!!
........พ่อช่วยด้วยดาวเจ็บ!!!
..........พ่อคะ!!
“เฮือก!!” หญิงสาวร่างเล็กสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายพลางเหม่อมองเพดานห้องนอนที่ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้งก็ไม่คุ้นเคยเท่ากับบ้านที่โลกเก่าของเธอ
แขนเรียวเล็กค่อยๆ ดันตัวเองให้ลุกจากที่นอนหนานุ่มอย่างอ่อนแรง ใบหน้าสาวเศร้าหมองลงเมื่อนึกถึงความฝันเมื่อครู่แทนที่ตื่นเช้าจะรู้สึกสดใสกลับกลายเป็ว่าเศร้าหมองไปเสียได้ หญิงสาวนั่งเพื่อเรียกสติตัวเองอยู่พักใหญ่ก่อนที่จะตัดสินใจลุกขึ้น
นับดาวที่ตอนนี้ยอมรับการเป็ดารินทร์ลุกออกจากเตียงก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำ มือเรียวเล็กบรรจงถอดชุดนอนจนเหลือแต่ตัวเปลือยเปล่าคนตัวเล็กหมุนฝักบัวและเมื่อถูกความเย็นของน้ำปะทะกับผิวกายความรู้สึกที่คล้ายมีหมอกปรกคุลมพลันแจ่มใสขึ้นทันที
หลังจากที่อาบน้ำเสร็จเรีบยร้อยแล้วดารินทร์ที่สวมชุดคลุมอาบน้ำก็ก้าวเดินเข้ามาในห้องแต่งตัวพลางเปิดดูทุกตู้สายตาไล่มองหาเสื้อผ้าที่ดูเรีบร้อยและสามารถปกปิดร่องรอยสีกุหลาบที่ยังทิ้งรอยสีจางเอาไว้อยู่
“เจอแล้ว” ดารินทร์หยิบชุดเดรสกระโปรงยาวคลุมเข่าสีม่วงอ่อนที่แขนเสื้อยาวถึงข้อมือคอเสื้อก็เป็คอกลม ส่วนเนื้อผ้าของชุดนั้นก็เป็เนื้อผ้าชีฟองที่มีลวดลายดอกไม้เล็กๆ ประดับทั่วทั้งชุด
คนตัวเล็กหันหลังเปลี่ยนชุดเรียบร้อยก่อนที่จะเดินมาหยุดอยู่หน้ากระจกพลางหมุนตัวไปขวาทีซ้ายทีอย่างชอบใจ ดารินทร์เป็คนที่สวยอยู่แล้วไม่ว่าจะแต่งออกมาในรูปแบบไหนก็รอดทั้งนั้นแต่ยามปกติหญิงสาวมักจะแต่งออกไปในลุคของสาวที่มีความมั่นใจในตัวเองแต่พอแต่งออกมาในลุคของสาวสวยหวาน หญิงสาวคนนี้ก็ทำได้ออกมาดีทีเดียวเหมือนกัน
“แต่ก็ปิดรอยพวกนี้ไม่หมดจริงๆ แหละ” ร่างบางพลันถอนหายใจอย่างนึกรำคาญคนที่ทำเ้ารอยพวกนี้ขึ้นมา ดวงตากลมใสมองรอยสีแดงเป็จ้ำที่โผล่พ้นคอเสื้อออกมาก่อนที่จะเดินไปยังโต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบนรด์วางเรียงรายอยู่ดารินทร์ไม่รอช้าที่จะหยิบของทุกอย่างบนโต๊ะขึ้นมาใช้เพื่อกลบรอยสีกุหลาบนั่นและแต่งหน้าให้ตัวเองอีกนิดหน่อยเพื่อให้ดูสดใสมากขึ้น
หญิงสาวตรวจดูความเรียบร้อยของตัวเองอีกนิดหน่อยก่อนที่จะก้าวเท้าเดินออกจากห้องเพื่อลงไปยังห้องอาหารที่ตอนนี้กำลังมีครอบครัวของร่างนี้รออยู่ตลอดทั้งคืนเธอคิดจนหัวแทบแตกว่าจะสวมรอยเป็ดารินทร์โดยที่ความไม่แตกได้อย่างไร ทว่าเธอก็ค้นพบว่านิสัยพื้นฐานจริงๆ ของเธอกับดารินทร์มีความคล้ายคลึงกันจึงทำให้เบาใจได้บ้าง
