ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 163 โจมตีครั้งเดียวถึงชีวิต

            หัวหน้าโจรสลัดอากาศเห็นเสิ่นเสวียนโจมตีเข้ามาเขาจึงไม่ประมาทเลยแม้แต่น้อย ม่านพลังปรากฏขึ้นเพื่อป้องกันตัวในทันที

            เขายืนนิ่งอยู่กับที่กำปั้นสองข้างเปี่ยมไปด้วยพลังรุนแรง กำลังรอให้เสิ่นเสวียนเข้ามาถึง

            ขั้นจักรพรรดิคนหนึ่งเผชิญหน้ากับคู่มือที่มีพลังต่ำกว่าตนเองอย่างสิ้นเชิงสองคนกลับต้องระแวดระวังถึงขนาดนี้แสดงให้เห็นได้ว่าเริ่นเสี้ยวเทียนและเสิ่นเสวียนมีน้ำหนักมากแค่ไหนต่อจิตใจของเขา

            เสิ่นเสวียนกระโจนเข้าไปถึงก่อนเขากำหมัดแน่นทำให้พลังน่ากลัวปะทุออกมา แต่ขณะที่กำลังจะเข้าปะทะกับอีกฝ่ายร่างของเสิ่นเสวียนพลันเลือนหายไปจากตรงนั้นอย่างน่าประหลาดคล้ายว่าจะหลอมรวมไปกับอากาศที่ว่างเปล่า ไม่เจอร่องรอยใดๆ เลย

            “หืม?”

            หัวหน้าโจรสลัดอากาศที่กำลังระแวดระวังเห็นดังนั้นจึงทำสีหน้าสงสัยออกมา

            หากกล่าวถึงเคล็ดวิชามิติเขาพอรู้อยู่บ้าง เคล็ดวิชามิติของเริ่นเสี้ยวเทียนเรียกได้ว่ามีระดับสูงมากแล้วหากไม่ใช่เพราะพลังยุทธ์ของเขาเหนือกว่าเริ่นเสี้ยวเทียนเขาไม่มีทางทำลายเคล็ดวิชามิติของเริ่นเสี้ยวเทียนได้เลย

            ทว่าสิ่งที่เสิ่นเสวียนทำคืออะไร?

            เขาหายไปจากอากาศได้!

            การกระทำของเสิ่นเสวียนต่างๆคือพลังมิติอย่างแท้จริง ใช้พลังจากการบำเพ็ญเพียรทะลวงผ่านมิติไปความละเอียดอ่อนของเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียร คือสิ่งที่คนในโลกนี้มิอาจจินตนาการได้หากเทียบว่าโลกนี้คือชายแข็งแกร่งที่ดุดันเช่นนั้นแล้วการบำเพ็ญเพียรก็คือเด็กหญิงที่มีจิตใจละเอียดอ่อนไม่ได้มีพลังยิ่งใหญ่ แต่กลับสามารถใช้พลังที่มีอยู่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

            ส่วนเสิ่นเสวียนในตอนนี้หลังจากมีพลังที่แข็งแกร่ง รวมเข้ากับเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรทำให้เขาสามารถผสมผสานจุดแข็งของทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันและหลีกเลี่ยงจุดอ่อนไปได้

      ……

            ขณะที่เขากำลังตกตะลึงร่างของเสิ่นเสวียนพลันปรากฏขึ้นตรงข้อพับขาสองข้างของหัวหน้าโจรสลัดอากาศ

            จากนั้นก็โจมตีพลังหมัดเข้าใส่ข้อพับข้างหนึ่งพลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้แม้แต่ขั้นจักรพรรดิยังต้องเข่าอ่อนจนเกือบจะคุกเข่าลงไปที่พื้น

            ม่านพลังป้องกันของเขาเหมือนจะไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ต่อหน้าเสิ่นเสวียน

            เมื่อหัวหน้าโจรสลัดอากาศตั้งสติได้ร่างของเสิ่นเสวียนก็หายไปอีกแล้ว

            ไม่เต็มใจต่อสู้เข้าคุกคามอีกฝ่าย ทำให้อีกฝ่ายหมดความอดทน นี่คือวิธีการต่อสู้ของเขา

            หากต้องเผชิญหน้ากันจริงๆเขาไม่มีทางสู้ได้เลย

            เริ่นเสี้ยวเทียนโจมตีเข้ามาเช่นกันแต่เขากลายเป็นเป้าหมายในการระเบิดอารมณ์ของหัวหน้าโจรสลัดอากาศไปแล้ว

            เสิ่นเสวียนเจ้าหลอกล่อทำให้เขาไม่สามารถตอบโต้กลับได้ก่อให้เกิดโทสะปะทุออกมา เริ่นเสี้ยวเทียนกลับกระโจนเข้ามาหาเขาและอยู่ในอาณาเขตรอบตัวที่เขาสามารถโจมตีได้

