บทที่12 งานเฉลิมฉลอง
โดมแสงสีขาวสลายตัวหายไป ผู้คนที่นิ่งเงียบอยู่เนินนานเริ่มส่งเสียงออกมาพูดคุยกัน จากคุยกันอย่างเบาเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆและในที่สุดก็กลายเป็เสียงโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นยินดีขึ้นจากทั่วสมรภูมิรบ ผู้คนนับแสนต่างเข้าโอบกอดกัน บางคนทิ้งตัวลงกับพื้นอย่างอ่อนล้าเนื่องจากความกดดันที่ได้รับมาอย่างต่อเนื่อง
ผู้เฒ่ามูและฟูม่าเร่งทะยานตัวไปยังชายหนุ่มที่นอนแผ่บนพื้น ปะครองร่างของเขาลุกขึ้น
“เ้าไหวไหมเดน”
“แหะ แหะ ยังไหวท่านปู่ข้ายังอยู่ครบสามสิบสองเพียงแค่อ่อนล้าเท่านั้นเอง”
“เ้าคือเดนจริงๆรึเนี่ย”
ฟูม่าที่ปะครองเขาอยู่พูดขึ้น
“ขอรับ กรุณาท่านช่วยอย่าบอกเื่นี้กับใครร่วมถึงลูด้วยนะขอรับ”
เฒ่าฟูม่าพยักหน้าตอบด้วยสีหน้าที่ทึ่งในตัวของเขา เหล่าบรรดาผู้นำเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าพวกเขาทั้งสาม
“ไม่รู้ข้าจะกล่าวขอบคุณท่านผู้กล้าอย่างไรให้สมกับพระคุณที่ท่านผู้กล้าได้กระทำเพื่อทวีปของพวกเราในครั้งนี้”
จักรพรรดิมรรคเอ่ยขึ้นขณะยืนตรงหน้าของชายหนุ่ม
“โปรดรับการคำนับจากข้าผู้ไร้ความสามารถด้วยเถอะ”
จักรพรรดิหนุ่มทำความเคารพตามแบบฉบับกองทัพ เมื่อเหล่าผู้พิกษ์ แม่ทัพนายกองเห็นดังนั้นเหล่าคนทั้งหมดต่างทำความเคารพตามทั้งหมด
“พะ..พวกท่านทำอันใดกันนะ ข้าผู้เยาว์ไม่กล้ารับเกียรติอันยิ่งใหญ่นี้หรอกนะ”
เดนเร่งกล่าวทันทีที่เห็นเหล่าผู้มีอำนาจสูงสุดภายในอาณาจักรพฤกษา์แสดงการคำนับเขา
“ผู้กล้าท่านสามารถบอกพวกเราได้รึไม่ ท่านคือใครมาจากไหนกัน เพื่อให้พวกข้าได้ตอบแทนบุญคุณในครั้งนี้ในวันหลัง”
“อะ..เอ่อเื่นั้น”
“เอาละเื่นั้นไว้ก่อนละกันพวกท่านข้าว่าท่านผู้กล้าตัวน้อยของเรา้าพักผ่อนอย่างมากแล้วละ”
ผู้เฒ่ามูกล่าวขัดขึ้นแล้วรีบพาเดนเหาะออกไปพร้อมผู้เฒ่าฟูม่า ขณะนั้นฟูม่าส่งจิตสื่อสารไปยังลันบุตรชายของเขา
“ลันเ้านำคนของเราไปรอข้าที่บ้านเ้าเฒ่ามูในหมู่บ้านมวลพฤษาแล้วข้าจะไปพบพวกเ้าภายหลัง”
“ขอรับท่านพ่อ”
ผู้พิทักษ์คาลเมื่อเห็นทั้งสามออกไปไกลจึงเอ่ยกับจักรพรรดิหนุ่มขึ้น