คนตัวเล็กหยุดยืนอยู่หน้าห้องอาหารพลางสูดหายใจเพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเองไม่ต้องตื่นเต้น ๆ เธอทำได้อยู่แล้ว
เมื่อความรู้สึกตื่นเต้นเบาลงหญิงสาวเดินเข้ามาด้านในก็เห็นชายวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลาที่นั่งคู่กับหญิงวัยกลางคนที่ยังคงอ่อนเยาว์ซึ่งมองมายังเธอด้วยรอยยิ้มและทั้งสองคนนี้ก็คือผู้ให้กำเนิดของดารินทร์
“อรุณสวัสดิ์ยามเช้าค่ะ”
“ตื่นแล้วเหรอลูกเห็นบัวบอกแม่ว่าเมื่อคืนหนูไม่สบายตอนนี้อาการเป็ยังไงบ้าง” คุณหญิงปรียาดาหรือมารดาของดารินทร์เอ่ยทักบุตรสาวที่เดินเข้ามาพลางส่งยิ้มหวานให้คนเป็ลูก
“ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้วค่ะแค่ยังปวดหัวอยู่นิดหน่อย”
“ถ้าอาการไม่ดีขึ้นลูกต้องบอกพ่อกับแม่นะอย่าทนเดี๋ยวอาการจะแย่เข้าไปใหญ่”น้ำเสียงทุ้มอ่อนโยนที่เอ่ยกับบุตรสาวด้วยความห่วงใยนั้นคือท่านยศพลบิดาของดารินทร์
“ค่ะถ้ารินรู้สึกว่าอาการไม่ดีขึ้นรินจะบอกพ่อนะคะ”
เมื่อเ้านายทั้งสามแห่งคฤหาสน์รุ่งวิภาพัฒนมากันครบแล้วแม่บ้านที่คอยดูแลก็นำอาหารขึ้นโต๊ะเพื่อไม่ให้เสียเวลาโดยที่อาหารเช้ามื้อแรกของชีวิตใหม่นี้เป็ข้าวต้มกุ้งคำแรกที่เข้าปากความหอมละมุนของซุป และรสชาติที่กลมกล่อมทำให้มื้อนี้หญิงสาวทานได้เยอะกว่าปกติจนผู้เป็พ่อเป็แม่ที่คอยมองอยู่อดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อลูกสาวทานได้เยอะ
“วันนี้หนูจะเข้าไปที่บริษัทไหมลูก”เป็ยศพลที่เอ่ยถามเพราะกลัวว่าลูกจะฝืนเข้าบริษัทอีก
“วันนี้รินไม่น่าจะไปค่ะอยากพักผ่อนให้หายดีเสียก่อน”
“งั้นลูกก็พักผ่อนเถอะ”
“ไหนมาให้แม่วัดไข้หน่อย”มืออันบอบบางแต่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นอังเข้าไปที่หน้าผากมนของบุตรสาว ไอความร้อนที่ประทุออกมาทำให้รู้ว่าลูกยังไม่หายขาด
“ตัวยังร้อนอยู่เลย รินห้ามลืมทานยาเด็ดขาดเข้าใจไหม”
“ค่ะแม่” ดารินทร์มอบรอยยิ้มหวานละมุนให้มารดาดวงตากลมใสมองหญิงตรงหน้าด้วยหัวใจที่อุ่นวาบเพราะมันนานมากแล้วที่เธอไม่ได้ัักับความห่วงใยจากมารดาแม่ของเธอในโลกเก่าท่านได้จากเธอไปนานแล้ว
หญิงสาวอยู่คุยกับพวกท่านสักพักใหญ่ก่อนจะขอตัวมาพักผ่อนคนตัวเล็กเดินออกจากห้องอย่างไร้จุดหมายพลันนึกไปยังสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่เธอได้เห็นเมื่อวานจากห้องนอนแต่เพราะในตอนนั้นเป็ยามกลางคืนถึงจะมีไฟเปิดให้ความสว่างแต่ก็คงสู้มาเห็นด้วยตาตัวเองในตอนกลางวันไม่ได้หรอก
หญิงสาวเดินพาตัวเองมายังตึกทางขวาของคฤหาสน์ที่จะนำไปสู่เส้นทางที่สามารถเข้าไปยังสวนดอกไม้นั้นได้และก็เป็ทางผ่านของห้องสมุดใหญ่ประจำคฤหาสน์หลังนี้
ร่างเล็กเดินพาตัวเองมาหยุดหน้าห้องสมุดพลางคิดว่าคงจะดีไม่น้อยถ้าจะนั่งอ่านหนังสือสักเล่มท่ามกลางธรรมชาติมือคู่เล็กผลักประตูบานใหญ่ให้เปิดออกและสิ่งที่ปรากฎแก่สายตาของเธอคือบรรดาหนังสือที่วางเรียงรายอยู่บนชั้นสูงเหมือนอย่างที่เคยเห็นผ่านภาพถ่ายของห้องสมุดยุโรปในยุคเก่ากลิ่นของหนังสือทำให้ดารินท์รู้สึกดีไม่น้อยห้องสมุดนี้เหมาะแก่การสำรวจและใช้เวลาอยู่ที่นี่ถ้าไม่ติดว่าเธออยากไปที่สวนดอกไม้นั่นมากกว่า
หญิงสาวเดินเลือกหนังสือที่สนใจขึ้นมาสักเล่มเมื่อได้เล่มที่้าแล้วแผ่นหลังเล็กก็หันหลังเดินจากไปสองขาเรียวเล็กเดินตรงไปตามทางเดินก่อนจะโผล่มายังด้านหลังของคฤหาสน์ที่เป็ทางเข้าของสวนดอกไม้ดวงตากลมโตส่องประกายแวววาวตื่นเต้นยามเดินผ่านซุ้มดอกกุหลาบที่ทอดเป็ทางยาวดารินทร์เดินไปเรื่อย ๆ ด้วยความรู้สึกผ่อนคลายจนกระทั่งเดินพ้นซุ้มดอกกุหลาบ แล้วสิ่งที่ปรากฎแก่สายตาทำให้หญิงสาวหัวใจเต้นแรงขึ้นมา
สวนสีเขียวที่กว้างสุดลูกหูลูกตาประดับแซมไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ตามจุดต่างๆ ของสวน สายลมเย็นพัดเอื่อย ๆ ให้ความรู้สึกร่มรื่น ใบหน้าสวยเชิดขึ้นเพื่อให้แรงลมปะทะกับใบหน้ารอยยิ้มหวานปรากฏออกมาอย่างชอบใจพลางสูดกลิ่นของธรรมชาติ
“สดชื่นดีจริงๆ” ร่างระหงส์เดินชมสวนดอกไม้ไปเรื่อย ๆ จนมาหยุดยังศาลาทรงยุโรปแปดเหลี่ยมที่มีเบาะนั่งหนานุ่มหมอนอิงหรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่ถูกจัดตั้งเอาไว้ให้แก่เ้าของบ้าน
เมื่อเจอสถานที่เหมาะแก่การอ่านหนังสือร่างเล็กเดินตรงเข้ามานั่งโดยใช้หมอนอิงพิงไว้ที่หลังหนึ่งใบและอีกใบก็เอามาวางบนตักเป็ที่รองหนังสือแทนแล้วเพียงเวลาไม่นานดารินทร์ก็จมสู่โลกแห่งหนังสือ จนเวลาผ่านไปนานในขณะที่คนตัวเล็กกำลังเพลิดเพลินไปกับการอ่านหนังสือเธอรับรู้ว่ากำลังมีคนเข้ามาดวงหน้าสวยเงยขึ้นก่อนจะเห็นว่าเป็ป้าบัวที่ยืนอยู่
“ป้าบัวมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“คือว่าคุณกรณ์มาหาคุณหนูน่ะค่ะ”
ร่างเล็กก็กระเด้งตัวนั่งหลังตรงพลางปิดหนังสือที่อ่านค้างไว้ดังฉับ“พี่กรณ์มาเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ คุณหนู” หญิงวัยกลางคนพยักหน้าเพื่อยืนยันก่อนหน้านี้เธอกำลังทำความสะอาดอยู่หน้าบ้านนั้นมีรถยนต์คันหรูสีดำขับเข้ามาถึงบริเวณหน้าคฤหาสน์