            แต่ในขณะที่เขากำลังแสดงพลังสังหารออกไปพลังโจมตีของเสิ่นเสวียนกลับทำให้เขาต้องหยุดนิ่งแม้เริ่นเสี้ยวเทียนจะโดนชกขนหน้าบวมอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้บาดเจ็บถึงรากฐาน

            ในทางกลับกันหัวหน้าโจรสลัดอากาศยิ่งสู้กลับยิ่งหงุดหงิดกระทั่งตัดสินใจผิดพลาดเนื่องจากภาวะทางอารมณ์

            เดิมทีด้วยพลังของเขาแล้วแม้เสิ่นเสวียนจะลึกลับเพียงใดก็ยังสามารถต่อสู้ได้อย่างเท่าเทียมแต่เมื่อตัดสินใจผิดพลาดไปแล้วด้วยภาวะทางอารมณ์ กลับทำให้เขาได้รับบาดเจ็บไม่น้อย

            ขณะที่เขากำลังจมลงไปกับความสิ้นหวังพลังหมัดกลับโจมตีเข้าใส่หน้าอกของเริ่นเสี้ยวเทียนทำให้เริ่นเสี้ยวเทียนถอยหลังไปหลายก้าว และคิดว่ามีโอกาสได้พักหายใจแล้ว ทว่ามิติเบื้องหน้ากลับบิดเบี้ยวไปเล็กน้อยกริชเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นพร้อมกับลำแสงเยือกเย็นเปล่งประกายตามมาด้วยดวงตาเย็นชาของเสิ่นเลี่ยน

            “ฉึก!”

            เสิ่นเลี่ยนรวดเร็วมากจนยากจะสังเกตเห็นได้

            พลังโจมตีนี้ทำให้หัวหน้าโจรสลัดอากาศรับรู้ได้ถึงความตาย

            ด้วยประสบการณ์การต่อสู้นานหลายปีคล้ายจะเกิดการตอบสนองจากจิตใต้สำนึกเมื่อกำลังเผชิญหน้ากับความตายเขาพยายามโยกหัวหลบไปทางซ้ายด้วยความเร็วสูงสุด

            กริชเหมือนจะเฉียดใบหน้าของเขาไปไอพลังที่แผ่ซ่านออกมาจากกริชทำให้เขาเหงื่อไหลท่วมร่าง

            นี่เป็นครั้งแรกที่เขารับรู้ได้ถึงความตาย

            และเป็นครั้งแรกที่เข้าใกล้ความตายมากขนาดนี้!

            กระทั่งเสิ่นเลี่ยนกระโจนผ่านร่างของเขาไปเขาไม่ทันคิดรวบรวมพลังโจมตีเสิ่นเลี่ยนเลยด้วยซ้ำ

            เสิ่นเสวียนคว้าโอกาสนี้โจมตีเข้าใส่ร่างของหัวหน้าโจรสลัดอากาศแต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากหัวหน้าโจรสลัดโจมตีพลังหมัดตอบโต้กลับมาทันทีที่หมัดเข้าปะทะกัน ร่างของเสิ่นเสวียนกระเด็นถอยหลังไปหลายจั้ง

            “ตึก! ตึก! ตึก!”

            เสิ่นเสวียนถอยหลังไปหลายก้าวและคิดจะโจมตีออกไปอีกครั้งแต่หัวหน้าโจรสลัดอากาศกลับโบกมือและหยุดการกระทำทุกอย่าง

            “พอ! พอ! พอ!ไม่สู้แล้ว”

            หัวหน้าโจรสลัดอากาศกล่าวคำว่าพอออกมาสามครั้งพลางโบกมือแสดงให้เห็นว่าไม่อยากสู้แล้ว

            เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหยุดเสิ่นเสวียนก็หยุดเช่นกัน

            อีกฝ่ายไม่ธรรมดาเลยหากสู้ต่อไปตนเองไม่ใช่คู่มือของเขาจริงๆ และที่สำคัญที่สุดคืออีกฝ่ายยังมีลูกน้องอีกมากมาย ซึ่งฝ่ายที่เสียเปรียบคือตนเองส่วนแม่ทัพเทพเหล่านั้นของเสิ่นเสวียนก็อยู่ที่หุบเขาสุขาวดีทั้งหมดเพื่อรักษาอำนาจของหุบเขาสุขาวดีเอาไว้ และหุ่นเชิดในมิติของเขาก็ยังไม่ได้สร้างขึ้นยังไม่มีพลังต่อสู้ใดๆ

            อีกฝ่ายบอกให้หยุดเขายินดีร่วมมืออยู่แล้ว

            “ถอยกลับไป”

            เสิ่นเสวียนกล่าวกับเสิ่นเลี่ยนและเริ่นเสี้ยวเทียน

            เสิ่นเลี่ยนในตอนนี้เพิ่งโจมตีไปครั้งเดียวยังไม่เป็นผลทว่าเขาใช้พลังทั้งหมดไปแล้วพลังโจมตีเดียวทำให้หยวนชี่ของเขาได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง แม้ไม่ได้หมดสติไปแต่ไม่มีทางรวบรวมพลังสังหารครั้งที่สองได้แล้ว

            แต่เขายังต้องแสร้งทำต่อไป

            เขาในตอนนี้เหาะไปอยู่ตรงหน้าเสิ่นเสวียนด้วยท่าทีที่เปี่ยมไปด้วยพลังพร้อมที่จะต่อสู้ทุกเมื่อ

            “ทำไม?”