“ข้าว่าท่านมูและท่านฟูม่าต้องรู้แน่ว่าเขาคือใคร”
“ข้าก็คิดไว้เช่นนั้นเหมือนกัน แต่เื่นั้นเอาไว้ก่อนละกันตอนนี้พวกเรามีเื่อื่นต้องทำกันก่อน”
ลันและคนจากเกาะอัคคีร่วมถึงเหล่าผู้คนของป้อมอัสนีได้กล่าวลาจักรพรรดิและกำลังจะออกไปได้เอ่ยกับลูกชายของเขา
“ลูเ้าจะไปกับพ่อรึอยู่ที่นี้ก่อนละ”
“ข้าจะไปกับท่าน”
“ไอลีนเ้าจะไปกับพวกข้ารึไม่”ลูเอ่ยถามเพื่อนสาวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
“เ้าไปเถอะข้ามีเื่คุยกับท่านพ่อนะ”
ในขณะที่กลุ่มของ ลัน เดินขึ้นเรือเหาะได้มีเสียงหนึ่งเรียกเขา
“มีอันใดรึท่านคาล”
“ท่านช่วยกล่าวบอกแกท่านฟูม่าและท่านมูด้วยว่าอีกสองวันท่านจักรจักรพรรดิเรียนเชิญมายังงานเลี้ยงฉลองที่พระราชวัง”
“รับทราบ พวกข้าขอลา”
“เชิญท่าน”
จากนั้นเรือเหาะก็ออกตัวตรงไปยังหมู่บ้านมวลพฤกษา ไอลีนที่ยืนข้างพ่อของเขาเอ่ยขึ้น
“ท่านพ่อท่านทราบรึไม่คนที่ล้มเ้าปีศาจนั้นคือใครกัน”
“พ่อไม่รู้หรอกนะแต่ พ่อคิดว่าท่านมูและท่านฟูม่าต้องรู้แน่นอน”
ไอลีนเอามือลูปคางตัวเองแล้วพึมพำขึ้น
“คงต้องไปถามเขาดูภายหลัง”
ภายในูเาเมฆผู้เฒ่ามูและฟูม่านำเดนมานั่งลงบนเตียง
“เดนเ้าเป็ยังไงมั้งตอนนี้”
เดนถอดหน้ากากหยกออกจากใบหน้าของเขาวางลงบนหมอนข้างกาย
“ข้าไม่เป็ไรท่านปู่แต่ข้ามีเื่ต้องบอกท่าน”
“ในตอนที่เ้าปีศาจกำลังจะหายไปมันได้แยกจิติญญาบางส่วนหลบหนีออกไปได้”
เมื่อ มูและฟูม่าได้ฟังสีหน้าของพวกเขากังวลขึ้นทันที
“แต่พวกท่านอย่าห่วงไปเลยจิตวิญาญาณนั้นนะไร้ซึ่งพลัง มันคงกลับมาทำอันตรายเราอีกไม่ได้หรอกและข้าจะออกตามล่ามันเองพวกท่านอย่าห่วงไปเลย”
สีหน้าของผู้เฒ่าทั้งสองดีขึ้นเมื่อได้ฟังเดนกล่าว
“เดนตอนนี้เ้าแข็งแกร่งกว่าพวกข้าอย่างมากเ้าจะทำยังไงต่อไปละ”
มูเอ่ยถามเขาอย่างอยากรู้
“ข้ายังคิดอะไรไม่ออกเลยท่านปู่แต่ข้าคิดว่าข้าต้องออกตามหาข่าวของท่านพ่อและท่านแม่”
“เดนถ้าเมื่อเ้าคิดออกเดินทางช่วยพาเ้าลูไปกับเ้าด้วยได้รึไม่ ข้าอยากให้เขาออกหาประสบการณ์จากโลกภายนอกนะ เมื่อมีเ้าอยู่ด้วยข้าคงไม่ต้องห่วงมัน”
“ได้ขอรับท่านปู่ฟูม่า”
เมื่อฟูม่าได้ยินคำเดนเอ่ย เขาจึงหัวเราะอย่างมีความสุขพร้อมตบหลังเขาเบาๆหลายที
“ดี ดีมากหลานชายฮ่า ฮ่า ข้ามีหลานชายที่เก่งกล้าอีกคนแล้ว”
“เ้าเดนนะหลานข้าเว้ย เ้าเฒ่าขี้ตู่”
ผู้เฒ่าทั้งสองมองตาต่างทำท่าขึงขังใส่กัน
“น่าๆพวกท่านคือปู่ข้าทั้งสองนั้นแหละ”
เดนรีบห้ามทัพสองเฒ่าทันที
“จริงสิท่านปู่ชุดที่ท่านให้ข้านะข้าทำมันพังหมดเลยข้าขอโทษด้วย”
“อย่าไปสนใจมันเลยช่างมันเถอะข้าไม่คาดคิดเลยว่าเ้าปีศาจนั้นจะร้ายกาจปานนั้น”
“เอาละเ้าแก่มูเมื่อหมดเื่แล้ว เ้าคงต้องเล่าให้ข้าฟังในเื่ต่างๆให้ข้าได้ฟังมั้งละ”
ฟูม่าเอ่ยถ่วงถามเื่ที่ผู้เฒ่ามูสัญญาว่าจะบอกกล่าวแก่ตน
“อืมแต่เื่นี้เ้าต้องปิดบังให้ลงหลุมไปพร้อมกับเ้าละนะ”
จากนั้นผู้เฒ่ามูก็เล่าเื่ต่างๆเกี่ยวกับเดนให้เฒ่าฟูม่าฟังทั้งหมด เมื่อฟูม่าฟังจนจบทำให้เขาตื่นตะลึงอย่างมาก
“กำเนิดจากศิลายังงั้นรึ เป็เื่ที่น่าเหลือเชื่อมาก”
“ศิลานั้นมาจากไหนกันนะ”ฟูม่าพึมพำกับตัวเอง
ความทรงจำทั้งหมดของแดนเทพของเดนกลับมาแต่เขาไม่ได้บอกกล่าวแก่ผู้เฒ่าทั้งสอง
“ท่านปู่ทั้งสองข้าดีขึ้นมากแล้วเรากลับไปหมู่บ้านมวลพฤกษากันเถอะ”
“อืมเ้าต้องเก็บหน้ากากเอาไว้กับตัวละ เอานี่กำไลมิติเอาไว้เก็บของมันดีกว่ากระเป๋าของเ้า” ฟูม่ายื่นกำไลสีทองให้กับเขา
“ไม่เป็ไรขอรับท่านปู่ฟูม่าข้าสามารถเก็บของต่างๆในมิติส่วนตัวที่ข้าสร้างขึ้นมาได้ขอรับ”
“เ้าสามารถสร้างมิติเป็ของตัวเองได้เชียวรึ เ้าเป็สัตว์ประหลาดรึไงกัน”
“อืมๆ ยังงั้นก็สุดยอดไปเลยไม่ต้องคำนึงถึงกำไลหรือกระเป๋าจะถูกฉกฉวยหรือโดนทำลาย แต่ยังไงเ้าก็ต้องใช้กำไลหรือกระเป๋าเมื่ออยู่ต่อตาผู้อื่นอยู่ดี ไม่ยังงั้นพวกเขาได้ตื่นใแน่เมื่อรู้ว่าเ้าสร้างมิติเองได้”
“จริงสิ ข้าลืมคิดถึงเื่นั้นไปเลยขอบคุณท่านปู่ที่เตือนสติ”
จากนั้นเดนจึงรับกำไลมาสวมไว้แต่ของต่างๆของเขาใส่ไว้ในมิติส่วนตัว ภายในกำไลมิตินั้นเขาใส่แต่ของไม่ค่อยจำเป็เท่านั้น จากนั้นทั้งสามจึงออกเดินทางกลับไปยังหมู่บ้านมวลพฤกษากัน
ลานหน้าบ้านผู้เฒ่ามูเต็มไปด้วยคนของเกาะอัคคีและป้อมอัสนีที่กำลังพูดคุยกัน เมื่อพวกเขาเห็นบุคคลทั้งสามที่กำลังลอยตัวลงมายังพื้นเบื้องหน้า ต่างเข้าทำความเคารพผู้เฒ่าทั้งสอง คนของเกาะอัคคีและป้อมอัสสนีแยกออกเป็สองฝั่งเผื่อให้ทั้งสามเดินไปยัง ลันที่ยืนรอหน้าบ้านของผู้เฒ่ามู ผู้คนของป้อมอัสนีที่รู้ว่าใครกำจัดเ้าปีศาจได้ต่างเคารพนอบน้อมต่อเดนอย่างมากพวกเขาต่างคุกเข่าลงและชันเข่าอีกข้างทันทีที่ผู้เฒ่ามูและเดนเดินผ่านพวกเขาไป
“ท่านพ่อ ท่านมู จักรพรรดิเรียนเชิญให้พวกเราไปร่วมงานเลี้ยงในอีกสองวันนะพวกท่านว่ายังไง”
ลันกล่าวขึ้นทันทีที่ทั้งสองมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า ลูลากแขนเดนไปข้างๆ
“เดนเ้าโดนปู่ของเ้าขังไว้สินะ”
“อะ..อืม ชะ..ใช่แล้วละ แหะ แหะ”
เดนตอบตะกุกตะกักหัวเราะกลบเกลื่อน
“ข้านะหัวใจล่นไปอยู่ตาตุ่มแนะตอนเ้าปีศาจจะฆ่าพวกเรานะ ดีนะมีบุคคลที่สุดยอดมากโผล่มาอายุคงพอๆกับพวกเราละ แต่แข็งแกร่งมากเลยละ”
ลูเล่าด้วยอาการชื่นชมอย่างมากในตามีประกายขึ้นเมื่อเขาเล่าถึงบุคคลบุคคลดังกล่าว เดนถอยหลังหนีพร้อมกล่าว
“เ้าคงไม่ได้ชมชอบไม้ป่าเดียวกันใช่ไหมลู”
“เ้าจะบ้าเหรอข้าเป็บุรุษเต็มตัว ที่ข้าชมชอบนะเื่ฝีมือเว้ยเขานะเป็บุคคลแบบอย่างแก่ข้า และข้าต้องแข็งแกร่งให้ได้อย่างเขาต่างหาก”
“งั้นก็พยายามเข้าละ”
เดนหยักหน้าพร้อมตบไหล่เพื่อนของเขา
“ท่านพ่อ ท่านมู ท่านผู้กล้าไปไหนแล้วละ”
“เออ..เขาไปแล้วนะ”
“หา ไปแล้ว เขาไปไหนกันละท่านพ่อ”
“จะไปรู้เหรอ พอเขาดีขึ้นระหว่างทางเขาก็หายไปเลย พวกข้าไม่รู้จะตามยังไงก็เลยไปหาเดนและพาเขามานี่แหละ”
“เขาเป็ใคร มาจากไหนกันนะ”
“เอาละเื่นั้นเอาไว้ก่อนตอนนี้พวกเรามาดื่มกินกันเถอะ”
เฒ่ามูเอ่ยขึ้นและแล้วงานเลี้ยงฉลองเล็กๆก็เริ่มขึ้น
สองวันต่อมาที่อาณาจักรพกฤษา์ประดับตกแต่งเมืองอย่างยิ่งใหญ่และสวยงามด้วยบุบผางาม แพรใหมผูกเป็
ริ้ปบิ้นหลากสีสรรคไว้ทั่วทั้งเมือง มีเสียงพลุจุดเฉลิมฉลองดังขึ้นทุกที่ ผู้คนมากมายมาจากทั่วทั้งทวีปเข้าร่วมเฉลิมฉลองในครั้งนี้ ภายในเมืองมีริ้วขบวนเดินรอบทั้งเมือง ภายในปราสาทสีขาวบนผาสูงมีเสียงประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมงานที่มาถึง
“ท่านฑูตแห่งทวีปแสงตะวันพร้อมคณะมาถึงแล้ว”
สิ้นเสียงผู้ประกาศก็มีผู้นำทางให้ผู้มาถึงไปยังโต๊ะรับรองทันที
“ท่านฑูตแห่งทวีปพิภพพร้อมคณะมาถึงแล้ว”
“ท่านฑูตแห่งทวีปเหมันต์อัคคีพร้อมคณะมาถึงแล้ว”
เหล่าบรรดาผู้ยิ่งใหญ่ของทุกทวีปต่าง้าเข้ามาเพื่อไถ่ถามถึงเื่ที่เกิดขึ้นภายในทวีปม่านหมอกแห่งพฤกษา หลังจากที่สิ้นศึกกับเ้าปีศาจเื่ราวของการสู้รบเป็ข่าวดังไปทั่วทุกทวีป บนท้องฟ้าของอาณาจักรปรากฏเรือเหาะขนาดใหญ่เข้ามาใกล้และล่อนลงจอดลานกว้าง เหล่าผู้คนเดินลงมา เมื่อผู้ประกาศมองเห็นจึงเร่งประกาศขึ้น
“ท่านผู้เฒ่าแห่งเกาะอัคคีและท่านผู้เฒ่าแห่งป้อมอัสนีเดินทางมาถึงแล้ว”
เมื่อสิ้นเสียงประกาศ จักรพรรดิมรรคเร่งออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง เหล่าบรรดาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายต่างหันกลับมามองยังกองกำลังทั้งสองที่เข้ามายังโถงงานเลี้ยง
“ท่านผู้เฒ่าทั้งสองในที่สุดพวกท่านก็มาถึงข้ารอพบท่านทั้งสองตั้งนาน โปรดตามมาร่วมโต๊ะกับข้าเถอะ”
จักรพรรดิมรรคเชิญทั้งสองร่วมโต๊ะของเขาและได้จัดโต๊ะใกล้ๆกันให้เหล่าผู้ติดตามของผู้เฒ่าทั้งสอง โต๊ะอีกฝั่งนึงของจักรพรรดิหญิงสาวสองคนที่สวมชุดกระโปรงยาวสีขาวที่ดูสูงศักดิ์ ที่ตกเป็เป้าสายตาของเหล่าบรรดาบุรุษหนุ่มรุ่นเยาว์ทั้งหลายในห้องโถงได้หันไปพบกับชายหนุ่มสองคนที่ยืนข้างท่านผู้เฒ่าทั้งสอง เธอคนหนึ่งจึงเอ่ยขึ้น
“พี่หญิงนั้นเดนกับลูนิ”
ไป่เป่าหันหน้าตามนิ้วมือที่ชี้ไปของไอรีน
“เราไปหาพวกเขากันเถอะ”
“อืม ท่านพ่อข้าไปหาเพื่อนของข้าก่อนนะ”
ไอลีนตอบกลับไป่เป่าพร้อมกับขออณุญาติพ่อของนาง
“อืมไปเถอะ”
พ่อของนางที่มองไปยังชายหนุ่มทั้งสองที่ยืนหันหลังให้
“เอ๊ะ รูปร่างช่างคล้ายกับเด็กหนุ่มผู้กล้ายิ่งนัก”
ผู้พิทักษ์คาลมองไปยังเดนแล้วพึมพำขึ้นมา หญิงสาวทั้งสองมาหยุดอยู่ด้านหลังชายหนุ่มทั้งสองและได้ทักไปยังทั้งสอง เมื่อทั้งสองหันหน้ามาต้องตกตะลึงในความงามของหญิงสาวทั้งสอง
“สวัสดีแม่นางไป่เป่าแม่นางข้างๆคือผู้ใดกันรึ”
เดนทักขึ้น ไป่เป่าหันหน้าไปมองไอลีนที่เริ่มทำหน้ามุ่ย นางจึงเอามือขึ้นปิดปากกลั้นหัวเราะไว้
“นี่เ้าแกล้งลืมข้างั้นรึไอ้บ้าเดน”
ไอลีนเอ็ดไปยังชายหนุ่ม
“นะ..นั้นเ้างั้นเหรอไอลีนเ้าเป็หญิงจริงๆด้วย”
“นี่เ้าหมายความว่าไงกัน”
“ก็เ้าชอบท้าตีท้าต่อยไปทั่วและยังชอบสวมชุดนักสู้ของผู้ชายอีกข้าก็เลยคิดว่าเ้าเปลี่ยนไปเป็ชายชาตีผู้ห้าวหาญไปแล้วนะสิ”
“นี่เ้า”
ไอลีนยกกำปั้นขึ้น เดนเห็นดังนั้นจึงรีบหลบข้างหลังลูทันทีเมื่อไป่เป่าเห็นดังนั้นจึงหัวเราะออกมาตัวงอ ลูรีบเข้าห้ามทั้งสอง
“หลีกไปลูข้าต้องเอาเืหัวเ้าบ้านั้นออกชะมั้งจะได้เลิกว่าข้าชะที”
“นี่ไงเ้านะชอบใช้ความรุนแรงข้าถึงคิดว่าเ้าเป็ชายไงเล่า”
“นี่พวกเ้าทั้งสองเลิกทะเลาะกันชะที นี้มันงานเลี้ยงท่านจักรพรรดินะ”
ไอลีนทำหน้ามุ่ยกอดอกตัวเองมองไปยังเดน
“ก็ได้ ข้าขอโทษ”
เดนที่หลบข้างหลังลูกล่าวไปยังไอลีน เหล่าบรรดาบรุษที่มองไปยังพวกเขาต่างรู้สึกอิจฉาชายหนุ่มทั้งสองและมองพวกเขาเป็ศัตรูทันที
จักรพรรคได้เชิญผู้เฒ่าทั้งสองนั่งลงพร้อมบรรดาเหล่าฑูตจากที่ต่างๆพวกเขาได้พูดคุยเกี่ยวกับเื่ราวที่เกิดขึ้นอย่างตื่นตะลึง
“ท่านผู้เฒ่าทั้งสองผู้กล้าของพวกเราละไปไหนเสียแล้ว”
“เขาจากไปแล้วนะ ไปไหนนั้นพวกข้าก็มิอาจรู้ได้”
“พวกเราเลยไม่รู้เขาเป็ใครมาจากไหนเลยสินะ”
“อีกไม่นานหรอกท่านจักรพรรดิเขาคงปรากฏตัวอีก”
จักรพรรดิมองไปยังผู้เฒ่าอย่างสงสัยและอยากถามว่าเขาทั้งสองคงรู้ว่าชายหนุ่มนั้นคือใครแต่เขาก็เงียบและเปลี่ยนเื่คุยพวกเขาพูดถึงความน่ากลัวของปีศาจที่มาจากต่างโลกพวกเขาจึงตกลงที่จะร่วมมือในการพัฒนาการต่อสู้ร่วมกันขึ้นอย่างจริงจัง เพราะในอานาคตอาจมีศัตรูตัวร้ายปรากฏตัวออกมาอีก
“ข้าเห็นด้วยที่ต้องศึกษาและแลกเปลี่ยนศาสต์ยุทธซึ่งกันและกัน”
จักรพรรดิเอ่ยกับบรรดาเหล่าฑูตจากทวีปต่างๆ และตกลงส่งเหล่ารุ่นเยาว์เข้าเป็นักศึกษาแลกเปลี่ยนขึ้น
“อีกหนึ่งปีทวีปเหมันต์อัคคีของเราจะจัดการประลองขึ้นในโอกาศนี้ข้าคงต้องเชิญเหล่านักสู้ของพวกท่านร่วมงานด้วย เพื่อจะได้เฟ้นหาบุคคลที่เก่งกาจเป็กองกำลังปกป้องทั้งสี่ทวีปขึ้นพวกท่านเห็นชอบด้วยรึไม่”
ฑูตจางเอ่ยขึ้นเพื่อเชื้อเชิญผู้คนของทั้งสี่ทวีป
“คงเป็งานที่ยิ่งใหญ่อย่างมากแน่พวกข้าเอาด้วย”จักรพรรดิมรรคตอบตกลงทันที เหล่าบรรดาฑูตอีกสองก็ได้ตอบตกลงเหมือนกัน
“งั้นเรามาดื่มกันเถอะไม่เมาไม่เลิกลา”
จักรพรรดิมรรคยืนขึ้นพร้อมยกแก้วในมือเชิญผู้คนดื่มกินกัน พวกเขาทั้งหมดต่างยืนขึ้นและยกแก้วขึ้นดื่ม เสียงดนตรีเริ่มบรรเลงขึ้นผู้คนต่างพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
“ท่านผู้เฒ่าทั้งสองท่านจะกลับไปยังทวีปพิภพรึไม่”
ฑูตแห่งพิภพเอ่ยขึ้นถามผู้เฒ่ามูและเฒ่าฟูม่า
“ท่านจักรพรรดิส่งคนตามหาพวกท่านอย่างไม่หยุดแต่เมื่อไม่นานพวกข้าถึงรู้ว่าพวกท่านมาอาศัยในทวีปม่านหมอกแห่งพฤกษา ท่านจักรพรรดิเลยให้ข้ามาเชิญพวกท่านกลับ”
“ฝากท่านฑูตเรียนจักรพรรดิด้วย เมื่อพวกข้าสะสางปัญหาที่แห่งนี้เสร็จสิ้นพวกข้าจะไปเข้าพบในวันหลัง”
“ข้าทราบแล้วข้าจะเรียนท่านจักรพรรดิให้”
ไอลีน ลู เดน ไป่เป่า นั่งร่วมโต๊ะกันพูดคุยกันเื่ถึงเื่ที่ผ่านมา
“ลูข้ามีเื่ถามเ้า จากนี้อีกสองเดือนข้าจะออกท่องเที่ยวเ้าจะไปกับข้ารึไม่”
อยู่เดนก็เอ่ยถามลูขึ้น ไอลีนที่ได้ยินจึงเอ่ย
“เ้าจะไปที่ไหนกัน เ้าจะไม่ศึกษาต่อที่สถาบันงั้นเหรอ”
“ท่านปู่อยากให้ข้าออกหาประสบการณ์นะ”
“งั้นข้าจะไปกับพวกเ้าด้วย”
ไอลีนเอ่ยขึ้น
“นี่แม่นางพวกเราไม่รู้เลยนะว่าจะกลับมาอีกเมื่อไรและจะเจอเข้ากับอะไรมั้งเ้ายังอยากจะไปอีกเหรอ”
“หึ เมื่อเ้าไปได้ทำไมข้าจะไม่ละเ้านะอ่อนแอกว่าข้าอีกนะอย่าลืม”
“จ้าๆแม่นางผู้ห้าวหาญ ว่ายังไงลู”
“เ้าไปไหนข้าไปด้วย ข้าตั้งใจจะแข็งแกร่งขึ้นให้ได้อย่างท่านผู้กล้าจะให้อยู่แต่ที่นี้คงเป็เื่ยากที่จะแข็งแกร่งขึ้นได้”
“แล้วพวกเ้าจะไปที่ไหนกันละ”
ไป่เป่าถามขึ้น เดนกอดอกของเขาทำท่าคิดนัก
“ในเมื่อพวกเ้ายังคิดไม่ออกก็ไปยังทวีปเหมันต์อัคคีของข้าเป็ยังไง”
“อีกหนึ่งปีที่นั้นจะมีการประลองฝีมือของนักสู้ทั่วทั้งสี่ทวีปนะ พวกเ้าสนใจไหมละ”
“ตกลงงั้นเราไปเริ่มกันที่ทวีปเหมันต์อัคคีกัน”
“อีกสองเดือนไปเจอกันที่บ้านข้านะ”
ไอลีน ลูและไป่เป่าพยักหน้าตกลง
แล้วงานเลี้ยงก็ฉลองกันไปถึงสามวันสามคืน