ในตอนแรกเธอก็สงสัยว่าเป็ใครจนกระทั่งได้เห็นคู่หมั้นของคุณหนูเดินออกมาจากรถกรณ์ที่เดินตรงมาหาพลางถามหาคุณหนูของเธอยกใหญ่จนแม่บ้านาุโอย่างเธอต้องออกตามหาคุณหนูโดยให้อีกฝ่ายนั่งรออยู่ที่ห้องนั่งเล่นแทน
“เขามาทำไมคะ”
“ป้าเองก็ไม่ทราบค่ะมาถึงก็ถามหาคุณหนูใหญ่เลยป้าไม่รู้ว่าตอนนั้นคุณหนูอยู่ตรงไหนก็เลยเดินหาจนมาเจอว่าคุณหนูมานั่งเล่นที่สวน”
“อ๋อค่ะ”ดารินทร์พยักหน้ารับรู้แต่สีหน้ากลับแสดงความมึนงงออกมาเธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขา้าพบเธอหรือว่าเขาจะมาพูดเื่คืนนั้น แล้วถ้าการที่เขามาขอพบเธอในวันนี้เพราะเื่นั้นจริงเธอจะทำยังไงดี
“ให้ป้าไปแจ้งคุณกรณ์ไหมคะว่าคุณหนูอยู่ที่นี่”
“ไม่ต้องค่ะเดี๋ยวรินเดินไปหาเขาเอง”
“ไม่ต้องลำบากหรอก”
เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายที่เอ่ยขัดขึ้นมาร่างเล็กรับรู้ได้ทันทีว่าน้ำเสียงนั้นเป็ของใคร ส่วนทางแม่บ้านาุโเมื่อเห็นว่าเ้านายทั้งสองคง้าความเป็ส่วนตัวเธอก็เดินหลีกทางแล้วออกไปจากบริเวณตรงนั้น
หลังจากที่แม่บ้านเดินออกไปแล้วตอนนี้ก็เหลือเพียงดารินทร์และกรณ์ที่กำลังเผชิญหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ดวงตากลมใสไล่มองใบหน้าของชายหนุ่มอย่างถี่ถ้วนก็ต้องยอมรับตามตรงก่อนเลยว่าถึงจะเห็นใบหน้าของเขาจากภาพความทรงจำเก่าๆ ของดารินทร์เป็ทุนเดิมหรือแม้ในวันที่เธอตื่นมาเป็นางร้ายในนิยายแล้วพบว่ามีเขานอนอยู่ข้างกายแต่ในตอนนั้นเธอไม่ได้สนใจเขามากนักเพราะมัวแต่หาวิธีหนีอยู่
แต่ยามที่ได้เห็นผู้ชายคนนี้อย่างชัดๆอีกครั้งต้องบอกเลยว่าคู่หมั้นของเธอมีใบหน้าที่หล่อเหลาสมกับตำแหน่งพระเอกที่ได้มาใบหน้าคมเข้ม คิ้วเรียงสวยที่ดกดำขับใบหน้าหล่อให้เด่นชัด ดวงตาเฉียบคมที่ดูดุ ริมฝีปากหนาอมชมพูเล็กน้อยบ่งบอกถึงสุขภาพที่ดีสันกรามเด่นชัดที่ส่งเสริมให้คนตัวโตหล่อคม
แม้แต่ร่างกายของเขาที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเรียงสวยที่ประดับอยู่บนร่างกายผิวสองสียิ่งส่งเสริมดูให้เขามีความดุดันและดิบเถื่อนไปในตัวพอนึกไปนึกมาภาพเหตุการณ์ที่ถูกเขากอดรัดในคืนนั้นก็แวบเข้ามาในหัวคนตัวเล็กสลัดไล่ภาพพวกนั้นออกไปจากสมองก่อนจะเอ่ยถามจุดประสงค์ของอีกฝ่าย
“พี่กรณ์มาหารินถึงบ้านมีอะไรหรือเปล่าคะ”ดารินทร์ส่งยิ้มแหย่ ๆ ให้เขาอย่างประหม่า
สายตาคมดุของคนตัวโตมองรอยยิ้มนั้นอย่างเฉยเมยก่อนที่จะเดินเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับดารินทร์ “ได้ยินว่าเธอไม่สบายเหรอ”
ส่วนดารินทร์ที่ได้ยินคำถามคล้ายเป็ห่วงเป็ใยหญิงสาวถึงกับนั่งนิ่งคล้ายโดนสาป แต่เธอก็ยอมที่จะตอบคำถามของเขา “ค่ะ รินไม่สบายนิดหน่อย”
“กินยาแล้วหรือยัง”
“ฮืม?” ร่างเล็กเอียงคอสงสัยพลางขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจกับประโยคถัดมาของเขาดูเหมือนตอนนี้เขากำลังแสดงท่าทีเป็ห่วงเธออย่างนั้นสินะ?
…ไม่มีทาง
กรณ์ที่เห็นว่าร่างบางทำสีหน้าไม่เข้าใจในคำถามของเขาก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ว่ากันตามตรงที่เขามาหาเธอถึงบ้านก็เพราะเื่คืนนั้นนั่นแหละ
ในยามนั้นเขาจำได้หมดทุกอย่างว่าทำอะไรกับคนตัวเล็กไปบ้างแต่หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งคืนพอตื่นขึ้นมา่สายของอีกวันเ้าตัวดันหนีเขาไปเสียก่อนไม่ทันได้คุยเื่นั้นเลยแถมพยายามติดต่อหญิงสาวั้แ่เมื่อวานก็ติดต่อไม่ได้โทรไปก็ไม่รับยังมีการตัดสายเขาทิ้งอีกดวงตาคมดุจ้องมองร่างเล็กไม่วางตาด้วยความดุดัน ส่วนคนที่ถูกมองก็รีบหลบสายตาทันที
“เมื่อคืนก่อนฉันคงทำกับเธอหนักไปจริงๆ เธอถึงไม่สบายฉันต้องขอโทษด้วย”
“พี่ทำอะไรรินเหรอคะรินไม่เข้าใจ”ดารินทร์สะดุ้งตัวเบาๆ แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ยังโกหกตาใสทำสีหน้าไม่รู้เื่รู้ราวแต่ในใจกลับกู่ร้องไม่หยุด ทำไมเธอจะต้องมาเจอกับสถานการณ์บ้า ๆ แบบนี้ด้วยคิดว่าเธอเตรียมตัวเตรียมใจพร้อมปะทะมากแค่ไหนกัน
“ต้องให้พูดไหมว่าคืนนั้นเราทำอะไรกันบ้างทำกันกี่ครั้ง และทำกันตรงไหนบ้างภายในห้องนอนของฉันหรือจะให้ฉันพูดไหมว่าเธอครางชื่อฉันไปตั้งกี่ครั้ง”
...จะพูดตรงเกินไปแล้ว!
โอเคตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าหมอนี่มันคนหยาบคายที่สุดทำไมนิสัยของเขากับในนิยายมันถึงขัดกันอย่างนี้ล่ะบุคลิกของเขาที่ถูกบรรยายเอาไว้บอกว่ากรณ์เป็คนเงียบขรึมเ็ากับทุกคนโดยเฉพาะดารินทร์ แต่จะอ่อนโยนเป็พิเศษกับนางเอกอย่างทอฟ้าแล้วไอ้สิ่งที่เธอเห็นที่เธอััที่ได้ยินตอนนี้คืออะไรไหนจะท่าทางกวนประสาทของเขาอีก
“ไม่ต้องค่ะรินรู้แล้วว่าคืนนั้นเราได้กันไปตั้งกี่ครั้ง สรุปพี่มาหารินถึงบ้าน้าอะไรคะ”น้ำเสียงหวานห้าวจัดเอ่ยถามกลับด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยราวกับเื่ที่เกิดขึ้นไม่ได้มีความสำคัญขนาดนั้นหญิงสาวคิดว่าเื่มันมาถึงขนาดนี้แล้วโกหกไปก็เปล่าประโยชน์
“เื่คืนนั้นน่ะ”
“...”