            เสิ่นเสวียนกล่าวถามหัวหน้าโจรสลัดอากาศ

            คนที่อยากสู้คือเขาคนไม่อยากสู้ก็คือเขาอีก เอาใจยากเกินไปหรือเปล่า!

            “ความจริงแล้วทะเลาะกันไปก็ไม่มีความหมาย เรามาเป็นสหายกันดีกว่า”

            หัวหน้าโจรสลัดอากาศกล่าวเช่นนี้ออกมาเป็นครั้งแรก

            เมื่อกี้ยังสู้กันเพื่อสามสิบล้านเหรียญทองอยู่เลยตอนนี้กลับอยากเห็นสหายเสียแล้ว

            ในความเป็นจริงเขาไม่ได้เสแสร้งเลยแต่ตื่นตกใจในความสามารถลึกลับของพวกเสิ่นเสวียนทั้งสามคน

            พลังของเริ่นเสี้ยวเทียนไม่ได้ต่ำต้อยเสิ่นเสวียนก็ลึกลับมากเกินไป มิอาจคาดเดาอีกฝ่ายได้เลย ไม่ว่าจะสู้อย่างไรอีกฝ่ายกุมชัยชนะเอาไว้แล้ว แล้วจะสู้ต่อได้อย่างไร?

            ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือทันทีที่เสิ่นเลี่ยนลงมือแทบจะเอาชีวิตของเขาไปได้เลยหากไม่ใช่ประสบการณ์นานหลายปีของเขาที่หล่อเลี้ยงจิตใต้สำนึกเอาไว้ตอนนี้เขาคงตายไปแล้ว

            เขาต่อสู้เพราะมั่นใจว่าสู้ได้หากไม่มั่นใจ สามัคคีกันไว้ดีกว่า

            “เจ้าอยากเป็นสหายได้ถามพวกข้าแล้วหรือ?”

            เริ่นเสี้ยวเทียนกล่าวอยู่ข้างๆเพียงแต่ถ้อยคำไม่ค่อยชัดเจนตอนนี้ใบหน้าสองข้างของเขาบวมเป่งจนบิดเบี้ยวไปเพราะโดนโจมตีอย่างรุนแรงโดยเฉพาะด้านขวาที่ฟันหักไปแล้วสองซี่ไม่ง่ายเลยกว่าที่พวกเสิ่นเสวียนจะออกมาต่อสู้ อีกฝ่ายกลับไม่อยากสู้แบบนี้ไม่ใช่ว่าสิ่งที่ตนเองทำไปจะเสียเปล่าหรอกหรือ

            “สหายขอโทษด้วย เดิมทีข้าไม่อยากสู้เลยจริงๆเพราะข้าก็ไม่อยากทำให้อำนาจเบื้องหลังของเจ้าต้องขุ่นเคือง นี่คือยารักษาขั้นหกรับไปสิ”

            จากนั้นเขาก็ก้าวเดินออกไปบนร่างไม่มีพลังใดๆ แผ่กระจายออกมาเลย กระทั่งถึงตรงหน้าเริ่นเสี้ยวเทียนจึงคว้ามือของเริ่นเสี้ยวเทียนไว้และมอบยาให้ไป

            “ไอ้หยาดูเจ้าสิ ดูสิ ข้าว่าข้าไม่ได้ลงมือรุนแรงนัก ทำให้เจ้าเจ็บหรือเปล่า!รีบกินสิ รับรองได้ว่าเจ้าจะดีขึ้นในหนึ่งชั่วยาม”

            หัวหน้าโจรสลัดอากาศดูเป็นห่วงเริ่นเสี้ยวเทียนมากทำให้เสิ่นเสวียนและเสิ่นเลี่ยนตกตะลึง

            “แล้วที่โจมตีข้าแบบนี้ก็เป็นโมฆะไปอย่างนั้นหรือ?”

            เริ่นเสี้ยวเทียนถามอีกฝ่ายด้วยสีหน้าสับสน

            “หากน้องชายยังติดค้างเรื่องนี้อยู่จริงๆเจ้าต่อยข้าเลยก็ได้ ข้าจะไม่ตอบโต้กลับเด็ดขาด”

            ขณะที่กล่าวเขาจับมือของเริ่นเสี้ยวเทียนให้โจมตีตนเองซึ่งเขาสามารถควบคุมพลังได้อย่างสมบูรณ์

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน