หุ่นกระบอกหลายสิบตัว พุ่งเข้าโจมตีปราชญ์ทองคำอย่างรวดเร็ว ปราชญ์ทองคำเองก็ใช้ร่างกายของตนเอง ที่โคจรลมปราณเทวราชทองคำ เข้าโรมรันกับหุ่นเหล็กทั้งสิบตัวนั้น หุ่นเหล็กทั้งสิบตัวนั้นถูกสร้างขึ้นโดยโลหะพิเศษของโลกแห่งจิตและวิทยาการมีความสามารถในการดูดซับแรงกระแทก และมีความคงทนอย่างมหาศาล และไม่ใช่แค่นั้นมันยังมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงร่างกายของตนเองได้
‘วิชาเชิดหุ่น ตอนนี้ที่ข้าสัมผัสได้มีแค่ตัวตนของชายตรงหน้าเท่านั้น และดูเหมือนว่าเขาจะไม่ใช่ผู้ที่ควบคุมหุ่นเหล็กเหล่านี้ หมายความว่าคนที่ควบคุมหุ่นเหล็กเหล่านี้อยู่นอกระยะสัมผัสปราณของข้าอีกแล้วงั้นหรือ’ ปราชญ์ทองคำคิดในใจอย่างตกตะลึงอีกครั้ง เพราะว่าดูแล้วคนที่ลอบโจมตีเขาเป็นคนแรก และ ผู้ที่ควบคุมหุ่นเหล็กเหล่านี้จะเป็นคนละคนกัน แต่ว่าคนหนึ่งกลับสามารถโจมตีเขานอกระยะสัมผัสปราณได้อีกคนเองก็สามารถควบคุมหุ่นเหล็กเหล่านี้นอกระยะสัมผัสปราณของเขาได้เช่นกัน และยังเป็น การควบคุมหุ่นเหล็กที่ละเอียดยิ่งนัก แต่ละตัวสามารถออกท่าทางต่อสู้ได้โดยไม่ซ้ำกันและยังโจมตีกันอย่างเป็นระบบ
หุ่นเหล็กทั้งสิบตัวแม้ว่าจะสามารถประสานการโจมตีกันได้อย่างดี แต่ละตัวยังสามารถเปลี่ยนแปลงร่างกายบางส่วนให้เป็นอาวุธได้ บางตัวเปลี่ยนมือเป็นดาบบางตัวเปลี่ยนมือเป็นเลื่อยยนต์ แม้กระทั่งบางตัวเปลี่ยนมือเป็นปืนเพื่อยิงออกไป แต่ไม่มีตัวไหนที่สามารถโจมตีทะลุผิวของปราชญ์ทองคำได้เลยแม้แต่ตัวเดียว
การต่อสู้ได้ดำเนินไปบนบริเวณศีรษะของเทวรูปทองคำขนาดยักษ์ ในตอนนั้นเองเทวรูปทองคำขนาดยักษ์ ได้ใช้มืออันใหญ่โตของตนฟาดเข้ามายังจุดที่เกิดการต่อสู้ จนทำให้หุ่นเหล็กหลายตัวกระเด็นตกลงไปจากหัวของเทวรูปทองคำ แต่กลับมีหุ่นเหล็กหนึ่งตัวสามารถคว้าตัวของปราชญ์ทองคำได้ หุ่นเหล็กตัวนั้นได้ใช้ตาของตนเองจ้องไปยังในตาของปราชญ์ทองคำ
“พวกที่มีความแข็งแกร่งทางร่างกายเนี่ย มักจะมีความอ่อนแอทางด้านจิตวิญญาณ! มาเป็นทาสของฉันเถอะ” เสียงของหญิงสาวได้ดังออกมาจากหุ่นเหล็ก นั่นคือเสียงของNo.10หรือมาริโอเน็ต ผู้ที่คอยควบคุมหุ่นเหล็กอยู่
นอกจากนางจะมีความสามารถในการใช้พลังจิตควบคุมสิ่งของจากระยะไกลแล้วนางยังมีความสามารถอีกอย่างคือนางสามารถใช้พลังวิญญาณได้ และยังเป็นพลังวิญญาณสายแทรกแซงจิตใจที่ประสานเข้ากับพลังจิตสายควบคุม ทำให้นางมีพลังในการสะกดจิตในระดับสูง
ทักษะจิตวิญญาณ ควบคุมจิตวิญญาณ มาริโอเน็ต ส่งพลังจิตของตนเองผ่านหุ่นเหล็กโจมตีไปยังดวงจิตวิญญาณของปราชญ์ทองคำโดยตรง แต่ว่าเมื่อพลังจิตนั้นกำลังแทรกซึมเข้าสู่ดวงวิญญาณของปราชญ์ทองคำ ภายในดวงวิญญาณของปราชญ์ทองคำกลับมียันต์สีทองที่มีพลังวิญญาณมหาศาลป้องกันดวงจิตวิญญาณของปราชญ์ทองคำ และ ผลักดันพลังวิญญาณของมาริโอเน็ตออกมา ทำให้นางไม่สามารถจะแทรกแซงดวงจิตของปราชญ์ทองคำได้
“อะไรกันยันต์สีทองนั่น!! สามารถป้องกันพลังวิญญาณของฉันคนนี้ได้” มาริโอเน็ตพูดขึ้นมาอย่างตกใจ เธอไม่คิดว่าอีกฝ่ายนอกจากจะมีความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายแล้วยังมีความแข็งแกร่งทางด้านจิตวิญญาณอีก
“คิดว่าข้าไม่รู้ตัวหรือไงว่าตนเองอ่อนแอทางด้านจิตวิญญาณ ข้าผู้นี้เคยได้รับยันต์จากปราชญ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของทวีป ผู้ที่มีพลังวิญญาณเป็นอันดับหนึ่งของทวีปแห่งนี้ พลังวิญญาณกระจ้อยร่อยของเจ้าไม่อาจทำลายยันต์ใบนี้ได้แน่นอน” ปราชญ์ทองคำได้กล่าวออกมา ผู้แข็งแกร่งอย่างเขาย่อมรู้ถึงจุดอ่อนของตนเองเป็นอย่างดี จึงได้หาทางปกปิดจุดอ่อนนี้ของตนเองมาเนิ่นนานแล้ว เขาได้รวบรวมพลังปราณของตนเองและเกร็งหมัดของตนต่อยเข้าไปยังหุ่นเหล็กตัวสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่บนศีรษะของเทวรูปทองคำ ส่งให้หุ่นเหล็กตัวนั้นกระเด็นลงไปจากศีรษะของเทวรูปทองคำของเขา หุ่นเหล็กทั้งหมดที่หล่นลงไปต่างโดนเทวรูปยักษ์เหยียบทำลายทิ้งทันที
..
..
“เหมือนว่าหุ่นทั้งสิบตัวของคุณจะทำอะไรไม่ได้เลยนะครับ No.10” ซิลเวอร์พูดขึ้นมาหลังจากที่เห็นเหตุการณ์ผ่านเลนส์กล้องไรเฟิล
“ใช่ ฉันทำอะไรไม่ได้แล้ว อีกฝ่ายมีทั้งป้องกันกายภาพระดับสูง และยังมีของที่ใช้ป้องกันวิญญาณที่แข็งแกร่งมาก วิชาเชิดหุ่นของฉันไม่สามารถควบคุมอีกฝ่ายได้ สมชื่อกับปราชญ์ที่มีพลังป้องกันสูงที่สุดจริงๆ การป้องกันกายภาพ การป้องกันจิต การป้องกันวิญญาณเรียกได้ว่าแทบจะสมบูรณ์แบบ” มาริโอเน็ตพูดออกมาอย่างหัวเสีย ที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้เลยแม้แต่น้อย
“งั้นผมก็ขอลองบ้างแล้วกันนะครับ” ซิลเวอร์พูด พร้อมๆ กับที่แขนของเขาได้เริ่มเปลี่ยนแปลงอีกครั้งจากที่ตอนนี้เป็นเพียงปืนไรเฟิล ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นปืนใหญ่มิสไซล์ เล็งไปยังเทวรูปขนาดยักษ์เท่ากับภูเขา “เป้าใหญ่ขนาดนี้ยังไงก็ไม่พลาด” พูดจบมิสไซล์ ก็ถูกยิงออกไปโดยทันที
“No.4 ระวังจะโดนลูกหลงไปด้วยนะครับ” ซิลเวอร์พูดเตือนมิราจผ่านหูฟัง
..
..
“เวทแห่ง มิติแห่งเงา” มิราจ ใช้พลังเวทของตนเองพุ่งเข้าไปซ่อนในเงาอย่างรวดเร็วเมื่อได้รับคำเตือนจากพวกเดียวกัน
มิสไซล์ ถูกยิงออกมาจากรวดเร็วภายในไม่กี่วินาทีก็มาถึงยังร่างของเทวรูปสีทองขนาดใหญ่ แม้ว่าปราชญ์ทองคำจะสามารถรับรู้ได้ว่ามีการโจมตีที่รุนแรงกำลังใกล้เข้ามาแต่เขาไม่ได้มีความเร็วมากพอที่จะหลบหนีไป จึงโคจรลมปราณของตนเองเพื่อตั้งรับการโจมตี เร่งพลังทั้งหมดของตนเองไม่ว่าจะเป็นลมปราณเทวราชทองคำ เจตจำนงแห่งการป้องกัน เจตจำนงแห่งธาตุทองคำ ประสานเข้ากับร่างกายของตัวเองและร่างของเทวรูปทองคำ ส่งฝ่ามือออกไปปะทะกับมิซไซล์
ปราณเทวราชทองคำ หัตถ์พุทธองค์
ตูม!!! เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับแรงสั่นสะเทือน และ ลมมหาศาล เมื่อมิสไซล์ ปะทะเข้ากับฝ่ามือของเทวรูปทองคำ ความรุนแรงจากการระเบิดนั้นทำให้ป่าโดยรอบถูกทำลายโดยสิ้นเชิง ควันไฟจำนวนมากพุ่งออกมาจากจุดที่ปะทะกันของฝ่ามือและมิสไซล์ ความรุนแรงของการปะทะนั้นรุนแรงมากจนทำให้ฝ่ามือของเทวรูปทองคำถึงกับหักสะบั้นและหล่นลงมา ตูม!! เสียงการกระทบของแขนขนาดใหญ่ที่หักลงมากับพื้นดินนั้น มีความดังที่มหาศาลเช่นกัน
“ถึงกับทำให้ฝ่ามือของเทวรูปทองคำขาดออกจากกันได้ การโจมตีเมื่อกี้รุนแรงพอๆ กับการประสานการโจมตีประสานของปราชญ์ดาบและปราชญ์กระบี่” ปราชญ์ทองคำกล่าวออกมานี่เป็นครั้งที่สาม แล้วที่มีคนสามารถทำลายเทวรูปทองคำของเขาลงได้ ครั้งแรกคือตอนที่เขาเคยประลองฝีมือกับปราชญ์ดาบและปราชญ์กระบี่พร้อมกันเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของเทวรูปทองคำของเขาและทดสอบฝีมือของสองปราชญ์ ครั้งที่สองก็คือตอนที่เขาปะทะกับปราชญ์เพลิงเหมันต์ ผู้ที่มีพลังทำลายล้างสูงที่สุดในเก้าปราชญ์
..
..
“ชิ ทำได้แค่ทำลายแขนข้างหนึ่งเองงั้นหรอ?” ซิลเวอร์เอง ก็ได้พูดออกมาอย่างหัวเสียเช่นกันเพราะว่ามิสไซล์ของเขา ประสานเข้ากับพลังจิตมหาศาลของเขา สร้างการโจมตีที่รุนแรงที่สุดที่เขาสามารถทำได้ การโจมตีที่รุนแรงขนาดนี้เขาสามารถทำได้เพียงแค่ครั้งเดียว หากจะให้ทำอีกครั้งต้องรออีกราวๆ สามสิบนาทีถึงจะทำได้
“แข็งแกร่งจริงๆ เราสองคนคงทำอะไร ปราชญ์ทองคำไม่ได้ คงต้องให้No.4เป็นคนลงมือแล้ว” มาริโอเน็ตพูดขึ้นมาหลังจากที่เห็นว่าซิลเวอร์ก็ไม่สามารถสังหารอีกฝ่ายได้ แม้ว่าจะใช้พลังโจมตีที่รุนแรงที่สุดแล้วก็ตาม นั่นเท่ากับว่าคนทั้งสองไม่สามารถเอาชนะปราชญ์ทองคำได้ ไม่ใช่ว่าทั้งสองคนนั้นอ่อนแอแต่ว่าพลังป้องกันของปราชญ์ทองคำนั้นมีมากเกินไป หากนับเพียงแค่ด้านพลังป้องกันแล้วละก็ภายใต้ชนชั้นเทวะเขาคือผู้มีพลังสายป้องกันสามอันดับแรกของโลกแห่งลมปราณแห่งนี้ แม้จะนับคนของแดนศักดิ์สิทธิ์เข้าแล้วก็ตาม
..
..
“เหมือนว่าสุดท้ายแล้วก็ต้องจัดการเองสินะ” มิราจพูดออกมา เมื่อเห็นว่าท็อปเท็นอีกสองคนทำอะไรคนตรงหน้าไม่ได้ มิราจโคจรลมปราณมรณะของตนเองออกมา ควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากร่างกาย นอกจากนั้นเขายังได้นำ กรีมัวร์ (หนังสือเวทมนตร์) ไอเทมที่จะส่วนเสริมพลังเวทของเข้าให้รุนแรงมากขึ้น และยังเร่งพลังเวทแห่งเงาในร่างกายของตัวเองผสมเข้ากับลมปราณมรณะ
‘มียันต์ที่ป้องกันการแทรกแซงรวมถึงควบคุมจิตและวิญญาณ ภาพมายาที่แทรกแซกจิตคงใช้ไม่ได้ผล งั้นเปลี่ยนเป็นสายโจมตีโดยสมบูรณ์เลยแล้วทัน’ มิราจคิดในใจเมื่อเห็นว่าNo.10 ไม่สามารถควบคุมจิตอีกฝ่ายได้ จิตมายาของเข้าก็อาจไม่สามารถแทรกแซงจิตของชายตรงหน้าได้เช่นกัน
ปราณมรณะ ประสาน เวทแห่งเงา
ปราณมรณะที่เกิดจากปราณความมืดประสานเข้ากับเวทแห่งเงา พลังทั้งสองสามารถเข้ากันได้อย่างลงตัวสอดประสานเพิ่มพลังกันและกันได้อย่างสมบูรณ์แบบจนกลายเป็น ปราณเวทเงามรณะ แรงกดดันจากปราณเวทมีความรุนแรงมากจนถึงขนาดที่ทำให้ปราชญ์ทองคำถึงกับเหงื่อตกเมื่อสัมผัสกับแรงกดดันนั้น
“พลังนั่น!! พลังจากต่างโลกที่ราชวงศ์โชติช่วงได้ปะทะที่ตระกูลโอวหยาง” ข่าวเรื่องการใช้พลังจากต่างโลกนั้นแม้จะไม่ได้กระจายออกไปจนรับรู้กันไปทั่วทวีป แต่เรื่องนี้พวกปราชญ์และประมุขของตระกูลระดับสูงหลายๆ พรรคหรือแม้แต่พวกสิบยอดสำนักเองต่างรับรู้กันทั้งสิ้น เมื่อรับรู้ถึงอันตรายที่ร้ายแรงเขาได้เร่งลมปราณเทวราชทองคำเข้าไปในฝ่ามือทั้งสองข้าง
ปราณเทวราชทองคำ กำปั้นทลายภูผา
ปราชญ์ทองคำส่งคลื่นโจมตีที่สร้างขึ้นจากหมัดทั้งสองออกไปพร้อมๆ กัน มันทั้งรวดเร็วและรุนแรงจนมิราจไม่สามารถหลบได้ผล เขาถูกแรงของคลื่นหมัดส่งลงจากร่างของเทวรูปทองคำ เมื่อปราชญ์ทองคำเห็นว่าตนเองสามารถส่ง ศัตรูออกจากร่างของเทวรูปทองคำได้แล้ว จึงเร่งพลังของเทวรูปทองคำของตัวเองไปอีกขึ้น
ปราณเทวราชทองคำ เทวรูปทองคำร้อยมือ
เทวรูปทองคำจากที่เหลือเพียงหนึ่งมือได้มีมืออีกนับร้อยปรากฏขึ้นทั่วทั้งร่างของเทวรูปทองคำและโจมตีไปยังจุดที่มิราจตกลงไปพร้อมๆ กัน
ตูม!ตูม!ตูม!ตูม!ตูม!ตูม!ตูม!ตูม!ตูม! เสียงการโจมตีจากร้อยฝ่ามือดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณพร้อมกับฝุ่นที่ตลบอบอวล การโจมตีนั้นยังคงต่อเนื่องโดยไม่หยุดพักปราชญ์ทองคำต้องการให้อีกฝ่ายตาย อย่างแน่นอน เขาไม่ออมมือแม้แต่น้อยเพราะรับรู้ถึงความอันตรายอันมหาศาลจากชายตรงหน้าได้ ในตอนนั้นเองที่ฝ่ามือนับร้อยโจมตีอย่างไม่หยุด ปราณเวทสีดำที่รุนแรงได้พวยพุ่งออกมาจากพื้นดิน คลื่นพลังที่มีรูปร่างคล้ายจันทร์เสี้ยวสีดำที่มีแรงตัดมหาศาลได้พุ่งออกมาตัดเข้าที่มือของเทวรูปทองคำ เพียงการโจมตีเดียวก็สามารถตัดมือของเทวรูปทองคำได้เกือบยี่สิบมือ หมายความว่าคลื่นพลังสีดำนั้นมีความรุนแรงยิ่งกว่ามิสไซล์ของซิลเวอร์
“บ้าน่า!!” ปราชญ์ทองคำกล่าวออกมาอย่างตกใจพร้อมกับหลบคลื่นพลังสีดำที่พุ่งตรงมา การโจมตีที่รุนแรงในระดับนี้มากว่าปราชญ์ดาบและปราชญ์กระบี่ร่วมมือกันเสียอีก พอๆ กับการโจมตีประสานเพลิงเหมันต์ของปราชญ์เพลิงเหมันต์ที่มีพลังทำลายล้างมากที่สุดในเก้าปราชญ์เลยทีเดียว การโจมตีที่พุ่งออกมาทำให้ปราชญ์ทองคำรับรู้ได้ทันทีว่าหากยังเป็นแบบนี้ต่อไปตัวเองจะไม่สามารถป้องกันการโจมตีครั้งต่อไปได้แน่นอน
“วิชานี้ตอนแรก ข้าคิดจะทำไปใช้กับปราชญ์เพลิงเหมันต์ แต่ว่าหากไม่ใช้กับเจ้า ข้าอาจต้องตายที่นี่” ปราชญ์ทองคำได้กล่าวพร้อมกับที่ตัวเขาค่อยๆ จมลงเข้าไปในศีรษะของเทวรูปทองคำ ในตอนนั้นเองที่เทวรูปทองขนาดมหึมาค่อยๆ เล็กลงเรื่อยๆ ร่างของปราชญ์ทองคำและเทวรูปทองคำประสานเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน กลายเป็นปราชญ์ทองคำที่กำลังสวมชุดเกาะสีทองที่เร่งประสานประสานพลังเจตจำนงแห่งการป้องกัน เจตจำนงแห่งทองคำ และเจตจำนงแห่งหมัด สามเจตจำนงรวมอยู่ภายในเกาะทองคำนั้น
ปราณเทวราชทองคำ เกาะพุทธองค์ไร้พ่าย
วิชาป้องกันที่แกร่งแข็งที่สุดของปราชญ์ทองคำถูกใช้ออกมาในที่สุด วิชาที่เขาคิดจะใช้กับประลองกับปราชญ์เพลิงเหมันต์ ปราชญ์เพียงคนเดียวที่สามารถทำลายเทวรูปทองคำของเขาได้อย่างสมบูรณ์
ในตอนนั้นเองคลื่นพลังเสี้ยวจันทร์สีดำก็ได้โจมตีเข้ามายังร่างของปราชญ์ทองคำอีกครั้งแต่ว่าคราวนี้คลื่นเสี้ยวจันทร์สีดำที่เคยตัดแขนของเทวรูปทองคำออกอย่างง่ายดาย กลับไม่สามารถเจาะทะลุเกาะทองคำนั้นได้ ถูกปราชญ์ทองคำใช้มือชกกลับไปจนคลื่นพลังนั้นสลายไปอย่างง่ายดาย หมายความว่าพลังป้องกันของร่างนี้แข็งยิ่งกว่าเทวรูปที่ถูกสร้างจากทองคำทั้งตัว
...
..
จบตอน