“อย่าให้ใครรู้เด็ดขาด”
“...”
“ปิดปากให้สนิทอย่าได้พูดเื่นี้ให้ใครรู้เข้าใจไหม”
ร่างเล็กกระตุกยิ้มมุมปากอย่างห้ามไม่อยู่กรณ์คิดว่าเธอจะใช้เื่นี้มาบีบเขาให้ต้องรับผิดชอบเธออย่างนั้นสินะแต่ขอโทษด้วยที่เธอไม่ได้มีความคิดที่จะเอาตัวเองไปผูกมัดกับคนอย่างนั้นแน่นอน
....แต่ถ้าเป็ดารินทร์คนนั้นก็อาจจะทำละมั้ง
กรณ์ที่เห็นว่าคนตัวเล็กตรงหน้ากำลังยิ้มเยาะคล้ายกับกำลังดูถูกเขาอยู่ทำให้รู้สึกแปลกใจไม่น้อยดารินทร์ที่ตนรู้จักไม่มีทางที่จะปล่อยโอกาสแบบนี้ไปได้หรอก โอกาสที่จะผูกมัดเขาเอาไว้อย่างที่เธอเคยทำเมื่อครั้งอดีตแต่ท่าทีไม่แยแสของคนตัวเล็กนั้นกลับอยู่นอกเหนือที่เขาจินตนาการเอาไว้เสียอีก
“เธอยิ้มอะไร”
“รินก็แค่ตลกพี่นิดหน่อย”ดารินทร์กวนประสาทกลับไปอย่างนึกสนุก
“ดารินทร์”ชายหนุ่มเค้นเสียงเข้มพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“พี่ไม่ต้องห่วงหรอกถ้าพี่มาหารินเพราะเื่นั้นรินไม่มีทางพูดอยู่แล้ว”
“จะรู้ได้ไงว่าเธอพูดจริงก็รู้ ๆ อยู่ว่าเธออยากได้ฉันเป็ผัวขนาดไหน”
ดารินทร์หัวเราะออกมาเล็กน้อยกับความมั่นของคนตรงหน้าก็ไม่แปลกที่เขาจะคิดแบบนั้นถึงนางร้ายจะอยากได้เขาทำสามีขนาดไหนแต่กับเธอน่ะ…ไม่ใช่
“มั่นใจได้เลยค่ะเพราะจู่ ๆ ก็เหมือนรินตาสว่างคิดอะไรขึ้นมาได้”
“…”
“รินคิดได้แล้วว่าผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวบนโลกเสียหน่อย”
“หมายความว่ายังไง”
“พี่ฟังไม่เข้าใจเหรอคะไม่เป็ไรค่ะเดี๋ยวพูดให้ฟังอีกรอบก็ได้”
“…”
“รินคิดได้แล้วว่าผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวบนโลกเสียหน่อยทำไมรินถึงจะต้องอยากได้พี่เป็ผัวแค่คนเดียวด้วยล่ะ”
“ในเมื่อพี่ไม่สนใจริน”
“….”
“รินก็แค่หาผู้ชายคนใหม่ง่ายจะตาย”
“…”
“จริงไหมคะ พี่กรณ์”หญิงสาวกรีดรอยยิ้มออกมาให้ความรู้สึกมาดร้าย
…ถ้าคิดจะหยามศักดิ์ศรีของนางร้ายอย่างที่ทำมาตลอดแล้วล่ะก็คิดผิดแล้วเพราะครั้งนี้เธอจะสู้แทนนางร้ายอย่างดารินทร์เอง